พิมพ์หน้านี้
|
ตำรวจ มีทั้งดี ทั้งเลว คบได้ คบไม่ได้ ประชาชนทั่วไป ส่วนใหญ่จะตั้งป้อมเกลียดตำรวจตั้งแต่ยังไม่ได้รู้จักคุ้นเคย ซึ่งตัวดิฉันเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
กระทั่งภาระหน้าที่ทำให้ต้องพาตัวเองมาเกี่ยวข้องกับตำรวจเป็นประจำ จึงทำให้เข้าใจในระบบการทำงาน เห็นใจในชะตากรรม และรักในตัวตนของตำรวจบางคนที่แปลกแยกไปจากตำรวจเลวๆทั่วไป ผู้กองเอ๋ เป็นพี่ชายอีกคนที่ได้มารู้จักกันตอนทำงาน เราสนิทกันพอสมควร หลายปีที่ผู้กองเอ๋ ดำรงตำแหน่ง ร.ต.อ. ทั้งๆที่เพื่อนๆรุ่นเดียวกัน ติดยศพันตรีกันไปเกือบหมดทั้งรุ่น 50 วันนี้ ผู้กองเอ๋ พี่ชายของดิฉัน ได้ติดยศ พันตรีแล้ว เป็นสารวัตรเต็มตัว โดยไม่ต้องมีตั๋ว ไม่ต้องใช้เส้นสาย .... น่าเสียดายที่ต่อไปดิฉันกับพี่ชายคนนี้คงจะห่างกัน เพราะผู้กองเอ๋ต้องไปรับตำแหน่งต่างจังหวัด ....แต่ด้วยหน้าที่ อะไรก็ไม่สามารถห้ามได้ ขอแสดงความยินดีกับพี่เอ๋ด้วยคะ รักพี่เอ๋มากมาย ....น้องก๊อฟ
สิบปีเต็มๆ ที่ผม ทุ่มเท ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เพื่อให้ได้ทำงานที่ผมรัก ผมหลงไหล ได้ชื่น กับการเป็นนักสืบ มีเหตุการณ์มากมาย ผ่านเข้ามา ความรู้สึก ปิติ ภูมิใจ ขนพอง ตัวชา เหมือนลอยได้ ความสุขที่ ไม่สามารถบรรยาย เป็นคำพูด ได้ถูก ทุกครั้งที่งานสำเร็จ ไม่ว่าจะจับกุม คดี เล็ก ใหญ่ ผู้จำหน่ายยาเสพติด รายใหญ่ รายเล็ก ยึดยาบ้าได้ เม็ดเดียว จนถึงมากสุด 7-8 แสนเม็ด หรือแม้แต่ โรงงานผลิตยาอีก็ยังเคย ไม่เว้นแต่ วิสามัญ ผู้ค้ายา อันป็นบาป หนัก ถึง 4 ครั้ง มันเป็นความสุขที่ หอมหวาน ชวนหลงไหล กว่าจะรู้ตัว ผม เสพความสุข นี้ เรื่อยมา จน เกินถอนตัว เริ่มจากรู้สึกดี เป็นการขวนขวาย ดิ้นรน ที่จะได้ลิ้มรส ความสุขนั้น มากขึ้นๆ จนตอนนี้ผมสารภาพว่า ผมกลายเป็นคนบ้างาน ผมเสพติด เสพติดการเป็นนักสืบ ถึงแม้ว่านักสืบ จะเป็นงานปิดทองหลังพระ ไม่เคยเห็นนักสืบ เติบโต ก้าวหน้า ร่ำรวย มีหน้ามีตา โดนรังแก ต่างๆ นา ชีวิตครอบครัว ส่วนใหญ่ แตกสะบั้น หากใครได้ภรรยาที่ ไม่เข้าใจ ผมก็ยังเลือกที่จะเดินเส้นทางนี้ เพราะเป็นทางที่ทำให้ผมได้พบกับความสุขที่ผมเสพติด ผมปฏิเสธที่จะวิ่งเต้น เพื่อให้ได้ตำแหน่ง หน้าที่ หรือ ไปอยู่จุดที่มีเงิน ไม่ใช่ว่า ทำไม่ได้ หรือ ทำไม่เป็น หรือ ไม่เคยทำ ผมเคยทำแล้ว ผลที่ได้ มันไม่ทำให้ผมมีความสุข ทำให้ผมเหมือนกับ เราต้องเสียคุณค่า ศักดิ์ศรี เพื่อแลกกับสิ่งตรงนั้น ถามว่าผมอยากได้ตำแหน่งมั้ย ตอบได้เลยทันทีว่า อยาก แต่ถ้าให้ผมต้องไปวิ่งเต้น ก้มหัว ให้คนพวกนั้น ผมไม่ทำ ผมพอใจในสิ่งที่ผมเป็นอยู่ ผมภูมิใจกับตำแหน่งหน้าที่การงาน ที่ผมเป็นอยู่อย่างมาก ถึงมากที่สุด ผมมีความสุขที่ได้ทำงาน แม้จะไม่มีเงินเก็บ ไม่มีอะไรทรัพย์สมบัติอะไร เงินเบี้ยเลี้ยงที่พอมี หมดไปกับการทำงาน ทุกครั้งที่มีการแต่งตั้ง จะมีคนมากมาย ถามผมด้วยการถากถาง เย้ยหยัน ทำงานให้ตาย ไปเถอะ ไม่เห็นจะได้เป็นสารวัตรสักที ผมไม่เคยโกรธคนเหล่านั้น ที่ผมทำงานเพราะไม่ได้ต้องการเป็นสารวัตร ผมทำงานเพราะผมต้องการความสุขที่เกิดจากงาน สุขแล้ว แค่ๆได้ออกไปทำงาน เฝ้าจุด สะกดรอย แต่สุขสุดๆ หากงานสำเร็จ หากอยากเป็นสารวัตร ต้องวิ่งเต้น ใครวิ่งเต้น ก็ได้ ไม่วิ่งเต้น ก็อด ผมรังเกลียดการวิ่งเต้น ดังนี้น ผมจะไม่สมควรได้เป็นสารวัตร ปลูกพืช อย่างงัย ก็ได้ผลอย่างนั้น ผมจะยินดีกับน้องๆ ทุกคนที่ได้เลื่อนตำแหน่ง เกินผมไป ด้วยความจริงใจ ผมพร่ำบอก แต่คงไม่ถึงกับสั่งสอน กับน้องๆที่ผมทำงานด้วยว่า ต้องวิ่งเต้น วิ่งเต้น วิ่งเต้น หากอยากก้าวหน้าในอาชีพตำรวจ ในช่วงปีที่ผ่านมา ผมปฏิเสธโอกาศในการเลื่อนตำแหน่ง ที่มีเข้ามาทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะไม่อยากเป็น ไม่อยากได้ แต่เพราะที่ผ่านมาผม ใช้ทุกอย่างที่มีในชีวิต หมดไปกับการแสวงหาความสุข ที่ผมเสพติดอยู่ ผมไม่พร้อมที่จะ ตจว. แต่อย่างว่า ชีวิต ต้องเป็นไปตามที่ฟ้าลิขิต ดวงชะตาฟ้าคงกำหนดไว้หมดแล้ว คำสั่ง สตช.15/2551 ลง 15 ม.ค.2551 สายฟ้า ผ่า ลงมากลางหลังหมา กลางวันแสกๆ แดดเเปลี้ยงๆ ร.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ ตำแหน่ง รอง สว.กลุ่มงานสืบสวน ศส.บช.น. ไปดำรงตำแหน่ง สวป.สภ.คำตากล้า ภ.จว.สกลนคร ![]() ไม่เคยคาดคิด ไม่มีการวิ่งเต้น แต่ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นสารวัตร เป็นเรื่องที่ดีมากๆ เรื่องนึงที่เกิดกับชีวิต นักสืบ ตัวเล็กๆ ไม่มีเส้นสาย ไม่มีเจ้านาย ไม่มีเงินทอง เป็นเรื่องที่น่ายินดี เมื่อมองจากคนทั่วๆไป เข้ามา แต่ถามใจผม ให้ผมต้องจาก สิ่งที่ผมทุ่มเม ทั้งชี้วิต เพื่อได้เป็น ได้ทำ อีกไม่กี่วัน ผมต้องอพยบ ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ผมมี กับเศษเงิน อีกนิดหน่อย ไปสกลนคร ผมทำผิดอะไรมากมาย ที่ผ่านมาผมไม่ได้เคยเรียกร้อง อยากมี อยากได้ อยากเป็นอะไร ผมขอแค่ได้ทำงาน ที่ผมรักเท่านั้น ไม่ต้องมาโปรโหมด สนับสนุน ส่งเสริมผม ก็ได้ ผมไม่อยากเป็นอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว ผมดีใจนะ ที่สวรรค์ยังมองเห็น ผมบ้าง ความดีที่เกิดจากการที่เราทำงานยังมีผลบ้าง แต่ผมบอกไว้อย่างนึงนะ ถึงแม้ผมจะต้องระหกระเหิน เร่รอ่น ลำบากขนาดไหน แต่ไม่มีใครจะห้ามไม่ให้ผมทำในสิ่งที่ผม รัก ศรัทธา ได้ ไม่มีใครเปลี่ยนใจผมได้ สายเลือดนักสืบมันซึมซับเข้าในสายเลือด แพร่ซ่านไปทั่วตัวผม โดยไม่รู้ตัว ไม่มีใครพรากความเป็นนักสืบจากผมได้ แม้ว่า วันนี้ ผู้กองเอ๋ ศส.บช.น. จะเป็นเพียงอดีตไปแล้ว แต่จิตใจผมจะเป็นนักสืบ ตลอดชีวิตรับราชการที่เหลือ อยู่ ที่สุดแล้วในอนาคต นักสืบ จะเหลือเพียงแค่ตำนาน ผมก็จะขอเป็นนักสืบแม้จะเป็น คนสุดท้าย ก็ยอม ผู้กองเอ๋ หรือ สารวัตรเอ๋ เขียน ![]() |