พิมพ์หน้านี้
|
นรต.ยุคอนาคต สถาบันการศึกษาคือ ตัวนำพาสังคม จะดีหรือไม่ดี สอดคล้องกับขนบธรรมเนียม ประเพณีหรือไม่ขึ้นอยู่กับการบ่มเพาะเบื้องต้น โรงเรียนนายร้อยตำรวจก็ไม่ต่างกัน การผลิตนายตำรวจออกมารับใช้ประชาชนได้ดีแค่ไหนย่อมขึ้นอยู่กับหลักสูตร แนวคิด วิสัยทัศน์ของผู้นำ โรงเรียนนายร้อยตำรวจมี พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ เป็นผู้บัญชาการฯ เสมือนครูใหญ่ที่กำลังเร่งปรับปรุงหลักสูตร เพื่อนำนักเรียนเข้าสู่สังคมโลก สังคมสมัยใหม่ที่ไม่ใช่ยุค "ศักดินา" อย่างสุภาษิตโบราณ "10 พ่อค้าไม่เท่าพระยาเลี้ยง" เหมือนแต่เก่าก่อน เร่งปรับแนวคิดของลูกศิษย์เพื่อเข้าสู่สังคมภาคบริการ ตำรวจต้องอยู่ในฐานะผู้ให้บริการ ส่วนผู้ใช้บริการคือประชาชน จะแตกต่างจากอาชีพอื่นก็ตรงที่มีความเสี่ยง ต้องปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้ารน ด้วยการใช้กฏหมาย โดยมีขอบเขตชัดเจน รวมถึงวิธีการปฏิบัติ ตำรวจโลกใหม่ต้องไม่มีการอุ้มฆ่า ซ้อมผู้ต้องหา และไม่ใช่ชีวิตคนเป็นเดิมพันแลกกับผลงาน ความดี ความชอบ ทัศนคติต้องได้รับการแก้ไข กฏหมายต้องเท่าเทียมกันไม่แบ่งแยกชนชั้น เป้าหมายของนักเรียนนายร้อยตำรวจ จึงไม่ใช่เรียนเพื่ออกมาเป็นเจ้าคนนายคนอีกต่อไป วิสัยทัศน์ควรกว้างไกลสิ่งสำคัญควบคู่กันไปก็คือ ธรรมะในจิตใจ แผนการเรียนการสอนของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จึงถูกปรับปรุงขนานใหญ่ เข้าสู่สากลโดยการนำคณะอาจารย์จากหลากหลายสถาบันทั้งในและต่างประเทศมาช่วยเพิ่มองค์ความรู้ ไม่ใช่อาจารย์ที่เป็นตำรวจเพียงอย่างเดียว เป้าหมายเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมในยุคใหม่ วิธีคิด แนวทางต่อสู่กับเหล่าร้ายที่เต็มไปด้วยความรู้ ความชำนาญเฉพาะด้าน ไม่เพียงแค่โจรกระจอกลัก วิ่ง ชิง ปล้นอีกต่อไป อาชญากรในอนาคตย่อมมีส่วนสัมพันธ์กับความเจริญล้ำยุคของสังคม สังคมซับซ้อนขึ้นคนร้ายย่อมเก่งขึ้นด้วย มีตัวอย่างให้เห็นมากมายโดยเฉพาะคดีทางเศรษฐกิจ ที่อาชญากรมักใช้ช่องทางอันสลับซับซ้อน ยากต่อการติดตามแสวงหาผลประโยชน์ ตำรวจในอนาคตจึงต้องเรียนรู้กลไก ทางเศรษฐกิจ สังคม กฏหมายเชิงพาณิชย์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศควบคู่กัน นอกเหนือจากกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญาทั่วๆ ไป ส่วนผลผลิตนักเรียนนายร้อยตำรวจยุคหน้าจะเป็นคำตอบให้สังคมได้หรือไม่ ต้องคอยดูกัน !!! |