พิมพ์หน้านี้
|
คณะกรรมการการกีฬาแห่งชาติลาวในฐานะคณะฯรับผิดชอบในการจัดการแข่ง ขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 25 ในปลายปี 2009 ที่นครเวียงจันทน์ ภายใต้การเป็นประธานของ สมสะหวาด เล้งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรีผู้ประจำการคณะรัฐบาลลาวได้จัดพิธีให้การต้อนรับคณะนักกีฬาลาวที่เดินทางกลับจากการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 24 ที่โคราชอย่างยิ่งใหญ่ ทั้งนี้ก็เพราะทางการลาวถือว่าการที่คณะนักกีฬาลาวสามารถช่วงชิงเอาเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในครั้งนี้มาได้ 5 เหรียญทองกับ 7 เหรียญเงิน และ 32 เหรียญทองแดงนั้น นอกจากจะเป็นเหรียญรางวัลรวมที่เกินเป้าหมายที่วางไว้เอาไว้มากถึง 14 เหรียญแล้วยังนับเป็นจำนวนเหรียญรางวัลที่ได้มามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของลาวในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การที่ลาวจะได้เป็นประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 25 ในอีกสองปีข้างหน้าด้วยแล้วยังทำให้ทางการลาวมองไปถึงโอกาสที่จะทำให้คณะ นักกีฬาลาวสามารถที่จะกวาดเอาเหรียญรางวัลให้ได้เพิ่มขึ้นนับเท่าทวีคูณอีกต่างหาก โดยถึงแม้ว่าเหรียญรางวัลรวมของคณะนักกีฬาลาวในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ใน ครั้งล่าสุดนี้จะห่างจากเหรียญรางวัลรวมของทัพนักกีฬาไทยถึง 365 เหรียญ หรือเฉพาะ ที่เป็นเหรียญทองก็ห่างกันถึง 178 เหรียญแล้วก็ตาม หากแต่จะต้องไม่ลืมว่าเหรียญราง วัลรวม 44 เหรียญของคณะนักกีฬาลาวนั้นส่วนใหญ่จะได้มาจากประเภทกีฬาที่นักกีฬาลาวมีความถนัดเป็นพิเศษและยังต้องช่วงชิงกับนักกีฬาไทยเป็นส่วนมากอีกด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าหากมาตรฐานของการแข่งขันกีฬาซีเกมส์คือนิยามที่ตรงกับประ โยคคำพูดที่ว่า ประเทศใดเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ประเทศนั้นก็จะเป็นจ้าวซีเกมส์ ก็คงจะมีความเป็นไปได้เช่นกันที่ประเทศเจ้าภาพอย่างลาวจะได้เป็นจ้าวซีเกมส์ ทั้งนี้เพราะทางการลาวได้ประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่าซีเกมส์ในครั้งต่อไปที่นครหลวงเวียงจันทน์นั้นจะมีการแข่งขันกีฬาเพียง 25 ประเภทเท่านั้น ซึ่งก็หมายความได้มีการลดประเภทกีฬาลงจากการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 24 นี้ถึง 18 ประเภทกีฬาเลยทีเดียว (ไม่รวมกีฬาสาธิต) โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้สอดคล้องกับระดับความสามารถของลาวทั้งในด้านสถานที่-อุปกรณ์-บุคลากรและทุนทรัพย์ที่มีอยู่อย่างจำกัด แน่นอนว่าการลดจำนวนประเภทกีฬาเช่นนี้ ย่อมหมายถึงการลดจำนวนเหรียญรางวัลลงไปด้วยถึง 150 เหรียญทองใน 18 ประเภทกีฬาที่ทัพนักกีฬาไทยสามารถกวาดมาได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในซีเกมส์ครั้งที่ 24 แต่ในขณะเดียวกันประเภทกีฬาที่ถือเป็นความถนัดหรือที่นักกีฬาลาวสามารถที่จะพัฒนาให้ทัดเทียมกับประเทศอื่นได้ในช่วง 2 ปีต่อไปนี้ก็ยังคงรักษาไว้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้โดยไม่ว่าจะเป็นกีฬาเทควันโด มวยสากล มวยลาว(ไทย) ยูโด คาราเต้โด มวยปล้ำ วูซู เปตอง และเซปัคตะกร้อที่ทั้งมาเลเซียและพม่าไม่ยอมเข้าร่วมในการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมานี้ก็ตาม นอกจากนี้ก็ยังจะมีการเพิ่มเหรียญรางวัลในกีฬาแข่งเรือยาวประเพณีให้มากขึ้น ทั้งยังมีข่าวว่าทางการลาวกำลังพิจารณาจะขอเพิ่มกีฬาพื้นบ้าน เช่นการเล่นลูกข่างและ หมากเก็บ รวมไปถึงกีฬาเตะลูกปีกไก่เข้าในรายการแข่งขันอีกต่างหาก แต่ถึงกระนั้น ก็มิใช่เรื่องง่ายเลยที่ลาวจะสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งจ้าวซีเกมส์ได้จริงๆ เพราะถ้าหากจะเทียบมาตรฐานกีฬาของลาวกับประเทศมหามิตรอย่างเวียดนามที่เป็นจ้าวซีเกมส์ครั้งที่ 22 เมื่อ 4 ปีก่อนหน้านี้ยังถือว่าห่างชั้นกันมาก หากทางการลาวก็ได้ตั้งความหวังในซีเกมส์ครั้งที่ 25 อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งนี้โดยจะเห็นได้จากการที่ได้ส่งคณะนักกีฬาจำนวนมากกว่า 400 ชีวิตเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งไม่เพียงจะถือว่าเป็นการส่งนักกีฬาเข้าร่วมในการแข่งขันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของลาวเท่านั้น แต่ทางการลาวยังได้มองไปถึงการเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับคณะนักกีฬาของตนในอันที่จะช่วงชิงเอาเหรียญรางวัลให้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในอีก 2 ปีข้างหน้าอีกด้วย ยิ่งเมื่อประกอบกับการได้รับความช่วยเหลือจากมหาอำนาจด้านกีฬาอย่างจีนที่ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะให้ความช่วยเหลือแก่ลาวอย่างเต็มที่ ทั้งในการดำเนินการก่อสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ในเขตนครเวียงจันทน์ที่จะต้องใช้เงินทุนไม่น้อยกว่า 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในด้านการพัฒนาสมรรถภาพของนักกีฬาลาวด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ลาวอาจจะได้มีโอกาสเป็นจ้าวซีเกมส์กับเขาบ้าง นอกจากนั้น กีฬาที่เป็นความหวังเหรียญทองของทัพนักกีฬาลาวอยู่ไม่น้อยก็คือกีฬาประเภทศิลปะการต่อสู้ ซึ่งจะว่าไปแล้วมาตรฐานกีฬาในด้านนี้ของลาวก็ไม่ได้น้อย หน้าประเทศใดเช่นกัน ดังจะเห็นได้จาก 2 เหรียญทองจากกีฬายูโด กับอีก 1 เหรียญทองที่ได้จากมวยลาว(ไทย) และใน 32 เหรียญทองแดงนั้นส่วนใหญ่ก็ได้มาจากกีฬาประเภทนี้ทั้งสิ้นนั่นเอง ยิ่งเมื่อประกอบกับผลของการแข่งขันกีฬาในประเภทดังกล่าวนี้จะขึ้นอยู่กับการกดปุ่มให้คะแนนของคณะผู้ตัดสินเป็นสำคัญด้วยแล้ว ก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักมวยลาวจะชนะนักมวยไทยด้วยคะแนน 19 หมัดต่อ 0 หมัดเหมือนกับนักมวยหญิงของไทยชนะนักมวยหญิงของฟิลิปปินส์ อันเป็นสาเหตุทำให้ทีมนักชกชายของฟิลิปปินส์ไม่ยอมชกกับทีมนักชกชายของไทยถึง 6 ใน 7 รุ่นในรอบชิงเหรียญทองในวันถัดมา เนื่องเพราะเชื่อว่าคณะผู้ตัดสินต้องให้คะแนนนักชกไทยเป็นฝ่ายชนะอยู่แล้ว จึงไม่รู้ว่าจะต้องขึ้นชกให้เจ็บตัวไปทำไม หากจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว มาตรฐานกีฬามวยสากลสมัครเล่นของไทยกับฟิลิปปินส์นั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย โดยไทยอาจจะได้เปรียบหรือเหนือกว่าเพียงเล็กน้อยก็เนื่องจากว่าได้เหรียญทองโอลิมปิคและได้ตำแหน่งแชมป์โลกมวยสากลสมัคร เล่นมาแล้วอย่างต่อเนื่องในหลายๆรุ่น เพราะฉะนั้น ถ้าหากมองในแง่นี้ ก็น่าจะกล่าวได้เช่นกันว่าแท้ที่จริงแล้วทีมนักชกและหัวหน้าคณะนักกีฬาทีมชาติฟิลิปปินส์นั่นเองที่เป็นฝ่ายซึ่งไม่มี Spirit ในการแข่งขัน ทั้งๆที่เมื่อครั้งที่ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 23 เมื่อ 2 ปีก่อนนี้ทีมมวยสากลสมัครเล่นของฟิลิปปินส์ก็กวาดเหรียญทองไปแทบทุกรุ่น ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้จากการช่วงชิงกับนักชกไทยและก็ทำให้ฟิลิปปินส์ได้เป็นจ้าวซีเกมส์ครั้งนั้นอย่างสมใจ แต่ถ้าหากจะพิจารณาลงไปถึงเจตนาที่แท้จริงของการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ในทุกๆครั้งที่ผ่านมาที่ต้องการจะเสริมสร้างความสามัคคีและมิตรภาพระหว่างผู้คนที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันให้แน่นแฟ้นขึ้น เพื่อมุ่งไปสู่การเป็นประชาคมนานาชาติหนึ่งเดียวที่เรียกว่า ASEAN Community ให้ได้อย่างแท้จริงในปี 2015 นั้นก็จะเห็นได้ว่าการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่เป็นจริงนั้นมิได้สร้างบรรยากาศเช่นว่านี้ให้เกิดขึ้นแต่อย่างใดเลย นอกจากการมุ่งมั่นที่จะเป็นจ้าวซีเกมส์ของประเทศเจ้าภาพเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงนับเป็นงานหนักอย่างยิ่งสำหรับลาวในการเป็นประเทศเจ้าภาพจัด การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 25 ในอีก 2 ปีข้างหน้าเพราะการเป็นจ้าวซีเกมส์โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงมาตรฐานและความสามารถที่แท้จริงในด้านกีฬาของตนนั้น ก็ย่อมจะทำให้ลาวนั้นต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปในด้านลบมากกว่าประเทศเจ้าภาพก่อนหน้านี้หลายเท่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ง่ายมากๆที่ลาวสามารถจะปฏิบัติได้เลยและยังจะสร้างชื่อให้ กับประเทศที่มีประชากรไม่ถึง 6 ล้านคน (โดย 2 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งหมดยังมีรายได้เฉลี่ยไม่ถึง 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อวัน) อย่างลาวได้ด้วยนั้น ก็คือการทำให้การตัดสินในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์มีความโปร่งใส-บริสุทธิ์และยุติธรรมอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือการปฏิบัติเช่นว่านี้ก็ยังจะเป็นการตอกย้ำให้ประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ต่อจากลาวนั้นยึดถือลาวเป็นแบบอย่างอีกด้วยเพราะอย่างน้อยที่สุดก็จะต้องมีความละอายใจอยู่บ้าง ถ้าหากจะมุ่งเน้นที่การเป็นจ้าวซีเกมส์โดยไม่คำนึงถึงมาตรฐานและความสามารถที่แท้จริงของนักกีฬาของตนนั่นเอง!!! ทรงฤทธิ์ โพนเงิน
|
| << | ธันวาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||