• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 123
  • จำนวนผู้ชม : 53027
  • จำนวนผู้โหวต : 1098
  • ส่ง msg :
Mekong Corridor
all about the Mekong basin
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mekong
วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน 2550
สังคมนิยม(ทุน)ในลาว
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 508 , 13:32:53 น.   | หมวดหมู่ : ลาว  
พิมพ์หน้านี้


                                                                                                  

                บัวสอน บุบผาวัน นายกรัฐมนตรีลาวได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับนักข่าวต่างชาติในระหว่างการเข้าร่วมในการประชุมสุดยอดผู้นำรัฐบาลอาเซียนครั้งที่ 13 ที่สิงคโปร์ อันถือเป็นการเข้าร่วมการประชุมฯเป็นครั้งแรกของ บัวสอน นับจากที่ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเป็นผู้นำรัฐบาลลาวเมื่อปี 2006 นั้นว่า

                “...พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ยังไม่มีแผนการที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ระบอบ ประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมือง หากแต่พรรคฯ ยังคงมุ่งเน้นในแนวทางและเป้า หมายที่จะนำพาประเทศลาวไปสู่ระบอบสังคมนิยมอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคต...”

                อย่างไรก็ตาม การกล่าวเน้นย้ำดังกล่าวนี้ของนายกรัฐมนตรีลาว ก็ไม่ได้ชี้ให้เห็นถึงกำหนดเวลาที่ชัดเจนเลยว่าพรรคฯจะต้องใช้เวลาอีกยาวนานเท่าใด จึงจะสามารถนำ พาประเทศชาติไปสู่สังคมนิยมได้อย่างแท้จริง

                แต่ถึงกระนั้น นายกรัฐมนตรีลาว ก็ได้พยายามที่จะชี้ให้เห็นว่าก่อนที่จะสามารถไปถึงจุดหมายปลายทางดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์นั้น พรรคฯก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำพาประชาชนและประเทศชาติให้หลุดพ้นจากความยากจนอย่างยิ่งและความด้อยพัฒนาให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ภายในปี 2020 เสียก่อน

                ทั้งนี้ด้วยการมุ่งเน้นในแนวทางของการพัฒนาทางเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างต่อ เนื่องในอัตราเฉลี่ยระหว่าง 7.5%-8% ต่อปี ซึ่งถ้าหากสามารถปฏิบัติได้จริง ก็จะเป็นผลทำให้มูลค่าผลผลิตมวลรวมภายใน (GDP) ของลาวสามารถถัวเฉลี่ยเป็นรายรับของคนลาวได้ไม่ต่ำกว่า 1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนในปี 2020 ดังกล่าว

                โดยปัจจัยที่พรรคฯ เชื่อว่าจะทำให้สามารถนำพาประเทศชาติและประชาชนลาวไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างแท้จริงนั้น ก็คือการส่งเสริมให้กลุ่มบริษัทต่างชาติเข้าไปลงทุนในลาวให้มากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

                แน่นอนว่าการส่งเสริมให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนในลาวให้มากขึ้นนั้นย่อมไม่ได้เน้น หนักที่ตลาดภายในลาวที่มีจำนวนประชากรทั้งหมดไม่ถึง 6 ล้านคนแต่อย่างใด หากแต่ได้มองไปถึงตลาดส่งออกสินค้าในต่างประเทศเป็นสำคัญ

                ดังจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากการส่งเสริมให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนในภาคพลังงาน ด้วยการลงทุนก่อสร้างเขื่อนและโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านลิกไนต์เพื่อส่งออกไปต่างประเทศเป็นด้านหลัก โดยที่มีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นลูกค้ารายสำคัญที่สุดทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

                กล่าวก็คือรัฐบาลลาวได้วางแผนการไว้ว่าจะส่งเสริมให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนเพื่อก่อสร้างเขื่อนหรือโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าให้ได้ไม่น้อยกว่า 29 โครงการภายในปี 2020 ซึ่งจะทำให้ลาวมีพลังงานไฟฟ้าเหลือใช้เพื่อส่งออกไปต่างประเทศได้ในปริมาณรวมกว่า 8,000 เมกกะวัตต์ต่อปี โดย 7,000 เมกกะวัตต์ในปริมาณทั้งหมดดังกล่าวนี้จะส่งมาขายให้กับไทยนั่นเอง

                ยิ่งไปกว่านั้น สืบเนื่องจากการใช้พลังงานไฟฟ้าในไทยที่เพิ่มขึ้นในอัตราเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5% ในแต่ละปีนั้น ก็ยังทำให้ทางการลาวได้มองไปถึงเป้าหมายที่มากไปกว่านั้น ซึ่งก็คือเมื่อสามารถบรรลุเป้าหมายที่จะก่อสร้างเขื่อนหรือโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าให้ได้ถึง 29 โครงการดังกล่าวแล้วนั้นเป้าหมายต่อไปของทางการลาว ก็คือการส่งเสริมให้ต่าง ชาติเข้าไปลงทุนในภาคพลัง งานนี้ให้เต็มศักยภาพที่มีอยู่ถึง 28,000 เมกกะวัตต์

                แน่นอนว่าการที่จะสามารถสร้างเขื่อนหรือโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตามความประสงค์ดังกล่าวของรัฐบาลลาวนั้น ย่อมจะต้องอาศัยเงินลงทุนจากต่างประเทศคิดเป็นมูลค่ารวมกันไม่ต่ำกว่า 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือมากกว่ามูลค่า GDP ของลาวในปัจจุบันนี้ถึง 12 เท่าเลยทีเดียว

                เพราะฉะนั้น การที่จะทำให้ต่างชาติตัดสินใจเข้าไปลงทุนในลาวมากขึ้นอย่างต่อ เนื่องได้นั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลลาวจะต้องมีการพัฒนา-ปรับปรุงและแก้ ไขระบบกฎหมายต่างๆ ให้เป็นที่ยอมรับของต่างชาติอย่างแท้จริง โดยในที่นี้ก็คือการทำให้สภาพเงื่อนไขต่างๆภายในลาวนั้นเอื้อต่อทุนนิยมนั่นเอง

                หากจะว่าไปแล้ว พรรคประชาชนปฏิวัติลาวภายใต้การนำของ ไกสอน พมวิหาน (อดีตผู้นำสูงสุดของพรรคฯในช่วงปี 1955-1992) ก็ได้เริ่มแปรผันจากแนวทางการนำพาประเทศชาติไปสู่สังคมนิยมอย่างเป็นรูปธรรมนับตั้งแต่ปี 1986 เป็นต้นมาแล้ว

                ทั้งนี้เนื่องจากการนำพาประเทศชาติไปสู่แนวทางดังกล่าวในช่วงระยะ 10 ปีแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์เป็นพระประมุขที่ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญมาเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อปลายปี 1975 นั้นได้ดำเนินไปในท่ามกลางความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

                กล่าวคือในขณะที่ระบบการทำนารวมหมู่นั้นได้ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้อง การบริโภคของประชาชนในประเทศจนต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากบรรดาประเทศในกลุ่มสังคมนิยมด้วยกันเป็นด้านหลักนั้น ระบบสหกรณ์และสวัสดิการสังคมก็ต้องเผชิญกับความถดถอยลงเรื่อยๆ เนื่องจากการดำเนินกิจการในวิสาหกิจต่างๆของรัฐนั้นเผชิญกับการขาดทุนในทุกๆด้าน

                ยิ่งไปกว่านั้น การที่ไม่มีการลงทุนจากต่างประเทศที่อยู่นอกกลุ่มสังคมนิยมด้วย กันเข้ามาในลาวเลย ซึ่งเมื่อประกอบกับการที่ไม่สามารถที่จะพึ่งพาความช่วยเหลือจาก สหภาพโซเวียตในเวลานั้นได้อีกต่อไปแล้ว จึงทำให้ ไกสอน จำต้องริเริ่มในแนวทางใหม่ที่เรียกว่านโยบายจินตนาการใหม่ (New Thinking Policy) นับจากปี 1986 เป็นต้นมา

                โดยการดำเนินแนวนโยบายจินตนาการใหม่ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็นนโยบายเปลี่ยนแปลงใหม่ (Renovation Policy) นั้น แท้ที่จริงแล้วก็คือการเปิดทางให้เศรษฐกิจของลาวเชื่อมตัวเข้ากับทุนนิยมโลกมากขึ้นทุกขณะนั่นเอง

                ดังจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากมูลค่าการลงทุนของต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวด เร็วจากกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปี 1986-1995 มาเป็นมากกว่า 8,500 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบันนี้

                โดยสำหรับในช่วงของแผนการพัฒนาประจำปี 2006-2007 ที่เพิ่งจะสิ้นสุดลงไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้ ก็ปรากฏว่าเศรษฐกิจของลาวมีการขยายตัวในอัตราเฉลี่ยที่สูงถึง 7.6% และมูลค่าของ GDP ก็สามารถถัวเฉลี่ยเป็นรายได้ของประชากรลาวได้ถึง 728 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนซึ่งมากกว่ารายได้เฉลี่ยของประชากรลาวในปี 1985 ถึง 6 เท่า ในขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

                แต่อย่างไรก็ตาม การพัฒนาประเทศภายใต้แนวนโยบายเปลี่ยนแปลงใหม่นี้ก็ได้ ก่อให้เกิดปัญหาช่องว่างของระดับการพัฒนาระหว่างเขตเมืองกับเขตชนบทในลาวมากขึ้นทุกขณะเช่นกัน โดยกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้ก็คือในขณะที่ประชาชนลาวในเขตนครเวียงจันทน์มีรายได้เฉลี่ยถึง 1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปีแล้วนั้น หากแต่ประชาชนที่แขวงอัตตะปือกลับมีรายได้เฉลี่ยเพียง 251 ดอลลาร์ต่อคนต่อปีเท่านั้น

                ทั้งนี้โดยจากรายงานของคณะกรรมการแผนการและการลงทุนของรัฐบาลลาวก็ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ถึงแม้เศรษฐกิจของลาวจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลอดช่วงกว่า 2 ทศวรรษมานี้ก็ตาม แต่ในปัจจุบันก็ยังคงมีประชาชนลาวคิดเป็นสัดส่วนมาก กว่า 28% ของจำนวนประชากรทั้งหมดที่มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากจนอย่างยิ่ง ซึ่งก็คือประชาชนลาวในกลุ่มนี้มีรายได้เฉลี่ยไม่ถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อวัน

                ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยเหตุที่ว่าการพัฒนาในช่วงกว่า 2 ทศวรรษมานี้ ทางการรัฐบาลลาวสามารถลดปัญหาความยากจนของประชาชนลาว ได้เฉลี่ยเพียง 1% ของประชากรที่ยากจนทั้งหมดในแต่ละปีเท่านั้น

                เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พรรคฯ และรัฐบาลลาวจะชูธงในอันที่จะนำพาประเทศชาติและประชาชนให้หลุดพ้นจากสภาพที่ด้อยพัฒนาให้ได้ภายในปี 2020 เป็นอันดับแรก ทั้งนี้ด้วยการเปิดประเทศเพื่อรับทุนนิยมอย่างเต็มที่ และหลังจากนั้น จึงค่อยไปว่ากันต่อว่าพรรคฯจะสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่สังคมนิยมได้เมื่อใดนั่นเอง!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
yongchan วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 23.20 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

ขอบคุณที่เอาบทความดีๆ มาให้อ่านกันค่ะ.. หาเรื่องอ่านเกี่ยวกับประเทศลาวได้ค่อนข้างยากจังค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
wullopp วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 20.26 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

ขอขอบคุณ.. คุณ Supalak // ลาวน่าจะพัฒนาไปถูกทางคือ ใช้เศรษฐกิจนำการเมือง ทำให้สังคมสุขสงบ และก้าวไปอย่างมั่นคง... ดีใจกับลาวด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 3
Supalak วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 19.00 น.
http://www.oknation.net/blog/mekong

ท้ายเดือนหน้าเด้อสิไปยามอีก.
ความคิดเห็นที่ 2
TaTee วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 13.49 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

น่าเศร้าที่ลาวก็กำลังเดินตามไทยในหลายๆเรื่องที่ไม่ดี
นักการเมืองได้%จากการลงทุนในโครงการต่างๆมหาศาล ส่วนประชาชนรับเศษเงินไปตามระเบียบ
ความคิดเห็นที่ 1
ลี้น้อย วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 13.44 น.
http://www.oknation.net/blog/lom
ลี้น้อย 

โดนปานได๋น้อสิได้โลมกันอีก...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30