• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 130
  • จำนวนผู้ชม : 55214
  • จำนวนผู้โหวต : 1165
  • ส่ง msg :
more
Mekong Corridor
all about the Mekong basin
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mekong
วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม 2551
บทบาท(ทุน)ไทยในลุ่มแม่น้ำโขง
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 494 , 12:12:50 น.   | หมวดหมู่ : อนุภูมิภาค  
พิมพ์หน้านี้


                    

          รัฐบาลลาวเตรียมการที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำรัฐบาลจากหก ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 3 ในระหว่างวันที่ 30-31 มีนาคมที่จะถึงนี้โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้า การลงทุน อุตสาหกรรม การเกษตร และการบริการ รวมไปถึงการสนับสนุนการจ้างงาน การพัฒนาความร่วมมือทางเทคโนโลยี และการศึกษา ตลอดจนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจในเวทีการค้าโลกร่วมกัน

          ทั้งนี้โดยในการประชุมสุดยอดฯในสองครั้งที่ผ่านมาโดยมีรัฐบาลกัมพูชาเป็นเจ้า ภาพในปี 2002 และรัฐบาลจีนเป็นเจ้าภาพในปี 2005 นั้นผู้นำรัฐบาลจากทั้ง 6 ประเทศ ในลุ่มแม่น้ำโขงกล่าวคือจีน พม่า ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนามนั้น ต่างก็ได้เน้นย้ำให้ ความสำคัญที่จะพัฒนาความร่วมมือใน 9 สาขาด้วยกัน ซึ่งได้แก่ การพัฒนาในด้านการคมนาคม-ขนส่ง โทรคมนาคม พลังงาน การค้า การลงทุน เกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

พร้อมกันนี้ ก็ได้ร่วมกันจัดวางลำดับความสำคัญของการปฏิบัติความร่วมมือ ซึ่งเรียกว่าแผนงานลำดับความสำคัญสูง (Flagship Programs) ที่ประกอบมี 11 แผนงาน ด้วยกัน โดยที่สำคัญและมีการกล่าวถึงมากที่สุดในเวลานี้ก็คือแผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) และ แผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) ซึ่งจะเน้นหนักในด้านการพัฒนาเพื่อเชื่อมต่อการคมนาคม-ขนส่งระหว่างกันเป็นหลักนั่นเอง

นอกจากนั้น ก็มีแผนงานอื่นๆอีกที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน หากแต่ที่ยังมีการพูดถึงไม่บ่อยนัก ก็เพราะถือเป็นแผนงานที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องจาก 2 แผนงานข้างต้นกล่าวก็คือ แผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้ (Southern Economic Corridor) แผนงานพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคม (Telecommunication Backbone) แผนงานซื้อขายและเชื่อมโยงระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า (Regional Power Interconnection and Trading Arrangement) แผนงานการอำนวยความสะดวกแก่การค้าและการลงทุนข้ามพรมแดน (Facilitating Cross-Border Trade and Investment)

ส่วนอีก 5 แผนงานที่เหลือนั้นจะมุ่งเน้นด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมธรรมชาติ ซึ่งประกอบด้วยแผนงานเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน(Enhancing Private Sector Participation and Competitiveness) แผนงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และทักษะเพื่อการปฏิบัติงาน (Developing Human Resources and Skills Competencies) กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาสิ่งแวดล้อม (Strategic Environment Framework) แผนงานป้องกันน้ำท่วมและการจัดการทรัพยากรน้ำ (Flood Control and Water Resource Managements) และแผนงานการพัฒนาการท่องเที่ยว (GMS Tourism Development)

ทั้งนี้โดยจะต้องยอมรับว่าการพัฒนาความร่วมมือในตลอดช่วงที่ผ่านมานั้นไทยและจีนถือเป็นสองประเทศที่มีบทบาทอย่างมาก เฉพาะอย่างยิ่งสำหรับในด้านของไทยนั้นถึงกับได้มีการริเริ่มยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งมีเขตแดนติดต่อกับไทยขึ้นมาเป็นการเฉพาะในปี 2003

ซึ่งต่อมาภายหลังจากการประชุมผู้นำรัฐบาลจากพม่า ลาว ไทย และกัมพูชาในปลายปีเดียวกันที่เมืองพุกาม ประเทศพม่านั้นที่ประชุมฯก็ได้ตกลงให้เรียกชื่อกรอบการร่วมมือดังกล่าวว่า ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่น้ำโขง (Ayeyawady-Chao Phraya-Mekong Economic Cooperation Strategy-ACMECS)

โดยการจัดตั้ง ACMECS ขึ้นมานี้นอกจากจะมีเป้าหมายอย่างเดียวกันกับความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion—GMS) แล้วสำหรับในด้านของรัฐบาลไทย (รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร) ก็ยังต้องการที่จะใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งและความหลากหลายของประเทศสมาชิกเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างสมดุลโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน สร้างฐานการผลิตชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในด้านการเกษตร ด้านอุตสาหกรรมและด้านบริการ

ทั้งนี้โดยมองไปถึงการย้ายฐานการผลิตจากไทยเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นเรื่อยๆทั้งในด้านอุตสาหกรรมและการเกษตร ซึ่งจะทำให้มีการสร้างงาน และลดช่อง ว่างของรายได้ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอันจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดการเคลื่อนย้ายแรงงานผิดกฎหมาย ลดปัญหายาเสพติด สร้างความมั่นคง และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ซึ่งด้วยเป้าหมายอันสวยหรูดังกล่าวนั้น ก็ยังทำให้เวียดนามต้องขอเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกใน ACMECS ด้วยเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2004 โดยถึงแม้ว่าเวียดนามจะไม่มีเขตแดนทางบกติดต่อกับไทยเลยก็ตาม

          โดยที่กล่าวว่าความร่วมมือใน ACMECS เป็นเสมือนส่วนหนึ่งของความร่วมมือใน GMS นั้นก็เพราะว่ารัฐบาลของทั้ง 5 ประเทศสมาชิกของ ACMECS นั้นได้ให้ความ สำคัญกับการพัฒนาความร่วมมือใน 6 ด้านด้วยกัน กล่าวคือ การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน ความร่วมมือด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม การเชื่อมโยงการคมนาคม ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และ ความร่วมมือด้านสาธารณสุข

ทั้งนี้โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมารับผิดชอบในความร่วมมือแต่ละสาขาซึ่งมีไทยนั้นรับผิดชอบการอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และสาธารณสุข พม่ารับผิดชอบความร่วมมือด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม ลาวรับผิดชอบทางด้านการเชื่อมโยงการคมนาคม-ขนส่ง กัมพูชารับผิดชอบความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยวและเวียดนามรับผิดชอบในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมือง และมีความแตกแยกภายในประเทศเกิดขึ้นในตลอดช่วงกว่า 3 ปีมานี้ ก็ได้ส่งผลกระทบต่อการร่วม มือกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งในกรอบ ACMECS และ GMS นี้เป็นอย่างมาก กล่าวคือใน ช่วงกว่า 3 ปีมานี้ไม่มีโครงการพัฒนาใหม่ๆที่เป็นการริเริ่มโดยรัฐบาลไทยเกิดขึ้นเลย

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ภายในของไทยยังนับเป็นเงื่อนไขอันสำคัญที่ทำให้การลงทุนของไทยในประเทศเพื่อนบ้านต้องตกอยู่ในสภาพที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำอย่างมากอีกด้วยเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนของจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในลาว กัมพูชา พม่าและเวียดนาม

ทั้งนี้โดยถึงแม้ว่าในลาวและพม่านั้นไทยจะยังคงครองอันดับ 1 ในฐานะประเทศที่มีมูลค่าการลงทุนสะสมมากที่สุดก็ตามแต่การลงทุนของไทยในเวียดนามก็ได้ตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 9 และอันดับที่ 7 ในกัมพูชาแล้วในทุกวันนี้

ส่วนในด้านการค้านั้น แม้ว่าในช่วงปี 2007 ที่ผ่านมา ไทยจะได้เปรียบดุลการค้าทั้งต่อจีน ลาว กัมพูชา และเวียดนามคิดเป็นมูลค่ารวมกันมากกว่า 107,435 ล้านบาทก็ตาม แต่ไทยก็ยังคงต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบดุลการค้าต่อพม่ามาโดยตลอดเช่นกัน ซึ่งเฉพาะในช่วง 2 ปีมานี้ไทยขาดดุลการค้าต่อพม่ามากกว่า 108,824 ล้านบาทเลยทีเดียว

โดยที่แย่ไปกว่านั้น ก็คือการขาดดุลทางด้านการค้าที่ไทยมีต่อพม่าดังกล่าว ส่วนใหญ่นั้นเป็นการขาดดุลเพราะการนำเข้าแก๊สธรรมชาติ อันเป็นขุมทรัพย์สำคัญที่รัฐบาลพม่านำไปใช้ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกองทัพเพื่อการครองอำนาจทางการ เมืองในพม่าต่อไปนั่นเอง!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
wullopp วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 10.41 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

วันนี้แวะมาโหวตเพิ่มให้กับสารคดีที่คนไทยควรศึกษาอีก 1 คะแนนครับ...
ความคิดเห็นที่ 2
wullopp วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 16.36 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

โหวตให้อีก 1 คะแนน... ขอร่วมสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องเพื่อนบ้านไทย ซึ่งคนไทยไม่ค่อยจะเข้าใจครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 13.16 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ไทยควรต้องระมัดระวังให้ดี .. มหาอำนาจมักจะอยู่เบื้องหลังเสมอ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31