"คุณเคยแอบชอบเพื่อนสนิทหรือเปล่า" ฟังแล้วคุ้นๆ หูหรือเปล่ากับสโลแกนของภาพยนตร์เรื่องใหม่ล่าสุดของค่าย จีเอ็มเอ็ม ไท หับ "เพื่อนสนิท" ที่ได้พระเอกหนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส อย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และนางเอกหน้าหวาน "นุ่น" ศิรพันธ์ วัฒนจินดา มาร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความผูกพันระหว่างเพื่อนรัก จนกลายเป็นรักเพื่อนไปแทนด้วย แหม...เป็นพระเอกหน้าใหม่แบบนี้ เราเลยแอบไปล้วงลึกถึงประวัติของหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรงคนนี้ มาฝากแฟนๆ บันเทิง "คม ชัด ลึก" กันทันที ก้าวแรกของวงการบันเทิงเข้าวงการได้อย่างไร
ผมไปเดินสวนจตุจักรแล้วมีคนมาขอเบอร์โทรศัพท์ ตอนนั้นไม่กล้าให้เบอร์ แต่จะขอนามบัตรพี่ๆ เขาไว้แล้วโทรไปหา จากนั้นก็มีผลงานโฆษณา ทีซีบี ทูน่า เบียร์สิงห์ เคทีซี ไอ-แคช เอไอเอส โมบาย ไลฟ์ และมิวสิควิดีโอเพลง "คนไม่เอาถ่าน" ของศิลปิน บิ๊ก แอสส์ ที่ทำให้คนรู้จักมากขึ้น และก็เล่นดนตรีอยู่ที่ผับ แจ่มบาร์ กับเพื่อนๆ ที่สนิทกัน ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต แล้วมาเล่นหนังเรื่อง "เพื่อนสนิท" ได้อย่างไร
มีพี่ทีมงานโทรมาชวนให้ผมไปคัดเลือกเพื่อแสดงหนังเรื่องนี้ ตอนแรกหวั่นใจกลัวว่าทำไม่ได้ก็เลยปฏิเสธ จนกระทั่งพี่ฝ่ายแคสติ้งโทรมาชวนเอง บอกว่าลองเข้ามาแคสดู ผมเห็นความตั้งใจของพี่ๆ เขา และเขากล้าให้โอกาสผมกับหนังของเขา ผมมองว่าไม่มีอะไรเสียหาย ลองไปแคสดู ถ้าได้เราก็ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น และพอผมได้รับคัดเลือกให้ไปเล่นจริงๆ ผมก็ต้องปรับตัวหลายอย่าง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ส่วนมากจะได้ใบสั่งจากผู้กำกับที่สั่งให้ผมลดน้ำหนัก ซึ่งจะมีสูตรจากนักโภชนาการคิดมาให้อย่างดี เป็นหลักสูตร 7 วัน ผมใช้เวลา 2 สัปดาห์ น้ำหนักลดลง 10 กว่ากิโลกรัม จาก 79 เหลือ 65 กิโลกรัม ผอมลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากลดน้ำหนักแล้วต้องทำอะไรอีก ต้องเข้าไปเวิร์คช็อป เพื่อให้คุ้นเคยกับนักแสดงคนอื่นๆ วันแรกที่ไป พี่เขาจะให้เราเล่นอะไรติ๊งต๊องๆ กลิ้งทับกัน ให้นอนเรียงกัน วิ่งรอดขา ฝึกกำหนดลมหายใจ มันช่วยทำให้เราไม่เกร็ง และไม่เขินเวลาเข้าฉากกับ 2 นางเอก "นุ่น" ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และ "เอ๋" มณีรัตน์ คำอ้วน นอกจากนี้ บท "ไข่ย้อย" ในเรื่องยังต้องทาตัวดำ มีเข้าเฝือกขา ไว้ผม 3 ทรง ผมยาว ผมหน้าม้าเต่อ และตัดสกินเฮด เล่นเรื่องนี้ได้ทำอะไรเยอะมากๆ เข้าฉากกับ 2 นางเอกแตกต่างกันหรือเปล่า เอ๋จะออกแนวไม่มั่นใจ กลัวว่าจะทำไม่ได้ เขาจะเล่นไปกังวลไป แต่ความจริงแล้ว เอ๋เล่นได้ดีและทำดีอยู่แล้ว เวลาที่สนิทกันแล้วผมจะชอบล้อเล่น ชอบเข้าไปกดดันเอ๋ แซวว่า กดดัน...กดดัน แล้วเดินหนีไป เขาคงเกลียดผมแล้วล่ะครับ ส่วนกับนุ่น เขาเป็นผู้หญิงแนวมั่นใจ เหมือนคาแรคเตอร์ในเรื่องเดี๊ยะ เวลาเขาเล่นอะไรจะใส่เต็มที่ ผิดก็ผิดใส่เลยเต็มที่ ผมก็จะชอบล้อเขาเหมือนกัน อยู่กองถ่ายนี้สนุกดี ทุกคนน่ารัก พวกเราสนิทกันหมดครับ ไข่ย้อยในเรื่องต้องแอบรักเพื่อนมันเป็นความรู้สึกที่ยากมาก บางช่วงเวลาเราเห็นผู้หญิงคนนี้น่ารักดีนะ แต่ไม่คิดว่าจะชอบ เราไม่พร้อมจะชอบใคร เขาอาจจะเป็นคนดีมาก แต่ใจเราไม่พร้อมเพราะอยู่กับคนโน้นตลอดเวลา และรู้สึกไม่พร้อมตอนที่เขามาบอกรัก เราก็ไม่กล้าปฏิเสธสักคำ ก็เลยหนีอีก ตามความรู้สึกของผม ใจของไข่ย้อยอยู่กับดากานดา ("นุ่น" ศิรพันธ์) ตลอดเวลา ความรู้สึกของผม การที่สนิทกับใครมานาน 4 ปี กับอีกคนแค่ 3 เดือน มันเปลี่ยนใจไม่ได้ ต่อให้ใครดีแค่ไหนก็เถอะ แต่อีกคนมันฝังใจไปแล้ว แล้วถ้าเป็นตัวซันนี่จะเลือกใคร ชีวิตจริงของผมยังไม่คิดเรื่องนี้เลย ผมไม่เคยตั้งสเปคผู้หญิง ถ้าเจอแล้วชอบคือชอบเลย แต่ก็ต้องดูกันนานๆ ผมเป็นคนที่เน้นความรู้สึกแรก เรื่องความรักระดับความคิดของผมมันอยู่ท้ายมากๆ เรื่องที่ไปชอบคนนั้น ต้องเอาเขามาเป็นแฟนไม่ได้อยู่ในระดับความคิดของผมเท่าไร ชีวิตผมส่วนใหญ่จะอยู่กับเพื่อน เล่นดนตรีตามผับ เรียนหนังสือ ทำงานซะมากกว่าครับ หนังเรื่องนี้ให้อะไรกับซันนี่บ้าง ผมรู้สึกว่าถ้าปฏิเสธ และไม่ได้เล่นหนังเรื่องนี้ ผมคงเสียดายแย่ ผมรักหนังเรื่องนี้ทุกอย่าง รักตัวไข่ย้อย ที่ผมแยกไม่ออกว่ามันคือตัวผมเองหรือเปล่า รักบทหนังเรื่องนี้ ที่ทำให้ผมไปหาหนังสือกล่องไปรษณีย์สีแดงมาอ่านจนจบ ด้วยความประทับใจ ทำให้ผมรู้สึกรักหนังมากขึ้น หนังเรื่องนี้เปลี่ยนมุมมองผมหลายอย่าง ต้องขอบคุณผู้กำกับและค่ายจีทีเอช ที่กล้าให้โอกาสคนอย่างผม คนที่ชอบปฏิเสธงาน เพราะไม่มั่นใจว่าจะทำสิ่งดีๆ ให้กับเขาได้หรือเปล่า แต่พี่เขาก็กล้าที่จะให้ผมลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ กล้าที่จะเสี่ยงไปกับผม ผมจึงเต็มที่กับหนังเรื่องนี้ คาดหวังกับหนังเรื่องแรกมากน้อยแค่ไหน ผมไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองต้องดัง ถ้าย้อนกลับไปได้ บางฉากผมอยากทำให้ดีกว่านี้ อยากให้ทุกคนสนุกกับการดูหนังเรื่องนี้ เพราะบางความรู้สึกมันละเอียดอ่อน น่าสนใจ ผมอยากให้มาดูกัน เพราะอาจจะทำให้หลงรักหนังเรื่องนี้ เหมือนกับที่ผมหลงรักก็ได้ "เพื่อนสนิท" เส้นบางๆ ของคำว่า "เพื่อนรัก" กับ "รักเพื่อน" ถ้าเป็นคุณจะเลือกคนที่ "ใช่" หรือคนที่ "ชอบ" วันที่ 6 ตุลาคมนี้ ได้คำตอบแน่ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ |