พิมพ์หน้านี้
แบบฟอร์มเสนอ โครงการวิทยานิพนธ์ บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
ชื่อเรื่อง (ภาษาไทย) การศึกษารูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต
ชื่อเรื่อง (ภาษาอังกฤษ) The Study of Specification Competency Development Model for The Operator in Production Industries.
ผู้เสนอ นายแมนฤทธิ์ บุญเย็น
เลขประจำตัว 49-2019-005-7 สาขาวิชาวิจัยและพัฒนาการสอนเทคนิคศึกษา
ที่ปรึกษา รองศาสตราจารย์ ดร. ธีระพล เมธีกุล ดร. สมภบ ตลับแก้ว
1. หัวข้องานวิจัย การศึกษารูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต
2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การกำหนดกติกา การค้า การลงทุนและการรวมกลุ่มทางธุรกิจ มีอิทธิพลต่อการพัฒนาสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีและอาศัยความรู้เป็นฐานในการพัฒนา ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมพร้อมทั้งการสร้างระบบ กลไก และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้สามารถปรับตัวก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเท่าทัน เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้างขีดความสามารถ และการแข่งขันของประเทศ ภาคการผลิตนับว่าเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศทั้งในด้านการจ้างงานและด้านผลผลิต มีการจ้างแรงงานสูงถึง 7.43 ล้านคน ณ.สิ้นปี 2546 นอกจากนี้ผลผลิตของอุตสาหกรรมการผลิต ยังมีมูลค่ามากกว่าร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประชาชาติ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2547) อุตสาหกรรมการผลิตจึงต้องมีการปรับตัวและมีความต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อผลิตสินค้าให้ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ดังนั้นสถานประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมมการผลิต ดังกล่าวจึงได้ขยายกำลังการผลิต โดยเพิ่มเครื่องจักรกลการผลิตที่ทันสมัยมีกำลังการผลิตสูงขึ้น และเป็นเครื่องจักรกลการผลิตที่มีระบบการทำงานความซับซ้อน มีความละเอียดสูง ประกอบด้วย ระบบส่งกำลังเครื่องกล ระบบไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ระบบนิวแมติกส์ ไฮดรอลิกส์ ระบบหล่อลื่น และระบบควบคุมการทำงานด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะต้องมีผู้ใช้เครื่องที่มีความชำนาญในการใช้งานอย่างถูกต้องตามวิธีการที่ผู้ผลิตเครื่องจักรกำหนด และต้องได้รับดูแลด้วยระบบการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น พนักงานผู้ใช้เครื่องจักร จึงเป็นบุคลากรที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการใช้เครื่องจักรให้เต็มประสิทธิภาพ ตลอดจนมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมการบำรุงรักษาเครื่องจักร เพื่อให้เครื่องจักรมีความพร้อมที่จะใช้ในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีปริมาณผลิตสูง สามารถผลิตได้ทันต่อความต้องการของลูกค้า ซึ่งระบบการบำรุงรักษาโดยทั่วไป มีแนวคิดและจุดมุ่งหมายที่สอดคล้องกัน คือ ต้องการให้ผู้ใช้เครื่องมีส่วนร่วม ในการดำเนินกิจกรรมการบำรุงรักษาร่วมกับฝ่ายซ่อมบำรุง เนื่องจากผู้ใช้เครื่องจะเป็นผู้ที่พบเห็นความผิดปกติของเครื่องจักร เช่น การทำงานที่บกพร่องของเครื่องจักร ความเปลี่ยนแปลงของคุณภาพสินค้าที่ผลิต และความเสื่อมของเครื่องจักรก่อนใคร รวมทั้งได้รับผลกระทบมากที่สุด จากการที่เครื่องจักรเสียหายหรือหยุดทำงาน ดังนั้น เพื่อให้ผู้ใช้เครื่องสามารถดำเนินกิจกรรมการบำรุงรักษาเครื่องจักรอย่างมีประสิทธิภาพ และถูกต้องตามวิธีการที่ผู้ผลิตเครื่องกำหนด สถานประกอบการจึงต้องมีการจัดหลักสูตรการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาความรู้ และทักษะในการบำรุงรักษากับผู้ใช้เครื่อง อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ สอดคล้องกับข้อมูลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของผู้มีงานทำ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติระหว่างปีพุทธศักราช 2548 ถึง 2550 ดังที่ได้แสดงไว้ในแผนภูมิที่ 1.1 ที่มา: สำนักงานสถิติแห่งชาติ แผนภูมิที่ 1.1 แสดงผลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ที่มีงานทำ ในปีพุทธศักราช 2548 ถึง 2550 จากแผนภูมิที่ 1.1 เห็นได้ว่า ผลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ที่มีงานทำ ในปีพุทธศักราช 2548 ถึง 2550 มีจำนวนของผู้ที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถ จำนวน 8.0 ล้านคน 5.9 ล้านคน และ 6.4 ล้านคน ตามลำดับ มีผู้ที่ต้องการพัฒนาขีดความสามารถในหลักสูตรช่างอุตสาหกรรมมากที่สุดเป็นอันดับที่ 1 คือ ร้อยละ 28 ร้อยละ 27.7 และ ร้อยละ 27 รองลงมาคือ หลักสูตรคหกรรม หลักสูตรเกษตรกรรม หลักสูตรคอมพิวเตอร์ และอื่นๆตามลำดับ รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรม ในระยะที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นบทบาทของภาครัฐที่เน้นการพัฒนาในเชิงตั้งรับ และด้วยข้อจำกัดด้านทรัพยากร เช่นบุคลากร งบประมาณ และการบริหารจัดการ จึงทำให้การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในอุตสาหกรรม ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ที่มีความหลากหลายตามสาขาอาชีพได้ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2548) สอดคล้องกับรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final report) เรื่อง โครงการศึกษาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรม โดยมูลนิธิสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (2547) ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ภาคการผลิตนับว่าเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ปัจจัยสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิต คือ ด้านกำลังคน หรือกำลังแรงงานทั้งคุณภาพและปริมาณ การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องก้าวเข้าสู่การพัฒนาที่เป็นแรงงานใช้ฝีมือ หรือมุ่งเน้นการพัฒนาแรงงาน ให้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความเชี่ยวชาญ หรือความชำนาญเฉพาะทางเป็นสำคัญ เพื่อเป็นการยืนยันสภาพปัญหาดังกล่าวผู้วิจัยจึงได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการวิจัย จากกลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะะทาง สำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งประกอบด้วยสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ จำนวน 15 แห่ง และสถานศึกษา จำนวน 1 แห่ง ในจังหวัดสระบุรี รวมกลุ่มเป้าหมายที่ศึกษา จำนวน 24 ตัวอย่าง ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตในจังหวัดสระบุรี มีความต้องการในการพัฒนาบุคลากรผู้ทำหน้าที่เป็นผู้ใช้เครื่องจักรเป็นจำนวนมาก ดังรายละเอียดที่ได้แสดงไว้ในแผนภูมิที่ 1.2 แผนภูมิที่ 1.2 แสดงผลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของพนักงานผู้เครื่องจักรของกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตในจังหวัดสระบุรี จากแผนภูมิที่ 1.2 เห็นได้ว่า ผลการสำรวจกลุ่มโรงงานอุสาหกรรมการผลิตในจังหวัดสระบุรี พบว่ามีความต้องการพัฒนาขีดความสามารถด้านการบำรุงรักษาเครื่องจักร ให้กับพนักงานผู้ใช้เครื่องจักรเป็นจำนวนมาก โดยมีความต้องการมากกว่า 500 คน ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 42 จำนวนระหว่าง 200-500 คน และ น้อยกว่า 200 คน คิดเป็นร้อยละ 29 เท่ากัน ผลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นวิทยากรภายในของสถานประกอบการได้ มีรายละเอียดดังที่ได้แสดงไว้ในแผนภูมิที่ 1.3 แผนภูมิที่ 1.3 แสดงผลการสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของ ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็นวิทยากรภายในของกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตในจังหวัดสระบุรี จากแผนภูมิที่ 1.3 เห็นได้ว่ากลุ่มโรงงานอุสาหกรรมการผลิตในจังหวัดสระบุรี มีความต้องการพัฒนาขีดความสามารถในการเป็นวิทยากรภายใน เป็นจำนวนมากกว่า 10 คน ขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 53 จำนวนน้อยกว่า 5 คน คิดเป็นร้อยละ 29 และ ระหว่าง 5-10 คน คิดเป็นร้อยละ 18 ตามลำดับ ผลการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับ ความเป็นไปได้ของการวิจัย เรื่อง การพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต มีรายละเอียดดังที่ได้แสดงไว้ในแผนภูมิที่ 1.3 แผนภูมิที่ 1.4 แสดงผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการศึกษาวิจัย จากแผนภูมิที่ 1.4 เห็นได้ว่า ความคิดเห็นของกลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการศึกษาวิจัย เพื่อหารูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถสำหรับพนักงานผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ของจังหวัดสระบุรี มีค่าเฉลี่ยด้านการดำเนินการศึกษาวิจัย เท่ากับ 4.39 มีค่าเฉลี่ยด้านการสนับสนุนงานวิจัย เท่ากับ 4.33 และมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.36 ซึ่งอยู่ในระดับ เห็นด้วยอย่างยิ่ง หมายถึง กลุ่มผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการศึกษาวิจัย ดังกล่าว มีความเห็นสอดคล้องกันว่ามีความเป็นไปได้ในการดำเนินงานศึกษาวิจัยจนบรรลุผลสำเร็จได้ และยินดีสนับสนุนการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ รวมทั้งได้ให้คำชี้แนะประกอบเหตุผลที่พอสรุปได้ดังนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันสถานประกอบการในจังหวัดสระบุรีส่วนใหญ่ ยังคงใช้รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักร ในรูปแบบเดิม คือ การใช้วิทยากรจากภายนอก ปัญหาที่พบ คือ การฝึกอบรม ที่เนื้อหาและสื่อเป็นของที่วิทยากร ไม่ตอบสนองความรู้และทักษะที่ต้องการได้ ประกอบกับข้อจำกัดด้านเวลา และงบประมาณของสถานประกอบการ จึงไม่สามารถจัดการฝึกอบรมให้กับพนักงานผู้ใช้เครื่อง ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากได้ กลุ่มเป้าหมายที่ศึกษา จึงมีความเห็นสอดคล้องกันว่า วิธีการที่จะใช้พัฒนาขีดความสามารถสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ควรเป็นวิธีการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางในการพัฒนาความรู้และทักษะการบำรุงรักษา เพื่อให้สามารถใช้และบำรุงรักษาเครื่องจักรได้ อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดำเนินการพัฒนาพนักงานผู้ใช้เครื่องที่มีจำนวนมากได้อย่างต่อเนื่องเพียงพอ และเป็นรูปแบบการพัฒนาที่มีความยั่งยืน ต่อไป
แนวทางการวิจัยที่ได้จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัย การศึกษาค้นคว้าเอกสารในด้านการบำรุงรักษาเครื่องจักร เป็นต้นว่า การบำรุงรักษาด้วยตนเอง (Self Maintenance SM) การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance PM) และการบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม (Total Productive Maintenance TPM) นั้น จะเป็นการบำรุงรักษาที่มุ่งเน้นให้ผู้ใช้เครื่องจักรมีส่วนร่วมในกิจกรรมการบำรุงรักษา โดยเฉพาะการดูแลรักษาเครื่องจักรที่ตนเองใช้ ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายซ่อมบำรุงแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังคำกล่าวของ ธานี (2548: 141) ซึ่งกล่าวไว้ว่า . . . การบำรุงรักษาด้วยตนเอง เป็นการทำกิจกรรมบำรุงรักษาในลักษณะของกิจกรรมกลุ่มย่อย โดยแต่ละกลุ่มมีหน้าที่ดูแลรักษาเครื่องจักรของตนเอง ภายใต้ความคิดที่ว่า ไม่มีใครเข้าใจเครื่องจักรได้ดีเท่ากับผู้ใช้เครื่อง ไม่มีใครคอยสังเกตสิ่งผิดปกติได้ดีเท่ากับผู้ใช้เครื่อง ไม่มีใครคอยดูแลรักษาเครื่องจักรได้ดีเท่ากับผู้ใช้เครื่อง และที่สำคัญหากเครื่องจักรเกิดความเสียหายขึ้น ไม่มีใครได้รับผลกระทบมากเท่ากับผู้ใช้เครื่อง . . . และการพัฒนาขีดความสามารถสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีหลายวิธีการด้วยกันตัวอย่างเช่น การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Class Room Training) การฝึกอบรมขณะปฏิบัติงาน (On The Job Training) กิจกรรมจับคู่เพื่อคอยดูแลให้คำแนะนำ (Buddy) และกิจกรรมพี่เลี้ยง (Coaching) เป็นต้น (เสาวลักษณ์, 2550) จากการศึกษางานวิจัยของอเนก (2544) เรื่อง การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรมการสอนงานสำหรับหัวหน้างาน ผลการวิจัยพบว่า ชุดฝึกอบรมที่สร้างขึ้นมีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา มีค่าดัชนีความสอดคล้องสูงกว่า 0.5 ค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบสูงกว่า 0.8 ความเหมาะสมของแบบประเมินผล มีค่าเฉลี่ย 3.25 ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญต่อชุดฝึกอบรม มีค่าเฉลี่ย 3.8 ความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรมอยู่ในระดับ 3.52 เมื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรมได้ผล 82.33/76.77 ต่ำกว่าสมมุติฐาน 80/80เล็กน้อย และข้อเสนอแนะ ดังนี้ คือ ควรมีการศึกษาวิจัยเพื่อหากระบวนการที่ทำให้บุคคลสามารถสร้างกระบวนการทางความคิด สามารถแปลงข้อมูล เนื้อหา ให้เกิดเป็นความคิดรวบยอด เป็นภาพเชิงรูปธรรมสำหรับผู้สอนที่ขาดประสบการณ์ และควรมีการสร้างชุดการฝึกอบรมการสอนงานที่จำเพาะเจาะจงไปในงานเฉพาะอย่าง ประเด็นคำถามการผู้วิจัยที่ต้องการหาคำตอบ คือ การศึกษารูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ประกอบด้วย แผนแบบการดำเนินงาน กรอบแนวคิด กระบวนการ ขั้นตอนและวิธีดำเนินงาน บทบาทหน้าที่ของบุคลากร หลักสูตร วัสดุการฝึกอบรม แบบประเมิน ตลอดจน ที่มีความเหมาะสม เพื่อใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถด้านการบำรุงรักษา สำหรับพนักงานผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต โดยมีลักษณะการดำเนินการในเชิงรุก สามารถจัดดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นระบบด้วยศักยภาพของสถานประกอบการเอง ลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากรผู้ใช้เครื่อง ตอบสนองความต้องการในการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรของภาคอุตสาหกรรม และมีความยั่งยืนต่อไป คำตอบที่ได้จากการวิจัยที่เป็น รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต จะเป็นประโยชน์กับสถานศึกษา ที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการพัฒนาบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต นำไปใช้สำหรับจัดและดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถในการบำรุงรักษาเครื่องจักร สำหรับพนักงานผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต และใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาในสาขาอื่นต่อไป รวมถึงเชื่อมโยงกับงานวิจัย เรื่อง ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมหลัก ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ได้วิจัยไว้เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2548 เสนอผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความต้องการ ในการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง ของบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต เป็นข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ เพื่อใช้ปรับปรุงกลยุทธ์ในการพัฒนาสำหรับอุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า อุตสาหกรรมเซรามิค อุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง ตลอดจนอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ต่อไป
3. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. ศึกษารูปแบบ การพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต 2. หาประสิทธิภาพโดยรวมของรูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต 3. เปรียบเทียบอัตราการเดินเครื่องจักร ก่อนและหลัง การดำเนินงานตามรูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต 4. ศึกษาความพึงพอใจ ของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อรูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต
4. สมมติฐานในการวิจัย 1. คะแนนเฉลี่ย ของความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อ รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ไม่น้อยกว่า 3.5 2. ค่าเฉลี่ย ของอัตราการเดินเครื่องจักร หลังการดำเนินงาน รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต เพิ่มสูงขึ้น 3. คะแนนเฉลี่ย ของความพึงพอใจ ของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อรูปแบบการพัฒนาขีดความ สามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ไม่น้อยกว่า 3.5
5. ขอบเขตของการวิจัย การศึกษาวิจัย เรื่อง รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ครั้งนี้ ครอบคลุมตามกรอบแนวคิดและกระบวนพัฒนาแบบมีส่วนร่วม ซึ่งประกอบด้วย กระบวนการร่วมกันวางแผน ร่วมกันดำเนินงาน ร่วมกันตรวจสอบ และร่วมกันปรับปรุง ในการดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต การศึกษาวิจัยนี้ จะดำเนินการศึกษากับกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตในพื้นที่จังหวัดสระบุรี มีระยะเวลาในการศึกษาวิจัย 1 ปี 6 เดือน เริ่มตั้งแต่ เดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 ถึงเดือน มีนาคม พ.ศ. 2552
7. วิธีการวิจัย การศึกษาวิจัย เรื่อง การศึกษารูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต นี้ จะดำเนินการศึกษาสาระสำคัญ ประกอบด้วย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือการวิจัย วิธีเก็บรวบรวมข้อมูล การจัดกระทำข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปผลการศึกษาวิจัย ดังรายละเอียดที่แสดงไว้ในแผนภูมิที่ 1.5
แผนภูมิที่ 1.5 แสดงขั้นตอนการดำเนินการศึกษาวิจัย 7.1 ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัย คือ พนักงานผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ของสถานประกอบการในจังหวัดสระบุรี 2. กลุ่มตัวอย่าง (Sampling) เลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 9 คน 7.2 เครื่องมือวิจัย 7.2.1. เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลตัวแปรต่างๆที่ผู้วิจัยสนใจศึกษา 7.2.1.1 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางของบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ตอนที่ 1. สถานะภาพของผู้ตอบแบสอบถาม (Checklist) ตอนที่ 2. ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต (Rating Scale/Questionnaire) ตอนที่ 3. ข้อเสนอแนะ 7.2.1.2 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ก่อนและหลัง เข้ารับการพัฒนา ของผู้เข้ารับการพัฒนาขีดความสามารถในการบำรุงรักษาเครื่องจักร ใช้แบบทดสอบ (Test) ตอนที่ 1. สถานะภาพของผู้ตอบแบสอบถาม (Checklist) ตอนที่ 2. ข้อทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเข้ารับการพัฒนา ของผู้เข้ารับการพัฒนาขีดความสามารถในการบำรุงรักษาเครื่องจักร (Test) ตอนที่ 3. ข้อเสนอแนะ 7.2.1.3 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อรูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักร ในอุตสาหกรรมการผลิต ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ตอนที่ 1. สถานะภาพของผู้ตอบแบสอบถาม (Checklist) ตอนที่ 2. ความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อรูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต (Rating Scale/Questionnaire)
ตอนที่ 3. ข้อเสนอแนะ 7.2.2 เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินการทดลอง เช่น ชุดฝึกอบรมการบำรุงรักษาเครื่องจักรแผนการฝึกอบรม สื่อ และนวัตกรรม ต่างๆ 7.2.3 การออกแบบสร้างเครื่องมือการวิจัย 7.2.3.1 วิธีการเลือกเครื่องมือการวิจัย ก. ตัวแปรตามประเภท "ความคิดเห็น, ทัศนะ" ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ข. ตัวแปรตามประเภท "ความพึงพอใจ" ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ 7.2.3.2..การได้มาของเครื่องมือวิจัย ผู้วิจัยสร้างเองโดยใช้วิธีปรับปรุงจากเครื่องมือของผู้วิจัยอื่น ที่วัดตัวแปรตัวเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน 7.2.3.3..คุณภาพของเครื่องมือวิจัยที่ดี ก. ความเที่ยงหรือความตรง (Validity) คือ เครื่องมือที่วัดได้ครอบคลุมสิ่งที่ต้องการวัด โดยผู้เชี่ยวชาญไม่ต่ำกว่า 3 คน (เป็นเลขคี่เพื่อการสรปผล) กำหนดสัดส่วนของความเห็นที่สอดคล้องกัน เช่น 2ใน 3 หรือ 3 ใน 5 เป็นต้น ข. หาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of congruence) IOC ข้อที่ใช้ได้ต้องมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป ค. อำนาจจำแนก (Discrimination) ง. ความเชื่อมั่นหรือความเชื่อถือได้ (Reliability) จ. ความยากง่าย (Difficulty) กรณีแบบทดสอบ 7.2.3.4 วิธีสร้างเครื่องมือการวิจัย ก. วิเคราะห์ความมุ่งหมาย/วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อพิจารณาตัวแปรทั้งหมดที่ต้องศึกษา ข. ศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับตัวแปรที่ต้องศึกษา โดยเฉพาะตัวแปรตาม ค. ให้คำจำกัดความของตัวแปรโดยเฉพาะตัวแปรตาม ในรูปของนิยามปฏิบัติการ (Operation definition) ง. เขียนข้อคำถามให้สอดคล้องกับนิยามปฏิบัติการ จ. หาคุณภาพด้านความเที่ยงตรง โดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญ ฉ. ทดลองใช้ (Try-out ครั้งที่ 1 ) เพื่อหาคุณภาพรายข้อ เช่นอำนาจจำแนก ช. ทดลองใช้ครั้งที่ 2 เพื่อหาคุณภาพทั้งฉบับ ได้แก่ ความเชื่อมั่น ซ. ปรับปรุงครั้งสุดท้ายให้สมบูรณ์ ดังรายละเอียดของขั้นตอนการออกแบบสร้างเครื่องมือ ที่แสดงในแผนภูมิที่ 1.6 แผนภูมิที่ 1.6 แสดงขั้นตอนการดำเนินการสร้างเครื่องมือศึกษาวิจัย 7.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. แนวทางการเก็บรวบรวมข้อมูล - ตอบสนองความมุ่งหมายของการวิจัยทุกข้อ - ครอบคลุมตัวแปรตามและตัวแปรอิสระทุกตัว 2. ถูกต้องตามเทคนิคการเก็บข้อมูล ของเครื่องมือแต่ละประเภทที่ใช้ 3. เก็บข้อมูลได้ครบถ้วนตามจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 4. กระตุ้นให้กลุ่มตัวอย่างตอบด้วยความจริงใจ ดังรายละเอียดของขั้นตอนการทดลองและเก็บข้อมูล ที่แสดงในแผนภูมิที่ 1.7 แผนภูมิที่ 1.7 แสดงขั้นตอนการทดลองและเก็บข้อมูล ขั้นตอนการทดลองและเก็บข้อมูล ครั้งที่ 1 ดังรายละเอียด ที่แสดงในแผนภูมิที่ 1.8 แผนภูมิที่ 1.8 แสดงขั้นตอนการทดลองและเก็บข้อมูล ครั้งที่ 1 ขั้นตอนการทดลองและเก็บข้อมูล ครั้งที่ 2 ดังรายละเอียด ที่แสดงในแผนภูมิที่ 1.9 แผนภูมิที่ 1.9 แสดงขั้นตอนการทดลองและเก็บข้อมูล ครั้งที่ 2 7.4 การจัดกระทำข้อมูล คือการนำข้อมูลมาแจงนับและจัดกระทำเพื่อตอบปัญหาการวิจัย หรือเพื่อทดสอบสมมุติฐานการวิจัย มีขั้นตอนดังรายละเอียด ที่แสดงในแผนภูมิที่ 1.10
7.5 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. สถิติพื้นฐาน ก. ร้อยละ ข. ค่าเฉลี่ย ค. ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2. สถิติที่ใช้หาคุณภาพเครื่องมือ ก. ค่าความเที่ยงตรง ใช้ IOC ข. อำนาจจำแนก ใช้สหสัมพันธ์ (Item total correlation) ค. ความเชื่อมั่น 3. สถิติที่ใช้ทดสอบสมมุติฐาน ก. เปรียบเทียบค่าเฉลี่ย 2 กลุ่มที่เป็นอิสระจากกัน (Independent sample) ใช้สถิติการทดสอบค่าที (T-test) เมื่อข้อมูลระดับอันตรภาคชั้น ใช้กับการวิจัยเปรียบเทียบและการวิจัยเชิงทดลอง ข. เปรียบเทียบค่าเฉลี่ย 2 กลุ่มที่ไม่เป็นอิสระจากกัน (Dependent sample) ใช้สถิติการทดสอบค่าที (T-test) เมื่อข้อมูลระดับอันตรภาคชั้น ใช้กับการวิจัยเปรียบ เทียบผลก่อน-หลังทดลอง ค. เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มตัวอย่างที่มากกว่า 3 กลุ่มขึ้นไป ที่เป็นอิสระจากกัน โดยข้อมูลระดับอันตรภาคหรือสัดส่วนใช้สถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One way ANOVA)
7.6 การสรุปและรายงานผลการวิจัย การสรุปและรายงานผลการวิจัย เรื่อง การศึกษารูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผุ้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต มีขั้นตอนการสรุปและรายงานผล ดังรายละเอียดที่ไดแสดงไว้ในแผนภูมิที่ 1.11 8. ประโยชน์ของการวิจัย 1. รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากร ในอุตสาหกรรมการผลิต ที่ได้จากการวิจัย สถานศึกษาในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรม สามารถนำไปใช้ดำเนินการพัฒนาขีดความ สามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากร ในอุตสาหกรรมการผลิต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ผลการศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเข้ารับการพัฒนา ของผู้เข้ารับการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต ที่ได้จากการวิจัยนี้ เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่จะนำรูปแบบการพัฒนาไปใช้ สามารถใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงวัสดุที่ใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้และบำรุงรักษาเครื่องจักรให้มีคุณภาพมากขึ้น 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อรูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิตที่ได้จากการวิจัยนี้เป็นประโยชน์กับคณะทำงานของวิทยาลัยเทคนิคท่าหลวงซิเมนต์ไทยอนุสรณ์นำไปใช้เป็นข้อมูล ในการปรับปรุงการดำเนินงานให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจของวิทยาลัยและความต้องการของชุมชน ต่อไป
9. นิยามศัพท์เฉพาะ 1. รูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต หมายถึง แบบแผนในการดำเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ประกอบด้วย กรอบแนวคิด กระบวนการ ขั้นตอนและวิธีดำเนินงานที่ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ตลอดจนบทบาทหน้าที่ของบุคลากร และ วัสดุการฝึกอบรม ที่ใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต 2. ผลสัมฤทธิ์ ก่อนและหลังการพัฒนา ของผู้เข้ารับการพัฒนา ขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับ บุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต หมายถึง ผลการประเมินความรู้และทักษะ ของพนักงานประจำเครื่องที่เข้ารับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้และบำรุงรักษาเครื่องจักร 3. ความพึงพอใจ ของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อการดำเนินงานตามรูปแบบ การพัฒนาของผู้เข้ารับการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทาง สำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต หมายถึง ความ รู้สึก ความคิดเห็น ของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีต่อรูปแบบการดำเนินงาน 4. ผู้เข้ารับการพัฒนา หมายถึง พนักงานผู้ที่ทำหน้าที่ใช้เครื่องจักรของสถานประกอบการที่เข้ารับการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต 5. ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการดำเนินงาน หมายถึง ผู้เชี่ยวชาญ ครูอาจารย์ วิทยากร คณะทำงานของวิทยาลัยเทคนิคท่าหลวงซิเมนต์ไทยอนุสรณ์ ตัวแทนสถานประกอบการ และผู้เข้ารับการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางสำหรับบุคลากรผู้ใช้เครื่องจักรในอุตสาหกรรมการผลิต 10. เอกสารอ้างอิง ภาษาไทย ธีระพล เมธีกุล. เอกสารการฝึกอบรมวิทยากร. โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ สถาบันไทย-เยอรมัน, 2550 สุราษฎร์ พรหมจันทร์. หลักสูตรฝึกอบรมเป็นผู้นิเทศการสอนสายช่างอุตสาหกรรม. ภาควิชาเครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2547. นนทวัฒน์ สุขผล. เทคนิคการฝึกอบรมอย่างมีประสิทธิผล. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ธีระป้อมวรรณกรรม, 2543. นนทวัฒน์ สุขผล. คู่มือปฏิบัติการฝึกอบรม. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ธีระป้อมวรรณกรรม, 2543. เสาวลักษณ์ มิ่งขวัญ. วิธีการพัฒนา Competency. กรุงเทพมหานคร : บริษัทเอส ซี จี ซิเมนต์ไทย จำกัด, 2550. ธานี อ่วมอ้อ. การบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์บริษัทพีค บูลส์ จำกัด, 2546. ธานี อ่วมอ้อ. การบำรุงรักษาด้วยตนเอง. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์บริษัทพีค บูลส์ จำกัด, 2547. ฟุคุนางะ อิจิโระ. เทคนิคการบำรุงรักษาเครื่องจักรกลในโรงงาน. แปลโดย ปริทรรศน์ พันธุบรรยงค์ และคนอื่น ๆ. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น), 2543. ปรีชา ทิมทอง. ชิ้นส่วนเครื่องกล. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์จิตรวัฒน์, 2543. อำพน กิตติอำพน. ทิศทางการลงทุนภาครัฐและเอกชน ปี 2550. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2550. กลุ่มสถิติแรงงาน. การสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของประชากร พ.ศ. 2548. งานวิจัยเชิงสำรวจ สำนักสถิติและสังคม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2548. กลุ่มสถิติแรงงาน. การสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของประชากร พ.ศ. 2549. งานวิจัยเชิงสำรวจ สำนักสถิติและสังคม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2549. กลุ่มสถิติแรงงาน. การสำรวจความต้องการพัฒนาขีดความสามารถของประชากร พ.ศ. 2550. งานวิจัยเชิงสำรวจ สำนักสถิติและสังคม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2550. ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ. ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมหลัก. โครงการศึกษาวิจัยสถานะของกำลังแรงงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2548. มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย. โครงการศึกษาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2547. อเนก เทียนบูชา. การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกอบรม เรื่อง การสอนงานสำหรับหัวหน้างาน. งานวิจัยสาขาวิชาเครื่องกล คณะครุศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2544. ผ่องพรรณ ตรัยมงคลกูล, สุภาพ ฉัตราภรณ์. การออกแบบการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2541. ประพนธ์ เจียกูล และคณะ. การเรียนรู้การทำวิจัยด้วยตนเอง. กรุงเทพมหานคร : สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2543. ชูศรี วงศ์รัตนะ. เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2544. ชูศรี วงศ์รัตนะ. เทคนิคการเขียนเค้าโครงการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2549. บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์จามจุรีโปรดักท์, 2549. ระพินทร์ โพธิ์ศรี. สถิติเพื่อการวิจัย. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549.
ภาษาอังกฤษ Tsubakimoto Chain Co. Ltd. Power Transmission Products.
11. แผนการดำเนินการวิจัย
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||