พิมพ์หน้านี้
|
เกือบ 3 ปีแล้วค่ะ ที่ดิฉันไม่ได้ไปเยือนเกาะเสม็ด ... เมื่อ 3ปีที่แล้ว หาดทรายแก้วยังสงบเงียบน่ายลมากกว่าทุกวันนี้ ...ร้านค้าสถานบันเทิงมากมายทำให้ดิฉันจำหาดทรายแก้วเกือบไม่ได้ โชคดีที่มีพระอภัยมณีกับนางเงือกยืนโดดเด่นให้ดิฉันรำลึกถึงความหลัง ดิฉันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า จะมีโอกาสมาเยือนเกาะแห่งนี้อีกครั้งภายในปีนี้ ....ทีแรกที่มีคนเอ่ยปากชวน ความมั่นใจที่จะได้มาเกิดขึ้นกับดิฉันเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คงเพราะความไม่แน่นอนหลายๆอย่าง ....กระทั่งดิฉันขับรถเข้าเขตพื้นที่จังหวัดระยอง ถึงตรงนั้นแหละค่ะ ดิฉันจึงมันใจว่าได้มาเยือนแล้วจริงๆ ดิฉันหาข้อมูลอยู่ไม่กี่วันจึงมีบทสรุปว่า จะเอาก้นงามๆ มานอนลงบนผืนทรายของอ่าววงเดือน ส่วนที่พัก ก็ถามความเห็นจากเจ้าของกิจการสปีดโบ๊ทตรงท่าเรือบ้านเพ นั้นแหละค่ะ ..... จากนั้นก็เช่าสปีดโบ๊ท ราคา 1200 บาท นั่งจากฝั่งมาไม่ถึง 20 นาที ลงตรงท่าเรือหลัก จากนั้นก็เช่ามอเตอร์ไซร์ ราคาวันละ 300 บาท ขี่เข้าไปในเกาะตามหาบ้านพักที่เขาแนะนำไว้ตั้งแต่ทีแรก ... เสม็ด คาบาน่า ราคาห้องพักจัดว่าสูงพอสมควร หากไม่ได้ลดเปอร์เซ็นต์ ก็ตกอยู่ประมาณ 4000 กว่าบาทต่อคืน ....บรรยากาศก็อย่างที่เห็นในภาพค่ะ
บรรยากาสหน้าหาดค่ะ ใช้กล้องซูมถ่ายจากห้องพัก
เก้าอี้เอนหลัง แอบดูฝรั่งอาบแดด ถ่ายจากหน้าห้องพักค่ะ
ร้านอาหารตรงมุมหาด อยู่ใกล้ๆกับที่พักไม่ถึง200 เมตร
ชอบจังเร๊ยยยเต่าตัวนี้ ...เล่นกันเป็นด็กๆ ก็สนุกไปอีกแบบ
บ้านพักหลังงามที่ดิฉันงีบนอนอยู่ 3 คืน
อีกฝั่งหนึ่งของอ่าววงเดือน (ยุงเยอะมาก)
นอนอยู่บนเตียงในบ้าน มองออกมาก็จะเห็นบรรยากาศแบบนี้แหละค่ะ
ยังไม่หมดความตั้งใจที่จะถ่ายรูปกับเต่า
ตากล้องจำเป็นเค้าถ่ายคร่า
ที่อ่าววงเดือนไม่มีคูฟรีเวอร์ ดิฉันเลยต้องเอาไอ้แผ่นติดแก้มแก้ปวดฟันมาติดศรีษะ ปวดหัวมากมาย กลัวไข้ขึ้น
ก่อนกลับ ถ่ายกันเป็นที่ระทึก .....
ถึงเวลาต้องนั่งสปีดโบ๊ทโต้คลื่นกลับฝั่ง
แงๆ ...หมดกันลาพักร้อนที่แสนอิ่นใจสบายกายของฉัน ถึงเวลาหันรถเข้า กทม. ทำหน้าที่ของตัวเองกันต่อไป . . . . .
หัวใจสำคัญของทริปครั้งนี้ คือใครบางคนที่ตกลงปลงใจเอาเท้าทั้ง 2 ข้างไปย้ำหาดทรายสีขาวด้วยกัน กิจกรรมดีๆ 3คืน 4 วัน ที่ดิฉันคงต้องจดจำไปอีกนาน ... เล่นน้ำทะเลกันจนปวดแสบตาและเนื้อตัว .... ขี่เจ๊สกี กันแบบกลัวๆกล้าๆ หากแต่ว่าขี่วนจนจะรอบเกาะเสม็ด ..ขี่มอเตอร์ไซร์ลงมอ (อะไรคือมอ 55+) กิจกรรมที่ดิฉันกลัวที่สุดในทริปนี้ ขอบคุณสำหรับหน้าที่ตากล้องจำเป็น ขอบคุณที่เป็นกระทรวงการคลัง ขอบคุณสำหรับหน้าที่ navigator ยึดหลักแผนที่ทางหลวง โดยไม่นึกถึงเส้นทางที่ชาวบ้านเค้าใช้กันจริงๆในชีวิตประจำวัน 555+ ขอบคุณในความไว้เนื้อเชื่อใจ ปล่อยให้ดิฉันขับรถ ตั้งหลายร้อยกิโล ขอบคุณที่ทำให้ทริปครั้งนี้ น่าจดจำไปอีกนาน ถึงวันนี้ดิฉันได้เรียนรู้อีกอย่างหนึ่งว่า.. การไม่คาดหวังอะไรกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า กลับกลายเป็นได้ผลตอบแทนกลับมาแบบเกินความคาดหมาย ....... อาจไม่มีทริปดีๆแบบนี้สำหรับดิฉันอีกแล้ว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยนิ!! เพราะอย่างน้อยๆ ความทรงจำตลอดเวลาเกือบ 10 วันที่ผ่านมา มันก็มากมายแก่การนึกถึงไปทั้งชีวิต ขอบคุณมากๆคร่า |