พิมพ์หน้านี้
|
หลายเรื่องราวที่ผ่านพ้นไปกับกาลเวลาที่เปลี่ยนผ่านจากวัน เป็นเดือน เป็นปี ก่อเกิดความทรงจำนับร้อยนับพัน ทั้งความทรงจำที่สวยงามควรค่าแก่การจดจำ และความทรงจำที่ไม่อยากจะเก็บไว้ แม้ว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะผ่านพ้นไปนานเพียงใดก็ตาม หากแต่เวลาสามารถทำให้ความทรงจำลดความสำคัญลงไปได้หากมีเรื่องราวใหม่ๆที่สำคัญกว่าหรอควรค่าที่จะเก็บไว้ แม้ว่าเวลาในชีวิตได้ผ่านพ้นมาหลายปีแล้ว มีความทรงจำมากมายเรียงรายอยู่ภายในพื้นที่ที่ใช้เก็บข้อมูลของสมอง จนไม่อาจรู้ได้ว่าความจำภายในนั้นมีเพียงใด จึงสามารถรับรู้ข้อมูลได้มากมายเช่นนี้ แต่เวลาก็ได้ทำให้รับรู้และเก็บเกี่ยวความทรงจำดีดีไว้ไม่น้อย สิ่งที่เป็นเรื่องราวความประทับใจมักจะถูกเก็บไว้ในหัวข้อของความทรงจำ แล้งช่วงที่น่าจดจำของชีวิตอีกช่วงหนึ่งก็คือ ช่วงของการเรียนในชั้นมัธยมปลาย สำหรับฉันมันเป็นช่วงที่สำคัญของชีวิตอยู่เหมือนกัน เป็นช่วงที่ได้เปลี่ยนโรงเรียน หลังจากที่วนเวียนอยู่ที่โรงเรียนเดิมมา 9 ปี ก็ได้มีโอกาสเปลี่ยนโรงเรียนกะเขาสักที (จะเรียนที่ดิมก็ไม่ได้แล้ว เพราะโรงเรียนเก่าไม่เปิดสอนมัธยมปลายน่ะค่ะ) จำได้ว่าตื่นเต้นไม่น้อย เนื่องจากต้องเข้าไปอยู่ในโรงเรียนที่มีผู้คนมากมายจากทั่วสารทิศ เพื่อนเก่าก็มีไม่กี่คนก็ต่างแยกย้ายกันไป ก็ต้องไปทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ แล้วจะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไง ห้องของฉันในชั้นมัธยมปลาย มักจะได้ชื่อว่าเป็นห้องโหล ที่โหลน่ะก็เพราะว่าเราอยู่กันที่ห้อง 12 นั่นเอง ในโรงเรียนมัธยมที่เป็นที่หมายปองของนักเรียนทั้งหลายในจังหวัด โรงเรียนของเราจึงมีนักเรียนยั้วเยี้ยไปหมด (น่าเกลียดซะไม่มี) ก็มันจริงนี่คะ อะไรจะขนาดนั้น ห้องเรียนหนึ่งห้องมีให้สำหรับนักเรียน 40 คน แต่โรงเรียนนี้สามารถบรรจุได้ถึง 50 กว่าคน ก็ในเมื่อเป็นความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครอง ทางโรงเรียนก็สนองไปเสียเต็มที่ ฉันพบเธอพร้อมกับผู้คนมากหน้า เราพบเจอกันพร้อมกับเพื่อนในห้องอีกห้าสิบกว่าคน เพื่อนในกลุ่มของฉันมีด้วยกันเจ็ดคน แต่ฉันกับเธอก็เป็นเพื่อนร่วมห้องกัน ถึงแม้จะไม่สนิทสนมกันมากนัก แต่เราก็ผูกพันกันในฐานะเพื่อนร่วมชั้น ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขในชั้นเรียนมาด้วยกันสามปี เธอเป็นคนร่าเริงแจ่มใส เป็นคนที่มีนิสัยน่ารักเข้ากับเพื่อนทุกคนได้ดี ความมีน้ำใจของเธอยังอยู่คู่กับตัวเธอเสมอไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เธอเก่งทั้งด้านวิชาการและกิจกรรม มีกิจกรรมของโรงเรียนทุกครั้งต้องพบเธออยู่ที่นั่นเสมอ ทั้งเรื่องกีฬาเธอก็สามารถเล่นได้ดีทีเดียว ปีที่สามที่เรารู้จักกัน เป็นปีที่เพื่อนทุกคนในห้องเริ่มที่จะสนิทสนมกันมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ต้องจากกันไปเรียนที่อื่นแล้ว ทุกคนในห้องจึงผูกพันกันมากกว่าเดิมเป็นไหนไหน แต่แล้วเธอกับฉันก็ได้มาเรียนที่เดียวกันอีกครั้งหนึ่ง แม้จะเรียนต่างคณะกันแต่เรายังคงติดต่อกันเหมือนเคย เรียกได้ว่าสนิทกันมากกว่าตอนที่เรียนด้วยกันอีก ปีใหม่ทุกปีเราจะนัดกันมาสังสรรค์ นึกถึงวันที่เราเรียนด้วยกันในชั้นมัธยมปลาย เป็นความสุขพวกเราชาวห้องโหล เวลาดึกในค่ำคืนหนึ่ง ในขณะที่ฉันหลับแล้วมีเสียงโทรศัพท์จากเพื่อนในกลุ่มโทรมาหาถึงสองคน แต่ในขณะนั้นเป็นเวลาที่หลับไปแล้วก็เลยไม่รับโทรศัพท์ คิดแต่เพียงว่าคงจะมีเรื่องสำคัญเป็นแน่ จนเมื่อถึงเวลาเช้า กำลังจะโทรกลับหาเพื่อนคนนั้นอยู่พอดี เพื่อนก็โทรมาหาอีกครั้งหนึ่ง บอกข่าวร้ายที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ให้ฉันได้รับรู้ เธอ...จากไปแล้ว จากไปโดยไม่มีวันหวนกลับ ฉันตกใจ ทำอะไรไม่ถูก แม้เธอกับฉันจะไม่สนิทกันมากแต่การรับรู้ข่าวของเพื่อนคนหนึ่งของฉัน มันทำให้ฉันเศร้าใจ เสียใจกับการจากไปของเพื่อนของเรา เราทุกคนในห้องต่างเศร้าโศกเสียใจไปตามๆกัน ฉันไม่ได้ไปงานศพของเธอด้วยว่ามีภาระที่ต้องทำมากมาย ฉันเสียใจแต่ฉันยังคงระลึกถึงเธออยู่เสมอ เหมือนกับที่เพื่อนๆทุกคนคิดถึงเธอเวลาของเธอช่างน้อยนิด ด้วยวัยนี้ยังไม่ควรที่เธอจะจากพวกเราไป เธอยังสามารถทำตามความฝันของเธอได้อีกไกล แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วการจากไปที่ไม่มีวันกลับของเพื่อนเรา จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ถึงแม้เวลาได้ผ่านเลยไปเป็นเดือนแล้ว เธอยังคงอยู่ในความทรงจำของเพื่อน ที่ยังคงคิดถึงวันที่เราหัวเราะ วันที่เรามีความสุข วันที่เราร่วมทุกข์ด้วยกันมา ขอให้เธอโชคดี มีความสุขกับที่ที่เธอไปอยู่ เพื่อนทุกคนยังรักและคิดถึงเธออยู่เสมอแม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม เพื่อนจะยังคงงดงามในความทรงจำของฉันเสมอ...อาลัยแด่ เคอ |