• sarokkarow
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-10-09
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 221982
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
สาระน่ารู้
ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต แปลว่า ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mcu
วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม 2552
Posted by sarokkarow , ผู้อ่าน : 5970 , 14:05:32 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“ยามเย็น เมฆลอยเคลื่อน ตะวันเดือนเลื่อนลอยคล้อยต่ำ หลบลับขอบฟ้า เวลาล่วงเลย เพราะเหตุโลกหมุนเรื่อยไปไม่เคยหยุดนิ่ง วันเวลาย่อมผ่านไป ลอยไป  ไม่ย้อนกลับมา เวลาไม่เคยคอยใคร  หวนคิดสักนิด ชีวิตคน สำรวจตัวตน บนวันเวลา  บกพร่องสิ่งใด  มุ่งแก้ไข เถิดหนา จะมัวรอช้าอยู่ทำไม”

อ้างอิง :  ชัยวัฒน์  วงศางาม วารสารแรงงาน (เวลากับคุณค่าของชีวิต)  ปีที่ 7 ฉบับเดือนกุมภาพันธ์  2552  หน้า8 - 9

เผลอแป๊บเดียวเองครับ จากปีใหม่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา  ตอนนี้ก็ย่างเข้าสู่เดือนที่สองของปีแล้ว อย่างที่โบราณท่านเคยกล่าวไว้ว่า “วันคืนไม่คอยท่าน  วันเวลาไม่เคยคอยใคร” ก็คงจะไม่ผิด  เดือนนี้เรียกได้ว่าเป็นเดือนแห่งความรัก ความรักเป็นต้นกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง  คนเราเกิดมาได้ก็ด้วยความรัก  เป็นความรักของพ่อและแม่............... ที่ทำให้เราได้เกิดมาดูโลกใบนี้

สำหรับคนทำงานอย่างเรา รู้สึกว่าเวลาแต่ละวันได้ผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน  บางครั้งรู้สึกว่า ทำงานไม่ค่อยทันกับเวลาเลย  ทำไมงานมันถึงได้มะรุมมะตุ้มในเวลาเดียวกัน อันโน้นก็สำคัญ อันนี้ก็สำคัญ งานมันเยอะเต็มไปหมด  จนไม่สามารถแยกได้ว่าควรทำงานชิ้นไหนก่อนกัน  ระหว่างงานที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน กับงานที่เร่งด่วนแต่ไม่สำคัญ    บางคนถึงขั้นกับต้องหอบเอางานจากที่ทำงานกลับไปทำต่อที่บ้านเพื่อให้งานเสร็จทันเวลากันเลยที่เดียว  ซึ่งการตัดสินใจหยิบเอางานแต่ละชิ้นมาทำ นอกจากเราจะคำนึงถึงความสำคัญและเร่งด่วนของงานเป็นที่ตั้งแล้ว   ในการทำงานทุกครั้งผลของงานที่ทำจะดีหรือไม่ดี ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้นั้นทำงานด้วยความพึงพอใจ ด้วยความรักใคร่ในงานนั้น ด้วยความพากเพียรเอาใจใส่ และหมั่นสอดส่องเหตุผลแห่งความสำเร็จของงานเป็นที่ตั้งด้วยหรือไม่  และในการทำงานทุกอย่างจะต้องอาศัยเวลาเป็นองค์ประกอบไปสู่ความสำเร็จเสมอ

เรื่องความสำคัญของเวลานี้  มีนิทานเล่าว่าสมัยก่อนมีฤๅษีตนหนึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าลึกห่างไกลผู้คน  มีลูกศิษย์อยู่ 2 คนเป็นเจ้าชายจากเมืองใหญ่มาขอศึกษาเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ จากฤๅษีตนนี้  เพื่อกลับไปช่วยบริหารราชการแผ่นดินในเมืองของตน     ฤๅษีตนนี้ศักดิ์สิทธิมาก ขนาดชี้ไม้เป็นนก  ชี้นกเป็นไม้ได้  ศิษย์ทั้งสองต่างก็เคารพเชื่อฟังและมีความมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาวิชาจากพระอาจารย์เป็นอย่างดี  ฝ่ายอาจารย์ก็ได้ถ่ายทอดวิชาให้ศิษย์ทั้งสองคนจนหมดสิ้น โดยไม่มีปิดบัง  เมื่อศิษย์ทั้งสองเรียนวิชาจากพระอาจารย์จนรู้แจ้งในทุกศาสตร์แล้ว  ทั้งสองคนจึงขอกราบลาพระอาจารย์เพื่อกลับไปยังบ้านเมืองของตน   พระอาจารย์จึงพูดเป็นปริศนาธรรมกับลูกศิษย์ว่า “มีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง มี 3 หน้า  แต่ละหน้ามี 2 ตา  ตาข้างหนึ่งสว่างมาก อีกข้างหนึ่งริบหรี่มืดแทบมองไม่เห็น  และมีปากด้วยกันถึง 12 ปาก   แต่ละปากมีฟัน 30 ซี่  สามารถกลืนกินทุกคนที่อยู่บนโลกนี้ได้ด้วย  หากใครสามารถเข้าใจ เอาชนะและใช้ประโยชน์จากสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้ จะได้เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตแน่นอน”

         ศิษย์ทั้งสองคนนั่งพิจารณาอยู่นาน  คิดยังไงก็คิดไม่ออกซักที เพราะไม่เคยเห็นสัตว์ประหลาดที่ไหนหน้าตาแบบนี้มาก่อน   ก็เลยขอคำแนะนำจากพระอาจารย์เพิ่มเติม พระอาจารย์ก็เลยสอนว่า  สัตว์ประหลาดที่พูดถึงนี้ก็คือเวลา   “เวลา มี 3 หน้า คือ หน้าร้อน หน้าฝน หน้าหนาว  มี 2 ตาข้างหนึ่งสว่างคือกลางวัน   อีกข้างหนึ่งมืดคือกลางคืน  มีปาก 12 ปาก คือ  เดือนทั้ง 12 เดือน  และมีฟัน  30 ซี่คือใน หนึ่งเดือนมีอยู่  30 วัน  เวลาสามารถกลืนกินทุกคนบนโลกนี้   โดยที่เราแทบไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกเวลากลืนกิน”

เวลา คือ ช่วงหนึ่งที่ชีวิตคนเราได้ดำเนินผ่านไป  ในหนึ่งวันทุกๆ คนเรามีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง  แต่คุณค่าของเวลาที่ผ่านไปของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน  ในเวลาทำงานหนึ่งวัน บางคนทำงานได้ปริมาณมากและมีคุณภาพ  แต่บางคนกลับทำงานได้น้อย  ทั้งๆ ที่ใช้เวลาเท่ากัน   ที่เป็นเช่นนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถใช้ประโยชน์จากเวลาได้มากกว่ากัน   คุณค่าของเวลานี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราได้ใช้ประโยชน์อะไรจากเวลาที่ผ่านไปในทุกขณะเวลา  ซึ่งผ่านไปแล้วไม่มีวันหวนคืนกลับและเราไม่สามารถเก็บสะสมเวลาได้เหมือนเงินทอง  ถึงไม่อยากใช้ยังไงเวลาเวลาก็ต้องผ่านไปอยู่ดี   การดำเนินชีวิตที่มีคุณค่าต้องรู้จักใช้เวลาให้เป็น  โดยการใช้ประโยชน์จากเวลาที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช้เวลาเรื่อยเปื่อย  มีชีวิตอยู่ไปวันๆ หรืออยู่เพื่อฆ่าเวลา  เวลาแม้เพียงเสี้ยวนาที  ก็อาจทำให้ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงได้  เวลาทุกนาที  มีค่ามากมาย  อย่างที่ทุกคนคาดไม่ถึง 

       

วันนี้มีเทคนิคการบริหารเวลามาฝากกัน  ที่เราๆ ท่านๆ  สามารถนำไปปรับใช้ได้ครับ    

ประการแรก  ควรมีการวางแผนล่วงหน้า  จะทำให้เรารู้ว่าในวันหนึ่งๆ  เราจะต้องทำอะไรบ้าง พิจารณาให้แน่นอนว่า  งานไหนสำคัญที่สุด  งานไหนสามารถทำภายหลังได้   ทำให้เรามีการจัดลำดับตามความสำคัญของงานได้   ซึ่งข้อนี้ผู้เขียนแนะนำว่าควรเลือกทำงานที่สำคัญที่สุดในช่วงเช้าก่อน  เพราะเป็นช่วงที่เรายังมีสมาธิและร่างกายยังสดชื่น

ประการที่สอง การเริ่มต้นที่ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง  ถ้าการเริ่มต้นทำงานในเช้าวันใหม่ด้วยความสดชื่น  แจ่มใส  การทำงานในวันนั้นก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย  

ประการที่สาม มีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจนทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน  การเขียนเป้าหมายออกมาก  จะช่วยให้จุดประสงค์ของงานชัดเจนขึ้น  และช่วยกำหนดทิศทางในการใช้เวลาในแต่ละวัน  เดือน  ปี  และชั่วชีวิตได้ 

และประการสุดท้ายควรดูแลสุขภาพกายและใจ ด้วยการทำจิตใจให้แจ่มใสและออกกำลังกาย เมื่อร่างกายและจิตใจแข็งแรง กระฉับกระเฉงแล้ว  ก็จะเป็นพลังสำคัญในการทำงานให้บรรลุจุดมุ่งหมายได้    

 “วันคืนไม่คอยท่า  วันเวลาไม่เคยคอยใคร    

 เรือเมล์และรถไฟ  ก็ต้องไปตามเวลา  

โอ้เอ้และอืดอาด  มักจะพลาดปรารถนา  

พลาดแล้วจะโศกา  โอ้ อนิจจา เราช้าไป”




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
น้องนางบ้านนา วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongnangbaanna

สวัสดีค่ะ
อืม..เวลาช่วงบ่ายเชื่องช้าจริงนะ
สมัยเรียนประถม ครูจะให้ร้องเพลง "ตรงต่อเวลา"
ทุกวันจนจำขึ้นใจเลยละคะ ชีวิตต้องเดินต่อไป...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
chaleeta วันที่ : 26/01/2009 เวลา : 14.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaleeta

สวัสดีค่ะ

เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน....

อยากย้อนเวลาไปแก้ไข
แต่คงทำไม่ได้

ได้แต่เดินหน้าต่อไปค่ะ

^_^

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน