• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 124
  • จำนวนผู้ชม : 53087
  • จำนวนผู้โหวต : 1100
  • ส่ง msg :
Mekong Corridor
all about the Mekong basin
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mekong
วันศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน 2551
กษัตริย์กัมพูชาจะสละราชบัลลังก์!!!
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 555 , 14:17:52 น.   | หมวดหมู่ : กัมพูชา  
พิมพ์หน้านี้


                ความเคลื่อนไหวที่นับได้ว่ากำลังเป็นที่สนใจของประชาชนชาวกัมพูชามากที่สุดในเวลานี้หาใช่เรื่องเกี่ยวกับการรณรงค์หาเสียงของบรรดาพรรคการเมืองที่ลงสมัครแข่ง ขันในการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติชุดที่ 4 ซึ่งกำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคมที่จะมาถึงนี้แต่อย่างใดไม่ หากแต่เป็นความสนใจเกี่ยวกับกระแสข่าวที่ออกมาว่ากษัตริย์องค์ปัจจุบันของกัมพูชากำลังเตรียมการที่จะสละราชบัลลังก์ในเร็วๆนี้

                โดยสาเหตุที่ทำให้ประชาชนชาวเขมรต่างก็ได้จดจ่องอยู่กับกระแสข่าวดังกล่าวนี้มากเป็นพิเศษก็เพราะว่าที่มาของกระแสข่าวนั้นคือจดหมายของสมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ อดีตกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาองค์ก่อน ซึ่งได้นำจดหมายฉบับนี้ออกเผยแพร่ใน Website ส่วนพระองค์เมื่อสุดสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้

                ทั้งนี้โดย สมเด็จเจ้าสีหนุ ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนในจดหมายที่นำออกเผยแพร่นี้ว่า พระโอรสของพระองค์ (สมเด็จเจ้าสีหมุนี) ได้ตรัสกับพระองค์ว่าทรงต้องการจะสละราชบัลลังก์เพื่อกลับไปใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญที่กรุงปารีสเหมือนเมื่อก่อนและไม่ทรง ปรารถนาที่จะเป็นกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาต่อไปอีกแล้ว หากแต่ทรงต้องการที่จะกลับไปเป็นคนสามัญธรรมดาให้เร็วที่สุด

                แน่นอนว่าการนำจดหมายฉบับนี้ออกเผยแพร่สู่การรับรู้ของผู้คนในวงกว้างทั้งที่อยู่ในกัมพูชาและต่างประเทศนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆ เพราะฉะนั้น จึงทำให้หลายๆฝ่ายต่างก็กำลังพยายามที่จะหาคำตอบให้ได้ว่าเหตุใด? สมเด็จเจ้าสีหนุ จึงต้องนำเรื่องนี้ออกมาเผยแพร่สู่การรับรู้ของผู้คนในวงกว้างเช่นนี้

                ทั้งนี้เพราะหากจะว่าไปแล้ว สมเด็จเจ้าสีหมุนี พระราชโอรสของพระองค์ก็เพิ่งจะขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระองค์ที่ทรงสละราชบัลลังภ์ไปเมื่อปลายปี 2004 นี่เอง โดยที่พระองค์ได้ทรงให้เหตุผลในการสละราชบัลลังก์ในครั้งนั้นว่าเป็นเพราะสุขภาพ-ร่างกายไม่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติราชกิจหลังจากครองราชย์มาเป็นระยะเวลา 10 ปีติดต่อกัน

                แต่ถึงกระนั้น ก็เป็นที่รับรู้และเข้าใจกันโดยทั่วไปว่าการสละราชบัลลังก์ของพระ องค์ในห้วงเวลานั้นมีสาเหตุมาจากความไม่พอพระทัยต่อสถานการณ์ทางการเมืองภาย ในกัมพูชา ซึ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้งและแย่งชิงการนำระหว่างพรรคประชาชนกัมพูชา ภายใต้การนำของ ฮุน เซน กับเจ้านโรดม รณฤทธิ์ หัวหน้าพรรคฟุนซินเปก ผู้ซึ่งเป็นพระโอรสองค์โตของพระองค์ และ สัม รังสี ผู้นำพรรคสัม รังสี

                โดยความขัดแย้งและแย่งชิงอำนาจการนำในเวลานั้น ถึงกับทำให้ไม่สามารถจัด ตั้งคณะรัฐบาลผสมขึ้นได้เลย หลังจากที่การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2003 ได้ผ่านพ้นไปแล้วถึงกว่า 1 ปี ซึ่งด้วยชัยชนะอย่างไม่เด็ดขาดของพรรคประชาชนกัมพูชาจึงทำให้ต้องตามง้อขอให้ เจ้ารณฤทธิ์ เข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลผสม และก็มาประสบผลด้วยการเสนอให้ตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติแก่ เจ้ารณฤทธิ์ เป็นสมัยที่ 2

                อย่างไรก็ตาม เนื่องจากว่าก่อนหน้าที่การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2003 จะมีขึ้นนั้นได้มีการตกลงเป็นพันธมิตรทางการเมืองกันอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะระหว่างเจ้ารณฤทธิ์กับ สัม รังสีและการที่เจ้ารณฤทธิ์ ไม่รักษาสัญญาในครั้งนั้นก็ยังนับเป็นการหักหลัง สัม รังสี ในทางการเมืองเป็นครั้งที่ 3 นับจากปี 1993 เป็นต้นมาอีกด้วย

                ครั้นเมื่อเป็นเช่นนั้น สัม รังสี ก็ได้ชำระแค้นทางการเมืองที่มีต่อ เจ้ารณฤทธิ์ ด้วยการหันไปจับมือ (เป็นการชั่วคราว) กับ ฮุน เซน เพื่อร่วมกันดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบทบัญญัติที่เกี่ยวกับเสียงสนับสนุนในสภาแห่งชาติสำหรับการจัดตั้งรัฐบาล โดยได้มีการแก้ไขบทบัญญัติจากเดิมที่กำหนดให้การจัดตั้งรัฐบาลจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนไม่ น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสภาแห่งชาติทั้งหมดนั้นมาเป็นเสียงสนับสนุนที่เกินกว่ากึ่งหนึ่งแทน ซึ่งก็ได้ใช้บังคับเรื่อยมาจนเท่าทุกวันนี้

                โดยสำหรับในช่วงเวลานั้น พรรคประชาชนกัมพูชาของ ฮุน เซน มีเสียงสนับสนุนในสภาแห่งชาติ 73 เสียงจากทั้งหมด 123 เสียง ส่วนที่เหลืออีก 50 เสียงนั้นเป็นสมาชิกในสังกัดพรรคฟุนซินเปก 26 เสียงและพรรคสัม รังสี 24 เสียง จึงทำให้พรรคประชาชนฯของ ฮุน เซน มีเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวนั่นเอง

                อย่างไรก็ตาม ฮุน เซน ก็ฉลาดพอที่จะอ่านเกมส์ทางการเมืองของ สัม รังสี ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เนื่องเพราะเป็นศัตรูคู่อาฆาตทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ด้วยเหตุนี้ ฮุน เซน จึงไม่ได้เร่งรีบที่จะเขี่ยพรรคฟุนซินเปกออกจากการร่วมในรัฐบาลแต่อย่างใด หากแต่สิ่งที่ ฮุน เซน ได้วางหมากทางการเมืองจนเป็นผลสำเร็จนั้น ก็คือการขุดคุ้นเรื่องชู้สาวของ เจ้ารณฤทธิ์ กับดารานักร้องสาวสวยชื่อดังรายหนึ่งจนต้องหย่าร้างกับชายา

                ยิ่งไปกว่านั้น การที่ เจ้ารณฤทธิ์ ได้ใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในฐานะผู้ นำพรรคฟุนซินเปกในการขายที่ดินและสำนักงานพรรคฯในกรุงพนมเปญให้กับนักธุรกิจชาวต่างชาติแล้วได้นำเอาเงินที่ได้จากการขายดังกล่าวนั้นไปใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมส่วนตัวด้วยแล้ว จึงไม่เพียงจะเป็นผลทำให้ เจ้ารณฤทธิ์ ต้องถูกคณะกรรมการบริหารพรรคแจ้ง ความดำเนินคดีเพื่อเอาผิดในฐานยักยอกทรัพย์เท่านั้น หากยังต้องถูกขับออกจากพรรคอย่างไม่มีวันที่จะได้หวนกลับไปครองตำแหน่งผู้นำพรรคฟุนซินเปกอีกเลย

                ทั้งนี้เพราะ เจ้ารณฤทธิ์ ต้องหนีออกนอกประเทศเนื่องจากไม่ต้องการที่จะถูกคุมขังในฐานะจำเลยในคดียักยอกทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งต่อมาศาลอาญาในกรุงพนมเปญ ก็ได้ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 18 เดือนในขณะที่ เจ้ารณฤทธิ์ พร้อมด้วยชายาดาราสาวและบุตร ชายที่เพิ่งจะลืมตามองโลกได้ไม่นานกำลังพำนักอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส

                ส่วนทางด้าน ฮุน เซน ผู้ซึ่งต้องการที่จะครองตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่นั้น ก็ไม่เพียงจะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคฟุนซินเปกที่พร้อมจะแปรพักตร์ไปอยู่กับพรรคประชาชนกัมพูชาทุกเมื่อเท่านั้น หากแต่ยังสามารถโดดเดี่ยวพรรคสัม รังสี ให้เป็นฝ่ายค้านเสียงข้างน้อยเพียงพรรคเดียวต่อไปได้อีกด้วย

                เพราะฉะนั้น การสละราชบัลลังก์ของ สมเด็จเจ้าสีหนุ ในช่วงเวลานั้น จึงถูกมองว่าเป็นเพราะพระองค์ทรงต้องการที่จะกลับมากอบกู้พรรคฟุนซินเปกที่พระองค์ได้ก่อตั้งขึ้นมาด้วยพระองค์เอง แต่ก็ต้องมาพังพินาศลงด้วยน้ำมือพระโอรสองค์โตของพระองค์เองเพียงในช่วงเวลา 10 ปีเศษเท่านั้น

                แน่นอนว่า ฮุน เซน ย่อมรู้ถึงเกมส์การเมืองเช่นนี้เป็นอย่างดีจึงได้พยายามกดดันราชตระกูลนโรดม ด้วยการก่อให้เกิดกระแสข่าวให้ออกสู่สังคมในวงกว้างว่าจะมีการล้มล้างระบอบกษัตริย์แล้วสถาปนาระบอบสาธารณรัฐขึ้นมาแทน ซึ่งนับเป็นการกดดันที่ได้ ผลเร็วอย่างทันตาเห็น

                กล่าวคือ สมเด็จเจ้าสีหนุ ได้ทรงเสนอให้ สมเด็จเจ้าสีหมุนี ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระองค์ เนื่องเพราะเห็นว่าราชตระกูลของพระองค์ไม่เหลืออำนาจต่อรองอย่างใดๆ เหลืออยู่เลยในเวลานั้น ในขณะที่อำนาจของ ฮุน เซน กลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะหาคู่ต่อสู้ไม่ได้แล้วในทุกวันนี้

                อย่างไรก็ตาม การขึ้นครองราชย์ของ สมเด็จเจ้าสีหมุนี ในตลอดระยะเกือบ 4 ปีมานี้ก็หาได้ทำให้ภาพลักษณ์แห่งราชตระกูลนโรดมดีขึ้นแต่อย่างใดไม่เพราะแท้จริงแล้ว กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาพระองค์นี้หาได้ฝักใฝ่ในทางการเมืองเหมือนพระราชบิดาและพระเชษฐาของพระองค์แต่อย่างใดไม่ หากแต่ทรงสนพระทัยในศิลปการแสดงและการดนตรีในฐานะที่เคยเป็นครูสอนเต้นและเปียโนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

                เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ถ้าหากพระองค์จะทรงอยากที่จะกลับไปสู่เส้นทางชีวิตนั้นๆ แต่ที่ผิดปกติก็คือพระองค์ไม่ได้ออกมาตรัสถึงความต้องการดังกล่าวด้วยพระองค์เอง หากเป็นพระราชบิดาของพระองค์ที่เป็นผู้เปิดเผยถึงเรื่องนี้ใน ช่วงที่กัมพูชากำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปที่มีพรรคนโรดม รณฤทธิ์ ร่วมแข่งขันด้วย

                ดังนั้น จึงต้องจับตามองต่อไปว่าการเปิดเผยเรื่องๆนี้โดย สมเด็จเจ้าสีหนุ นั้นจะมีผลต่อการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้มากน้อยเพียงใด เพราะจะต้องไม่ลืมว่ายังคงมีประชาชนชาวเขมรจำนวนไม่น้อยที่ยังหวงแหนระบอบกษัตริย์ และการที่ได้มีการนำเอาเรื่องๆนี้ออกมาสู่การรับรู้ของประชาชนชาวเขมร จึงถือเป็นการกระตุ้นเตือนเพื่อที่จะชี้วัดถึงความนิยมของประชาราษฎร์ที่มีต่อราชตระกูลนโรดมเป็นครั้งสุดท้ายก็เป็นไปได้!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน

 

                                             


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
ประกายพฤกษ์ วันที่ : 20/06/2008 เวลา : 12.22 น.
http://www.oknation.net/blog/khoncr

มาครั้งแรกครับ
บทความน่าสนใจครับ
ความคิดเห็นที่ 8
pjeabja วันที่ : 15/06/2008 เวลา : 21.07 น.
http://www.oknation.net/blog/pradit

น่าสนใจ
ความคิดเห็นที่ 7
joeyman วันที่ : 14/06/2008 เวลา : 12.07 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind


ข่าวลือ คือข่าวที่ยังไม่เป็นความจริง..
ความคิดเห็นที่ 6
ศุภศรุต วันที่ : 14/06/2008 เวลา : 10.31 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

ลาออก (สละราชย์) แน่นอนครับ
การเมืองง่อนแง่น

อย่าไร สมเด็จฮุนเซนก็จะสามารถครองประเทศได้

พระองค์เคยมีชีวิตเรียบ ๆ ง่าย ๆ


อยู่ที่เกมว่า สีหนุ จะให้ใครมาแทน ?

เพื่อกอบกู้ "ราชวงศ์" ของพระองค์


ความคิดเห็นที่ 5
มะอึก วันที่ : 14/06/2008 เวลา : 09.54 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ตลอดเวลาที่ผมเดินอยู่ในกัมพูชาเพื่อสัมผัสชีวิตผู้คน
หลาย ๆ สิ่ง หลายอย่าง ๆ เกี่ยวกับท่านนายกตลอดกาล และเชื้อพระวงศ์ ผมพอได้ยินด้วยความสนใจ
แต่นั่นคือคำบอกกล่าวจากปากของคนที่เป็นไกด์
(ไกด์ระดับ top 5 ของเสียมเรียบ)
ก็รับฟังไว้ทุก ๆ เรื่อง.....
.
.
สีหนุ....ไม่ธรรมดา.....
.
ความคิดเห็นที่ 4
wullopp วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 19.39 น.
http://www.oknation.net/blog/health2you

โหวตให้อีก 1 คะแนนครับ... // เรื่องนี้น่าติดตามมากๆ ครับ ขอขอบพระคุณ...
ความคิดเห็นที่ 3
auslaenderin วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 15.32 น.
http://www.oknation.net/blog/auslaenderin

ไม่ได้ตามข่าวกัมพูชาเลย แล้วระบอบกษัตริย์เขมรจะเป็นอย่างไรต่อไป น่าสนใจ...แฟนนครวัดค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
Supalak วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 14.47 น.
http://www.oknation.net/blog/mekong

มันไม่ใช่ข่าวลือครับ หากแต่เป็นข้อความที่ สมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ ได้นำไปลงเผยแพร่ใน Website ส่วนพระ องค์ครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 14.24 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ข่าวลือนี้ ออกมาหลายวันแล้วใช่ไหมครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30