| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
สังเกตมั้ยคะว่าเดี๋ยวนี้บ้านเรานิยมใช้น้ำมันมะกอกมากขึ้น ตามซุปเปอร์สโตร์ใหญ่ๆ ที่เน้นขายของราคาถูก ก็ยังนำมาขึ้นชั้นไว้มากมาย หรือถ้าใครนิยมชมชอบดูรายการทำอาหารทางยูบีซี ก็จะเห็นว่าฝรั่งบริโภคน้ำมันมะกอกเป็นว่าเล่น แต่จะเหมาะกับคนไทยรึเปล่ายังน่าติดตามค่ะ ลองหาข้อมูลดู พบว่าตอนนี้บ้านเราเน้นอาหารเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น น้ำมันมะกอกจึงเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วในบ้านเรา ด้วยความที่น้ำมันมะกอกประกอบไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิด Monounsaturated Fatty Acids และ Polyunsaturated balance วิตามิน E, A โปรตีน และสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) รวมถึงกลิ่นหอมของผลมะกอก และรสชาติที่อร่อย ไม่ว่าจะใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารรับประทานสดหรือผ่านการปรุงแล้วก็ตาม
โดยทั่วไป เราสามารถแบ่งชนิดน้ำมันมะกอกตามคุณภาพจากปริมาณกรดในน้ำมัน และนิยมเรียกชื่อตามความ "บริสุทธิ์" ได้ดังนี้
น้ำมันมะกอกชนิด Extra Virgin จะมีสีออกเขียวกว่าชนิดคุณภาพต่ำลงมา มีราคาแพง นิยมนำมาปรุงเป็นน้ำสลัด หรือเครื่องปรุงรสของอาหารอื่น ถ้าจะนำไปทอดหรือผัดควรใช้ชนิดที่คุณภาพต่ำลงมา สำหรับวงการแพทย์ เมื่อพูดถึงคอเลสเตอรอลที่ร่างกายได้รับจากการบริโภคไขมัน จะหมายถึงคอเลสเตอรอล 2 ชนิดคือ ชนิด Low Density Lipoprotein (LDL-ไขมันตัวร้าย) และ High Density Lipoprotein (HDL-ไขมันตัวดี) หากร่างกายของใครมี HDL มาก คนๆ นั้นจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจน้อย แต่ถ้าเลือดในร่างกายมี LDL มาก ไขมันจะอุดตันเส้นเลือดจนทำให้หัวใจของคนๆ นั้นขาดเลือดหล่อเลี้ยง และในน้ำมันมะกอกมีกรด oleic มาก ซึ่งกรดชนิดนี้สามารถย่อยสลาย LDL ได้ดี ดังนั้น ถึงแม้คนๆ นั้นจะบริโภคอาหารที่มีไขมันมากก็ตาม เขาก็จะไม่เป็นโรคหัวใจ เพราะหลอดเลือดของเขาจะประสบปัญหาภาวะอุดตันน้อย นอกจากนี้ แพทย์ยังพบว่านอกจากน้ำมันมะกอกจะช่วยให้ความดันเลือดในร่างกายมีระดับสม่ำเสมอแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายดูดซับเกลือแร่ และวิตามิน A, B, E และ K ได้ดีอีกด้วยค่ะ และในหนังสือ The Food Pharmacy (J. Casper) ก็ระบุว่า อาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันมะกอกจะมีผลดีต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ โดยจะช่วยรักษาเยื่อบุลำไส้เพื่อป้องกันไม่ให้กระเพาะอาหารเกิดภาวะมีกรดเกลือมากผิดปกติ และยังช่วยลดอาการอักเสบของกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ซึ่งทำหน้าที่เหมือนยาระบายอ่อนๆ และจะมีผลดีมากขึ้นเมื่อรับประทานในขณะที่ท้องว่างและจะสามารถช่วยรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังได้ด้วย สารเคมีที่มีในน้ำมันมะกอกสามารถทดแทนการสูญเสียแคลเซียมในกระดูกคนได้ และยังพบว่าการบริโภคน้ำมันมะกอกช่วยรักษาโรคข้อต่ออักเสบ เพราะกรด Omega-3 ที่อยู่ในน้ำมันสามารถลดความเจ็บปวดและอาการบวมตามไขข้อได้ อีกทั้งแพทย์บางท่านยังเชื่อว่า คนที่บริโภคน้ำมันมะกอกจะไม่เป็นมะเร็งและชราช้าลง (ช่วยให้มีชีวิตยืนยาวขึ้น) เนื่องจากมีสาร Antioxidant ที่สามารถทำลายอนุมูลอิสระในเลือดได้ ดูเหมือนน้ำมันมะกอกจะมีข้อดีเยอะนะคะ แต่ข้อเสียเท่าที่พบก็คือเรื่องราคาค่อนข้างสูงมาก เพราะเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศทั้งสิ้น ถ้าเราจะเปลี่ยนจากการบริโภคน้ำมันพืชทั่วไปเป็นน้ำมันมะกอกโดยสิ้นเชิง คงจะเป็นเรื่องที่ต้องชั่งน้ำหนักเงินในกระเป๋าก่อนที่จะตามเทรนด์สุขภาพอย่างเดียวล่ะค่ะ |