พิมพ์หน้านี้
|
การจากไปของ หนูฮัก พูมสะหวัน เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา นับเป็นการสูญ เสียอดีตผู้นำรุ่นแรกของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวอีกครั้งหนึ่ง แต่การสูญเสียในครั้งนี้ก็ดูเหมือนว่าจะมิได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวแต่อย่างใดเลยหากเปรียบเทียบกับการที่พรรคฯลาวต้องสูญเสียผู้นำสูงสุดตลอดกาลอย่าง ไกสอน พมวิหาน ไปอย่างกะทันหันเมื่อกว่า 15 ปีที่แล้ว ทั้งนี้โดยถึงแม้ว่า หนูฮัก พูมสะหวัน ที่จากไปด้วยวัยถึง 98 ปีนั้นจะนับเป็นอดีตผู้นำรุ่นบุกเบิกที่มีอายุยืนยาวที่สุดและมีโอกาสได้เข้าร่วมการประชุมใหญ่สมัชชาพรรคทุกครั้งนับตั้งแต่การจัดตั้งพรรคฯขึ้นครั้งแรกในปี 1955 จนถึงครั้งล่าสุด กล่าวก็คือการประชุมใหญ่ฯครั้งที่ 8 ในช่วงต้นปี 2006 ที่ผ่านมาก็ตาม หากแต่สภาพการณ์ทั้งภายในและต่างประเทศในช่วงที่พรรคฯลาวสูญเสีย ไกสอน กับการสูญเสีย หนูฮัก ในครั้งล่าสุดนี้ก็มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กล่าวก็คือการจากไปของ ไกสอน นั้นได้เกิดขึ้นในช่วงที่พรรคฯลาวเพิ่งจะเริ่มต้นการดำเนินแนวนโยบายจินตนาการใหม่ (New Thinking Policy) ด้วยการเปิดกว้างเพื่อทำการค้าและเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศอย่างจริงๆจังๆได้เพียงไม่ถึง 5 ปีเท่านั้น และที่สำคัญก็คือผู้ที่ริเริ่มในการดำเนินนโยบายในแนวทางดังกล่าวนี้ ก็คือ ไกสอน ผู้ซึ่ง ครองตำแหน่งผู้นำสูงสุดของพรรคฯลาวนับตั้งแต่วันก่อตั้งในปี 1955 ทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มในการปฏิรูประบบการบริหารงานทางเศรษฐกิจแห่งชาติที่เรียกว่า กลไกใหม่ทางเศรษฐกิจ หรือ New Economic Mechanism) อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การที่ ไกสอน ได้ปรับปรุงโครงสร้างอำนาจภายในพรรคฯ ภายหลังจากการประชุมใหญ่ฯครั้งที่ 5 ได้สิ้นสุดลง ด้วยการยุบเลิกตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ และ คณะเลขาธิการพรรคฯ แล้วรวบอำนาจการตัดสินใจทางการเมืองในทุกๆเรื่องมาไว้กับผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานพรรคฯที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โดยที่ผู้ดำรงตำแหน่งนี้เป็นคนแรกและก็ยังควบตำแหน่งประธานประเทศในเวลาเดียวกันอันเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจแต่งตั้งคณะ รัฐมนตรีของลาวด้วยนั้น ก็คือ ไกสอน นั่นเอง เพราะฉะนั้นการจากไปอย่างกะทันหันของ ไกสอน ในปลายปี 1992 อันเป็นช่วงหลังจากที่ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างอำนาจภายในพรรคฯ และรัฐบาลได้เพียง 1 ปีกว่าเท่านั้น จึงได้ส่งผลกระเทือนต่อการบริหารงานทั้งภายในพรรคฯและในรัฐบาลอย่างมาก เนื่องเพราะการรวบอำนาจของ ไกสอน นั้นได้ทำให้แกนนำคนอื่นๆของพรรคฯในช่วงนั้นต้องตกอยู่ในภาวะการตั้งตัวไม่ติด เมื่อต้องสูญเสียผู้นำสูงสุดไปอย่างกะทันหันเช่นนั้น สภาพการณ์ดังกล่าวได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนจากการที่ หนูฮัก ซึ่งถือเป็นผู้ นำอันดับ 2 ภายในพรรคฯ (รองจาก ไกสอน) ในเวลานั้น ได้ก้าวขึ้นเป็นประธานประเทศ เพียงตำแหน่งเดียว ส่วนตำแหน่งประธานพรรคฯนั้นได้ตกไปเป็นของ คำไต สีพันดอน ผู้ซึ่งควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเวลานั้นอีกด้วย ครั้นเมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงต้นปี 1998 อันเป็นช่วงหลังจากที่การประชุมใหญ่ครั้งที่ 6 ของพรรคฯได้ผ่านพ้นไปถึง 1 ปีแล้วนั้น หนูฮัก จึงยอมลงจากตำแหน่งประธานประเทศ อันถือเป็นโอกาสที่ทำให้พรรคประชาชนปฏิวัติลาวสามารถที่จะสืบทอดเจตนา รมย์ตามที่ ไกสอน วางเอาไว้นั้นได้อีกครั้ง ด้วยการที่ คำไต ได้ควบทั้งตำแหน่งประธานพรรคฯและประธานประเทศเป็นคนที่ 2 ต่อจาก ไกสอน นั่นเอง เพราะฉะนั้น การจากไปของ หนูฮัก ครั้งนี้ จึงไม่ได้ส่งผลกระทบกระเทือนต่อการนำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวแต่อย่างใด เนื่องจากตำแหน่งที่ หนูฮัก ครอบครองอยู่นับจากวันที่พ้นจากตำแหน่งประธานประเทศนั้นก็เป็นเพียงที่ปรึกษาพรรคฯเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การรวบอำนาจทั้งในตำแหน่งประธานพรรคและประธานประเทศของ คำไต ก็มีอันต้องสิ้นสุดลงในการประชุมใหญ่สมัชชาพรรคฯครั้งที่ 8 เมื่อต้นปี 2006 (ครั้งสุดท้ายที่ หนูฮัก มีโอกาสได้เข้าร่วม) โดยคณะกรรมการบริหารงานศูนย์กลางพรรค ได้มีมติตกลงเลือก จูมมะลี ไซยะสอน เป็นผู้นำพรรคฯคนใหม่แทน คำไต แต่ก็ได้เปลี่ยนแปลงกลับไปใช้ตำแหน่งเลขาธิการใหญ่อีกครั้ง ทั้งนี้โดยที่ประชุมใหญ่พรรคฯ ได้ให้เหตุผลว่าเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งภายในและต่างประเทศ พร้อมกันนั้นที่ประชุมใหญ่พรรคฯลาวก็ยังได้รื้อฟื้นคณะเลขาธิการพรรคฯกลับคืนมาดังเดิมอีกด้วย โดยได้ให้เหตุผลประกอบในการครั้งนี้ว่าเพื่อทำให้การบริหารงานของพรรคฯสามารถที่จะตรวจสอบทุกความเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ครั้นต่อมาในปี 2007 จะเป็นปีที่ จูมมะลี ได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ที่ได้ควบทั้งตำแหน่งประธานพรรคฯและประธานประเทศในคราวเดียวกันก็ตาม หากแต่การ ครองตำแหน่งดังกล่าวนี้ของ จูมมะลี ก็มีสถานะที่แตกต่างกับในช่วง ไกสอน และ คำไต อย่างสิ้นเชิง เนื่องเพราะประธานพรรคฯ มิใช่ตำแหน่งที่รวบอำนาจการบริหารงานอย่างเบ็ดเสร็จอีกต่อไปแล้วหากแต่เป็นอำนาจที่จะต้องมีการปรึกษาหารือกับคณะเลขาธิการ พรรคฯอยู่ตลอดเวลานั่นเอง การปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจภายในพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเช่นนี้ นับเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความพยายามของกลุ่มแกนนำภายในพรรคฯลาวโดยแท้ เนื่องจากการที่ลาวได้ผันประเทศจากแนวทางสังคมนิยม เข้าสู่การเสริมขยายความร่วมมือกับบรรดาประเทศทุนนิยมอย่างเต็มที่ในปัจจุบันนี้ได้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคฯลาวต้องมีการเปิดกว้างที่จะรับบุคลากรรุ่นใหม่ให้เข้ามาในพรรคฯมากขึ้น แน่นอนว่าการดำเนินไปในทิศทางเช่นนี้ก็มีเป้าหมายเพื่อทำให้พรรคฯสามารถที่จะครองอำนาจทางการเมืองเพียงพรรคเดียวได้ต่อไปอีกอย่างยาวนาน โดยอย่างน้อยที่ สุดพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ก็ได้วางเป้าหมายที่จะไม่ยอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆขึ้นนับจากนี้เป็นต้นไปจนถึงปี 2020 ด้วยการกำหนดให้ปีดังกล่าวนี้เป็นปีเป้าหมายที่จะนำพาประเทศชาติให้หลุดพ้นจากสภาพด้อยพัฒนาให้ได้อย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น พรรคประชาชนปฏิวัติลาวยังได้กำหนดเป้าหมายในระยะยาวด้วยว่าในท้ายที่สุดแล้วพรรคฯจะต้องนำพาประเทศชาติไปสู่สังคมนิยมที่มีเทคโนโลยีอันทัน สมัยหรือสมัยใหม่ให้ได้ (ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้เมื่อใด) นอกจากนั้น ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่บรรดากลุ่มแกนนำของพรรคฯลาวต่างก็มองว่าเป็นหลักประกันอันดียิ่งสำหรับการที่จะทำให้พรรคฯสามารถที่จะทำการสืบทอดการผูกขาดอำนาจทางการเมือง ในท่ามกลางระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมต่อไปได้ก็คือการเสริมสร้างบุตรหลานของพวกตนให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญต่างๆ ทั้งในพรรคฯและรัฐบาลให้มากขึ้นเรื่อยๆ โดยกรณีตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดในเวลานี้ ก็คือการครองตำแหน่งรองประธานสภาแห่งชาติของ ไซสมพอน พมวิหาน บุตรชายของ ไกสอน ในขณะที่ คำไต ก็ได้ผลักดันให้บุตรชาย (สอนไซ สีพันดอน) เป็นเจ้าแขวงจำปาสัก ซึ่งนับเป็นเจ้าแขวงที่มีอายุน้อยที่สุด ส่วน สะหมาน วิยะเกด (กรมการเมืองพรรคฯอันดับที่ 2 รองจาก จูมมะลี) ก็ผลักดันให้บุตรชาย (นาม วิยะเกด) เป็นรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเป็นต้น และอีกมากมายที่กำลังจะก้าวขึ้นมามีตำแหน่งในพรรคฯและรัฐบาลในระยะต่อไป เพราะฉะนั้น ภายใต้การปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจภายในพรรคฯลาวและการที่บรรดาผู้นำรุ่นบุกเบิกของพรรคฯ ได้มีการจัดวางบุคลากร (บุตรหลาน) ในการที่จะสืบทอดอำนาจไว้อย่างเป็นระบบเช่นนี้แล้วนั้น จึงไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไปว่าต่อไปนี้จะมีผู้นำรุ่นแรกหรือรุ่นรองคนใดบ้างที่จะล้มหายตายจากไปนั่นเอง!!! ทรงฤทธิ์ โพนเงิน
|
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||