พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดี สวัสดีทุกชีวิตแถวนี้...วันนี้ชีวิตคุณเป็นไงบ้าง? .... ผมกลับจากไปทำหน้าที่น้าชายที่ดี...ที่น่ารัก เสร็จเรียบร้อยแล้วในงานวันรับพระราชทานปริญญาบัตร ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี.... ดีใจและเหนื่อยครับ...พูดได้แค่นี้เอง ถ้าจะให้บอกว่าทั้งหมดทั้งมวลที่ไปงานวันนั้นมารู้สึกอย่างไร. ...ไปไปมามา ผมที่ไปในฐานะตากล้องก็ได้ไปอย่างสมฐานะจริงจริง เพราะลืมรองเท้าผ้าใบไว้ที่บ้าน เหลือแค่รองเท้าแตะพื้นแข็งสุดโหดคู่เดียวที่ใส่เดินทาง...ก็ช่างเหอะ นะ...ตากล้องนี่นาไปถ่ายรูปไม่ใช่ไป ถูกถ่ายซะหน่อย.. .... ตอนไปถึงที่พัก หลานชายบอกไว้ว่าพื้นที่ที่นี่(ราชมงคลฯ)กว้างขวางไม่ใช่เล่น...เผลอเผลอจะถึงขนาดเดิน ไม่ได้ไปไม่เป็นเอานะ...ถ้ายังวางใจไม่ไปซื้อรองเท้าเสียใหม่. ก็ธรรมดาอยู่ล่ะ เรื่องดื้อแพ่งดื้ออาญา...มันเหมือนถูกท้าทาย. ผมก้เลยไม่ได้ซื้อรองเท้าใหม่. เพราะมั่นใจว่า แค่ไม่กี่ร้อยไร่ สบายว่ะหลานเอ๋ย... ....แต่ก็นั่นล่ะครับ. เอาเข้าจริง ที่ก่อปัญหาไม่ใช่ขนาดเอเคอร์ในรั้วราชมงคลแต่อย่างใด หากมันมาในรูป ของรองเท้าสุดแข็งที่บอกไว้แต่ต้นนั่น. มันทั้งด้านทั้งดื้อ ไม่ยอมอำนวยอวยชัยให้การเดินตามบัณฑิตเป็นไป อย่างราบรื่นเลย...ทั้งกัดแทะแงะงัดเท้าทั้งสองข้างของผมจนระบบบวมถ้วนทั่ว. ...จนเมื่อย่ำค่ำ ในร้านอาหารข้างสถาบันที่หลานกะแฟนและเพื่อนเพื่อนรวมทั้งผมมาเลี้ยงฉลองกัน ที่อยากได้มากที่สุดไม่ใช่เบียร์เย็นเย็นเช่นทุกคราว แต่ใจมันร้องหาน้ำอุ่นจัดจัดสักกะละมังมาแช่เท้า มากกว่าอื่นใด. ...ไม่น่าเชื่อว่ามันทั้งแสบร้อนได้เพียงนั้น จนกระทั่งแค่ได้ถอดรองเท้าให้ผิวเปลือยเปล่าได้ผึ่งลมยังรู้สึก ถึงความสบาย... เฮ้อ.... .... โดยรวมก็คึกกันตั้งแต่แสงแรกแทงข้ามขอบฟ้ามาแล้วล่ะครับ บัณฑิตยังไม่เท่าไร แต่ญาติญาติรวมถึง ผองเพื่อนทั้งหลายนั่นสิ. อย่างกับเป็นเทศกาลแห่งชีวิตก็ปาน... พี่สาวของผมบอกว่าตอนแรกน่ะ...ไอ้ลูกชายตัวแสบมันไม่ยอมมารับ อ้างว่าเดี๋ยวแม่จะเปลืองตังค์ เพราะ น้องชายก็เพิ่งรับไปเมื่อไม่นานเดือนมานี่เอง. "ตังค์กู...กูเสียเอง...ตอนส่งมึงเรียนเปลืองกว่านี้อีก...ทะลึ่งมากลัวเอาตอนนี้ทำไม?" ....เอ่อ...จริงจริงพี่ ไม่ได้พูดแบบนี้กับลูกหรอกครับ. เพื่อเอาบรรยากาศน่ะ...ขออนุญาตปรับคำสักนิดแล้วกัน. ...เรื่องจึงได้มาถึงคลองหกกันในวันนั้น. พร้อมภาพยิ้มโตโตของพ่อแม่แบบนี้ แอ็คชั่นน่าชื่นใจอย่างนี้ หรือ....ภาพนี้.ที่ถ่ายกับ (ว่าที่) แม่(คุณ)ในอนาคต...อันใกล้. พูดถึงเรื่องเปลืองค่าใช้จ่าย...ขอย้อนไปวันที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์หาดใหญ่ ที่หลานคนเล็กรับไป เมื่อราวเดือนกย.ที่ผ่านมา. มีเพื่อนคณะคนหนึ่งของหลานมีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะก่อนจะถึงกำหนดรับฯไม่นานนัก พ่อกับแม่ของเขาถูกโจรใต้ยิงเสียชีวิตทั้งคู่....ที่จ.ยะลา เหลือไว้แค่ลูกชายคือเพื่อนของหลานคนนั้นกับน้องสาววัยเจ็ดขวบของเขา...เผชิญชีวิตลำพัง. บัณฑิตจบใหม่ยังอยู่ในช่วงเวลาหางาน...จึงเคว้งคว้างหาทางไปไม่เจอ...อย่าว่าแต่เรื่องจะใช้จ่ายใน วันงานเลยครับ. แค่จะปรับตัวปรับหัวใจให้รับสภาพได้ก็แทบเอาตัวไม่รอด. แต่ก็ต้องสู้เพื่อน้องตัวเล็กเล็ก ที่เหลือกันอยู่เพียงเท่านี้. และก็แน่นอนว่าเขาเองก็หอบน้องเข้ามาหาดใหญ่...ได้งานทำ...ดูแลกันไป แต่ก็นั่นล่ะ..จะไปเอา เงินทองจากไหนมาสำรองจ่ายในวันที่ควรจะเป็นวันแห่งความภาคภูมิใจอย่างที่สุดของพ่อกับแม่. ความหวังอะไรไม่มีเหลือแล้วตอนนั้น. ... ยังดีที่เขามีเพื่อน... หลานเล่าให้ฟังว่า เพื่อนเพื่อนร่วมรุ่นทุกคนช่วยกันอออกตังค์สมทบทุนให้เพื่อน ใครมีมากให้มาก มีน้อยให้เท่าที่พอให้ได้. ...ในที่สุด บัณฑิตประมงรุ่นนั้นก็มากันครบคน. .... ผมฟังเรื่องนี้ไปพลางระหว่างเดินตามบัณพิตไปถ่ายภาพ...โดยไม่รู้สึกเลยว่าตัวเองทั้งร้อนทั้งเหนื่อย หรือกำลังระบมฝ่าเท้า... .... กลับมาที่ราชมงคล. ผมเห็นครอบครัวหนึ่งนำภาพถ่ายของผู้วายชนม์มาร่วมเก็บภาพแห่งความทรงจำในงานด้วย... น่าจะเป็นการทำสิ่งดีดีเพื่อคนอันเป็นที่รัก...อีกครั้ง. แม้จะมีบางสิ่งมาขวางกั้นไว้ก็ตาม. .... มีอย่างหนึ่งที่ผมเองเพิ่งมีโอกาสเห็น คือ การบูม. ...น้องน้องจะกรูกันเข้ามาเป็นแก็งค์...พร้อมเสียงร้อง..." ล้อมพี่บัณฑิต..." จากนั้นก็....สารพัดกระบวนท่า ที่มาพร้อมเพลงที่ฟังไม่เป็นเพลงเอาเลย แต่มันโคตรก็มาเป็นระลอกระลอก... น่าประทับใจมากครับ เพราะผมไม่เคยสัมผัสกับบรรยากาศพี่น้องแบบนี้มาก่อน. ถึงจะมารู้ทีหลังว่า พี่พี่บัณฑิตต้องให้ซองน้องน้องเป็นของขวัญกำนัลกันบ้าง...ก็เข้าใจว่ามันคือกฎแห่งกรรมดีดีนี่เอง. ...เพราะก่อนนี้ หลานชายกระซิบว่าเขาเองก็ได้มาเป็นกอบเป็นกำจากการล้อมพี่แบบนี้แหละ...ถึงเวลา ใช้คืนก็ต้องรับไป...ฮ่า. บูมเสร็จก็....เพื่อความสมบูรณ์ของกระบวนการงานบูม... ... หลุดจากน้องน้องแล้วก็ไปถ่ายกันต่อครับ. คิวจุดนี้แน่นมากมาก.ขนาดต้องแหวกประชาชนเข้าไปกันเลย... ...แต่ภาพนี้...ไม่มีคำบรรยายครับ. ... จบจากงานวันนั้น...ผมถึงรู้สึกเห็นด้วยกับคำที่ว่า รับปริญญาครั้งไหนก็ไม่สำคัญเท่าตอนจบป.ตรี หรอกนะ...เพราะความทรงจำครั้งแรก...ประทับแน่นในใจ...เสมอ. .... โย่ว.
|