|

ไฟที่เค้าใช้ล่อหมึก ตอนออกไปตกหมึกกลางคืน แปลกใจรึเปล่าคะ! ว่าทำไมต้องเป็น ร.ศ. ๑๑๒ ณ เกาะช้าง ที่มาที่ไปก็คือความประทับใจจากทริปที่ไปเที่ยวกับเจ้าของรีสอร์ทชื่อ ร.ศ. ๑๑๒ นั่นแหละค่ะ แต่ความหมายจริงๆของชื่อนี้ต้องถามเจ้าตัวค่ะว่าทำไมถึงชื่อนี้ เกาะช้างก็เคยไปมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ไม่ประทับใจเท่ากับหนนี้ เพราะไม่เหมือนกัน ตอนไปครั้งแรกก็ได้แต่นั่งๆนอนๆ แล้วก็เล่นน้ำทะเลเหมือนไปเที่ยวทะเลทั่วไป แต่หนนี้มีโอกาสได้เจอน้องชายของเพื่อนสนิทคนนึงชื่อป้อม ซึ่งเค้าบอกว่าเป็นเจ้าของรีสอร์ท ร.ศ. ๑๑๒ และมีกิจกรรมท่องเที่ยวมากมายที่เกาะช้างเลยชวนมาเที่ยวด้วย เขาเคยชวนไปหลายครั้งก็เลยใจอ่อนรวบรวมสมัครพรรคพวกได้ก็เลยไปใช้บริการน้องเค้าซะเลย... 
หมู่บ้านประมงที่เราไปขึ้นเรือกันค่ะ 

โฉมหน้าน้องป้อม เจ้าของรีสอร์ท ร.ศ. ๑๑๒ ณ เกาะช้างผู้ใจดีค่ะ 
และนี่ก็คนขับเรือผู้นำเราออกสู่ทะเล มีอารมณ์สุนทรีย์มากเลยค่ะชอบเปิดเพลงคันทรี่ฟัง... ออกจากกรุงเทพก็ดึกโข ขับรถมาสี่ห้าชั่วโมงก็มาถึงจังหวัดตราดทันเรือเที่ยวแรกทีท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์ประมาณ 7 โมงเช้า พอดี แล้วก็นั่งเรืออีกประมาณ 45 นาที ก็มาถึงเกาะช้าง นัดเจอน้องป้อมที่บนฝั่งแล้วน้องป้อมก็พามาพักที่รีสอร์ทของเค้าแถวหาดทรายขาว ประมาณ 9 โมงเช้าเราก็เดินทางไปที่หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ เพื่อลงเรือประมง เรือแล่นออกจากฝั่งที่เป็นหมู่บ้านประมง ลักษณะสองข้างทางเป็นอ่าวเห็นเกาะช้างน้อยอยู่ไม่ไกล ทัศนียภาพสวยงาม ระหว่างทางจะเห็นกระชังดักหมึก พอลูกเรือยกขึ้นมาเท่านั้นแหละค่ะ ว๊าว!!! เราก็ได้เห็นหมึกสามสี่ตัวสดๆ เป็นๆ ตัวใสๆ มองทะลุถึงข้างใน ตาโตสีเขียวอ่อนสดใส หนวดยังกระดิกอยู่เลย พวกเราตื่นเต้นกันมาก เพราะพึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมหมึกที่ตลาดเวลาเราไปซื้อมันเป็นสีขาวขุ่นไม่ใสเหมือนที่เห็น มาถึงบางอ้อตอนที่เห็นหมึกเป็นๆ ที่พึ่งขึ้นจากทะเลนี่เอง หมึกที่เราเห็นในตลาดนั้นไม่ได้สดอย่างที่คิดแต่เป็นหมึกที่ตายแล้วบางทีก็แช่สารเคมีมาเป็นเวลานานด้วย น้องป้อมเอามือไปลูบที่หมึกตัวใสๆ สักพักจุดดำๆ เล็กๆ ก็ค่อยๆ แผ่กระจายขยายไปทั่วตัวหมึกจนดำไปทั้งตัว น้องเค้าอธิบายให้ฟังว่ามันคือธรรมชาติของหมึกเป็นการป้องกันตัวด้วยการรวบรวมหมึกในตัวเพื่อพ่นใส่ศัตรูเมื่อเวลามีภัยไงคะ นี่ก็เป็นความรู้อีกอย่างที่ได้เรียนรู้ด้วยการลองทำดูเองบ้างเลยนะคะเนี่ย น้องป้อมบอกว่าถ้าเราต้องการสัมผัสชีวิตของชาวประมงว่ากลางคืนเค้าตกหมึกกันยังไง เราก็สามารถไปได้ซึ่งน้องป้อมบอกว่าถ้าสนใจจะจัดให้ แต่วันนี้คงไม่ได้เพราะว่าเป็นเดือนหงายหมึกไม่ออกมาเล่นไฟที่ใช้ล่อหมึกบนเรือ ต้องเป็นคืนเดือนมืดค่ะ ได้ความรู้อีกแล้ว อืม!!...ก็น่าลองสักครั้งนะแล้วจะหาโอกาสมาตกหมึกดูสักครั้ง...

ระหว่างที่เรือแล่นไปลูกเรือและเพื่อนๆ บางคนก็ตกปลากันไปด้วยที่ท้ายเรือได้ปลาสดๆ มาหลายตัวทีเดียว สักพักคนขับเรือก็จอดให้เราได้ดำน้ำดูประการังน้ำตื้นบริเวณใกล้ๆ เกาะเล็กๆ ตอนนี้ก็ได้พักผ่อนกันตามอัธยาศัย ส่วนน้องป้อมและคนขับเรือกับลูกเรือก็เตรียมอาหารทะเลสดๆ และผลไม้ไว้ให้พวกเราอยู่บนเรือ พอเล่นน้ำจนเบื่อเราก็ขึ้นมาทานอาหารบนเรือ คำแรกที่เราได้ลิ้มรสปูม้า ช่างหวานกลมกล่อมสดและอร่อยอย่าบอกใครเชียว น้ำจิ้มซีฟู้ดฝีมือน้องป้อมอร่อยเด็ดมาก จนสมาชิกบางคนอุทานออกมาว่าอร่อยกว่าร้านอาหารเสียอีก ติดใจไปตามๆ กัน จากนั้นเมนูต่างๆ ที่ทยอยออกมาก็ล้วนเป็นอาหารสดใหม่ที่พึ่งขึ้นจากทะเลจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นหมึกหรือปลาที่ตกได้เอง อาหารมื้อนั้นสุดยอดจริงๆค่ะ พวกเราเพลิดเพลินกับอาหารเป็นอย่างมาก น้องป้อมก็ดูแลอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเรียกว่าประทับใจทั้งอาหารและไกด์นำเที่ยวเลยทีเดียว


หมึก ตอนเอาขึ้นมาใหม่ๆตัวจะใสจนมองทะลุผ่านได้ แต่ถ้าเราเอามือลองไปลูบที่ตัวหมึก หมึกจะค่อยๆ เพิ่มจุดหมึกสีดำขึ้นมาเต็มตัว เตรียมพร้อมที่จะปล่อยหมึกป้องกันตัว อย่างที่เห็นในภาพค่ะ 

ปลาที่ตกได้เอามาทำเป็นอาหารค่ะ 
หาดไก่แบ้ค่ะ เดินถ่ายรูปที่นี่จนเพลินเลย มีรีสอร์ทเยอะค่ะราคาไม่แพงเท่าไหร่ 
น้องหมาที่ริมหาดไก่แบ้ค่ะ 
น้องหมาที่ร้านขายของที่ระลึกที่บางเบ้า พอหนังท้องตึงหนังตาเริ่มหย่อนเราก็นอนหลับพักผ่อนกันบนเรือพร้อมกับสายลมที่โชยอ่อนเย็นสบายเคล้าเสียงคลื่นขับกล่อม เรือก็แล่นไปตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ ที่กำหนด จอดดำน้ำบ้างจนเย็นเรือก็พาเรากลับเข้าฝั่ง น้องป้อมพาเราไปปลูกป่าโกงกางด้วยค่ะเพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติของป่าชายเลนเอาไว้ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำทะเลต่อไป พวกเราสนุกและประทับใจกันมากคุยกับน้องป้อมได้อรรถรสและความรู้หลายอย่าง อยู่กับธรรมชาติก็ต้องคืนสู่ธรรมชาติด้วย อาศัยพึ่งพากันและกัน ไม่ทำลายธรรมชาติ ถ้าผู้ประกอบการมีจิตสำนึกที่ดีอย่างนี้ทุกคน เราก็คงมีทะเลสวยๆ และอุดมสมบูรณ์ให้อยู่ต่อไปได้นานๆ ชั่วลูกชั่วหลานเลยทีเดียวค่ะ... 
ทิวทัศน์ที่จุดชมวิว เกาะที่เห็นพายเรือคายัคไปถึงแล้วนะคะ เหนื่อยมากค่ะ ครั้งนี้รู้สึกว่าได้สัมผัสเกาะช้างได้มากขึ้น เพราะมีโอกาสได้นั่งรถไปสำรวจตามสถานที่ต่างๆ ของเกาะช้างหลายแห่ง ทำให้รู้ว่าเกาะช้างมีอะไรมากกว่าที่คิด เอาไว้โอกาสหน้าจะหาเวลามาเที่ยวเกาะช้างอีก แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกนะคะว่าไปจับหมึกตอนกลางคืนจะสนุกแค่ไหน...!!

บรรยากาศยามเย็นที่หาดคลองพร้าว 
เย็นแล้ว กลับบ้านแล้วนะจ๊ะแล้วจะมาเที่ยวใหม่นะ
|