พิมพ์หน้านี้
|
บทความทางวิชาการ เรื่อง แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม โดย นายแมนฤทธิ์ บุญเย็น
1. บทนำ ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว นำไปสู่การกำหนดกติกาการค้าการลงทุน และการรวมกลุ่มทางธุรกิจ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี มีอิทธิพลต่อกระแสการพัฒนา รวมถึงแนวโน้มการพัฒนาสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีและอาศัยความรู้เป็นฐานในการพัฒนา ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งเตรียมพร้อมทั้งการสร้างระบบ กลไก และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้สามารถปรับตัวก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเท่าทัน เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้างขีดความสามารถ และการแข่งขันของประเทศ (1) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงได้กำหนดแนวทางการพัฒนา และแนวทางการลงทุนตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ โดยมีทิศทางการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เป็นต้นว่า อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าของไทย เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศเนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอื่นๆเป็นจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาหารกระป๋อง (บรรจุภัณฑ์) เครื่องจักรกลและอุตสาหกรรมก่อสร้าง ฯลฯ. (2) จากแนวทางการพัฒนาและแนวทางการลงทุนตามแผนพัฒนาดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้อุตสาหกรรมการผลิต ที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มีความต้องการแรงงานเพื่อทำหน้าที่เป็น พนักงานควบคุมเครื่องจักรกลการผลิต และทำหน้าที่เป็นพนักงานซ่อมและบำรุงรักษาเครื่องจักร ในโรงงานอุตสาหกรรม แรงงานที่ทำหน้าที่ดังกล่าวนับว่าเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสำคัญยิ่ง ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาองค์กร โดยเฉพาะแรงงานที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน หรือมีความชำนาญงานเฉพาะทาง ยิ่งจะเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับผลการสำรวจและพยากรณ์ด้านอุปสงค์ของแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิต ของสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ดังที่ได้แสดงรายละเอียดไว้ในตารางที่ 1.1 ตารางที่ 1.1 ความต้องการแรงงานของอุตสาหกรรมการผลิตทั้งหมดและความต้องการแรงงานในส่วนเพิ่ม
ที่มา : สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) จากตารางที่ 1.1 จะเห็นได้ว่าความต้องการแรงงานในอุตสาหกรรมการผลิต ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปี 2552 มีแนวโน้มความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final report) เรื่อง โครงการศึกษาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรม เสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมูลนิธิสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สิงหาคม 2547 (3) ผลการศึกษาวิจัยพบว่า ภาคการผลิตนับว่าเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศทั้งในด้านการจ้างงานและด้านผลผลิต มีการจ้างแรงงานสูงถึง 7.43 ล้านคน ณ.สิ้นปี 2546 นอกจากนี้ผลผลิตของอุตสาหกรรมการผลิต ยังมีมูลค่ามากกว่าร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประชาชาติ ปัจจัยสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตคือ ด้านกำลังคน หรือกำลังแรงงานทั้งคุณภาพและปริมาณ การพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องก้าวเข้าสู่การพัฒนาที่เป็นแรงงานใช้ฝีมือ หรือมุ่งเน้นการพัฒนาแรงงาน ให้มีความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความเชี่ยวชาญ หรือความชำนาญเฉพาะทางเป็นสำคัญ
2. การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรม 2.1 แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ปัจจุบันรูปแบบของการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในอุตสาหกรรม มีรูปแบบวิธีการที่หลากหลาย เช่น การทัศนศึกษาดูงานในหน่วยงานอื่น (Best practice) การฝึกอบรมทางเทคนิค (Training) รวมถึงการจัดกิจกรรมในลักษณะต่างๆเพื่อให้เกิดการถ่ายทอดหรือแลกเปลี่ยนความรู้ ตัวอย่างเช่น กิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ (Show & share) กิจกรรมจับคู่ (Buddy) กิจกรรมพี่เลี้ยง (Coaching) การมอบหมายงานหรือโครงการให้ทำ (Project assignment) และการมอบหมายงานให้ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น (Team base activity) เป็นต้น (4) แต่หากเป็นการพัฒนาในรูปแบบของการฝึกอบรมแล้วสามารถจัดแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ดังนี้ 2.1.1 จัดการฝึกอบรมในสถานประกอบการ (In-house training) โดยสถานประกอบการเป็นผู้จัดการฝึกอบรม และใช้วิทยากรจากภายนอก หรือเป็นวิทยากรภายในของสถานประกอบการเองซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหัวหน้างานหรือวิศวกรที่ทำงานในหน้าที่นั้น แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ คือ 2.1.1.1 การฝึกอบรมหน้างาน (On the job training) หรือ OJT คือ การฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดทักษะการทำงานที่มีขั้นตอนง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมากนัก 2.1.1.2 การฝึกอบรมในห้อง (Off the job training) หรือ OFF-JT คือการฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดความรู้และทักษะการทำงานที่มีขั้นตอนยุ่งยาก หรือมีความซับซ้อนขึ้น ส่วนใหญ่จะต้องมีการสอนทฤษฎีหัวงานด้วย 2.1.2 จัดการฝึกอบรมนอกสถานประกอบการ (Class room training) ส่วนใหญ่เป็นหน่วยงาน สถาบันของรัฐหรือเอกชน รวมทั้งสถาบันการศึกษา เป็นผู้จัดการฝึกอบรม โดยจัดขึ้นที่หน่วยงาน วิทยากรที่ใช้จะเป็นครู อาจารย์ หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้และทักษะให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรม จากรูปแบบการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรม ในระยะที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นบทบาทของภาครัฐที่เน้นการพัฒนาในเชิงตั้งรับ และด้วยข้อจำกัดด้านทรัพยากร เช่นบุคลากร งบประมาณ และการบริหารจัดการ จึงทำให้การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมที่มีรูปแบบในเชิงตั้งรับ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายตามสาขาอาชีพ และในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อการปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการแข่งขันของประเทศได้
2.2 แนวทางการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรมในอนาคต การพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภาคอุตสาหกรรมในอนาคต ควรจะต้องมุ่งเน้นให้ สามารถปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลง ก้าวทันต่อกระแสการพัฒนาของเศรษฐกิจ การลงทุน และการแข่งขันของประเทศได้ ดังนั้น รูปแบบของการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต จึงควรจัดทำในรูปแบบของสถาบันเฉพาะทาง ที่มีความหลากหลายตามสาขาอาชีพ มีการดำเนินงานเชิงรุกเคลื่อนย้ายเข้าไปหากลุ่มเป้าหมายในสถานประกอบการได้สะดวก ดังตัวอย่าง แนวคิดรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะอาชีพช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล ดังรูปที่ 1.1
รูปที่ 1.1 แนวคิดรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะอาชีพช่างซ่อมบำรุงเครื่องกล 3. บทสรุป จากความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่นำไปสู่การกำหนดกติกาการค้า การลงทุน และการรวมกลุ่มทางธุรกิจ ที่กำลังมีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการปรับโครงสร้างทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการปรับแผนยุทธศาสตร์ที่จะใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต ดังนั้น รัฐบาล โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจึง ได้จัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ขึ้น โดยมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาและการลงทุนใน 4 ด้านคือ 1. ลดต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ 2. พัฒนาการบริการของภาครัฐ 3. สร้างโอกาสให้เข้าถึงบริการพื้นฐาน และ 4. สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน มีผลทำให้ภาครัฐและเอกชน เกิดความตื่นตัวในการเตรียมความพร้อม ทั้งการสร้างระบบ กลไก และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้สามารถปรับตัวก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเท่าทัน เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคงในการสร้างขีดความสามารถและการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้สอดรับกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่ต้องการ การปรับตัวเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น จึงมีความต้องการที่จะพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร ทั้งที่มีอยู่เดิม และที่กำลังจะรับเข้ามาใหม่ ให้เป็นแรงงานใช้ฝีมือที่มีคุณภาพ มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีความชำนาญในอาชีพ มาร่วมมือกันในการพัฒนาองค์กรให้บรรลุตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ ดังกล่าว จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่ง ที่จะมีการศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนารูปแบบที่เหมาะสม มาใช้ในการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม โดยเน้นการพัฒนาขีดความสามารถเฉพาะทางตามสาขาอาชีพ ให้มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น และมีวิธีการดำเนินงานในเชิงรุก สามารถเคลื่อนย้ายเข้าไปหากลุ่มเป้าหมายในสถานประกอบการได้สะดวก ต่อไป
4. เอกสารอ้างอิง 1. เอกสารการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง ทิศทางการลงทุนในภาครัฐและเอกชนในปี 2550 โดยดร.อำพน กิตติอำพล, 31 มกราคม 2550 2. บทความเรื่อง อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้าไทย โดยสำนักงานพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ, 20 มิถุนายน 2548 3. รายงานการศึกษาฉบับสมบูรณ์ (Final report) เรื่อง โครงการศึกษาเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรม เสนอต่อสำนักงานคณะกรรม การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมูลนิธิสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), สิงหาคม 2547 4. เอกสารรายงานการประชุมผู้จัดการการบุคคล (HRDHR Shared Services) กลุ่มบริษัทปูนอุตสาหกรรม จำกัด เรื่อง แนวทางการพัฒนาสมรรถนะของพนักงานบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด, โดยเสาวลักษณ์ มิ่งขวัญ, มิถุนายน 2550 |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||