พิมพ์หน้านี้
|
ก็ได้ครับคุณครูบี .... ทีแรกก็คิดสองจิตสองใจว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังดีหรือไม่เพราะไม่อยากให้เยาวชนเห็นหรือเอาเยี่ยงอย่าง แต่เมื่อเข้ามาที่บล็อกเห็นข้อคอมเม้นท์ของคุณครูบี กอร์ปกับช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาอัพบล็อกเท่าไหร่ ไหนๆ ก็ไหนๆ นะครับเอาเรื่องใกล้ตัว ชีวิตเดิมๆ นั่นแหละ แต่ต้องบรรจงเขียนไม่ให้เยาวชนที่หลุดเข้ามาอ่านลอกแบบไป ก็ให้คิดว่าเป็นอุทธาหรณ์สอนใจ เอาแค่"เยี่ยง"ก็แล้วกัน ห้ามเอาอย่างครับ เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า..(ฮ่าๆ เหมือนเล่านิทานเลย) เมื่อตอนอายุ 16 ปีเพิ่งจบ ม.3 หมาดๆ ก็กะจะเรียนต่อที่บ้านนอก ขณะนั้นน่ะห่างกรุงเทพฯ 30-40 กม. ก็ถือว่าเป็นบ้านนอกแล้วนะครับ แต่ด้วยที่เพื่อนซี้คนหนึ่งอยากเข้าเรียนพาณิชย์ที่กรุงเทพฯ เพราะคุณพ่อเขาน่ะวางแผนให้แล้วว่าเรียนพาณิชย์ 3 ปีจบมาสอบเข้าเรียนไปรษณีย์อีกปีหนึ่ง ก็เข้าทำงานเป็นพนักงานไปรษณีย์ได้สบายๆ เพื่อนก็มาชวนประมาณว่าเอ็งจะไปก็ได้ ไม่ไปก็ตามใจ แหม..อย่างนี้ขัดใจได้ไง ก็ลึกๆ นะอยากเป็นบ้านนอกเข้ากรุงอยู่แล้ว แต่ก็กังวลนิดหน่อย เพราะครอบครัวผมน่ะชาวบ้านพื้นๆ จะเบิกค่าเล่าเรียนแบบเพื่อนที่มีคุณพ่อเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจก็ไม่ได้ แต่เอาล่ะตัดสินใจขอแม่ พอมาดูค่าเทอมโรงเรียนพาณิชย์เอกชน ก็โอ้..แพงจัง สงสารแม่เหมือนกัน แต่เมื่อแม่หนุนแล้ว ผมก็โอเค ลุยเรียนไปก่อน ค่าเทอมพอไม่พอยังไงก็ไปตายเอาดาบหน้า เข้าเรียน ปวช.ปีแรก พูดให้เท่ห์ก็ปีหนึ่ง เป็นนักศึกษาเหมือนเรียนมหาวิทยาลัย ใส่กางกางขายาว ผมรองทรง ขณะที่เพื่อนๆ ที่เรียนต่อ ม.4 เป็นนักเรียน ผมเกรียน (ฮ่าๆ ตรงนี้คุยทับถมเพื่อนเก่าๆ ช่วงนั้นได้ครับ) แต่ก็จะถูกล้อโต้กลับมาว่าพวกประวัติชั่ว (ปวช.-ประวัติชั่ว) เอากับมันซิ ปวช.ตรงนี้ก็คงคล้ายคุณวิหคพลัดถิ่น ที่เขียนตอบ tag เพื่อนๆ บล็อกเกอร์ไว้น่ะครับ พอดีผมก็อ่าน แหะๆ การเรียนในปีแรก ไม่รู้จะต้องแข่งขันอย่างไรกับใคร อีกอย่างก็เสียดายตังค่าเทอมแพง ก็แข่งกับตัวเองลุยเรียน ลุยอ่านหนังสือ ตื่นแต่เช้าตี 4 มาล้างหน้า อ่านหนังสือ ก่อนอาบน้ำแต่งตัวรอรถเมล์เที่ยวแรก-เที่ยวสอง ประมาณตีห้าสิบห้าถึงตีห้าครึ่ง แต่ยังไงก็ห้ามเกินเที่ยวที่สาม ไม่งั้นสายเพราะเข้าเรียนรอบเช้า 7 โมง ผ่านมาเดือนนึง ก็เริ่มรู้แล้วครับว่าใครเป็นใคร แต่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยมากสักเท่าไหร่ ลืมบอกไปว่าเรียน ปวช.บัญชีครับ พอเรียนจบเทอมแรก เพื่อนๆ ก็เริ่มสนิทกันล่ะ พอประกาศผลสอบปรากฎว่า ผมได้คะแนนเกรด 4 ทุกตัว จะเว้นไว้ก็แต่วิชาบังคับหนึ่งที่ไม่มีการสอบปลายภาค ดังนั้นทุกคนจะได้ไม่เกินเกรด 3 อ๊ะ... ไม่ได้คุยนะครับ ก็บอกแต่ต้นแล้วว่าที่เขียนเล่าเรื่องราวนี้ ไม่อยากให้เยาวชนลอกไปใช้ เดี๋ยวก่อนครับ ยังไม่ได้ออกลาย (ฮ่าๆ) ส่วนเพื่อนผมเรียกว่า"ปุ"ก็แล้วกัน สงวนตัวตนเขาไว้หน่อยดีกว่า เพื่อนคนนี้เรียนเก่ง รูปหล่อ ฐานะค่อนข้างดี นร.สาวๆ รุมตอมตั้งแต่อยู่ ม.3 แล้วล่ะครับ โอ้.. เพอร์เฟคกว่าผมเป็นไหนๆ หล่อก็ไม่หล่อ รวยก็ไม่รวย มีแค่ลูกบ้า ด้วยความที่เป็นคู่ซี้และขยันเรียนเหมือนกัน เพียงแต่เพื่อนมัวเสียเวลาไปกับสาวๆ ที่มาห้อมล้อมตัวเองมากไปหน่อย เกรดออกมาเลยต่ำกว่าผมนิดนึง นี่ล่ะนะที่เขาว่า ในความแย่ๆ ก็มีสิ่งดี ในสิ่งดีๆ ก็มีสิ่งแย่ ผลงานการเรียนออกมา ทำให้ผมกับ"ปุ"ถูกเพื่อนๆ จอมเก๋าในห้องกลุ่มหนึ่งจองตัวเมื่อมีการสอบย่อยในภาคสอง ซึ่งวิชาหนึ่งๆ จะมีทดสอบ 2-4 ครั้งแล้วแต่วิชาครับ แต่คนที่เลือกแผนกบัญชี ได้เรียนบัญชีหลายเล่มหน่อย ก็จะมีการสอบย่อยหลายหนมาก "ปุ"กับผมเนี่ยะปกตินั่งหน้าอยู่คู่กัน แต่พอมีทดสอบย่อย เพื่อนๆ จะจับหรือจัดให้นั่งตรงกลางแยกคนละฟาก พออาจารย์แจกแบบทดสอบ เพื่อนๆ ก็เร่งให้ผมกับ"ปุ"รีบทำให้เสร็จ จากนั้นก็ส่งสมุดคำตอบเวียนให้เพื่อนไปคนละฟาก ก็มีจอมเก๋าประจำห้องจำนวนหนึ่งล่ะครับ ที่จองลอกทั้งดุ้น ส่วนที่ไม่เก๋า ตอนแรกๆ ไม่กล้าลอก หลังๆ ก็เอาด้วยเหมือนกัน แล้ววิชาบัญชีนี่นะครับ ใครเคยเรียนคงรู้ดี ถ้าทำผิดตัวหนึ่ง มันจะได้ผลลัพธ์ผิดต่อๆ ไปจนถึงผลลัพธ์สุดท้าย ความมาแตกเอาตรงที่การทดสอบย่อยครั้งหลัง "ปุ"เพื่อนผมทำเร็วครับ แต่ลงบัญชีพลาดไปตัวหนึ่ง ซึ่งคำตอบก็ผิดไปถึงตัวสุดท้าย แต่ตัวเลขการลงบัญชีของ"ปุ"ก็ฟ้องไปยังเพื่อนๆ ที่ลอกข้อสอบทุกคนเกือบครึ่งห้อง เพราะผิดเหมือนๆ กันหมด ถูกอาจารย์จับได้ ก็เลยตรวจจับพิรุธคนอื่นๆ ที่เหลืออีกฟากหนึ่ง แล้วจะเหลือหรือครับ ก็เกือบครึ่งห้องอีกฟากหนึ่งน่ะลอกข้อสอบบัญชีของผม เหมือนกันเด๊ะอีกเกือบครึ่งห้อง การทดสอบย่อยครั้งหลังนั้น อาจารย์จึงยกเลิกทั้งหมด พร้อมกับอบรมกันค่อนชั่วโมงจนเด็กปีหนึ่งอย่างพวกเราซึ้งและรู้สำนึกผิด สงสารอาจารย์ที่อายุมากท่านนั้นอย่างจับใจเลยครับ จนทดสอบย่อยใหม่อาจารย์ต้องคอยจ้องมองตาเป็นมัน ฮ่าๆ ไม่มีใครกล้ากระดิกตัวเลย เมื่อสอบใหญ่เทอมสองไปแล้ว ทุกคนก็ต่างตั้งตารอประกาศผลสอบ แล้วก็อีกล่ะครับ ไม่ได้โม้(คุณสมรักษ์ คำสิงห์ ขอยืมคำนิดนะ) เกรด 4 ทุกตัวตกอยู่ที่ผมอีก (ฮ่าๆ อย่าเพิ่งหมั่นไส้นะขอรับ) เมื่อรวมเกรดทั้งปี ผมได้ 3.97 ประกอบกับมีความตั้งใจเรียนสม่ำเสมอ ความประพฤติดี เรียบร้อย จึงได้รางวัลเรียนดี ประพฤติดีเป็นปากกาเซฟเฟอร์หรู 1 ด้าม เมื่อถูกประกาศชื่อชมหน้าเสาธงก็เขินซิครับ เขินแย่เลย ... แต่เดี๋ยวครับ ดียังไม่แตก พอขึ้นสู่ปีสอง อายุย่าง 17 ปี วัยแห่งความดื้อ ความทิฐิ และความอยากรู้อยากเห็นนี่แหละครับ ตัวดี(แตก)เลย ช่วงนั้นกับเพื่อนๆ นี่สนิทกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพวกใฝ่ดีหรือใฝ่ไม่ดี ผมคบหมด แต่"ปุ"เพื่อนผมนี่จะคบอย่างระมัดระวังกับเพื่อนกลุ่มหลัง ช่วงวันหยุดก็เลยมีการนัดพบกันฮาเฮบ้าง บ่ายวันเสาร์หนึ่งกลุ่มจอมเก๋าเนื้อแท้ 6-7 คน ผมขอเรียกอย่างนี้นะครับเพราะเป็นกลุ่มเนื้อแท้ที่ไม่ตั้งใจเรียนเอาเสียเลย เอาแต่แซวสาวๆ แต่เราก็เพื่อนกันทั้งนั้น พวกมันอยากมาเที่ยวบ้านผม หลังสอบถามผมได้เรื่องแล้วว่าผมชอบอยู่เฝ้ากระท่อมปลายสวนบ้านนอกในช่วงวันหยุด ทีแรกก็นึกว่ามันอยากมาเที่ยวจริงๆ ที่ไหนได้มาถึงบางอ้อ เอาตอนที่มันมาถึง พวกก็งัด"กัญชา"ที่ซุกไว้ออกมาตั้งกลางลานกระท่อม แหม..มันอยากมาเปลี่ยนบรรยากาศ"ดูดกัญชา" ผีลงหลุมแล้วล่ะทีนี้ ผมจะทำไงได้ ก็ปล่อยให้พวกบรรเลงไปตามสบาย ส่วนผมน่ะเสียวๆ ตำรวจเพราะกลิ่นมันล่องลอยออกไปนอกกระท่อมเหมือนกัน ดีนะที่อยู่ไกลบ้านคนออกมา แต่ก็ยังเสียวไม่หายล่ะครับ เพื่อนที่มาวันนั้น ก็มีเพื่อนผู้หญิงมาด้วยคนนึงครับ หน้าตาน่ารักและหัวดีเหมือนกัน มีลูกบ้าคล้ายๆ กับผมแหล่ะ ต่างกันก็ตรงผมเป็นผู้ชาย ยังเคยคิดชมชอบในใจแต่สุดท้ายถอยดีกว่าครับ หลังจากเห็นฤทธิ์ของเธอในวันนั้น ผมไม่รู้นะครับว่าการดูดกัญชามันสนุกตรงไหน แต่พวกเพื่อนๆ ซึ่งรวมเพื่อนหญิงคนนั้นด้วย มันล้อมวงกัน เริ่มก็เดินไปหยิบช้อนมาคันหนึ่ง ตั้งไว้ไกล้ๆ บ้องกัญชาที่มันดัดแปลงเอาจากวัสดุในละแวกกระท่อมผมนั่นแหละ เริ่มจากคนที่หนึ่งหมุนช้อน ปลายช้อนไปชี้หน้าใคร คนนั้นก็"สูด"ไปทีหนึ่ง เวียนมาทางซ้ายให้คนที่สองหมุนช้อน ปลายช้อนไปชี้หน้าใครก็"สูด"ไปอีก แล้วก็เวียนหมุนช้อนไปเรื่อย แล้วก็นั่งคุยกันสัพเพเหระ นินทาอาจารย์บ้าง นินทาเพื่อนๆ บ้าง ผมเองยังงงๆ ว่าพวกมันไปสู่รู้อะไรกันมาได้มากมายขนาดนี้ เพราะผมถึงเวลาเรียนก็เรียน ไม่ค่อยยุ่งกับใคร แต่ก็ดีครับได้รับรู้ข้อมูลอีกด้านบ้าง ผมน่ะนั่งฟังอยู่ในล้อมวงด้วย แต่ถูกละไว้ในฐานะที่เป็นเจ้าบ้าน หากปลายช้อนชี้มาหน้าผม ให้ถือว่าเป็นโมฆะ ต้องหมุนช้อนกันใหม่ ดีนะที่พวกมันยังห่วงผม อยากบอกว่าห่วงกันจริงอย่ามาตั้งวงสูดกันตรงนี้ซิวะ "มันเสียวโว๊ย" ก็กลิ่นกัญชาน่ะมันโชยออกไปข้างนอก ไม่รู้ไปล่องลอยเตะจมูกตำรวจเมื่อไหร่ แต่ก็พูดไม่ได้ อย่างว่าแหละผีลงหลุมแล้ว เวลาผ่านไป แต่ละคนเมื่อเริ่มมึน เริ่มเมา มันพูดคุยกันออกรสออกชาติ สนุกสนานจริงๆ ครับ ผมล่ะเชื่อเลย ที่เคยได้ฟังมาว่าดูดกัญชาทำให้เคลิบเคลิ้มอารมณ์ดี เห็นหมูตัวเท่าช้างนั้นก็ท่าจะจริง ผมเองขนาดไม่ได้เอาก็มันด้วยแค่ได้กลิ่นควันก็ยังรู้สึกเป๋ๆ ไปเลย พอเพื่อนๆ เรียกหา"ขนมหวาน"มาแกล้มกัญชา ผมในฐานะเจ้าบ้านก็ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปหาให้ล่ะครับ แหม..ช่างเป็นเจ้าบ้านที่แสนดีจริงๆ โชคดีไม่มีเหตุการณ์ตำรวจล้อมจับแบบที่คุณสามารถ พยัคฆ์อรุณ เจอล้อมจับปาร์ตี้ยาอี เมื่อเร็วๆ นี้ ไม่งั้นผมคงซวยไปด้วย เรื่องข่าว"สามารถ"นี่นะครับ ผมฟังครั้งแรกก็ไม่เชื่อแล้วว่าจะไปเล่นยาอี ก็เพราะผมมีประสบการณ์กับเพื่อนๆ กลุ่มนี้นี่แหละ พวกมันดูดกันไปถึงหัวค่ำ ก็พากันค้างรวมในกระท่อมนั่นแหละ เอามุ้งใหญ่มากางนอนเรียงกัน ผมน่ะไม่เมาเพราะไม่ได้สูบ แต่ก็มีมึนๆ จะจัดที่นอนให้เพื่อนสาวอยู่ริมด้านหนึ่งและผมจะมาจองที่นอนข้างๆ กันท่าเพื่อนๆ ไว้ (ฮ่าๆ) แต่เจ้าหัวโจกมันแซวจนเสียผู้เสียคน และยังว่า "เฮ๊ย เด็กเรียนอย่างมึงนะออกมาเลย นั่นที่ของกู" ขอโทษนะครับเพื่อนพูดประมาณนั้นจริงๆ ผมน่ะเจ้าบ้านนะครับ แหะๆ ถูกมันไล่ ดูดิ...... จบตอนก่อนดีกว่า เหนื่อยแล้วครับ เอาดิบๆ ไม่ใส่ไฮไลท์แล้วล่ะ ไว้ค่อยแก้วันหลัง ส่วน" ดีแตก"ไว้ตอนหน้าก็ล่ะกัน แปะโป้งไว้ก่อนนะครับ |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||