พิมพ์หน้านี้
|
ข่าวการโจรกรรม ปี่ พระอภัยมณี ประติมากรรม ลานอนุสาวรีย์สุนทรภู่ ตำบลบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง กลายเป็นข่าวครึกโครม ตามด้วยการลักลอบตัดแขนทวารบาลและพญานาคที่ปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ สองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงสำหรับคำว่า จิตสำนึกสาธารณะ เป็นอย่างมาก ที่ว่าน่าห่วงเพราะสิ่งของเหล่านี้เป้นของสาธารณะ หรือสมบัติส่วนรวม ก่อนหน้านี้ที่เห็นข่าวการขโมยน๊อตตามเสาไฟฟ้า คราวนี้คืบคลานมายังโบราณสถานแล้ว พระอภัยมณี เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของสุนทรภู่ที่แสดงพลังภูมิปัญหา ความรู้ อย่างมหาศาล ในคลังสมอง ยากที่กวีคนใดจะทำได้ในยุคนั้น เพราะ นิทานจักรๆ วงศ์ๆ ต้องมีเจ้าชาย โอรส กษัตริย์ เมืองใดเมืองหนึ่งเดินทางเข้าป่าเพื่อศึกษาศิลปศาสตร์ (คือ Art) ทั้งหมดรวม 18 วิชา กับพระฤๅษี เมื่อจบแล้วก็กลับไปเป็นกษัตริย์แทนบิดา พระอภัยมณี ของ สุนทรภู่ ที่พระอภัยมณีเรียนวิชาดนตรีเป่าปี่อย่างเดียว และศรีสุวรรณเรียนวิชาอาวุธกระบี่กระบองอย่างเดียว ปี่ เป็นเครื่องดนตรี ดนตรีอาจจะหมายถึงรสนิยมทางปัญญา สุนทรภู่ ให้พระเอกเป่าปี่แทนที่จะถือดาบจับหอกอย่างพระเอกผู้ชาญการณรงค์สงคราม แต่กลับใช้ปี่เป็นอาวุธ (ทางปัญญา) กรณีนี้ สุนทรภู่ น่าจะได้อิทธิพลจาก นิยาย ไซฮั่น ที่มีการแปลก่อน กรมพระราชวังหลังทิวงคต ทองแถม นาถจำนง อธิบายไว้ในหนังสือ วรรณคดีในหนังสือพิมพ์ สำนักพิมพ์สุขภาพใจ จัดพิมพ์ ไว้ว่า ตัวเอกในเรื่องพระอภัยมณีคือตัวพระอภัยมณีเป่าปี่กับศรีสุวรรณตีกระบองนั้นมีเค้ามูลมาจากเรื่องไซฮั่นส่วนเนื้อหาในแง่ต่างๆ พบว่ามีเค้ามูลมาจากสามก๊กมากกว่า ก่อนอื่นขอฉายหนังเรื่องเก่าเรื่องเตียวเหลียง พระอภัยฯ กับ ฌ้อปาอ๋อง ศรีสุวรรณ ก่อน สุนทรภู่คิดให้พระเอกชำนาญการเป่าปี่แปลกกว่านิทานจักรๆ วงศ์ๆ อื่นๆ สงสัยจะได้จินตนาการมาจากเตียวเหลียงเป่าปี่ใน นิยายไซฮั่น ต้องเน้นคำว่านิยาย ก็ที่เรียกๆ กันมาว่าหนังสือพงศาวดารจีนนั้น ความจริงมันเป็นนิยายทั้งนั้น เป็นเรื่องแต่งอิงประวัติศาสตร์ เป็นหนังสืออ่านเล่น ดังนั้นจึงต้องแปลงเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์ให้สนุกสนาน อ่านเอาบันเทิง ไม่ใช่หลักฐานอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ จุดใหญ่ใจความของเรื่องไซฮั่นก็คือการต่อสู้แย่งชิงอำนาจหลังจากสิ้นจิ้นซีฮ่องเต้แล้ว วีรบุรุษทั้งหลายสู้กันไปสู้กันมา ก็เหลือแคนดิเดทอยู่สองคนคือห้างอี๋กับเล่าปัง ห้างอี๋ต่อมาได้เป็นฌ้อปาอ๋องเป็นก๊กอิสระแล้วถูกจิ้นซีฮ่องเต้ตีได้ ส่วนเล่าปังต่อมาได้เป็นฮั่นอ๋อง สองคนทำสงครามชิงอำนาจกันกระทั่งในสมรภูมิสุดท้าย ฌ้อปาอ๋องเพลี่ยงพล้ำถูกฮั่นอ๋องล้อมไว้ เตียวเหลียวเสนาธิการของฮั่นอ๋องเสนอแผนการเอาชนะโดยไม่ต้องสูญเสียกำลังมากนักดังนี้. เตียวเหลียวจึงเล่าให้ฮั่นสินฟังว่า เมื่อน้อยข้าพเจ้าเที่ยวไปถึงเมืองแหฝือพบผู้วิเศษคนหนึ่งชำนาญเป่าปี่แก้ว ถ้าผู้ใดได้ยินเสียงปี่แล้วก็ให้คิดสลดใจนัก ถึงมาตรว่าผู้ใดน้ำใจกระด้างดุจหนึ่งเหล็กแลศิลาก็มิอาจแข็งขืนอยู่ได้ แต่คนผู้นั้นมักพอใจเสพสุรานัก ข้าพเจ้าก็ปรนนิบัติให้ชอบน้ำใจจึงเข้าร่ำเรียนวิชาอันนี้ได้ แล้วเตียวเหลียงก็อาสา ครั้งนี้ข้าพเจ้าก็เห็นเป็นหน้าใบไม้หล่นลมพัดเสมออยู่ เวลากลางคืนพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะขึ้นไปเป่าปี่แก้วอยู่บนเขาเกถีสัว ให้ได้ยินมาถึงเขากิวลิสารจะให้ทหารฌ้อปาอ๋องทั้งปวงนั้นมีน้ำใจสลดลงรำลึกถึงบ้านช่องของตัว ทิ้งฌ้อปาอ๋องเสียให้จงได้. ในเรื่องไซฮั่น นั้น ฌ้อปาอ๋อง เป็นผู้มีฝีมือทางเพลงกระบองไม่มีผู้ใดเสมอ ทั้งตัวละครเอกในพระอภัยมณี ของสุนทรภู่ จึงน่าจะได้อิทธิพลจากวรรณกรรมจีนชุนนี้ เรื่องเกี่ยวกับพระอภัยมณี มีหลายคนทำมามากมาย ทั้งเรื่อง ภูมิศาสตร์สุนทรภู่ ของ กาญจนาคพันธุ์,สุนทรภู่ มหากวีกระฎุมพี ของ ศาสตรจารย์ ดร. อีกเล่มถือว่าสำคัญ พระอภัยมณีมาจากไหน? ของ ศาสตราจารย์ ดร. สุนทรภู่ถูกมองว่าเป็น กวี อยู่ด้านเดียว สุนทรภู่ ไม่ใช่ กวีอาชีพ อย่างที่เข้าใจกัน สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ในการสร้างผลงานกวีร่วมสมัยในยุคนั้น และไม่ต่างไปจาก สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ในยุคนี้ กวี คือผลผลิตหนึ่งที่เกิดจากสังคม โดยอาศัยการนำเสนอผ่านงานเขียนที่เป็นรูปแบบนิยม ในยุคหลังคือ กลอนตลาด โดยเฉพาะ สุนทรภู่ ที่เอาประสบการณ์จริงผสมกับจินตนาการมาสนองในผลงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิราศ หรือบทละคร เสียดายหากอันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว ก็เป็นปรัชญาการศึกษาสืบจนปัจจุบัน แต่ละสาขาวิชาเลยไม่เกี่ยวข้องกัน ต่างคนต่างอยู่อย่างไม่เป็นมิตร ดังที่เห็นๆ และรู้ทั่วกัน ปล.บทความนี้ผมเขียนลงใน สยามรัฐรายวันฉบับ วันอาทิตย์ที่ 25 พค.ที่ผ่านมานนามปากกาผู้สื่อข่าวบ้านไพร จึงเอามาลงอีกครับ |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |