• madman
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sakdinon_chotsei@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 64
  • จำนวนผู้ชม : 13235
  • จำนวนผู้โหวต : 53
  • ส่ง msg :
madman
ไอ้บ้า...เพราะแมดแมนคือไอ้บ้าคนนึง
Permalink : http://www.oknation.net/blog/madman
วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน 2550
กันยายน
Posted by madman , ผู้อ่าน : 49 , 09:17:40 น.  
พิมพ์หน้านี้


 

          ตื่นค่อนข้างเช้า  ไปซื้อขนม – กับข้าว 

ผมมีกำหนดการเดินทางไปแวะเวียนเส้นทางสายน้ำตกวังใต้หนาน  ที่กิ่งอ.มะนัง จ.สตูล 

ออกเดินทางด้วยการเบียดก้นบดไหล่ในรถของพี่จ๋า ใช้เส้นทางสายแป-ระ เหนือ ทะลุเข้า อ.ควนกาหลง เลี้ยวซ้ายไปสามแยกมะนังก่อนแวะซื้ออาหาร – ขนม – น้ำ – กาแฟ และวิ่งฉิวฝ่าลมไป กิ่ง อ.มะนัง  ระยะทางจากสามแยกถึงทางแยกเข้าน้ำตกเป็นระยะทางประมาณ 28 กม. แต่การเดินทางใช้เวลาไม่มาก เพราะถนนราดยางเอื้อต่อการทำเวลา อีกทั้งยังเมตตาต่อแหนบ – โช๊คอัพ อย่างน่าขอบคุณ

          ที่สนุก คือ ถนนลูกรัง19 กม.จากทางแยกตำบลปาล์มพัฒนาถึงน้ำตก ซึ่งเพียบหลุม บ่อ – โคลน  - เลน - หิน การขับจึงเป็นไปได้เพียงระดับของการโขยก…ผมตื่นตาตื่นใจมากกับภูเขา 2 – 3 แนว ก่อนถึงทางแยกไปบ้านน้านิน เพราะมันมีรูปลักษณ์ราวกับถอดแบบมาจากกุ้ยหลิน – ซินตึ้ง , ฮั่วซัว – หัวซาน ยังไงยังงั้น…มองไปนานๆ ผมพานนึกสงสัยว่าจะมีก๊วยเจ๋ง – อึ้งย้ง และยอดฝีมือผู้เร้นกายแสวงสันโดษอยู่บนยอดเขานั่นหรือเปล่าหนอ?

          เราหยุดรถที่ป้ายบอกทางไปถ้ำ – น้ำตก – ที่ทำการฯ ครู่เดียว ก่อนเลี้ยวซ้ายขับไปอีกราวๆไม่เกิน 200 เมตรจอดรถที่ลานทรายหน้าบ้านคนแถวนั้น ( ใครก็ไม่รู้ ) และเดินเท้าตัดทุ่งหญ้า – ลำธารเล็กๆ ที่น้ำใสจนเกินใส – สวนยางพารา ซึ่งทั้งหมดเรียงตัวกันในระยะไม่มากกว่า 500 เมตร          

          ถึงบ้านน้านิน ผู้ชายผิวกาแฟแหย่นมบางๆ ผมยาวทรงกระเซิงปรกคอ หน้าตาบอกว่าอายุของน้า น่าจะอ่อนกว่าแม่แค่ไม่เกิน10ปี เหนือริมฝีปากและแนวลูกคางโปรยด้วยเส้นขนสไตล์แอ๊ด คาราบาว แกเป็นชายร่างสันทัดแข็งเกร็งด้วยกล้ามเนื้อ  และเอกลักษณ์ยากเลียนแบบของน้า คือ แขนขวาขาดเสมอข้อมือ  เป็นผลมาจากกับระเบิดในป่า สมัยที่น้านินใช้ชีวิตท่องอยู่ในนั้น ภายใต้การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนนาม “คอมมิวนิสต์ “

          น้านินรู้จักป่าผืนนี้ดี ราวกับอวัยวะชิ้นสำคัญในกางเกงที่สวมใส่  กว่า20 ปี ที่ท่องทั่วผืนไพร  ความภูมิใจของทั้งน้านิน และผู้อยู่อาศัยแถบนี้ คือ ทุกคนร่วมกันปกปักรักษาความเป็นป่าให้คงเดิมตลอดมา จากรุ่นสู่รุ่น คนสู่คน ครั้งอดีตสมบูรณ์อย่างไรวันนี้ก็เป็นอย่างนั้น

“ น้าเดินอยู่แถวนี้ตั้งแต่ปี 18 –19 โน่น “  น้านินว่าให้ฟัง

 “ มันเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเยอะไหมครับ? “ ผมถามด้วยคาดว่า ช่วงเวลายาวนานขนาดนั้น น่าจะบั่นเอาความสมบูรณ์ของป่าให้แหว่งเว้าไปบ้างในปริมาณที่น่าตกใจ  เป็นการคาดการณ์จากความจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับป่าส่วนใหญ่ของประเทศ

แต่คำตอบจากน้านินทำให้ผมแปลกใจ

“ ไม่เลย  มันเป็นของมันแบบนี้ ไม่เปลี่ยนเป็นมากขึ้นหรือลดลง เขาอยู่ได้ของเขา ถ้าไม่มีใครไปยุ่งเกี่ยว “

เคยมีบ้างที่บางคนจาบจ้วงเอาจากป่ามากเกินพอ นั่นคือ การเจาะลำต้นและใช้ไฟลนเอายางจากต้นยาง ( มีประโยชน์มากมาย ใช้ชันรอยรั่ว..โดยเฉพาะกับเรือ…นิยมกันมาก )    โดยไม่เว้นระยะให้ต้นไม้ได้ฟื้นตัวอย่างเพียงพอ    

น้านินบอกว่าเวลาที่เหมาะสม คือ 5 วัน ก่อนจะลงมือลนครั้งต่อไป ( แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นการยึดเอา 5 วันติดต่อกันยาวนาน นั่นหมายถึงชีวิตของไม้ใหญ่ต้นหนึ่งต้องจบลง ) แต่บางกลุ่มคน เล่นลนวันเว้นวัน เว้นสองวัน  การกำหนดระเบียบปฏิบัติในการลนยางจึงเกิดขึ้น โดยขอความร่วมมือจากทุกคน “ หยุด “ การลนยางไม่ว่าในกรณีใดๆ ซึ่งทุกคนก็ยินยอมด้วยดี

          เราเริ่มเดินป่ากันที่ชายป่าทางขวามือของที่ทำการฯ นอกจากผม พี่จ๋า และน้านิน แล้ว ในขบวนเดินป่า ยังมีสมาชิกแถมมาหนึ่งราย คือ “เพชร” หมาพันธุ์ไทยสีขาวปลอด น้านินบอกว่าไอ้เพชรมันเป็นหมาเสียยิ่งกว่าที่หมาควรเป็น และต้องเป็น  ไอ้เพชรไม่เห่าไม่ว่ากับคนหน้าใหม่รายไหน ยิ่งไม่ต้องพูดไกลไปถึงการกัด ขู่…หรืออะไรอื่นที่หมาแทบทั้งโลกเค้าเป็นกัน…ใครจะเป็นไงทำอะไรก็เชิญเลย เพชรเฉย…เพชรไม่ทำ…เพชรเป็นแบบที่เป็น…

          ผมมองหน้าเพชรอย่างถี่ถ้วน คิดว่าต้องมีเหตุที่ทำให้เพชรพิเศษกว่าหมาทั่วไป และเหตุนั้นต้องฝังลึกในใจเพชรอย่างน้อยก็ไม่ควรจะต่ำกว่าระดับเยื่อหุ้มหัวใจ นั่นคือรอยบากมากมายเกลื่อนกระจายทั่วหน้า หางตา หัวตา โคนหู ปลายจมูก สันจมูก …ไม่รู้ไปฟัดกับใครมาปริญญากัดศาสตร์จึงเพียบแปล้ถึงขั้นนั้น

          น้านินเดินนำ  ตามติดด้วย และพี่จ๋า เพชรคอยสลับตำแหน่งไปมาซ้าย-ขวา หน้า – หลัง พี่แกพล่านไปแทบจะทั่วป่า ผลุบโน่นโผล่นี่ ความจัดเจนในเส้นทางน่ากลัวจะห่างกับน้านินไม่กี่มากน้อย 

          การเดินสำรวจวันนี้ เรากำหนดปลายทางไว้เพียงวังกลอย ซึ่งเป็นจุดที่พักแข้งขา  จัดเป็นด่านหน้าของน้ำตกวังใต้หนาน จากจุดเริ่มเดินจนถึงวังกลอย รวมระยะทาง 2 กม. หากจะลุยไปให้ถึงน้ำตก ก็ต้องเพิ่มระยะทางเข้าไปอีก 4-5 กม. ซึ่งเราพกเวลามาไม่มากพอที่จะเดินไป – กลับได้อย่างทันดูตะวันตกดิน น้านินว่ามาเช้าปานนี้ ( ถึงบ้านแกตอน 11.40 . ) กว่าจะถึงวังใต้หนานก็ โน่น…บ่ายสามเป็นอย่างเร็ว

แล้วเราจะออกมาถึงบ้านตอนไหน?

เรื่องของเรื่องจึงสรุปว่า วันนี้เอาแค่พอรู้รสเส้นทาง 2 กม.ในป่า ความคดเคี้ยวของเส้นทาง ดินที่หนืดเหนอะ ทางชันขึ้นสูง – ลงต่ำ ของเนินเขา  เชี่ยวกรากของสายน้ำ มันวับลื่นไหลของหินก้อน แหลมคมของหนามป่า และแสยงขนจากทากน้อย ซึ่งในป่าแถบนี้ เค้าเรียกมันว่า “นาวา” ( น้านินว่าดูจากขนาดเรือนร่างที่ใหญ่-ยาวกว่าทากทั่วไป การเรียกเค้าให้เหมือนทากจากแหล่งอื่น เป็นการหลู่เกียรติสมาชิกชื่อก้องตระกูลนี้เป็นอย่างยิ่ง ) เพียงไม่กี่อย่างเท่านี้ ก็บ่งชี้ได้ชัดว่าเวลาในการฝ่าระยะ 2 กม. ในป่า จะแตกต่างจากการสลับเท้าไปมาบนผิวฟุตบาทราบเรียบตรงแน่ว ในเมืองมากขนาดไหน

          เท่าที่เห็น ต้นไม้ที่สมบูรณ์มาก มักมีขนาดเกิน 2 คนโอบ ได้แก่ ต้นยาง , หลุมพอ , ….นอกนั้นผมลืมชื่อไปบ้าง ( ทั้งที่ถามน้านินแล้ว ) ลืมถามไปบ้าง…เท่มากที่จำได้เพียงสองชื่อ…ผมได้เห็นทั้งต้นเป็นๆ และที่ทอดสังขารผุพังของกฤษณา..ไม้หอมราคาสูง ปลูกยาก หายาก โตยาก …และอีก 7 –8 ยาก อันรวมถึงรู้ยากว่าต้นไหนจะมีน้ำมันคุ้มค่ากับการลงคมมีดไปที่ลำต้น

          เห็ด…ตลอดเส้นทางมีเห็ดเพียบ สารพัดสี ส้มอ่อนไล่โทนไปจนถึงแก่  ขาวน้ำนม ขาวขุ่น น้ำตาลเกรียม  แดงไม่เกรงใจใคร …เทาหม่นหมองปนน้ำตาลเจือจาง…จนถึงบางเห็ดที่แตกทรงเป็นเส้นสายฟูฟ่องมองคล้ายเกล็ดหิมะ…เกิดมาผมไม่เคยเห็นเห็ดอะไร มีรูปร่างแหกเหล่าเถากอสุดโต่งขนาดนี้มาก่อน  ซึ่งจะว่าไป สำหรับตาของคนเขลา จะส่องเล่าให้เห็นของจริง ก็ยากยิ่งอยู่…

          ก่อนจะถึงวังกลอยประมาณ 400 เมตร เส้นทางที่ใช้เริ่มวาดแนวเลียบลำธารเป็นระยะ ภาพที่เห็นจึงสวยงามไปอีกแบบ ถัดจากทางที่วางเท้าอยู่เพียงเอื้อมด้วยวาแขนเหยียด เป็นการลากตัดของพื้นที่แทบจะ 90 องศา ต่ำลงไปรองรับด้วยลาดหินที่ทับซ้อนกันเป็นแผ่นผืน ถัดออกไปคือ สายน้ำที่ใสกว่าใส และส่งไอเย็นมาถึงเราได้อย่างน่าอัศจรรย์ ถึงช่วงนี้ หากใครใจร้อน จะลงไปไต่ทางหินเล่น ก็ยังได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยการพลาดโอกาสชมสารพัดเห็ดหลากสีสันที่เรียงรายโลมไล้สายตาอย่างไร้ปราณี

          วังกลอยอยู่ตรงหน้า เพียงสองถึงสามก้าวต่อมา ผมก็ถึงวังกลอยโดยสมบูรณ์ สัมผัสแรกใต้ฝ่าเท้าและในกรอบสายตา ระบุว่าวังกลอย คือลานทรายริมน้ำ ที่มีขนาดพื้นที่กว้างยาวใกล้เคียงกับสนามบาสเกตบอลหนึ่งสนาม ใกล้ทางลงบนผืนทราย มีไม้ยาวปักไขว้กันเป็นรูปกระโจม

          “ เอาไว้แขวนสัมภาระ สำหรับคนเดินทาง “  น้านินว่าอย่างนั้น

          ผมคิดถึงปลา พี่จ๋าบอกว่าครั้งก่อนที่มาวังใต้หนาน คณะเดินป่าแวะพักต้มน้ำชงกาแฟดื่มกันที่นี่ คนที่ชงก็ชงไป ลูกชายน้านินแวบหายไปหาปลา และเพียงสองถึงสามครู่ น้องเค้าก็กลับมาพร้อมกับปลาเฮือด ตัวโตขนาดท้องแขนชายไทย สี่ตัว พร้อมแล้วสำหรับอาหารเย็นของครอบครัวชายป่า

          นั่งเหยียดแข้งขา พอให้กล้ามเนื้อคลายตัว และสำรวจทากน้อยที่อาจติดสอยห้อยตามเรามา ถ้าพบก็จัดการปลดและปาลงน้ำไป พี่จ๋าฉากออกไปสำรวจความงามของช่วงน้ำตกที่ลดหลั่นเป็นชั้นเล็กๆ ช่วงวังกลอย ความชันของน้ำตกน้อยมากจนอาจจะเรียกว่า เป็นความชันเพียงเอนหลังนอนสบาย  ผมจัดการลำเลียงเสบียงที่พกมาด้วยออกจากเป้ มีกาแฟกระป๋อง ขนมปังกรอบ นมเปรี้ยวรสผลไม้รวม น้ำเปล่า  ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว และหมี่เหลืองผัดเผ็ด ที่เราแวะซื้อที่ตลาดสามแยกมะนัง

          แม้จะหิว และรู้สึกอร่อยกับหมี่เหลืองผัดเผ็ด แต่ลึกๆผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ – ไม่เหมาะกับการเดินป่า ไม่ว่าจะด้วยประการใดๆ  ผมจึงหยุดกิน และคุยกับคณะว่า มาป่าควรจะกินของที่หาได้ในป่า หรือของสดที่เตรียมมาเพื่อปรุงกันในป่า โดยรสชาติที่ได้ ต้องจัดจ้านและเผาพล่านไปทั้งปากคอ แกงป่า ปลาย่าง ต้มหน่อไม้สด

           40 นาทีพอดี ต่อระยะทาง 2 กม. ขากลับ มีฝนโปรยลงมาตลอดทางก็ไม่รู้ใครจะรู้สึกแบบนี้หรือเปล่า ที่ว่า... “ ฟังเสียงฝนในป่ามันเพราะจริงๆ “

          เราใช้เส้นทางอีกสายในการเดินออกมายังจุดที่จอดรถไว้    ถึงตอนนี้ความเหนอะหนืดเพิ่มมากขึ้น จากหยดฝนปนเนื้อโคลน แต่ยิ่งย่ำเดินในใจยิ่งเป็นสุข ผมรู้สึกว่าอุณหภูมิของฝน กับใจคน น่าจะลดลงจนเท่ากันได้    

ผมว่านะ ไม่แน่ว่าคนเราอุตส่าห์พูดพร่ำกับน้ำ – ฟ้า , ป่า – ทะเล

ก็เพียงเพื่อให้ได้รู้สึกว่าได้คุยกับตัวเองมากขึ้น....เท่านั้น

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
นานา วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 22.59 น.
http://www.oknation.net/blog/nana

ช่างสัมผัสธรรมชาติที่สวยงามจริงๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
นำผึ้งเดือนห้า วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 09.24 น.
http://www.oknation.net/blog/chicku

กันยายนนี้ช่างรู้สึกดีใช่ไหมล่ะคะ
ความคิดเห็นที่ 1
มุสิกะตะวัน วันที่ : 21/09/2007 เวลา : 09.22 น.
http://www.oknation.net/blog/mataharee


อรุณสวัสดิ์ 21 กันยาวันอัลไซเมอร์ สมองเสื่อมแห่งชาติ
ร่วมดูแลคนชรา บรรพบุรุษของโลกนะครับ

ความทรงจำคือทรัพยากรอันทรงคุณค่าแห่งมวลมนุษยชาติ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30