วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม 2551
โธ่...........พระเจ้าอะไรกันเนี่ย
Posted by
อรจัง
,
ผู้อ่าน : 100
, 11:22:23 น.
| หมวดหมู่ :
สุขภาพ
พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีค่ะ วันนี่เราอุตส่าห์เข้ากูเกิ้ลหาข้อมูล เรื่อง ชาไข่มุก เพราะอยากเปิดร้านขาย แต่ที่ไหนได้ ดันไปเจอบทความนี้ซะก่อน กลัวค่ะยอมรับเลย ตอนนี้ชั่งใจอยู่ค่ะ เอาไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจใครหลาย ๆ คนนะค่ะ หัวข้อ : ชาไข่มุก... หยุดลมหายใจ ข้อความ : > > ปุ๊ ! เสียงหลอดกาแฟอันโตกระแทกเจาะฝาครอบแก้วชาไข่มุก > > > เศษฝาพลาสติกแผ่นกลมขนาดเท่าปลายหลอดตกลงสู่ก้นแก้ว > > > ฉันดูดเครื่องดื่มสุดโปรดอย่างหิวกระหายและกระดกแก้วกินน้ำแข็งจนเกลี้ยงตาม > > > ความเคยชิน > > > > > > เมื่อจะทิ้งแก้วลงถังขยะ > > > ฉันแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่เห็นเศษฝาพลาสติกอยู่ในแก้วเหมือนทุกคราว > > > แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก > > > > > > สักพักรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ติดอยู่ในคอ > > > แม้จะพยายามล้วงและดื่มน้ำมากๆ เพื่อให้ > > > อาเจียน แต่สิ่งนั้นก็ไม่ยอมหลุดออกมา ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เริ่มติด > > > ขัด อาจารย์และเพื่อนๆ จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล > > > > > > เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หลังจากรอหมออยู่เกือบสองชั่วโมง > > > หมอก็ให้ลองกลืนน้ำดูปรากฎว่ามีสิ่งแปลกป > > > ลอมติดอยู่จริง ตามด้วยการเอกซเรย์ ซึ่งสูณเปล่า > > > เพราะไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมนั้นเลย จึงตัดสินใจ > > > ให้วางยาสลบเพื่อส่องกล้องตรวจหาต้นเหตุ > > > ระหว่างนั้นฉันยังรู้สึกตัวดีอยู่ทุกอย่าง จนกระทั่งหลังวางยาสลบ > > > > > > ท่อส่องทางเดินอาหารขนาดใหญ่ประมาณท่อประปาขนาดเล็ก > > > สอดจากปากผ่านลงไปตามทางเดินอาหาร > > > แต่ไม่รู้ด้วยโชคร้ายของฉันหรือด้วยความประมาทเลินเล่อของใคร > > > แทนที่เจ้าท่อนี้จะเป็นอุปกรณ์ในการตรวจเพื่อช่วยชีวิตฉัน > > >หลังการตรวจมันกลับทำให้ฉันรู้สึกปวกแน่นหน้าอกและหลังอย่างสุดจะบรรยาย > > > เมื่อฟื้นจากยาสลบแม่บอกว่าฉันปากซีด ตัวเขียว > > > และไข้ขึ้นผิดกับเมื่อตอนก่อนส่องกล้องราวกับคนละคนจน > > > แม่ใจหาย รีบตามหมอกลางดึก > > > > > > การกลืนแป้งเพื่อเอกซเรย์เริ่มขึ้น ผลปรากฎว่า หลอดอาหารทะลพื่อุ > > > ต้องผ่าตัดด่วนแต่แม่ไม่มีเงิน อย่าว่าแต่ค่าผ่าตัดที่สูงลิบลิ่วของโรง > > > พยาบาลเอกชนเลย > > > แม้แต่ค่าตรวจทั้งหลายก่อนหน้านี้ ที่เกินวงเงินการประกันอุบัติเหตุของนัก > > > ศึกษา เพียงไม่กี่พันบาท แม่ก็ไม่มีทางโรงพยาบาลจึงขอยึดบัตรประชาชนของแม่ไ > > > ว้เพื่อเป็นหลักประกันให้แม่หาเงินส่วนเกินมาชำระในภายหลัง > > > > > >หมอที่ส่องกล้องแนะนำให้ย้ายฉันไปโรงพยาบาลรัฐบาลที่เขาประจำอยู่แต่แม้จะ > > > เป็นโร > > > งพยาบาลรัฐบาลก็ต้องคุยกันเรื่องค่าใช้จ่ายเช่นกัน > > > แม่จึงวิ่งวุ่นติดต่อเรื่องใช้สวัสดิการบัตรประกันสุขภาพ 30 บาท > > > กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเที่ยง นั่นแหละฉันจึงได้รับการผ่าตัดแ > > > > > > การผ่าตัดใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง > เพราะรอยทะลุที่หลอดอาหารอยู่ใกล้ปอด > > > น้ำย่อยจะไหลเข้าไปในปอดซึ่งอันตรายมาก > > > หมอต้องผ่าตัดเปิดซี่โครงจากราวนมด้านซ้ายไปจนถึงสันหลังอีกข้าง > แต่ถึง > > > อย่าง > > > นั้นก้ยังไม่สามารถซ่อมแผลได้หมด > > > เพราะแผลในทางเดินอาหารเป็นทางยาวจากต้นคอถึงกระเพาะ > > > ยาวถึง 30 เซนติเมตร > > > > > > สามวันหลังผ่าตัด ฉันลืมตาขึ้นมาพร้อมสายระโยงระยางเต็มตัว > > > ทั้งสายจากจมูกทั้งสองข้างเพื่อเอาน้ำย่อยในกระเพาะออกมา > สายที่ไว้ดูด > > > น้ำมูก น้ำลาย > > > สายที่ต่อจากบริเวณซี่โครงที่ผ่าตัดเพื่อเอาเลือดจาก > > > แผลออกมา สายให้เลือด สายน้ำเกลือ > > > > > > สิบเอ็ดวันที่อยู่โรงพยาบาลเต็มไปด้วยความเจ็บปวด > > > กินอาหารไม่ได้อยู่เป็นอาทิตย์ยิ่งเวลานอนจะรู้สึกท > > > รมานเพราะเจ็บที่บริเวณแผลผ่าตัดเป็นที่สุด > > > หมอที่ส่องกล้องซึ่งช่วยหาหมอผ่าตัดให้มาสารภาพในภายหลัง > > > ว่าแผลในทางเดินอาหารที่ยาวเหยียด > > > เกิดจากการส่องกล้องไปดันเอาเศษแผ่นพลาสติก > > > ซึ่งติดอยู่ที่ระหว่างหลอดลมและหลอดอาหารให้ครูดบาดไปตลอดทางเดินอาหาร > > > > > > แต่อย่างไรเขาก็ติดต่อหาหมอผ่าตัดที่เชี่ยวชาญให้ > > > และเป้นความผิดพลาดที่เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ > > > > > > ชีวจิต > > > > > > กรุณาช่วยส่งต่อเพื่อนๆ พี่ๆ เพื่อเตือนภัยคนที่เรารักและเป็นห่วงนะคะ
กินชาไข่มุก แก้วต่อไป ระวังนะคะ
จาก : สมิงพระพาย - 11/03/2003 08:53 ชอบคุณบทความดีดีจาก http://board.dserver.org/s/suppadit/00000263.html อ่านแล้วกลัวมากค่ะจะเปิดร้านขายหน้าบ้านก็ยังไม่แน่ใจ และยังหาสูตรทำไม่ได้เลยค่ะ หากใครจะแนะนำอะไร ยินดีรับฟัง ค่ะ ................................. อึ๋ยยยยยยยยยยยยยยส์ขนลุกเนอะว่ามะ?........................... รักเสมอแม้ฝนจะตกต้องไม่ค่อนจะตามฤดูกาลค่ะ อรจัง(ใจนักสู้ค่ะ)
|