|

เอาล่ะ!...เสร็จซะที ฉันบอกกับตัวเองหลังจากถอยห่างออกมาจากภาพวาดหนึ่งก้าวเพื่อพินิจพิจารณาภาพวาดที่พึ่งวาดเสร็จไป แล้วหันมาเก็บดินสอสีและอุปกรณ์ในการวาดภาพของฉันลงกล่องที่เก่าเก็บเสียนาน ฉันหยิบภาพวาดนั้นมานั่งมองอีกครั้งส่งยิ้มทักทายหลับตาแล้วสูดลมหายใจลึกๆ กลิ่นหอมของความทรงจำอันงดงามที่ฟุ้งกระจายและอบอวลไปทั่วกำลังจะหวนมาอีกครั้งในความคิดคำนึงของฉัน... 
น้ำตกหมันแดง ชื่อนี้หลายคนอาจจะไม่รู้จักและคงมีความสงสัยเหมือนฉันเมื่อครั้งแรกที่ได้ยินถึงทีมาของน้ำตกแห่งนี้ จากคำล่ำลือถึงความสวยงามแล้วยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เชิดหน้าชูตาและเป็นไฮไลน์ของที่นี่ คือเจ้าดอกลิ้นมังกรสีชมพูซึ่งมักจะพบได้ที่นี่แต่ยากที่จะพบในสถานที่อื่น ส่วนดอกลิ้นมังกรสีส้มจะหาดูได้ที่ลานหินปุ่มซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก และก็เป็นสถานที่เดียวกันกับที่เจ้าน้ำตกหมันแดงแสนสวยนี้อยู่ด้วยเช่นกัน แต่ความยากลำบากในการมาเยือนดูจะแตกต่างกันยิ่งนัก ฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสิ่งอัศจรรย์ที่สวยงามเหล่านี้ยังคงอยู่ได้ ก็เพราะความยากลำบากในการมาของมนุษย์นี่เองทำให้สิ่งสวยงามเหล่านี้ยังคงอยู่ มนุษย์นอกจากจะเป็นผู้สร้างสรรค์แล้วแต่ในทางกลับกันก็ยังเป็นผู้ทำลายอีกด้วย... 
และแล้วปฏิบัติการตามล่าหาเจ้าดอกลิ้นมังกรสีชมพูและน้ำตกหมันแดงแสนสวยของฉันกับเหล่าบรรดาสมาชิกก็ได้เริ่มต้นขึ้นในวันหนึ่งของเดือนสิงหาคมซึ่งยังอยู่ในช่วงฤดูฝน เนื่องจากเป็นฤดูกาลที่เจ้าลิ้นมังกรสีชมพูกำลังออกดอกงามสพรั่งและน้ำตกก็จะมีปริมาณน้ำที่มาก แต่ฉันลืมนึกถึงความยากลำบากในการเดินป่าหน้าฝนไปเสียสิ้นทั้งที่เคยมีประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำมาแล้ว แต่เพราะความงามของน้ำตกหมันแดงและเจ้าดอกลิ้นมังกรสีชมพูที่เห็นจากอินเทอร์เนตแท้เชียวทำให้ฉันต้องกลับมาเดินป่าหน้าฝนอีกครั้ง เมื่อไปถึงฉันรีบติดต่อกับเจ้าหน้าที่หน่วยหมันแดงซึ่งอยู่ริมถนนสายหลักของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งการเข้าไปชมจะต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางเข้าไป ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของฉันกับทุกคนที่จะเดินทางไปชม อีกทั้งยังเป็นการรักษาความงามของพรรณไม้อันเป็นสิ่งหวงแหนของที่นี่ไว้ ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด...

ฉันเดินตามหลังเพื่อนๆ ไปตามถนนใหญ่ที่เดินฝ่าละอองหมอกสีขาวจางๆ โปรยปรายปกคลุมไปทั่วทุกอณูของบรรยากาศยามเช้า เป็นภาพความงดงามที่ยังฝังอยู่ในความทรงจำเหมือนฉันกำลังเดินผ่านไปสู่ดินแดนอีกดินแดนหนึ่ง และถ้าฉันผ่านพ้นสายหมอกนั้นไปแล้วฉันก็จะได้เห็นดินแดนที่สวยงามเหมือนในฝัน....

และก่อนที่ฉันจะฟุ้งซ่านไปกว่านี้ฉันก็มาเดินถึงป้ายที่เขียนบอกระยะทาง 3.5 กม. ซึ่งดูเหมือนจะเป็นระยะทางที่สั้นแต่ในความเป็นจริงการเดินป่าหน้าฝนก็อาจจะทำให้ระยะเวลาที่เดินทางดูเหมือนจะไกลออกไปจาก 2-3 ชั่วโมง อาจกลายเป็น 3-4 ชั่วโมงได้ ถึงแม้ว่าน้ำตกหมันแดงจะมีถึง 32 ชั้น แต่ชั้นที่สามารถเดินชมและถ่ายภาพได้ก็คือชั้นที่ 1 ถึง 9 เท่านั้น แค่นี้ก็ยากลำบากสำหรับฉันแล้ว เพราะความลื่นชันและยังต้องเดินดิ่งลงไปกับพื้นดินที่ชื้นแฉะหลังฝนตกทำให้ฉันและเพื่อนๆ เกือบสิบชีวิตต้องลื่นไถลกันบ่อยครั้ง ซึ่งบางครั้งฉันถึงกับเป็นตะคริวเลยทีเดียว แต่พวกเราก็ไม่ย่อท้อและยังยิ้มได้เพราะความงามของน้ำตกแต่ละชั้นที่พบเจอ จนมาถึงน้ำตกชั้นที่ 5 คาดว่าน่าจะเป็นน้ำตกชั้นที่สวยที่สุด และก็สวยสมคำล่ำลือจริงๆ เราหยุดกันที่ชั้นนี้และตัดสินใจไม่ไปต่อแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับความตั้งใจของฉันและเพื่อนๆ อีกทั้งเรายังใช้เวลาในการเดินทางไปมากจึงตกลงใจไม่ไปต่อ แต่ก็ไม่เสียแรงที่พวกเราอุตส่าห์ออกตามล่าหาน้ำตกหมันแดงแสนสวยและเจ้าดอกลิ้นมังกรสีชมพู ซึ่งบัดนี้กำลังเกาะกลุ่มชูช่อล้อเล่นอยู่กับละอองน้ำตกรอทักทายพวกเราอย่างร่าเริง พวกเราต่างหามุมกดชัดเตอร์กันแบบไม่ยั้ง เก็บภาพความงามกันไม่รู้เบื่อด้วยความประทับใจ...

นอกจากกล้องที่ทำหน้าที่บันทึกความงามของสถานที่แห่งนี้แล้ว โสตประสาทการรับรู้กระทั่งความทรงจำที่อยู่ในส่วนลึกของฉันทั้งหมดก็ได้บันทึกภาพความงามของน้ำตกหมันแดงและเจ้าดอกลิ้นมังกรสีชมพูนี้ไว้เช่นกัน จนฉันอดที่จะเก็บความงามเหล่านั้นมาวาดเป็นภาพอันประทับใจไม่ได้ การที่ฉันทำแบบนี้ไม่บ่อยนักสำหรับคนที่ไม่ขยันอย่างฉัน แต่ความงามของน้ำตกหมันแดงก็ทำลายมันเสียสิ้น แม้แต่ความยากลำบากในการเดินทางก็พ่ายแพ้ต่อความงามของเธอเช่นกัน หมันแดงภาพแห่งความทรงจำของฉัน.... หมันแดงภาพแห่งความทรงจำ ลงเสาร์สวัสดี ปีที่ 10 ฉบับที่ 476 วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม 2551 คอลัมน์ ปล. ขอให้มีความสุข / กรุงเทพธุรกิจ
|