• Supalak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 361
  • จำนวนผู้ชม : 652823
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2141 คน
Mekong Corridor
All about Mekong basin
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mekong
วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2552
Posted by Supalak , ผู้อ่าน : 3258 , 15:24:02 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จริงๆแล้วมีผู้คนเป็นจำนวนมากที่ต้องการจะโค่นล้มอำนาจของ ฮุน เซน หากแต่ที่พอจะนับได้ว่ามีลำหักลำโค่นที่พอจะต่อกรณ์กับ ฮุน เซน ได้บ้างในเวลานี้เห็นจะมีอยู่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือหัวหน้าฝ่ายค้านที่ใช้ชื่อของตนเองเป็นชื่อพรรคการเมืองซึ่งก็คือ สัม รังสี นั่นเอง

โดยความโดดเด่นของ สัม รังสี วัย 60 ปีพอดีผู้นี้ นับได้ว่าไม่ด้อยไปกว่า ฮุน เซน และ เจ้านโรดม รณฤทธิ์ แต่อย่างใดเลย เฉพาะอย่างยิ่ง ในเวทีสากลนั้นยิ่งจะต้องถือว่า สัม รังสี ผู้นี้มีความโดดเด่นมากที่สุด และนานาชาติก็ให้การยอมรับว่าเขาผู้นี้ คือนักการ เมืองที่มือสะอาดที่สุดของกัมพูชาในยุคนี้อีกด้วย

ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าในช่วงที่ สัม รังสี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังในสังกัดพรรคฟุนซินเปก ซึ่งมี เจ้ารณฤทธิ์ เป็นประธานพรรคฯ และเป็นนายก รัฐมนตรีคนที่ 1 ในขณะที่ ฮุน เซน เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของรัฐบาลผสมภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2536 นั้น ปัญหาอย่างแรกที่ สัม รังสี ได้ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษและก็ได้พยายามดำเนินมาตรการในทุกวิถีทางเพื่อที่จะแก้ไขให้ได้ ก็คือการปราบ ปรามการค้าหนีภาษี ซึ่งเขาก็ได้มีการดำเนินมาตรการดังกล่าวนี้อย่างกว้างขวางในทั่วประเทศกัมพูชาเลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น ก็คือว่าเขาได้ดำเนินมาตรการที่ว่านี้ไปพร้อมๆ กับการปฏิรูประบบทางด้านการคลังของประเทศ ด้วยการพยายามรวมศูนย์ด้านการคลังของรัฐบาลมาไว้ที่ส่วนกลางทั้งหมด

ซึ่งด้วยการดำเนินมาตรการอันนี้นี่เอง จึงเป็นเหตุทำให้เกิดการก่อรัฐประหารขึ้นในปี 2537 โดยถึงแม้ว่าการรัฐประหารจะล้มเหลวก็ตาม แต่มันก็ได้ยังผลทำให้ สัม รังสี นั้นต้องหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง อีกทั้งยังถูกขับออกจากการเป็นสมาชิกสภาแห่งชาติและสมาชิกพรรคฟุนซินเปกในปีเดียวกันนั้นด้วย

อย่างไรก็ตาม การรัฐประหารในครั้งนั้นก็ถือเป็นความพยายามโดยแท้ของพรรคประชาชนกัมพูชาที่รวมถึง ฮุน เซน ด้วย ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าเหล่าบรรดาแกนนำทั้งหลายของพรรคประชาชนกัมพูชานั้นต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการดำเนินมาตรการปราบปรามการค้าเถื่อนและการปฏิรูประบบการคลังของ สัม รังสี นั่นเอง

โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าในอดีตหรือก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2536 นั้น ระบบการคลังของกัมพูชานั้นเป็นระบบแยกส่วนระหว่างคลังของรัฐบาลที่ส่วนกลางกับคลังส่วนจังหวัด ในขณะที่รายได้หลักของแต่ละจังหวัดซึ่งรวมถึงผลประโยชน์ส่วนตัวของบรรดาผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยนั้นต่างก็ได้มาจากการเก็บส่วยจากบรรดาพ่อค้าชาย แดนที่ขนส่งลำเลียงสินค้าหนีภาษีผ่านกัมพูชาไปที่เวียดนามเป็นส่วนใหญ่

ทั้งนี้ก็เพราะว่าสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินมาตรการปิดล้อมทางการค้าต่อเวียดนาม (Embargo) นับตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมาแล้ว จึงทำให้กัมพูชาในห้วงเวลานั้นกลายเป็นสวรรค์บนดินของบรรดาพ่อค้าหนีภาษีทั้งหลายเลยก็ว่าได้

เพราะฉะนั้น ในเมื่อว่า สัม รังสี ได้ดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างเข้มงวดมันจึงได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลประโยชน์ของพลพรรคประชาชนกัมพูชานั่นเอง

แต่การรัฐประหารในครั้งนั้นก็ไม่สำเร็จ ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าได้เกิดมีการหักหลังกันเองภายในคณะก่อการด้วยกัน โดยเรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า ฮุน เซน ได้สืบทราบมาว่าตนเองจะถูกปลดออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากที่ได้ทำการยึดอำนาจสำเร็จแล้วนั้น ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ ฮุน เซน ต้องดิ้นรนเพื่อที่จะทำให้ตนเองนั้นได้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้โดย ฮุน เซน ได้หันไปจับมือกับ เจ้ารณฤทธิ์ และก็ได้ร่วมมือกันล้มแผนการยึดอำนาจของพลพรรคประชาชนกัมพูชาในครั้งนั้น ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดียิ่งจนถึงขนาดที่ทำให้ ฮุน เซน ได้ประกาศอย่างชัดเจนในเวลานั้นว่า จะเป็นนายกรัฐมนตรีร่วมกับ เจ้ารณฤทธิ์ จนกว่าประเทศชาติและชาวเขมรจะหลุดพ้นจากความยากจนอย่าง แท้จริง ซึ่งก็ด้วยการประกาศเช่นนี้ของ ฮุน เซน นี่เองที่ได้ส่งผลให้ สัม รังสี ต้องหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีและถูกขับออกจากพรรคฟุนซินเปกด้วยน้ำมือของ เจ้ารณฤทธิ์ นั่นเอง

แต่ก็เนื่องจากว่าคนอย่าง ฮุน เซน นั้นไม่มีความจริงใจให้ใคร นอกจากครอบครัวและคนใกล้ชิดของเขาเท่านั้น เพราะภายหลังจากที่สามารถเขี่ย สัม รังสี ออกไปได้แล้วนั้น ฮุน เซน ก็ได้มองไปถึงคนอื่นๆในพรรคฟุนซินเปกที่เป็นพันธมิตรของ สัม รังสี ด้วย

ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดีเพราะคนที่ฉลาดน้อยอย่าง เจ้ารณฤทธิ์ ได้หลงเชื่อลมปาก ของ ฮุน เซน ที่บอกว่าหากกำจัดคนที่เป็นพันธมิตรของ สัม รังสี ออกไปจากรัฐบาลผสมแล้วจะทำให้ เจ้ารณฤทธิ์ และตัวเขาเองสามารถที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีร่วมกันต่อไปได้อย่างยาวนานตามที่ได้ประกาศไว้นั้นจริงๆซึ่งก็ปรากฏว่า เจ้ารณฤทธิ์ นั้นได้ขับไล่แม้แต่ เสด็จอาของตนเอง (เจ้านโรดม ศิริวุฒิ) ออกจากรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ รวมถึงขับออกจากพรรคฟุนซินเปกด้วยในเวลาต่อมา

ครั้นเมื่อ เจ้ารณฤทธิ์ มารู้ตัวว่าตนเองนั้นถูก ฮุน เซน หลอกและก็ต้มตุ๋นจนเปื่อยแล้วนั้นมันก็สายเกินแก้ไปเสียแล้ว เพราะว่า ฮุน เซน ได้ทำการยึดอำนาจจริงๆ ในกลางปี 2540 ซึ่งก็ทำให้ เจ้ารณฤทธิ์ ต้องหนีออกนอกประเทศและก็ได้หันมาคืนดีกับ สัม รังสี แล้วร่วมมือกันเดินสายในต่างประเทศ เพื่อขอให้นานาชาติร่วมกันกดดันรัฐบาล ฮุน เซน ซึ่งก็เป็นผลทำให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้นในปี 2541 แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้ สัม รังสี ก็ได้ตั้งพรรคของตนขึ้นมาแข่งขันด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าเขาไม่สามารถที่จะไว้เนื้อเชื่อใจคนอย่าง เจ้ารณฤทธิ์ ได้อีกต่อไปนั่นเอง

ซึ่งมันก็เป็นจริงตามคาด เพราะหลังจากการเลือกตั้งในครั้งนั้น เจ้ารณฤทธิ์ ก็ได้กลับไปจูบปากกับ ฮุน เซน ในการร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมขึ้นมาอีกครั้ง โดยที่ เจ้ารณฤทธิ์ นั้นก็ได้รับตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติเป็นการตอบแทน และเหตุการณ์เช่นนี้ก็เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งหลังการเลือกตั้งในปี 2547 จนเป็นเหตุทำให้ สัม รังสี ต้องแก้เผ็ด เจ้ารณฤทธิ์ ด้วยการจับมือกับ ฮุน เซน ในการแก้ไขรัฐ ธรรมนูญในส่วนที่บัญญัติเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสภาแห่งชาติทั้งหมดนั้น

ทั้งนี้โดยแก้ไขเป็นว่าให้ได้รับเสียงสนับสนุนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาแห่งชาติก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว ซึ่งก็เป็นเหตุทำให้ ฮุน เซน ไม่ต้องง้อเสียงสนับสนุนจากพรรคฟุนซินเปกของ เจ้ารณฤทธิ์ อีกต่อไป

ยิ่งเมื่อประกอบกับ เจ้ารณฤทธิ์ เองก็มีปัญหาภายในพรรคฯ เพราะได้ใช้อำนาจโดยมิชอบในการขายที่ดินและที่ทำการของพรรคฯ ในกรุงพนมเปญ แล้วนำเอาเงินที่ได้กว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปใช้ในกิจการส่วนตัวด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ชีวิตทางการเมืองของ เจ้ารณฤทธิ์ นั้นต้องตกต่ำลงอย่างสุดๆ เลยก็ว่าได้ เพราะไม่เพียงจะถูกขับไล่ออกจากพรรคฯเท่านั้น หากยังต้องหนีคุกหนีตารางไปอยู่ที่ต่างประเทศ และก็ไม่มีโอกาสได้สัมผัสตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกเลยนับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา

โดยถึงแม้ว่าในทุกวันนี้ เจ้ารณฤทธิ์ จะได้รับการพระราชทานอภัยโทษจากความ ผิดที่เกี่ยวกับการขายที่ดินและที่ทำการพรรคฟุนซินเปกดังกล่าวแล้ว ทั้งยังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานองคมนตรีในสมเด็จเจ้านโรดม สีหมุนี กษัตริย์พระองค์ปัจจุบันของกัมพูชา (พระอนุชาต่างพระมารดาของ เจ้ารณฤทธิ์) ด้วยก็ตาม แต่นั่นก็เป็นเพราะ ฮุน เซน นั้นได้ให้ความเห็นชอบด้วย ทั้งยังเป็นตำแหน่งที่ถูกห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างเด็ดขาดอีกต่างหาก

ซึ่งตรงกันข้ามกับ สัม รังสี อย่างสิ้นเชิง เพราะถึงแม้ว่าพรรคฯของเขาจะยังคงไม่สามารถโค่นพรรคประชาชนกัมพูชาของ ฮุน เซน ได้เลยก็ตาม แต่จากการเลือกตั้งทั่วไปในสามครั้งหลังที่ผ่านมานี้ พรรคสัม รังสี ของเขาก็ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาแห่งชาติและก็ยังได้รับความนิยมจากชาวเขมรเพิ่มขึ้นทุกครั้ง โดยถึงแม้ว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ในปี 2008 พรรคสัม รังสี จะได้รับเลือกตั้งมาเพียง 26 ที่นั่ง ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับ 90 ที่นั่งของพรรคประชาชนกัมพูชาก็ตาม

แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ประชาชนชาวเขมรกำลังเผชิญกับยุคข้าวยากหมากแพงอย่างหนัก ในขณะที่รัฐบาลกัมพูชาภายใต้การนำของ ฮุน เซน นั้นกลับไม่สามารถที่จะบรรเทาปัญหาดังกล่าวให้กับประชาชนได้เลย เช่นชาวเขมรนับหมื่นครอบครัวถูกไล่ที่แล้วนำเอาที่ดินไปให้เอกชนต่างชาติลงทุนสร้างตึกให้คนรวยเช่า 99 ปีเป็นต้น

ส่วนกรรมกรโรงงานทอผ้าและก่อสร้างกว่า 4 แสนคน ก็ถูกดองการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมาเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วทั้งยังถูกลดอัตราค่าจ้างในการทำงานล่วงเวลาลง จากเดิมถึง 30% อีกต่างหาก ในขณะที่กรรมกรเหล่านี้ต้องหล่อเลี้ยงญาติพี่น้องที่ชนบทมากกว่า 2 ล้านชีวิต

ทางด้านองค์การ Global Witness ก็ได้รายงานว่าในช่วง 5 ปีมานี้ ป่าไม้ในเขมรได้ลดระดับความหนาแน่นลงไปถึง 29% ซึ่งก็เป็นผลทำให้ป่าไม้ของกัมพูชายังคงความหนาแน่นเหลืออยู่เพียงไม่ถึง 40% ของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้น

แน่นอนว่าภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับ ฮุน เซน กับพรรค ประชาชนกัมพูชาในอันที่จะสามารถครองเสียงข้างมากในสภาแห่งชาติได้อย่างเด็ดขาดตลอดไป เพราะ สัม รังสี นั้นสามารถประชาสัมพันธ์ภาพในด้านมืดของ ฮุน เซน ได้เป็นอย่างดีมาโดยตลอด ยิ่งในช่วงเวลาที่เคลื่อนไหวอยู่ในต่างประเทศเช่นนี้

นอกจากนี้ จะต้องไม่ลืมว่าการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2013 นั้นจำนวนผู้มีสิทธิเลือก ตั้งจะเพิ่มขึ้นจาก 8.2 ล้านคนในเวลานี้เป็นมากกว่า 10 ล้านคนย่อมที่จะทำให้ สัม รังสี นั้นมองไปถึงวันที่ชาวเขมรส่วนใหญ่จะเทคะแนนให้กับพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งหมายความว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอำนาจในการบริหารประเทศเลยทีเดียว ทั้งนี้ด้วยเหตุผลที่ว่า

“...การบริหารประเทศโดยรัฐบาลของ ฮุน เซน ได้ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆนานาแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยไม่ว่าจะเป็นปัญหาการไล่ที่ การทุจริตที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ความยากจนอย่างแสนสาหัส ปัญหาการว่างงาน การตัดไม้เพื่อการค้าเถื่อน การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาการปักปันเขตแดน และปัญหาเขตทับซ้อนทางทะเลที่มีผลประโยชน์จากแหล่งน้ำมันและแก๊สเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นต่างก็เป็นปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นในช่วงการบริหารประเทศของ ฮุน เซน ทั้งสิ้น...” นั่นเอง!!!

ทรงฤทธิ์ โพนเงิน

ท่านสามารถติดตามข่าวและบทวิเคราะห์เกี่ยวกับประเทศในลุ่มน้ำโขงได้เพิ่มเติมที่

www.indochinapublishing.com




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
bonjo วันที่ : 28/11/2009 เวลา : 13.28 น.


โมเดลฮุนเซน คล้ายๆ โมเดลทักษิณ เลยแฮะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
neti วันที่ : 28/11/2009 เวลา : 09.38 น.

ไม่ต่างกับประเทศไทย ที่ประชาชนส่วนใหญ่ยากจนยังโง่ถูกนักการเมืองชั่วซึ่งไม่ต่างกับฮุนเซนหลอกลวง จูงจมูกถูกเหล่าอันธพาล แก๊งค์มาเฟียที่นักการเมืองชั่วสร้างขึ้นมาข่มขู่ คุกคาม จึงทำให้ประเทศชาติถูกนนักการเมืองเหล่านี้เข้ามาปล้นชาติปล้นบ้านกินเมืองกันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เกรงกลัวต่อบาปละอายต่อบาปแต่อย่างใด กว่าที่ประชาชนคนไทยที่ยากจนเหล่านี้จะมีความรู้ ไม่ให้ถูกนักการเมืองหลอกต้มเอา คงต้องใช้เวลาอีกนานทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ไทยแท้ วันที่ : 28/11/2009 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scblock

ยากครับ ตราบเท่าที่คนกัมพูชากว่าครึ่งประเทศยังยากจนและไร้การศึกษาอยู่เช่นนี้ คนกลุ่มนี้แหละคือฐานเสียงสำคัญที่พร้อมจะหนุนฮุนเซนให้อยู่ในอำนาจต่อไปอีกยาวนาน และยิ่งฮุนเซนได้ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาด้วยแล้ว โอกาสที่เขาจะได้ใจจากรากหญ้าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป สัม รังสี คงไม่น่าจะมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา อย่างน้อยก็ในช่วงระยะเวลาสิบปีนับตั้งแต่นี้

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
น้าดุก วันที่ : 28/11/2009 เวลา : 04.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadook

takki นี่ช่างเลือกคบคนจริงๆ
สมแล้วกับภาษิตฝรั่งที่ว่า ดูคนว่าเป็นยังไงให้ดูคนที่เขาคบ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ยากันยุง วันที่ : 27/11/2009 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ

หวังว่า กัมพูชาจะพ้นยุคแห่งความมืดได้ในเร็ววันค่ะ


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
hopebaby วันที่ : 27/11/2009 เวลา : 22.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hopebaby
คนบ้าเยอะจริงๆ...ให้ตายเหอะโรบิน

มีความเป็นไปได้ไหมว่าพรรคประชาธิปัตย์จะแอ้บกับสมรังสีกำจัด ฮุนเซ็น

ผมจินตนาการไปได้เรื่อยๆแหละครับ


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
joeyman วันที่ : 27/11/2009 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind

ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีขึ้นและมีลง คนที่เข้าใจเรื่องนี้ วันหนึ่งก็จะถูกกฏข้อนี้เล่นงานในที่สุด

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
su วันที่ : 27/11/2009 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

มองย้อยเวลากลับไปประมาณ 30 ปี มันเหมือนกันประเทศอะไรน้า ที่อยู่ติดกัน.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ณสยาม วันที่ : 27/11/2009 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slaonark

เตีย บัน + สมรังสี เมื่อไร???
ฮุน เซน จบ ( น่าจะเร็วๆนี้ )

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชื่อเย็นเป็นยามโปรดเรียกพ้มว่ายามเย็น วันที่ : 27/11/2009 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/YAM-YAN

มีทางเดียวครับ.........สมรังษี ต้องขายชาติ แบบคนประเทศผม........

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
konthai24hours วันที่ : 27/11/2009 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthai24hours
[email protected]

ทหารอย่างเดียว ล้มฮุนเซนได้ ครับ แต่จะกล้าหรือเปล่า...อิอิอิ แต่ถ้า อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ แก่ยังรักบอลไทยอยู่นะ...อิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Whetstone วันที่ : 27/11/2009 เวลา : 15.50 น.

ลุ้น เตีย บัน ดีกว่าครับ น่าจะเป็นไปได้มากกว่า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

หมอลำลาว-สาละวัน

ลำสาละวันอยู่ในแขวงภาคใต้ของลาว

View All
<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]