พิมพ์หน้านี้
|
สะดุดตาโฆษณาทางทีวี...ที่พ่อแม่คุยเรื่องโปรแกรมเรียนพิเศษของลูกที่โต๊ะกินข้าว คุยไปคุยมาหัวกบาลลูกก็เบ่งพองคับบ้านจนดันร่างของพ่อแม่ร่นถอยลอยติดผนัง.... ...สะใจ. .... จากโฆษณาก็มานั่งคุยกับแม่หน้าเตาแก๊สระหว่างตุ๋นเนื้อน่องลายกับเอ็นแก้วเมื่อเช้า. คุยเรื่องการเรียนพิเศษของลูกที่มีพ่อแม่คอยคุมเกม-บงการ-บังคับ-บัญชาฯลฯ อยู่เบื้องหลังแบบหายใจรดต้นคอ. แม่ว่าจะเรียนไปไหนกันนักหนา ไอ้ที่กระเตงตำราไปโรงเรียนสัปดาห์ละห้าวันนั่น มันไม่ได้ประโยชน์โภชน์ผลอะไรเลยหรือ นอกจากได้รู้ว่า....ที่ไปเรียนเช้ากลับเย็นเนี่ย...มันไม่พอสำหรับจะไปแข่งขันหางานหาเงินเยอะเยอะ ไอ้ที่ตั้งใจจะมีงานดีดี ก็คือความคิดที่มีเงือนตราค่าตอบแทนล้อมกรอบไว้เท่านั้น ก็เลยต้องเรียนพิเศษกันอยู่นั่น...ตะบี้ตะบันกันเข้าไป. จวนจนจะกลายเป็นไก่พันธุ์เนื้อประเภทเลี้ยงลัดยัดอาหารกันวันยันคืน... .... พูดจบ ผู้สูงวัยก็ถอนหายใจเฮือก. แล้วก็ย้อนวันไปสมัยที่แม่ยังรุ่น. "แม่เองก็เคยสอบตก" ประโยคนี้หลุดออกมา ด้วยแม่ไม่เข้าใจว่ามนุษย์สมัยนี้ตีค่าเลขทศนิยมสองหลักสูงกว่าความเป็นมนุษย์ไปได้ตั้งแต่เมื่อไหร่....ลูกใครที่จบเทอมด้วยเกรดเฉลี่ยต่ำกว่าสามจุดห้า มันเป็นได้แค่หมาเท่านั้นหรือ? .... ผมรู้ว่าวันนี้แม่คงมีเรื่องเล่ายาว จึงทำเพียงช้อนฟองไขมันปุดปุดในหม้อตุ๋นเนื้อไป... "เมื่อก่อน แม่เป็นผู้หยิงคนเดียวในตำบลนะ ที่ได้เรียนต่อชั้นมัธยม....ก็เข้ามาเรียนในตลาด เดินทางกันทีต้องแวะค้างคืนที่...." ....ที่แม่จุดจุดจุดไว้นั่นน่ะ...ปัจจุบันนี้คือชุมชนคึกคักแห่งหนึ่งของอำเภอเมือง...และที่บอกว่าเดินทางทีนึงต้องแวะค้างคืน...ระยะทางบนถนนสี่เลนทุกวันนี้ก้เพียงแค่ สามสิบกิโลเมตรเท่านั้น. ....อย่าว่าแต่รถยนต์หรือมอร์ไซค์...เสือภูเขาก็จ้ำไม่กี่พรวด เป็นอันบรรลุ. แต่ก็นั่นล่ะครับ ย้อนไปยุคสี่ห้าสิบปีก่อนโน้น....ถนนหนทางที่ไหนจะไปมี.... แม่เข้าเมืองมาพักกับญาติห่างห่างเพื่อเรียนต่อ ...เริ่ม ม.หนึ่ง ก็...สอบตกซะแล้ว. วิชาที่ตกก็ไม่น่าเชื่อว่า หญิงไทยวัยหกสิบหกผู้ที่ทุกวันนี้ยังตากผ้าชนิดแยกราวเสื้อ ราวกางเกง โซนชุดชั้นใน -ถุงเท้า ไม่ปะปนกัน และยังเป็นที่โจษจันเรื่องฝีมือกับข้าวคาวหวานหาตัวจับยาก...จะตกวิชางานบ้านงานเรือน. ....อ่ะ...เอากะเธอสิ. เห็นหน้าลูกงงงวยเหมือนถุกแม่หลอกเอาต่อหน้า เธอก็หัวเราะ บอกว่า "ก็ก่อนนู้น บ้านเราไม่ได้มีอะไรนี่ลูก ยายแกก็เลี้ยงแม่มาต่างกับชาวบ้านช่องชนบทด้วยกันเสียที่ไหน" ไอ้เรื่องระบ่งระเบียบเนี้ยบกริบที่เห็นทุกวันนั่น มันหลังจากแม่สอบตกคราวนั้น. ก็คนมันไม่มีพื้นมีฐานมาก่อน...เจอวิชาแบบนั้นเข้าไปก็เลยเอวังน่ะสิ....แม่ว่า. เรื่องของเรื่อง ครูที่แม่นับถือมากเรียกแม่เข้าไปคุย ท่านคงสงสัยว่าทำไมเราไม่รู้เรื่องอะไรเอาเลย... สอบถามไปมาถึงพื้นเพ....โอเค...แม่อาจจะเป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน. ...แต่ก็นั่น ...ผู้ใหญ่บ้านนะคะ..ปล่าวใช่แม่บ้าน. ยายก็เป็นเมียผู้ใหญ่...ไอ้ที่จะมามีศักยภาพด้านแม่ศรีเรือนปัดกวาดซักล้างขัดถูครบวงจรทั้งศาสตร์และศิลป์ก็จึงยังห่างไกล ไม่อาจเทียบตามระบอบระบบตรรกะอันใด. .... คนมันไม่มีประสบการณ์ทั้งตรงทั้งอ้อม... เอาไงดีล่ะทีนี้. ครูผู้เมตตา หาช่องให้แม่ได้สอบผ่านวิชางานบ้านฯด้วยการเสนอให้แม่ได้ไปพักกับเพื่อนร่วมชั้นของแม่คนหนึ่ง...ซึ่งมีบ้านช่องใหญ่โตโอฬาร....สมอัครฐานลูกสาวผู้สืบสายเจ้าเมืองเก่า. .... จังหวะเวลาโอกาสลงตัว แม่ก็เลยได้ย้ายไปพักกับเพื่อนคนนั้น. จึงกลายเป็นว่า เพราะแม่สอบตกแท้แท้. แม่จึงได้มาทั้งเพื่อนรักที่คบหากันมาจนทุกวันนี้...ได้ทั้งโลกทัศน์ใหม่ใหม่...และที่เหนืออื่นใด. แม่ได้รับความรักและเอ็นดูจากแม่บุญธรรม...เจ้าของบ้านหลังใหญ่ ที่แม่เล่าให้ฟังว่า เข้าไปวันแรก บรรยากาศมันข่มจนแทบหอบผ้าเผ่นกลับบ้าน...ไม่รงไม่เรียนมันแหล่ว.... ....จากนั้น วันเวลาตลอดจนบุคคลในรั้วบ้านใหม่ก็ค่อยค่อยหล่อหลอมแม่ให้กลายเป็นผู้หญิงที่ถึงพร้อมทั้งงานบ้านและงานเรือน.... คราวนี้ อย่าว่าแต่จะสอบผ่านเลย...ร่ำร่ำจะร่างหลักสูตรเองเสียด้วยซ้ำไป...ว่าเข้านั่น. ....และเพราะสอบตกวันนั้น เวลาต่อมา แม่จึงได้รับโอกาสเดินทางเข้ากรุงเทพ และกลับมาทำงานที่บ้านเกิด. ในนามของศิษย์เก่าวชิรพยาบาล... ถ้าเผอิญตอนนั้นสอบผ่าน...ตอนนี้ก็ไม่แน่ ว่าแม่จะไปทำอะไรอยู่ที่ไหนเหมือนกัน....เพราะคงไม่ต้องย้ายบ้านย้ายที่อยู่ ...ก็อยู่กับญาติที่พ่อมาฝากต่อไป...โอกาสได้พบกับสิ่งแวดล้อมใหม่ รวมถึงได้มีแม่บุญธรรมที่สุดประเสริฐก็คงไม่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตของแม่เป็นแน่แท้. .... เนื้อตุ๋นเอ็นตุ๋นในหม้อหอมชวยได้ที่...แม่ก็จึงจบเรื่องเล่าเช้านี้เพียงเท่านั้น. ...ก่อนจะหอบตะกร้าผ้าไปตาก แม่ยังฝากถ้อยแว่วมา...ว่า จะเคร่งเครียดไปทำไมกันนักหนา...กะแค่ผลสอบ...คนเราบางทีมันก็ต้องเคี่ยวไปค่อยค่อย ตุ๋นไปเรื่อยเรื่อย ใจเย็นเย็น...เดี๋ยวก็อร่อยเองเหมือนของในหม้อนั่นไง. ...โย่ว. |