พิมพ์หน้านี้
|
จากที่ผมขับเจ้ามิตซูฯ เจอกับคู่กรณีเก๋งสีเทา แล้วถูกมันโฉบตัดหน้าบนเส้นถนนวงแหวนรอบนอกช่วงเลยแม็คโคร บางขุนเทียน จะมาทางถนนพระราม 2 ผมจะออกซ้ายมันก็ขยับมาขวางซ้าย ผมออกขวามันก็ขยับมาขวางขวา โดยมูลเหตุมาจากการที่ผมไร้น้ำใจกับคนเสียมารยาทนั้น (http://www.oknation.net/blog/mangrove/2007/06/28/entry-1) ผมยังแซงไม่ได้ ก็ขับตามไปอย่างนั้น ดูมันซิจะมีอะไรมาเล่นอีก ขับตามไประยะหนึ่ง แหม..มันทำแตะเบรก กะให้ผมเบรกหัวทิ่มล่ะมั๊ง เล่นมุขเดียวกับผมเลย ฮ่าๆ คงได้แอ้มหรอก เพราะผมขับทิ้งช่วงห่างให้พอได้ระยะเบรก มันคงหมั่นไส้ผมเสียเต็มประดา ขับตามกันไปจนถึงโค้งวงแหวนที่จะเลี้ยวเข้าถนนพระราม 2 ไปทางมหาชัย ซึ่งเป็นช่วงโค้งมากครับ ต้องชะลอความเร็ว ใครเคยขับผ่านคงนึกภาพออก ผมก็ใช้โค้งนี้เป็นตัวช่วย ได้จังหวะเร่งความเร็วเบียดแซงเข้าเลนในขึ้นหน้าไป พอลงทางราบที่ถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นถนนกว้างและว่างมากในช่วงตี 1 อย่างนั้น มันก็ขับไล่ตามมา แต่ครั้งนี้มันไม่ไล่ติดหลังรถผมครับ คงกลัวผมเบรกจึ๊ก เบรกจิ๊ก .... คราวนี้มันไล่มาเบียดคู่กับเจ้ามิตซูฯของผมเลย ตอนลงโค้งมา ถ้าผมจะจองเข้าเลนกลางชิงความได้เปรียบก็ทำได้ แต่ผมเลือกขับเข้าเลนขวาสุดติดกับร่องน้ำที่เป็นเกาะกลางถนน เปิดทางให้คนขับเจ้าเก๋งสีเทามันเลือก ถ้ามันเลือกเข้าเลนซ้ายก็หมายความว่าต่างคนต่างไป ก็ไม่ว่ากัน แต่มันกลับเลือกที่จะขับเข้าเลนเบียดเข้ามาชิดรถผม ก็เป็นบทพิสูจน์ล่ะครับว่ามันจงใจเล่นไม่เลิก ไม่รู้จะจองเวรจองกรรมอะไรกับผม ก็ตัวมันเองผิดมารยาท ผิดคิวมาตั้งแต่ต้น จำเป็นที่ผมต้องยอมให้มันไหมล่ะครับ ขอโทษครับที่จะต้องบอกว่า เอาล่ะว๊ะ .. จะเบียดก็เบียด ผมก็ขับอยู่เลนขวาสุดของผม เส้นจราจรมีอยู่ อย่าล้ำเส้นเข้ามาละกัน มันอยู่เลนชิดกับผมตรงกลาง แต่ได้เปรียบตรงมีที่ว่างเลนซ้ายด้วย มันก็ใช้วิธีโฉบแล้วตบขวาเข้ามาหา กะให้ผมตกใจหักพวงมาลัยออกข้างทางซึ่งก็เป็นร่องน้ำ ไอ้ที่จะให้หลบน่ะ ผมไม่หลบอยู่แล้ว ในใจก็คิดอยู่ว่ามันนั่นแหละ โฉบมาให้ดี มีฝีมือหน่อยก็แล้วกัน มันโฉบไปมาอยู่หลายทีครับ ผมก็ขับรักษาเลนผมไว้อยู่อย่างนั้น มันคงหมั่นไส้ผมมากถึงมากที่สุด แต่ก็ชั่ง.. เรื่องที่คุณหมั่นไส้ผม เป็นปัญหาของคุณ ไม่ใช่ปัญหาของผม ผมไม่แคร์อยู่แล้ว จนกระทั่งไม่รู้ว่าด้วยที่มันไร้ฝีมือหรือมันสิ้นสุดความอดทนกับผมกันแน่ "ปั้ง !!" เสียงดังจากรถเก๋งสีเทาที่โฉบมากระแทกเข้ากับหน้ารถมิตซูฯ ผมจนเกือบเสียหลัก แต่ผมก็ประคองพวงมาลัยคีพให้อยู่ในเลนไว้ รถ 2 คันมันก็เลยครูด"ปึ้ก ๆ ๆ ๆ" ต่อกันเป็นทางยาว มันกระแทกแล้วมันก็ขับชิ่งหนี ในใจผมก็คิดนะแน่จริงไม่เบียดให้ตกร่องเลยว๊ะ.. ถึงตรงนี้ก็เป็นผมล่ะที่ต้องเป็นฝ่ายไล่ตามติดมันมั่ง ถึงไหนถึงกัน อย่างดีก็แค่น้ำมันหมด ใครหมดก่อนเป็นเรื่องแน่ อย่างน้อยผมก็ต้องไล่ดูทะเบียนรถมันให้ได้ ก็ไล่ประกบตามกันไปสัก 5 นาทีมันดันหักเลี้ยวซ้ายเข้าปั๊มน้ำมัน ผมไล่ตามมา มันจอดรถแล้วรีบเดินลงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แวะเข้าร้านสะดวกซื้อในปั๊ม ส่วนผม ลงจากรถมายืนรอ สำรวจรถเก๋งเทามันมีตรากงจักรของทหาร และสติ๊กเกอร์หน้ารถของส่วนราชการหลายแห่ง ทั้งทำเนียบรัฐบาล สนามเสือป่า โอ้.. มิน่าล่ะ...ซ่าส์ไม่เบา แล้วรถผมล่ะ แถบซ้ายตั้งแต่หน้ารถบุบครูดยาวมาทั้งแถบ รถเก๋งเทาก็เหมือนกันบุบครูดทั้งแถบขวา ผมก็รอให้มันออกมาจากร้าน ตอนนี้คนเริ่มเยอะแล้วครับโดยเฉพาะเด็กปั๊มที่เริ่มมามุงดู พอเริ่มมีคนเยอะ มันก็เดินเข้ามา แต่งกายชุดเขียวขี้ม้าครึ่งท่อน แต่โห...กลิ่นเหล้า หึ่งเลยครับ คนที่มุงดูคงคิดว่าวางมวยกันแน่ ใจผมน่ะอยากเปิดฉากเริ่มก่อนเลย แต่เปลี่ยนใจ ไม่อยากให้คนดูมวยฟรี (ฮา) อันที่จริงไม่ใช่ คือไม่อยากเสียเปรียบในเชิงกฎหมายครับ ถ้าเราใส่แล้วอีกฝ่ายไม่ตอบโต้ เท่ากับเราทำร้ายร่างกายเขาฝ่ายเดียว ผิดกฎหมายแล้วต้องเสียประวัติโดยไม่คุ้มค่า ผมก็รอให้มันใส่ผมก่อน ถ้าเป็นอย่างนี้แลกกันก็ไม่เป็นไรครับ ก็อย่างว่าล่ะครับเล่นไล่มาจนถึงขนาดนี้ มันดันขับเข้าที่สว่างให้คนมามุงดูเยอะๆ ถือว่ามันยกธงขาวแล้ว มันก็ดีที่ทำให้ผมเห็นทะเบียนรถจะๆ ปะทะคารมกันได้สักพัก แล้วมันก็บึ่งขับรถบรึ้นๆ ออกไปแบบพวกเมาซ่าส์ เรื่องจะให้มันรับผิดชอบในเวลานั้นคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ผมไม่ตามแล้ว บอกตรงๆ ขี้เกียจ รุ่งขึ้นมีงานที่ต้องทำอีกเยอะ จดทะเบียนรถไว้เช็คบิลทีหลังดีกว่า ถึงตรงนี้ผมข้ามไปนะครับว่าไปจัดการเรื่องราวอย่างไรเพราะมันยาวและเป็นเทคนิคเฉพาะตัว อีกอย่างก็ไม่อยากประจานคู่กรณีให้มากกว่านี้ เอาเป็นว่าผลสุดท้ายก็อยู่ตรงที่อีก 2 วันต่อมา คู่กรณีซึ่งผมรู้ภายหลังว่าเป็นทหารชั้นประทวน นัดเจอผมที่ปั๊มเดิมแหละครับ แต่คราวนี้พ่วงเอาลูกชายประมาณ 5-6 ขวบมาด้วย พร้อมกับนัดเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาเคลียร์ความเสียหายให้รถของผม ยังกะรู้นะครับว่าผมแพ้ทางเด็ก สตรี คนชราและผู้พิการ ซึ่งก็ ok จบแล้ว ก็จบกัน โดยเก๋งเทาคันนี้มีประกันภัยชั้น 3 ถ้าเป็นฝ่ายผิด ประกันภัยจะยอมชดใช้ค่าเสียหายให้อีกฝ่ายหนึ่งก็คือรถของผม ส่วนรถที่เอาประกันภัยชั้น 3 จะต้องเสียเงินซ่อมเองครับ ประกันภัยไม่คุ้มครองให้ ที่จริงทางกฎหมายสามารถเล่นงานคู่กรณีได้มากกว่านั้น ถ้าไม่รีบมาเคลียร์ ก็ไม่เป็นไร ผมก็เดินหน้าใช้วิธีของผมต่อไป ส่วนประกันภัยก็จะรับรู้ได้ว่า ผู้ขับขี่จงใจขับรถให้เกิดความเสียหายเช่นว่านั้น ไม่ใช่เกิดจากการขับขี่หรือใช้งานตามปกติ ก็จะปฏิเสธการชดใช้ค่าเสียหายแทนได้ ท้ายที่สุดทหารชั้นประทวนคนขับเก๋งสีเทาจะเสียหายมากกว่านี้ครับ เรื่องนี้ ผมขับรถอยู่ดีๆ ก็ซวยเพราะไม่ยอมหลีกทางให้คนขับรถไร้มารยาทหรือมาทำอะไรนอกกติกา ซึ่งวันหนึ่งอาจเป็นคุณหรือใครก็ได้ที่อาจซวยไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนน แถวบ้านหรือที่ทำงาน บทสรุปของเรื่องที่เขียนจึงอยู่ที่คนซ่าส์เมื่อเจอคนซวย มันจะซวยทั้งคู่ แต่คนซ่าส์ซวยกว่าครับ |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||