พิมพ์หน้านี้
|
หน้าฝนอย่างนี้ ถ้ามีโอกาสได้ทานพืชผักผลไม้ตามฤดูกาลและตามท้องถิ่น จะได้ทั้งบรรยากาศ รสชาติที่อร่อยและมีคุณค่าทางอาหารเป็นอย่างยิ่ง เมื่อไม่กี่วันก่อนผมมีโอกาสขึ้นเหนือ หลังเสร็จธุระในช่วงหัวค่ำแล้ว โดยส่วนตัวที่นิยมอาหารพื้นบ้านตามท้องถิ่น อดไม่ได้ครับที่จะต้องเข้าตลาดเพื่อแวะหาดูเห็ดชื่อดัง ที่ว่ากันว่าเป็นเห็ดสุดยอดแห่งความอร่อย ในรอบปีจะออกมาช่วงเดียวคือช่วงหน้าฝนซึ่งชาวบ้านจะไปเก็บจากป่านำมาขาย นั่นคือ เห็ดเผาะ หรือเห็ดถอบ เห็ดสมุนไพร รสเย็นหวาน บำรุงกำลัง แก้ช้ำใน มีรูปร่างกลมๆ มีสีน้ำตาลปนดำ แต่ราคานี่ อื้อ...ต้องบอกว่า แพงมาก เมื่อเทียบกันกับอาหารท้องถิ่นอื่นๆ โดยแม่ค้านำใส่กระป๋องขนาดประมาณ 2 เท่าของกระป๋องนมข้นทั่วไป ขายกระป๋องละ 150 บาท แต่คงเห็นผมลังเลที่จะซื้อ ก็ลดให้เหลือ 130 บาท ที่ลังเลไม่ใช่อะไรหรอกครับ หากเพราะคิดว่าซื้อมาแล้วจะไปทำครัวที่ไหนดี ก็เราเป็นแค่คนเดินทาง แต่ด้วยความที่เคยลิ้มชิมรสมาครั้งหนึ่งเมื่อ 2 ปีก่อนแล้วติดใจ จึงซื้อใส่ถุงเก็บใส่ไว้ท้ายรถก่อน เรื่องทำครัวไว้ว่ากันทีหลัง
"เห็ดเผาะ" ภาพประกอบจาก http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D5394602/D5394602.html เห็ดเผาะ เป็นเห็ดมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองตามป่าภาคเหนือและอีสาน และจะเกิดในความชื้นที่เหมาะสมพอดิบพอดี จึงเป็นของป่าหายาก ราคาแพง แม้รูปร่างหน้าตาจะดูขี้ริ้ว แต่เมื่อผ่าดอกเห็ดออกแล้วจะเห็นเนื้อในเป็นสีขาวผุดผ่อง เนื้อนุ่มน่าทาน สามารถนำมาดัดแปลงทำอาหารได้หลายหลาก ที่ผมเคยทาน 2 ปีก่อนกับชาวเหนือนั้น เขาแค่ต้มสุกแล้วจิ้มกับน้ำพริกดำ แค่นั้นผมก็ติดใจแล้วล่ะ เมื่อซื้อมาแล้ว ก็หมายมั่นปั้นเหมาะว่า พรุ่งนี้แหละจะบริโภคซะให้หนำใจ แต่เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเดินไปที่รถ ก็ได้กลิ่นเน่าอะไรทะแม่งๆ พอเปิดท้ายรถออก โอ้โฮ.. แทบผงะ .... กลิ่นเห็ดเผาะที่อบอยู่ในถุง ... เหม็นตลบอบอวลกระจายรอบรถเลยครับ ยอมรับว่าคิดไม่ถึงจริงๆ เพราะปกติเห็ดทั่วๆ ไปที่คนภาคกลางอย่างผมรู้จักนั้น จะมีความทนทานภูมิอากาศในระดับหนึ่ง ช่วงอากาศเย็นๆ อย่างหน้าฝน น่าจะอยู่ข้ามคืนได้ แต่สำหรับเห็ดชนิดนี้ต้องยกเว้นไว้ครับ อย่างที่บอกว่าเป็นเห็ดที่เก็บจากป่าและเกิดได้ต้องมีอากาศกับความชื้นที่เหมาะสม ถูกเด็ดมาจากป่าเข้าเมืองมาขายไม่ทันข้ามคืน หนอย..ถึงกับส่งกลิ่นเน่าอบอวลเลย ... อย่างนี้ต้องเรียกว่า เห็ดเวอร์จิ้น สุดยอดแห่งความบริสุทธิ์จริงๆ ... ปล. ในช่วงปีสองปีมานี้ ผมเห็นสื่อต่างๆ ได้เสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเห็ดเผาะ : วิธีใส่เชื้อเห็ดเผาะให้กล้าไม้ตระกูลยางนา ด้วยเหตุที่ว่าราคาสูง เป็นที่จูงใจให้คิดหาทางผลิตดอกเห็ดออกจำหน่ายต้นฤดูฝน แต่เห็ดชนิดนี้เป็นกลุ่มเห็ดเอ็คโตไมคอร์ไรซ่า เส้นใยอาศัยของเหลวขับออกมาจากรากพืช ส่วนหนึ่งได้จากการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุในดิน หากจะผลิตดอกเห็ดจากการเพาะเลี้ยงใยเห็ดโดยตรงยังทำไม่ได้ ต้องปลูกต้นไม้ที่เห็ดชอบ ให้มีต้นไม้มากๆเพื่อให้มีรากมาก ใส่เชื้อเห็ดลงไปที่รากไม้ ให้ไปอยู่อาศัยร่วมกันแล้วไปเกิดเห็ดในต้นฤดูฝน ข้อมูลตรงนี้เป็นข้อมูลวิชาการที่รวบรวมจากสื่อต่างๆ ไม่ใช่ข้อมูลหวงกันเป็นส่วนตัว คงไม่ผิดมารยาทที่จะนำมาสรุปคร่าวๆ ในที่นี้นะครับ ต้นพืชอาศัยของเห็ดเผาะคือ เต็งรัง ยางนา เหียง กุง พลวง เคี่ยม ตะเคียน พะยอม จันทน์กระพ้อ พันจำ และไม้อื่นๆในตระกูลยางนา ไม้นี้ผลแก่ในฤดูร้อนต่อกับต้นฝน ลูกยางมีปีกพอร่วงหล่นก็หมุนแบบควงสว่านไปได้ไกลๆ รีบเก็บมาเพาะลงดินในถุงชำ รดน้ำให้ชื้นเสมอ ถ้าใช้ดินผสม 10 ส่วน คลุกกับตัวอุ้มน้ำหรือโพลิเมอร์ที่แช่น้ำพองเต็มที่แล้ว 1 ส่วน ต่อไปไม่ต้องรดน้ำมาก และต้นกล้าโตรวดเร็วดี เมื่อมีเห็ดเผาะขายในตลาด ให้ซื้อมาเลือกเม็ดเห็ดแก่ๆ เอามาผ่าซีกจะเห็นผงสปอร์สีน้ำตาลดำอยู่ข้างใน ขยำกับน้ำจำนวนมาก แล้วนำน้ำสปอร์เห็ดไปหยอดที่โคนต้นกล้าครั้งละ 2-3 ช้อนแกง ต่อมามีเห็ดขายอีกนำมาทำน้ำสปอร์เห็ดหยอดซ้ำอีก สปอร์เห็ดงอกเป็นใยเห็ดเจริญพันรอบๆ ราก ช่วยหาอาหารและน้ำให้ราก ต้นกล้าจะเจริญเร็วขึ้น 100 300% ของต้นไม้ที่ไม่มีเห็ดราที่ราก เมื่อนำไปปลูกอีก 3-5 ปีก็เริ่มมีเห็ด และเกิดทุกปี ตลอดชีวิตของต้นไม้ ... หากใครต้องการทำเป็นอาชีพอย่างจริงจัง มีทำเลพื้นที่ดีๆ ก็ทำเลยนะครับ เผื่อว่าราคาจะถูกลงมา และผมจะได้ซื้อหาทานได้จากที่ใกล้ๆ ไม่ใช่อะไรครับ หากซื้อมาจากทางไกล ... กลัวกลิ่นเหม็นตลบอบอวลอยู่ท้ายรถนะครับ ... |
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||