• AllYouShouldKnow
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2022-03-03
  • จำนวนเรื่อง : 107
  • จำนวนผู้ชม : 19825
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
Marketingtips - แหล่งรวมความรู้ เรื่อง การตลาด marketing
แหล้งรวมความรู้ เรื่อง การตลาด marketing การทำ website SEO SEM Facebook ads Google ads รวมไปถึงการวาง marketing strategy customer journey ให้ดีอีกด้วย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/marketingtips
วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน 2565
Posted by AllYouShouldKnow , ผู้อ่าน : 166 , 00:49:20 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลักในการตั้งสมมติฐานการวิจัยและตัวอย่าง มีความจำเป็นอย่างไร

สมมติฐานงานวิจัย

หากคุณยังใหม่ต่อโลกของการวิจัย หรือนี่เป็นครั้งแรกที่คุณเขียนวิทยานิพนธ์หรือวิทยานิพนธ์ คุณอาจสังเกตเห็นว่ามีการใช้คำว่า สมมติฐานการวิจัย และ สมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ ค่อนข้างน้อย หากคุณกำลังสงสัย สมมุติฐานการวิจัยหมายถึงในบริบทการวิจัยหรืออาจหมายถึงขั้นตอนการวิจัยโดยย่อ

สมมติฐานการวิจัย เป็นหนึ่งในคำที่ผู้คนใช้เพื่อเข้าใจงานวิจัยได้โดยง่าย โดยคิดว่าพวกเขาจะเข้าใจความหมายของมัน อย่างไรก็ตาม มันมีความหมายเฉพาะเจาะจงมากในการวิจัยเชิงวิชาการ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความหมายที่แน่นอนก่อนในตั้งชิ้นงานและเริ่มตั้งสมมติฐาน


ประเภทของสมมติฐาน

สมมติฐานการวิจัย (Research Hypothesis)

สมมุติฐานของการวิจัย (Research Hypothesis) หมายถึง เป็นข้อความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่คาดหวังระหว่างตัวแปรและผลลัพธ์ หรือเพื่ออธิบายของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามการวิจัยได้อย่างชัดเจน เฉพาะเจาะจง และสามารถทดสอบได้

ดังนั้น เมื่อคุณเขียนสมมติฐานสำหรับวิทยานิพนธ์หรือวิทยานิพนธ์ของคุณ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นไปตามเกณฑ์เหล่านี้ทั้งหมด หากคุณทำเช่นนั้น   คุณจะไม่เพียงแต่มีสมมติฐานที่มั่นคงเท่านั้น แต่คุณยังจะเน้นย้ำจุดโฟกัสที่ชัดเจนสำหรับโครงการวิจัยทั้งหมดของคุณ และเพื่อทำให้ผู้อ่านงานวิจัยของคุณเข้าใจได้ตามที่คุณพยายามสื่อสารและจะแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีก 2 ประเภท คือ

  • สมมติฐานแบบมีทิศทาง (Directional hypothesis) เช่น กลุ่มหนึ่งมากกว่า หรือน้อยกว่าอีกกลุ่มหนึ่ง
  • สมมติฐานแบบไม่มีทิศทาง (Non-directional hypothesis) เช่น แตกต่างกัน หรือสัมพันธ์กัน

สมมติฐานทางสถิติ (Statistical Hypothesis)

สมมติฐานทางสถิติ (Statistical Hypothesis) เป็นตัวอ้างอิงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานะของธรรมชาติ ที่มีโครงสร้างภายในกรอบของแบบจำลองทางสถิติตัวอย่างเช่น

  • สมมติฐานที่เป็นกลาง (Hull hypothesis) (H0) ใช้ค่าพารามิเตอร์ที่บ่งบอกถึงความไม่แตกต่างกัน เช่น 1 = 2 เป็นต้น
  • สมมติฐานอื่น (Alternative hypothesis) (H1) 8soCfP12Ph19mi914zQaZz2KsGGtcANVhVVfKAnmVRqM เช่น 1 < 2 เป็นต้น

วิธีการตั้งสมมติฐานการวิจัย

วิเคราะห์ข้อมูลเป็นกลุ่มจากการตั้งสมมติฐานในการวิจัย

การตั้งสมมติฐานในการวิจัย เป็นขั้นตอนเพื่อคาดคะเนหรือคาดเดาคําตอบของ ปัญหาการวิจัย การคาดเดาหรือตั้งสมมติฐานในการหาคําตอบมีประโยชน์ในการกําหนดทิศทางการหาข้อมูล เพื่อตรวจสอบ ปัญหาการวิจัย เพื่อคาดเดาคําตอบของคำตอบอย่างมีเหตุมีผล ผู้วิจัยควรตั้งสมมติฐานของการวิจัยหลังจากที่ได้ศึกษาทฤษฎีเอกสารต่าง ๆ

ตลอดจนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอเพื่อที่จะคาดเดาตัวแปรและผลลัพธ์ โดยอาศัยเหตุผลอย่างสมเหตุสมผล สมมติฐานในการวิจัยเป็นคํากล่าวที่แสดงความถึงความสัมพันธ์ที่คาดการณ์ ระหว่างตัวแปรสองตัวขึ้นไป โดยแสดงทิศทางของความสัมพันธ์ว่าเป็นบวกหรือลบและเป็นคํากล่าวที่จะต้องพิสูจน์ต่อว่าเป็นจริงเช่นนั้นหรือไม่เพราะฉะนั้นสมมติฐาน ซึ่งหลักในการตั้งสมมติฐานการวิจัยจะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

  1. มีตัวแปรอย่างน้อย 2 ตัวและระบุตัวแปรใหชัดเจน ทั้งตัวแปรตนและตัวแปรตาม 
  2. เป็นความสัมพันธ์ที่จะต้องบอกทิศทางความสัมพันธ์ของตัวแปรตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป
  3. สามารถนำไปพิสูจน์ต่อได้ในอนาคต

แหล่งที่มาของสมมติฐานการวิจัย

ค้นคว้าแหล่งข้อมูลจากหนังสือ และ laptop

แหล่งของสมมุติฐาน และการตั้งสมมุติฐานจะต้องมีความสมเหตุสมผล ซึ่งผู้วิจัยจะต้องอาศัยที่มาของสมมติฐานการวิจัยจากหลายทางดังนี้ 

  • ทฤษฎีต่างๆ ผู้วิจัยจะต้องทำการศึกษาและทำความเข้าใจในทฤษฎีและเนื้อหาเหล่านั้น ความรู้และทฤษฎีเหล่านี้จะช่วยให้การกำหนดปัญหาและการตั้งสมมติฐานการวิจัยได้เป็นอย่างดี เพื่อทำให้การวิจัยของเรามีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ
  • ค้นคว้าจากการวิจัยที่มีผู้ทำมาแล้ว  การวิจัยของผู้อื่น จะช่วยให้ผู้วิจัยสามารถนำไปใช้ในการตั้งสมมติฐานการวิจัยได้ 
  • ความเชื่อทั่วไปของสังคมและหลักความจริงที่คนทั่วไปยอมรับ  
  • สมมุติฐานการวิจัยจากประสบการณ์ตรงของผู้วิจัยเอง ซึ่งผู้วิจัยอาจมีความรู้ มีความชำนาญในส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยได้เป็นอย่างดี  
  • ผู้รู้หรือผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะ ซึ่งคำกล่าวหรือข้อคิดเห็นของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อในการวิจัย  สามารถนำมาใช้ในการตั้งสมมติฐานงานวิจัยได้ 
  • การสังเกตพฤติกรรมหรือเหตุการณ์ต่างๆ รวมไปถึงการได้มีการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรต่างๆ และแนวโน้มของพฤติกรรมหรือเหตุการณ์นั้นๆ ก็จะสามารถใช้เป็นแนวทางในการตั้งสมมติฐานการวิจัยได้

หลักการตั้งสมมติฐานการวิจัยที่ดี

หลักในการตั้งสมมติฐานที่ดีควรมีความเกี่ยวข้องกับงานวิจัยและมีแนวโน้มที่จะเกินขึ้นได้โดยสมมติฐานการวิจัยที่ดีควรมีลักษณะดังนี้

  • การเขียนสมมติฐานการวิจัยควรสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการวิจัย  จุดมุ่งหมายของงานวิจัยต้องการศึกษาอะไร  สมมติฐานการวิจัยก็ควรตั้งให้อยู่ในลักษณะแนวทางเดียวกัน 
  • การตั้งสมมติฐานงานวิจัยที่ดีต้องสามารถทดสอบได้ด้วยข้อมูล หรือหลักฐาน และมีคำตอบสำหรับปัญหาที่การวิจัยนั้นๆ ตั้งไว้
  • สมมุติฐานการวิจัยสามารถทดสอบได้ด้วยข้อมูลและวิธีการทางสถิติ 
  • ใช้ภาษาที่ชัดเจน  เข้าใจง่าย  รัดกุม
  • สมมุติฐานแต่ละข้อควรตอบคำถามเพียงข้อเดียวหรือประเด็นเดียว  หากมีตัวแปรที่จะต้องศึกษาหลายตัว ควรแยกเป็นสมมุติฐานย่อยแต่ละข้อ  เพราะจะสามารถสรุปการยอมรับหรือปฏิเสธสมมุติฐานได้ชัดเจน
  • สมมุติฐานการวิจัยมีความสมเหตุสมผลตามทฤษฎี  หลักการและเหตุผล  สภาพที่เป็นจริงที่ยอมรับกันทั่วไป

การตั้งสมมุติฐานการวิจัยมีความจำเป็นอย่างไร

การตั้งสมมุติฐานการวิจัยเป็นตัวช่วยในการวิจัยโดยเราจะแบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ ได้ดังนี้

  • ทิศทางการวิจัย

สมมติฐานทำหน้าที่เป็นต้นแบบในการวิจัย ให้ความรู้และแนวทางใหม่แก่นักวิจัย มันสั่งให้นักวิทยาศาสตร์รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหาและสาเหตุของมัน

  • สมมติฐานการวิจัยทำหน้าที่เป็นไกด์

สมมติฐานให้แนวทางและทิศทางใหม่แก่นักวิจัย ทำหน้าที่เป็นแนวทางความเป็นไปได้ในการปรับใช้งานวิจัยกันองค์กรหรือสังคมในรูปแบบต่างๆ

  • ประหยัดเวลา เงิน และพลังงาน

สมมติฐานการวิจัยช่วยประหยัดเวลา เงิน และพลังงานของนักวิจัย เพราะเป็นแนวทางสำหรับผู้วิจัยและช่วยผู้วิจัยในการรักษาคุณภาพของผลลัพธ์ในงานวิจัย

  • ความแม่นยำ

สมมติฐานการวิจัยให้ความถูกต้องและแม่นยำแก่การวิจัย ความแม่นยำเป็นคุณลักษณะของการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นไปได้เนื่องจากสมมติฐาน

  • ข้อสรุปที่เหมาะสม

สมมติฐานการวิจัยที่ตั้งขึ้นอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ข้อสรุปที่สมเหตุสมผล เป็นประโยชน์และเหมาะสม  หากสมมติฐานดีกว่าข้อสรุปที่ผู้วิจัยร่างขึ้น


ประโยชน์ในการตั้งสมมติฐานการวิจัย

การตั้งสมมติฐานการวิจัยเป็นตัวช่วยในการวิจัยและเพื่อให้ตัวผู้วิจัยเองสามารถคาดเดาถึงความเป็นไปได้ในผลลัพธ์ของงานวิจัยเอง โดยประโยชน์ในการตั้งสมมติฐานการวิจัยสามารถสรุปได้เป็นข้อๆ ดังนี้

  • ช่วยให้มั่นใจได้ว่าวิธีการวิจัยทั้งหมดเป็นวิทยาศาสตร์และถูกต้อง
  • ช่วยสมมติความน่าจะเป็นของการล้มเหลวในการวิจัยและความคืบหน้า
  • ช่วยในการเชื่อมโยงไปยังทฤษฎีพื้นฐานและคำถามการวิจัยเฉพาะ
  • ช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและวัดความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของงานวิจัย
  • เป็นพื้นฐานหรือหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของงานวิจัย
  • ช่วยอธิบายการศึกษาวิจัยในแง่ที่เป็นรูปธรรมมากกว่าเชิงทฤษฎี

ตัวอย่างสมมติฐานการวิจัย

ตัวอย่างที่ 1

ปัญหาวิจัย

ปัญหาน้ำหนักเกินค่าดัชนีมวลกายของวัยรุ่น จากปัญหาพฤติกรรมและทัศนคติการรับประทานอาหารและสภาพแวดล้อมของวัยรุ่น

หัวข้อวิจัย

การศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมการลดความอ้วนของวัยรุ่น

สมมติฐานการวิจัย

  • การขาดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโภชนาการของวัยรุ่น
  • ทัศนคติในการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารของวันรุ่ยไทยที่ต้องบริโภคข้าวเป็นหลัก

ตัวอย่างที่ 2

ปัญหาวิจัย

ปัญหาความสอดคล้องการใช้ชีวิตและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำมาปรับใช้ในครัวเลือนของจังหวัดลพบุรี

หัวข้อวิจัย 

ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการพฤติกรรมการดําเนินชีวิตตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงของครัวเรือนตนแบบในจังหวัดลพบุรี

สมมติฐานการวิจัย

  • สมมติฐานที่ 1 การดํารงตําแหน่งในชุมชนของหัวหนาครัวเรือนจะมีความสัมพันธ์ เชิงปฏิฐานกับพฤติกรรมการดําเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของครัวเรือนในหมู่บาน เศรษฐกิจพอเพียงตนแบบจังหวัดลพบุรี 
  • สมมติฐานที่ 2 จํานวนสมาชิกในครัวเรือนจะมีความสัมพันธเชิงปฏิฐานกับพฤติกรรม การดําเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของครัวเรือนในหมูบ้านเศรษฐกิจพอเพียงตนแบบ จังหวัดลพบุรี 
  • สมมติฐานที่ 3 อาชีพหลักของครัวเรือนจะมีความสัมพันธเชิงปฏิฐานกับพฤติกรรมการ ดําเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของครัวเรือนในหมูบานเศรษฐกิจพอเพียงตนแบบจังหวัด ลพบุรี

ตัวอย่างที่ 3

ปัญหาวิจัย

จังหวัดเพชรบูรณ์เป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศเหมาะสมกับการเพาะเห็ดหลายๆ ประเภท อีกทั้งมีรีสอร์ตและธุรกิจร้านอาหารที่ประกอบอาหารเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจํานวนมาก แต่ยังไม่มีการส่งเสริมหรือทำการตลาดเกี่ยวกับเห็ดให้มีความหลากหลายชนิดเพื่อรองรับความต้องการของตลาดและนักท่องเที่ยวมากนัก

หัวข้อวิจัย

พฤติกรรมผู้บริโภคและส่วนประสมทางการตลาดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเห็ด ในเขตอําเภอหล่มสัก และอําเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

สมมติฐานการวิจัย

  • ผู้บริโภคที่มีลักษณะประชากรศาสตร์ประกอบด้วย เพศ อายุ อาชีพ ระดับรายได้ต่อเดือน ระดับการศึกษาแตกต่างกัน มีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคแตกต่างกัน
  • ส่วนประสมทางการตลาดประกอบด้วยผลิตภัณฑ์, ราคา, ช่องทางการจัดจําหน่าย, การส่งเสริมการตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภค สามารถทํานายการตัดสินใจซื้อเห็ดในเขตอำเภอหล่มสัก และอําเภอเขาค้อจังหวัดเพชรบูรณ์

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2022 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]