• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : supalak@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 130
  • จำนวนผู้ชม : 55214
  • จำนวนผู้โหวต : 1165
  • ส่ง msg :
more
Mekong Corridor
all about the Mekong basin
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mekong
วันศุกร์ ที่ 19 กันยายน 2551
พรรคฯลาวกับการจากไปของ หนูฮัก
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 292 , 15:57:39 น.   | หมวดหมู่ : ลาว  
พิมพ์หน้านี้


                การจากไปของ หนูฮัก พูมสะหวัน เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา นับเป็นการสูญ เสียอดีตผู้นำรุ่นแรกของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวอีกครั้งหนึ่ง แต่การสูญเสียในครั้งนี้ก็ดูเหมือนว่าจะมิได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวแต่อย่างใดเลยหากเปรียบเทียบกับการที่พรรคฯลาวต้องสูญเสียผู้นำสูงสุดตลอดกาลอย่าง ไกสอน พมวิหาน ไปอย่างกะทันหันเมื่อกว่า 15 ปีที่แล้ว

                ทั้งนี้โดยถึงแม้ว่า หนูฮัก พูมสะหวัน ที่จากไปด้วยวัยถึง 98 ปีนั้นจะนับเป็นอดีตผู้นำรุ่นบุกเบิกที่มีอายุยืนยาวที่สุดและมีโอกาสได้เข้าร่วมการประชุมใหญ่สมัชชาพรรคทุกครั้งนับตั้งแต่การจัดตั้งพรรคฯขึ้นครั้งแรกในปี 1955 จนถึงครั้งล่าสุด กล่าวก็คือการประชุมใหญ่ฯครั้งที่ 8 ในช่วงต้นปี 2006 ที่ผ่านมาก็ตาม หากแต่สภาพการณ์ทั้งภายในและต่างประเทศในช่วงที่พรรคฯลาวสูญเสีย ไกสอน กับการสูญเสีย หนูฮัก ในครั้งล่าสุดนี้ก็มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

                กล่าวก็คือการจากไปของ ไกสอน นั้นได้เกิดขึ้นในช่วงที่พรรคฯลาวเพิ่งจะเริ่มต้นการดำเนินแนวนโยบายจินตนาการใหม่ (New Thinking Policy) ด้วยการเปิดกว้างเพื่อทำการค้าและเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศอย่างจริงๆจังๆได้เพียงไม่ถึง 5 ปีเท่านั้น และที่สำคัญก็คือผู้ที่ริเริ่มในการดำเนินนโยบายในแนวทางดังกล่าวนี้ ก็คือ ไกสอน ผู้ซึ่ง ครองตำแหน่งผู้นำสูงสุดของพรรคฯลาวนับตั้งแต่วันก่อตั้งในปี 1955 ทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มในการปฏิรูประบบการบริหารงานทางเศรษฐกิจแห่งชาติที่เรียกว่า กลไกใหม่ทางเศรษฐกิจ หรือ New Economic Mechanism) อีกด้วย

                ยิ่งไปกว่านั้น การที่ ไกสอน ได้ปรับปรุงโครงสร้างอำนาจภายในพรรคฯ ภายหลังจากการประชุมใหญ่ฯครั้งที่ 5 ได้สิ้นสุดลง ด้วยการยุบเลิกตำแหน่งเลขาธิการใหญ่ และ คณะเลขาธิการพรรคฯ แล้วรวบอำนาจการตัดสินใจทางการเมืองในทุกๆเรื่องมาไว้กับผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานพรรคฯที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โดยที่ผู้ดำรงตำแหน่งนี้เป็นคนแรกและก็ยังควบตำแหน่งประธานประเทศในเวลาเดียวกันอันเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจแต่งตั้งคณะ รัฐมนตรีของลาวด้วยนั้น ก็คือ ไกสอน นั่นเอง

                เพราะฉะนั้นการจากไปอย่างกะทันหันของ ไกสอน ในปลายปี 1992 อันเป็นช่วงหลังจากที่ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างอำนาจภายในพรรคฯ และรัฐบาลได้เพียง 1 ปีกว่าเท่านั้น จึงได้ส่งผลกระเทือนต่อการบริหารงานทั้งภายในพรรคฯและในรัฐบาลอย่างมาก เนื่องเพราะการรวบอำนาจของ ไกสอน นั้นได้ทำให้แกนนำคนอื่นๆของพรรคฯในช่วงนั้นต้องตกอยู่ในภาวะการตั้งตัวไม่ติด เมื่อต้องสูญเสียผู้นำสูงสุดไปอย่างกะทันหันเช่นนั้น

                สภาพการณ์ดังกล่าวได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนจากการที่ หนูฮัก ซึ่งถือเป็นผู้ นำอันดับ 2 ภายในพรรคฯ (รองจาก ไกสอน) ในเวลานั้น ได้ก้าวขึ้นเป็นประธานประเทศ เพียงตำแหน่งเดียว ส่วนตำแหน่งประธานพรรคฯนั้นได้ตกไปเป็นของ คำไต สีพันดอน ผู้ซึ่งควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเวลานั้นอีกด้วย

                ครั้นเมื่อเวลาล่วงเลยไปจนถึงต้นปี 1998 อันเป็นช่วงหลังจากที่การประชุมใหญ่ครั้งที่ 6 ของพรรคฯได้ผ่านพ้นไปถึง 1 ปีแล้วนั้น หนูฮัก จึงยอมลงจากตำแหน่งประธานประเทศ อันถือเป็นโอกาสที่ทำให้พรรคประชาชนปฏิวัติลาวสามารถที่จะสืบทอดเจตนา รมย์ตามที่ ไกสอน วางเอาไว้นั้นได้อีกครั้ง ด้วยการที่ คำไต ได้ควบทั้งตำแหน่งประธานพรรคฯและประธานประเทศเป็นคนที่ 2 ต่อจาก ไกสอน นั่นเอง

                เพราะฉะนั้น การจากไปของ หนูฮัก ครั้งนี้ จึงไม่ได้ส่งผลกระทบกระเทือนต่อการนำของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวแต่อย่างใด เนื่องจากตำแหน่งที่ หนูฮัก ครอบครองอยู่นับจากวันที่พ้นจากตำแหน่งประธานประเทศนั้นก็เป็นเพียงที่ปรึกษาพรรคฯเท่านั้น

                อย่างไรก็ตาม การรวบอำนาจทั้งในตำแหน่งประธานพรรคและประธานประเทศของ คำไต ก็มีอันต้องสิ้นสุดลงในการประชุมใหญ่สมัชชาพรรคฯครั้งที่ 8 เมื่อต้นปี 2006 (ครั้งสุดท้ายที่ หนูฮัก มีโอกาสได้เข้าร่วม) โดยคณะกรรมการบริหารงานศูนย์กลางพรรค ได้มีมติตกลงเลือก จูมมะลี ไซยะสอน เป็นผู้นำพรรคฯคนใหม่แทน คำไต แต่ก็ได้เปลี่ยนแปลงกลับไปใช้ตำแหน่งเลขาธิการใหญ่อีกครั้ง

                ทั้งนี้โดยที่ประชุมใหญ่พรรคฯ ได้ให้เหตุผลว่าเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งภายในและต่างประเทศ พร้อมกันนั้นที่ประชุมใหญ่พรรคฯลาวก็ยังได้รื้อฟื้นคณะเลขาธิการพรรคฯกลับคืนมาดังเดิมอีกด้วย โดยได้ให้เหตุผลประกอบในการครั้งนี้ว่าเพื่อทำให้การบริหารงานของพรรคฯสามารถที่จะตรวจสอบทุกความเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                ครั้นต่อมาในปี 2007 จะเป็นปีที่ จูมมะลี ได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำสูงสุดคนที่ 3 ที่ได้ควบทั้งตำแหน่งประธานพรรคฯและประธานประเทศในคราวเดียวกันก็ตาม หากแต่การ ครองตำแหน่งดังกล่าวนี้ของ จูมมะลี ก็มีสถานะที่แตกต่างกับในช่วง ไกสอน และ คำไต อย่างสิ้นเชิง เนื่องเพราะประธานพรรคฯ มิใช่ตำแหน่งที่รวบอำนาจการบริหารงานอย่างเบ็ดเสร็จอีกต่อไปแล้วหากแต่เป็นอำนาจที่จะต้องมีการปรึกษาหารือกับคณะเลขาธิการ พรรคฯอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

                การปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจภายในพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเช่นนี้ นับเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความพยายามของกลุ่มแกนนำภายในพรรคฯลาวโดยแท้ เนื่องจากการที่ลาวได้ผันประเทศจากแนวทางสังคมนิยม เข้าสู่การเสริมขยายความร่วมมือกับบรรดาประเทศทุนนิยมอย่างเต็มที่ในปัจจุบันนี้ได้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคฯลาวต้องมีการเปิดกว้างที่จะรับบุคลากรรุ่นใหม่ให้เข้ามาในพรรคฯมากขึ้น

                แน่นอนว่าการดำเนินไปในทิศทางเช่นนี้ก็มีเป้าหมายเพื่อทำให้พรรคฯสามารถที่จะครองอำนาจทางการเมืองเพียงพรรคเดียวได้ต่อไปอีกอย่างยาวนาน โดยอย่างน้อยที่ สุดพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ก็ได้วางเป้าหมายที่จะไม่ยอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆขึ้นนับจากนี้เป็นต้นไปจนถึงปี 2020 ด้วยการกำหนดให้ปีดังกล่าวนี้เป็นปีเป้าหมายที่จะนำพาประเทศชาติให้หลุดพ้นจากสภาพด้อยพัฒนาให้ได้อย่างแท้จริง

                ยิ่งไปกว่านั้น พรรคประชาชนปฏิวัติลาวยังได้กำหนดเป้าหมายในระยะยาวด้วยว่าในท้ายที่สุดแล้วพรรคฯจะต้องนำพาประเทศชาติไปสู่สังคมนิยมที่มีเทคโนโลยีอันทัน สมัยหรือสมัยใหม่ให้ได้ (ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะไปถึงเป้าหมายดังกล่าวได้เมื่อใด)

                นอกจากนั้น ปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่บรรดากลุ่มแกนนำของพรรคฯลาวต่างก็มองว่าเป็นหลักประกันอันดียิ่งสำหรับการที่จะทำให้พรรคฯสามารถที่จะทำการสืบทอดการผูกขาดอำนาจทางการเมือง ในท่ามกลางระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมต่อไปได้ก็คือการเสริมสร้างบุตรหลานของพวกตนให้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญต่างๆ ทั้งในพรรคฯและรัฐบาลให้มากขึ้นเรื่อยๆ

                โดยกรณีตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดในเวลานี้ ก็คือการครองตำแหน่งรองประธานสภาแห่งชาติของ ไซสมพอน พมวิหาน บุตรชายของ ไกสอน ในขณะที่ คำไต ก็ได้ผลักดันให้บุตรชาย (สอนไซ สีพันดอน) เป็นเจ้าแขวงจำปาสัก ซึ่งนับเป็นเจ้าแขวงที่มีอายุน้อยที่สุด ส่วน สะหมาน วิยะเกด (กรมการเมืองพรรคฯอันดับที่ 2 รองจาก จูมมะลี) ก็ผลักดันให้บุตรชาย (นาม วิยะเกด) เป็นรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเป็นต้น และอีกมากมายที่กำลังจะก้าวขึ้นมามีตำแหน่งในพรรคฯและรัฐบาลในระยะต่อไป

                เพราะฉะนั้น ภายใต้การปรับเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจภายในพรรคฯลาวและการที่บรรดาผู้นำรุ่นบุกเบิกของพรรคฯ ได้มีการจัดวางบุคลากร (บุตรหลาน) ในการที่จะสืบทอดอำนาจไว้อย่างเป็นระบบเช่นนี้แล้วนั้น จึงไม่ใช่ประเด็นอีกต่อไปว่าต่อไปนี้จะมีผู้นำรุ่นแรกหรือรุ่นรองคนใดบ้างที่จะล้มหายตายจากไปนั่นเอง!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
เด็กชายนะโม วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 16.39 น.
http://www.oknation.net/blog/rattamontri
รักเป็นไฟไหม้เจ้าถึงเถ้าธุลี

พอดีได้ดูถ่ายทอดทางเคเบิ้ลช่องลาวสตาร์
ครั้งแรกก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไร เห็นพวงหรีดจึงรู้ว่างานศพ
คงไม่ใช่ศพธรรมดาในลาวเพราะจัดในห้องโถงใหญ่
มีทหารคอยถือพวงหรีด มีคนมาเคารพศพ
แล้วก็มาจับมือกับญาติหรือเปล่าไม่รู้
มีธรณีกรรแสง
แล้วค่อยๆรู้ว่านั่นอดีตประธานประเทศลาว
พอได้มาอ่านบทความนี้ยิ่งเข้่าใจการเมืองลาวมากขึ้น
ขอบคุณนะคับ

แต่สาวลาวทางทีวีนี่สวยน่ารักมาก
ชอบจัง
แหะๆ

ความคิดเห็นที่ 4
ชัชวัลย์พงศ์ยุทธนาธรรม วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 16.27 น.
http://www.oknation.net/blog/chatchawan

ขอแก้ไขให้ถูกต้อง
ท่านหนูฮัก พูมสะหวัน
ความคิดเห็นที่ 3
ชัชวัลย์พงศ์ยุทธนาธรรม วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 16.26 น.
http://www.oknation.net/blog/chatchawan

คารวลัยท่านหนูฮัก พูมสะวหัน
นักรบประชาชนปฏิวัติลาวผู้ยิ่งใหญ่
ความคิดเห็นที่ 2
กระดานดำออนไลน์ วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/kradandum
เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน :: ระหว่างเลวกับดีไม่มีกลาง

เพิ่งทราบเหมือนกันครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 16.02 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เพิ่งทราบว่าท่านหนูฮักเสียชีวิตแล้ว
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30