|

สวัสดีค่ะ ขอโทษนะคะ! พี่จะเข้าไปทีลอซูรึเปล่าคะ ถ้าไปรบกวนขอติดรถไปด้วยคนได้มั๊ยคะ!! ไปครับ...ขึ้นมาเลยครับน้อง เบียดๆ กันหน่อยนะ แต่เดี๋ยวก็ถึงแล้ว... ขอบคุณค่ะ...ขอบคุณครับ... หลังจบบทสนทนาที่ฉันและเพื่อนร่วมทางใช้เป็นอาวุธในการปฏิบัติการโบกรถ...ฉันและเพื่อนร่วมทางทั้งสี่ชีวิตก็รีบยกเป้สัมภาระ เต้นท์ และถุงนอนกระโดดขึ้นท้ายรถปิกอัพสองตอนสีบรอนด์ทองอย่างไม่รอช้า หลังจากทนร้อนรอโบกรถตรงปากทางเข้าน้ำตกทีลอซูอยู่นานเกือบชั่วโมงจนแทบจะหมดหวัง และแล้วพระเจ้าก็อวยพรให้มีรถของพี่ชายใจดีที่มาพร้อมกับครอบครัวและลูกสาววัย 5 ขวบ จอดรถรับพวกเรา หลังจากที่เราโบกพลาดไปหลายคันก่อนหน้านี้เนื่องจากบางคันไปไม่ถึงจุดหมายที่เราจะไป... โชคดีที่ยังพอมีที่ว่างให้ฉันและทุกคนได้นั่งกัน จากนั้นพวกเราก็จัดการสวมหมวกและผ้าคลุมหน้ากันความร้อนจากเปลวแดดที่ร้อนระอุในยามบ่ายกันอย่างมิดชิด ยังดีที่ความแรงของลมยามที่รถเคลื่อนตัวออกไปด้วยความเร็วช่วยทำให้คลายร้อนลงไปได้บ้าง อีกไม่นานแล้วซินะที่ฉันจะได้เห็นน้ำตกที่ขึ้นชื่อติดอันดับ1 ใน 6 ของโลกแล้วตามความฝันที่ฉันเคยฝันไว้ว่าจะต้องมาเห็นให้ได้สักครั้งหนึ่งในชัวิต แต่ไม่เคยคิดว่าจะมาด้วยวิธีนี้... โบก ใช่สิ!! ก่อนหน้านี้ฉันทนเสียงรบเร้าจากเจ้าน้องชายที่สนิทกันโทรมาชวนอยู่นานจนใจอ่อนไม่ไหวเพราะเหตุผลต่างๆ นานา สุดท้ายก็จนมุมด้วยความปรารถนาของตัวเองที่จริงๆ แล้ว ฉันเองก็อยากจะไปเห็นน้ำตกทีลอซูด้วยตาตัวเองอยู่เหมือนกัน และช่วงนี้หลานสาววัยรุ่นโรงเรียนปิดเทอมขอมาอยู่ด้วยก็เลยชวนไปหาประสบการณ์ในการโบกรถด้วยเสียเลย...เผื่อเขาจะได้เอาไว้ใช้ในยามจำเป็นจริงๆ...ขอเน้น จำเป็นจริงๆ เพราะการโบกมีความเสียงอยู่บ้างเหมือนกัน... การเดินทางของเราเริ่มต้นขึ้นที่ปากคลองตลาดในคืนวานที่ผ่านมานี่เอง... ผมคุยกับพี่ที่เค้าเคยโบกไปทีลอซูมาแล้ว ว่าให้ไปโบกรถที่มาส่งดอกไม้ที่ปากคลองตลาดได้เลย... เพราะรถมาจากอำเภอพบพระจังหวัดตาก จากนั้นเราก็โบกรถต่อไปที่อุ้มผางและน้ำตกทีลอซูเลย ใกล้ครับพี่.. เจ้าน้องชายอธิบายแผนก่อนการเดินทาง ฉันกับหลานสาววัยรุ่นและเพื่อนสาวหุ่นตุ้ยนุ้ยของเจ้าน้องชายซึ่งเป็นมือใหม่หัดโบกก็มาถึงปากคลองตลาดตั้งแต่ตะวันยังไม่ลับขอบฟ้าในช่วงเย็นก่อนวันสงกรานต์ พวกเราสี่ชีวิตต่างช่วยกันตามหารถที่มาส่งดอกไม้ และก็ได้รับคำตอบว่ารถมาส่งดอกไม้กลับออกไปหมดแล้ว!! ทุกคนมองหน้ากันเลิกลักแต่ก็ไม่ละความพยายามเพราะคิดว่าน่าจะมีเหลือรถสักคันที่ยังไม่ออกเดินทาง จากการซักถามคนขนดอกไม้แถวนั้นในที่สุดพวกเราก็หาพบจนได้ เหลือรถคันสุดท้ายจริงๆ กำลังขนดอกดาวเรืองที่เหลือขึ้นรถบรรทุกที่ถูกดัดแปลงต่อเป็นตระแกรงลูกกรงเหล็กตรงกระบะท้ายให้สูงเกินหลังคาเพื่อบันทุกดอกไม้จำนวนมากได้ เจ้าของรถสองสามีภรรยาเป็นชาวกระเหรี่ยงมีบ้านอยู่ที่อำเภอพบพระ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตดอกกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยใจดีให้เราอาศัยรถมาด้วยที่ท้ายกระบะรถท่ามกลางดอกดาวเรืองอันเหลืองอร่ามที่เราช่วยกันขนขึ้นรถ...ทำให้ฉันหลงนึกไปว่าตัวเองเป็นหมู่ภมรเลยทีเดียว... 
เราออกจากปากคลองตลาดมาประมาณทุ่มกว่าๆ รถวิ่งฝ่าความมืดและรถที่ติดมาเป็นระยะๆ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ มาหยุดที่ปั๊มน้ำมันใหญ่แห่งหนึ่งแถวนครสวรรค์ และข่าวร้ายที่เราได้รับคือรถไม่สามารถไปถึงอำเภอพบพระได้เพราะมีงานด่วนเข้ามาต้องตีรถกลับกรุงเทพ เราต้องหารถโบกต่อไปกันเอง แผนของเราถูกเปลี่ยนกระทันหันแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคนเคยโบกมาแล้วอย่างพวกเรา จากนั้นเราก็สามารถหารถโบกต่อมาได้อีกหลายคัน ฉันนึกถึงเส้นทางการโบกของเราสี่คนแล้วอดขำไม่ได้ เพราะเราโบกออกนอกเส้นทางหลักตลอดบางครั้งรถก็ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ โดนเด็กเล็กๆ แก้ผ้าวิ่งไล่สาดน้ำกันอย่างสนุกสนานเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสงการต์ และทางที่เราโบกบ้างก็เป็นเส้นทางที่รถไม่ค่อยสัญจรมาทางนี้มากนักแต่ก็ได้เห็นวิถีชีวิตของคนชนบทที่เราไม่ค่อยได้เห็นจากเมืองใหญ่ๆ ธรรมชาติที่แปลกออกไปจากป่าคอนกรีตที่เราอยู่ ดูมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด และแม้กระทั่งตอนที่เราโบกได้รถปิคอัพของชาวบ้านที่เป็นกระเหรี่ยงขับพาขึ้นถนนลอยฟ้าไต่โค้งไปมาอย่างน่าหวาดเสียวจนน้องตุ้ยนุ้ยมือใหม่หัดโบกของเราเกิดอาการวิงเวียนจนต้องขอยาดมมาช่วยขยายหลอดลมเป็นการด่วน ส่วนฉันและคนอื่นๆ ขอกางแขนเกาะขอบกระบะท้ายและจิกปลายเท้ากับพื้นไว้แน่นๆ กันหลุดโค้ง แต่เราก็รู้สึกมั่นใจในความก็ชำนาญของคนพื้นที่อย่างสารถีชาวกระเหรียงผู้ใจดีที่รับเรามาอย่างตื่นเต้นไม่ได้ ในที่สุดเราก็โบกรถต่อมาจนถึงทางแยกปากทางเข้าน้ำตกทีลอซูซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางของเราจนได้ พวกเรามาถึงที่ทำการประมาณสี่โมงเย็นของอีกวันและก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณพี่ชายใจดีที่กรุณาพาเราติดรถมาด้วย จริงๆ แล้วเรารู้สึกขอบคุณรถทุกคันที่มีน้ำใจจอดรถรับพวกเรา นั่นเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นได้ว่าคนไทยอยู่ที่ไหนก็ยังคงมีคนมีน้ำใจอยู่ทุกที รู้สึกขอบคุณจริงๆ ถึงแม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างแต่ก็คุ้มค่าที่ครั้งหนึ่งได้มาผจญภัยในโลกกว้างใบนี้...และก็ประทับใจในความไม่ย่อท้อ และความอดทนของทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจฟันฝ่าอุปสรรคกันมาจนมาถึงที่นี่ได้...เป็นประสบการณ์ที่เราจะจดจำไปอีกนานเลยทีเดียว...

ในที่สุด น้ำตกทีลอซู ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าซึ่งเป็นน้ำตกเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ สวยงาม ก็เป็นรางวัลให้ฉันและทุกคนที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาได้ดื่มด่ำกับความงามที่อยู่ตรงหน้าอย่างมีความสุข เฮ้อ!! กว่าจะถึงทีลอซู ก็ต้อง สู้สู้ อย่างนี้แหละ !!
ขอบคุณภาพของน้อง TOP123 จาก TKT ที่เอื้อเฟื้อด้วยค่ะ!! ทีลอซู สู้สู้ ลงในเสาร์สวัสดี ปีที่ 10 ฉบับที่ 471 วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2551 คอลัมน์ ปล.ขอให้มีความสุข (หนังสือแทปลอยด์ ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)
|