.....ในบรรดากีฬาทั้งหลาย คุณมีกีฬาโปรดประจำตัวรึเปล่าคะ ถ้าเป็นคุณผู้ชายคงแทบไม่ต้องเดาเลยว่าเป็นกีฬากอล์ฟหรือฟุตบอล ....ตอนนี้ฉันเริ่มคิดถึงน้องโบว์ขึ้นมา เป็นเพราะว่า "โบว์ลิ่ง" เป็นกีฬาที่โปรดปรานของฉันค่ะ แต่ไม่ได้เล่นมานานมากแล้ว
พอจะนึกภาพผู้หญิงตัวบางๆ ที่โยนโบว์ลิ่งออกมั้ยคะ หลายคนชอบแซวว่ากลัวแขนจะหลุดตาม สมัยที่เพื่อนพาไปหัดโยนครั้งแรก จำได้ว่าทำลูกตกเกือบหล่นใส่เท้า แล้วก็เคยเหมือนกันที่กำลังจะโยนลูกออกไป แต่ดันเหวี่ยงไปตกข้างหลังดังปุ๊ ด้วยความที่เป็นคนชอบลอง ฉันจึงอยากหัดเล่นโบว์ลิ่งอย่างจริงจังค่ะ ช่วงนั้นบรรดาห้างสรรพสินค้าเริ่มมีให้บริการ ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ฉันจึงมักจะไปขลุกอยู่ที่ลานโบว์ลิ่ง โดยเฉพาะเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ตั้งแต่เที่ยงวันยันห้า-หกโมงเย็น แอบไปหัดโยนคนเดียว วันๆ หนึ่งโยนได้กว่าสิบเกมส์ โดยไม่ปวดเมื่อยเลย แรกๆ ก็ประสบปัญหาเหมือนกันด้วยความที่นิ้วเล็กมาก แม้จะใช้ลูกโบว์ลิ่งขนาดเล็กสุดสำหรับผู้หญิงแล้ว (ขนาด 8 ปอนด์) ก็ยังจับไม่มั่น หลวมโพรกเลยล่ะ แต่ความที่อยากเล่นเป็นก็ทนๆ เอาหน่อย หลังจากไปโยนได้ไม่กี่ครั้ง ก็มีคุณลุงท่านหนึ่งซึ่งดูแลสถานที่อยู่ (ทราบว่าปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) มาให้คำแนะนำพื้นฐานและนำหนังสือเกี่ยวกับการเล่นโบว์ลิ่งมาให้ จึงทำให้ฉันมีทิศทาง มีหลักที่จะโยนให้ถูกต้อง ทำให้เริ่มมีกำลังใจที่จะฝึกด้วยตนเอง และตัดสินใจซื้อรองเท้าและลูกโบว์ลิ่งเป็นของตัวเองเพื่อที่จะได้ให้ช่างเจาะรูให้พอเหมาะกับนิ้ว ช่างที่เจาะรูลูกโบว์ลิ่งให้บอกว่าเป็นนิ้วที่เล็กที่สุดเท่าที่เคยเจาะมาเลย 
ใครบอกว่าโบว์ลิ่งเป็นกีฬาที่ใช้กำลังเฉพาะส่วน เหมือนกับไม่ได้ออกกำลังกายอะไร เพราะอยู่ในห้องแอร์ ฉันคงต้องขอแย้งอย่างแรง ถ้าหากเราฝึกเล่นเป็นกีฬาอย่างจริงจังแล้ว เชื่อเถอะค่ะว่าเป็นการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเลย และแม้จะอยู่ในห้องแอร์ ก็ไม่มีสักครั้งที่เล่นแล้วจะไม่ได้เหงื่อ ต้องพกผ้าขนหนูผืนเล็กติดตัวไปด้วยทุกครั้ง ....คุณผู้หญิงลองเล่นดูสิคะ อย่าคิดว่าจะต้องใช้กำลังมากมาย ถ้ารู้จักวิธีการโยนที่ถูกต้อง แทบจะไม่ต้องออกแรงอะไรเลย ใช้หลักโมเมนตัมเข้าช่วย จะพาให้ลูกโบว์ลิ่งวิ่งเข้าชนพินจนล้มหมดได้ การไปโยนโบว์ลิ่งนี่ทำให้ได้เพื่อนใหม่เยอะเลยค่ะ จากการที่เราโยนอยู่เลนหนึ่ง เมื่อโยนได้สไตร์ค (พินล้มหมดในการโยนครั้งแรก) เลนข้างๆ หรือเลนถัดไป แม้กระทั่งคนที่ดูอยู่ข้างหลัง ก็มักจะปรบมือให้ และฉันก็ทำแบบเดียวกันเมื่อคนอื่นได้สไตร์ค เป็นการให้เกียรติกัน และนำไปสู่การเป็นเพื่อนร่วมเลนเล่นด้วยกันต่อไปค่ะ
คุณสุรพล เป็นชายวัยกลางคน เจ้าของกิจการส่งออกอุปกรณ์ไฮดรอลิก ที่มารอรับลูกสาว 3 ใบเถาที่เรียนพิเศษอยู่ในห้างฯ มักจะมายืนดูฉันเล่น บางครั้งก็ชวนลูกๆ มาโยนด้วย ส่วนภรรยาจะไปชอปปิ้ง ถ้าวันไหนได้เล่นเลนติดกัน ก็จะแนะนำและช่วยดูให้กันและกันว่าควรจะโยนแบบไหน ผิดพลาดที่จุดใด ฉันจะมีท่าโยนที่คุณสุรพลและลูกๆ พร้อมใจกันเรียกว่า ท่าเซเลอร์มูน ไม่รู้ว่าคุณพอจะนึกภาพออกหรือเปล่า คือฉันมักจะโยนลูกแล้วเหวี่ยงแขวนไปจนสุด (เรียกว่า follow through) ......แล้วคุณสุรพลนี่ล่ะค่ะ ที่ผันตัวเองมาเป็นหัวหน้าทีมโบว์ลิ่ง เพื่อแข่งขันใน League อาวุโส และมาชวนฉันลงแข่งเป็นลูกทีมด้วย แน่นอนค่ะ ฉันต้องปฏิเสธอยู่แล้ว เนื่องจากอายุยังไม่เข้าเกณฑ์ ก็เลยได้รับคำอธิบายว่า ลีกอาวุโสนี้ขอให้มีสมาชิกในทีมอย่างน้อย 1 คนที่อายุเข้าเกณฑ์ก็พอ ฉันจึงยอมร่วมทีมแบบไม่ค่อยเต็มใจนักตรงชื่อลีกนี่ล่ะค่ะ  ตัวอย่างการนับคะแนน
การเข้าร่วมแข่งขันลีกในครั้งนั้น เป็นโอกาสให้ฉันได้พัฒนาการโยนได้ดีขึ้นอีก เนื่องจากมีอดีตทีมชาติมาร่วมแข่งในลีกด้วย ฉันเองยังนึกขอบคุณท่านไม่หาย เพราะได้รับคำแนะนำในการโยนมาเยอะ และได้รับคำชมว่าเบสิคการโยนของฉันดี แต่ต้องเพิ่มแรงเหวี่ยงให้มากขึ้น แรกๆ ที่ลงแข่งก็เกร็ง โยนไม่ได้อย่างใจ เพราะมีแต่คนโยนเก่งๆ เป็นส่วนใหญ่ ฉันเคยแข่งร่วมเลนกับพี่เอ๊ดดี้ กรุง ศรีวิไล ด้วยนะคะ (ขืนเรียกน้าเอ๊ด คงโดนทุ่มด้วยลูกบอล) พี่เอ๊ดดี้โยนได้แรงมาก แต้มก็ดีค่ะ การแข่งลีกนี่ จะมีแต้มต่อหรือ handicap ให้ทุกคน มากน้อยแล้วแต่คะแนนสะสม คะแนนเกมเดียวสูงสุดที่ฉันเคยได้จากการแข่งลีก คือ 234 บวกแต้มต่ออีก 26 รวมแล้วก็จะเป็น 260 ที่ฉันมีแต้มต่อค่อนข้างมาก เป็นเพราะแต้มเฉลี่ยในระยะแรกอยู่ที่ 140-150 เท่านั้นค่ะ จากการเล่นโบว์ลิ่งนี่เอง ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า หากเรามีความรักและมุ่งมั่นต่อสิ่งใด เราสามารถที่จะเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้ แม้จะไม่ดีมากนัก แต่ด้วยวิธีการของเราเอง ก็จะทำให้เราฟันฝ่าไปได้
ฉันไม่ได้คิดจะเอาดีทางด้านนี้หรอกค่ะ เพียงแต่รู้สึกหลงรักกีฬาประเภทนี้เท่านั้นเอง ที่มีความอิสระในการเล่น เมื่อคราวที่ฉันต้องย้ายไปทำงานต่างจังหวัดอยู่หลายปี ก็ยังอุตส่าห์หาที่เล่นและไปแข่งลีกที่นั่นด้วยเหมือนกัน อาการก็คงเหมือนกับคนที่ติดบล็อก ติดอินเตอร์เน็ตนี่ล่ะ ขนาดว่าตอนไป training ต่างประเทศ ก็ยังไม่วายถามหาแหล่งเพื่อไปโยนโบว์ลิ่งให้ได้ เป็นเอามากใช่ไหมคะ..... วันก่อนฉันกลับไปบ้านแม่ ก็ไปเปิดตู้ดูถ้วยรางวัลเก่าๆ ที่ได้จากการโยนโบว์ลิ่ง นับๆ แล้วก็สิบกว่าใบ ......อดคิดถึงคำพูดแม่ในระยะหลังของการเล่นไม่ได้ เพราะแม่ฉันชอบแซวเวลาถือถ้วยรางวัลกลับบ้านว่า ขอเค้าเปลี่ยนรางวัลจากถ้วยเป็นเงินไม่ได้เหรอ แม่คงจะเกะกะรำคาญที่มันเบียดกันอยู่เต็มตู้ ไว้คงต้องหาโอกาสโอนย้ายกลับมาที่บ้านตัวเองสักทีแล้วกระมัง ถ้วยรางวัลใบโปรด
ฉันไม่ได้กลับไปโยนโบว์ลิ่งเลยตั้งแต่ย้ายกลับเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ อีกครั้ง เกือบจะ 3 ปีเข้าแล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีกระเป๋าพร้อมอุปกรณ์อย่างเช่นรองเท้าและลูกโบว์ลิ่งติดรถอยู่ตลอด คงต้องหาเวลาเหมาะๆ กลับไปฟื้นฝีมือ ร้างมานานแบบนี้ อาจจะโยนตกรางล้างท่อแบบคนเล่นไม่เป็นแล้วก็ได้ค่ะ ....จะมีใครนึกอยากไปออกกำลังกายด้วยการโยนโบว์ลิ่งมั้ยคะ ประวัติกีฬาโบว์ลิ่ง - ชาวอียิปต์ได้มีการเล่นกีฬาชนิดหนึ่งคล้ายกับการเล่นโบว์ลิ่งมาตั้งแต่ประมาณ 5,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช โดยใช้ไม้เป็นแก่นและใช้ลูกหินกลมๆ กลิ้งไปทอยแก่นให้ล้ม ตามหลักฐานจากรูปภาพในหลุมฝังศพเด็กชาวอียิปต์ในสมัยนั้น
- ชาวโปลิเนเซียน มีการเล่นอูลาไมก้า (Ula Maika) โดยกลิ้งก้อนหินไปให้ถูกเป้าซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไป 60 ฟุตเท่ากับระยะจากเส้นฟาล์วถึงพินหนึ่งของโบว์ลิ่งปัจจบันนี้พอดี
- เมื่อประมาณต้นคริสต์ศักราช ในประเทศเยอรมันนีมีการเล่นกีฬาเคเกล (Kegal) ซึ่งคล้ายกับการเล่นโบว์ลิ่ง ต่อมา มาร์ติน ลูเธอร์ (Martin Luther) ผู้ตั้งนิกายโปรเตสเต้นท์ ได้กำหนดให้มี 9 พิน และได้แพร่หลายออกไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรป ชาวอังกฤษดัดแปลงไปเล่นบนสนามหญ้า เรียกว่า Lawn Bowling และยังคงเป็นที่นิยมกันอยู่จนปัจจุบัน
- ได้มีการสร้างสถานโบว์ลิ่งขึ้นเป็นครั้งแรก นับว่าเป็นการปฏิวัติจากกีฬากลางแจ้งมาเป็นกีฬาในร่ม และเพิ่มพินขึ้นอีกหนึ่งพินเป็น 10 พิน เรียกว่า โบว์ลิ่ง โบว์ลิ่งได้แพร่หลายออกไปอย่างรวดเร็วที่อเมริกาและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เฉพาะในสหรัฐอเมริกามีนักโบว์ลิ่งกว่า 30 ล้านคน
กฎ กติกา มารยาทในการเล่นโบว์ลิ่ง - ไม่เหยียบเส้นฟาล์ว เพราะจะทำให้เสียคะแนน (เวลาแข่ง)
- ไม่โยนบอลพร้อมกัน เพราะจะทำให้ผู้เล่นในเลนข้างๆ ขาดสมาธิ ควรให้ผู้เล่นทางขวามือเป็นผู้โยนบอลก่อนเสมอ
- ไม่โยนบอลขึ้นสูงแล้วทุ่มลง เพราะจะทำให้เกิดเสียงดัง อันเป็นการรบกวนผู้อื่น นอกจากนั้นแล้วยังทำให้ไม่สามารถควบคุมทิศทางของลูกเพื่อทำคะแนนได้
- ไม่นำเครื่องดื่มขึ้นบนบริเวณเลน เพราะถ้าเครื่องดื่มหกจะทำให้พื้นรองเท้าโบว์ลิ่งสะดุด ทำให้วิ่งโยนลูกไม่ได้
- ไม่ยืนเกะกะ เมื่อยังไม่ถึงเวลาโยน
- ไม่ทดลองแกว่งลูกเล่นขณะคอยโยน เพราะลูกอาจไปกระแทกผู้ที่เดินมาข้างหลัง
- เมื่อโยนเสร็จแล้ว ไม่ควรยืนค้างอยู่บนบริเวณเลน ควรกลับลงมาที่โต๊ะเพื่อเปิดโอกาสให้เลนข้างๆ ขึ้นยืน เพื่อทำการโยนลูกต่อไป
- การเชียร์ก็กระทำพอประมาณ อย่าคุยโตใช้เสียงเอะอะ พึงใช้ให้วาจาสุภาพ
- อย่าฝืนเล่นต่อไปหากเจ็บนิ้วมือหรือเจ็บที่เท้า หรือก้าวเท้าไม่ออกเพราะเหนื่อยจนเกินไป
- หัดเป็นผู้มีน้ำใจนักกีฬาและวางกิริยาท่าทางให้สุภาพ พยายามทำให้ตนเองเป็นคนอารมณ์เย็นสุขุม อย่าเย้ยหยันเพื่อนร่วมทีมหรือคู่ต่อสู้ อย่าอารมณ์เสียง่าย จำไว้ว่า วาจาสุภาพและใบหน้ายิ้มแย้ม เป็นเครื่องประกอบอย่างดีในการเล่นโบว์ลิ่ง
อุปกรณ์โบว์ลิ่งที่สำคัญ - รองเท้าโบว์ลิ่ง เป็นรองเท้าเฉพาะในการเล่น จะใช้รองเท้าอื่นใส่แทนไม่ได้ ทุกแห่งจะมีให้เช่าในอัตราที่แตกต่างกันไป เลือกเบอร์ให้เหมาะกับเท้า อย่าคับจนเกินไป

- ลูกโบว์ลิ่ง เป็นลูกกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 27 นิ้ว มีน้ำหนักตั้งแต่ 6 ปอนด์ถึง 16 ปอนด์ มีให้บริการฟรี ไม่ต้องเช่า โดยจะมีหมายเลขน้ำหนักกำกับไว้ที่ลูก
การเลือกลูกโบว์ลิ่งให้เหมาะสมกับตัวเอง - โดยปกติแล้ว น้ำหนักลูกที่พอเหมาะจะใช้สูตร น้ำหนักตัว * 0.2 = น้ำหนักลูกที่เหมาะสม เช่น น้ำหนักตัว 50 * 0.2 = 10 ดังนั้น ให้เลือกใช้ลูกขนาด 10 ปอนด์
- ลูกโบว์ลิ่งจะมีรูอยู่ 3 รู ให้ลองเอานิ้วสวมให้พอดี รูแรกให้เอานิ้วหัวแม่มือใส่ดู ส่วนอีก 2 รูคู่กันนั้น ให้เอานิ้วกลางกับนิ้วนางสวมดู ลองหยิบลูกขึ้นมาแกว่งไปมา 2-3 ครั้ง ให้น้ำหนักพอดีอย่าเบาหรือหนักเกินไป
- การจับลูกเหมาะมือเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมทิศทางของลูก ถ้าจับลูกพอดีมือคุณจะโยนลูกตรง โค้งมาก โค้งน้อย ได้ง่าย โดยเปลี่ยนทิศของนิ้วหัวแม่มือเท่านั้น

อย่าเริ่มเล่นโบว์ลิ่งทันทีทันใด - ให้นั่งยองๆ งอเข่าเพื่อทำให้กล้ามเนื้อเข่าหย่อนเล็กน้อยแล้วจะช่วยให้การใช้เท้าคล่องตัวขึ้น
- การผ่อนคลายกล้ามเนื้อแขนและไหล่ จะทำได้โดยการทดลองแกว่งแขนพร้อมด้วยลูกโบว์ลิ่งแต่อย่าโยน เพียงแกว่งแขนไปมา 2-3 ครั้ง เพื่อช่วยหย่อนความตึงของกล้ามแขน
- การทำสองวิธีนี้จะใช้เวลาไม่กี่วินาที จะทำให้การเตรียมตัวโยนพร้อมเพรียงยิ่งขึ้น
จะหาจุดเริ่มต้นอย่างไรดี? - ผู้หัดเล่นโบว์ลิ่งมือใหม่ส่วนมากไม่ทราบว่าควรจะยืนห่างจากจุดโยน (เส้นฟาล์ว) สักเท่าใด เพราะบางครั้งเดินมาถึงจุดโยนแล้วระยะก้าวผิด จึงรีบโยนลูกอย่างฉับพลัน ทำให้โยนได้ไม่ดี
- ข้อแรก ต้องกำหนดไว้เสียก่อนว่าจะก้าวเท้ากี่ก้าว และจะต้องก้าวเช่นนั้นอย่างสม่ำเสมอ (การเดินแบบ 4 ก้าวเป็นแบบที่นิยม)
- ต่อไปให้ยืนที่จุดโยนแล้วทดลองก้าวกลับมา 4 ก้าว เดินไปยังจุดยืน บวกด้วยระยะไสเท้ากับอีก 6 ถึง 8 นิ้ว แล้วหมุนตัวกลับ จุดนี้คือจุดที่คุณควรเริ่มต้นในการยืนถือลูกไปโยน
- สิ่งที่สำคัญก็คือ ถือลูกในลักษณะธรรมชาติอย่างสบายๆ และมีการทรงตัวดี น้ำหนักตัวควรอยู่ระหว่างเท้าทั้งสองและถือลูกอยู่ข้างหน้าลำตัว คุณอาจจะถือลูกสูงหรือต่ำตามถนัดก็ได้

เล็งที่จุดหรือพินดี - เมื่อขึ้นไปยืนบนแอพโพรซ จะเห็นว่าบนเลนนับจากเส้นฟาล์วไป 6 ฟุต จะมีเครื่องหมายจุดวงกลมสีดำอยู่ 10 จุด และจากจุดดำไปอีก 6 ฟุต จะมีเครื่องหมายลูกศร ที่เรียกว่า Arrow อยู่อีก 9 จุด
- การเล็งที่ดี ควรจะเล็งที่จุดสีดำหรือที่ Arrow โดยปล่อยลูกให้วิ่งผ่านจุดที่เล็งไว้ แล้วลูกจะวิ่งเข้าพ็อกเก็ต (ระหว่างพิน 1 และ 3)
ท่ายืนเป็นเรื่องสำคัญ - เกี่ยวกับการยืน ผู้หัดเล่นมือใหม่ส่วนมากไม่เข้าใจ เนื่องจากไม่มีการเคลื่อนไหวจนกว่าจะเริ่มส่งลูกไปข้างหน้า (pushaway) ดังนั้น จึงมักนึกเอาเองว่าจะยืนท่าใดก็ได้ ไม่เห็นความจำเป็นจนกว่าจะโยนลูก
- การยืนไม่ถูกท่าจะทำให้การเริ่มแกว่งแขนผิดจังหวะโดยไม่รู้ตัว และการยืนฝืนท่าก็มีผลทำให้ก้าวเท้าผิดเช่นเดียวกัน ถ้าหากเริ่มเดินโดยเสียหลัก การโยนลูกก็จะผิดเป้าหมายหรือคลาดเคลื่อนไป
- หลักการยืนที่สำคัญก็คือ ให้ยืนตามสบายด้วยการทรงตัวที่ดี และถือลูกอยู่ทางหน้าตามถนัดด้วยการรับน้ำหนักของเท้าทั้งสองข้าง และจะต้องเปิดโอกาสให้แกว่งแขนสะดวกและง่าย ต้องแน่ใจว่าการยืนนั้นมีการทรงตัวที่มั่นคงก่อนที่จะเริ่มต้นก้าวออก
- ให้ยืนด้วยเท้าซ้ายล้ำหน้าเท้าขวาทุกครั้ง เมื่อยืนด้วยวิธีนี้แล้วธรรมชาติจะให้คุณก้าวเท้าออกด้วยขวาเสมอเพราะสัญชาตญาณของมนุษย์จะต้องลากเท้าหลังออกมาข้างหน้าก่อนเสมอ เป็นไปไม่ได้ที่จะออกด้วยเท้าที่ล้ำหน้ากว่า เพราะขัดต่อธรรมชาติ
       
การแกว่งแขน - ต้องแกว่งแขนให้สัมพันธ์กับการก้าวเท้า คือจะต้องส่งลูกไปทางหน้าแล้วแกว่งแขนในขณะที่เดินมาโยน มิใช่เดินถือลูกมาเฉยๆ แล้วมาเหวี่ยงหรือโยนที่เส้นฟาล์ว แล้วปล่อยลูกโดยใช้นิ้วมือเกี่ยวเพื่อให้ลูกปั่นและเลี้ยวปลายและทิ้งแขนขวาให้ชี้ลงไปที่เส้นฟาล์วแล้วค่อยๆ ยกขึ้นช้าๆ (อย่ากระตุกมือ) เมื่อปล่อยลูกให้ก้มตัวเล็กน้อยที่เส้นฟาล์ว
ท่าโยนลูกโบว์ลิ่งที่สวยงามและถูกต้อง จะประกอบด้วย - ถ้าเท้าซ้ายชี้ตรงไปทางเป้าหมาย ลำตัวจะต้องหันไปทางนั้น
- คุณจะอยู่ในลักษณะและทิศทางที่ดี ถ้าสะโพกและไหล่ทั้งสองขนานกับเป้าหมาย
- ถ้าหากคุณหยุดและทรงตัวได้มั่นคงที่เส้นฟาล์ว นั่นหมายถึงว่าจังหวะของคุณดี
- ถ้าเข่าซ้ายของคุณงอและลำตัวเหนือเอวเอนต่ำไปข้างหน้า จะทำให้การปล่อยลูกเป็นไปอย่างถูกต้อง และข้อนี้หมายถึงการฟลอโลว์ธรู (Follow Through)
ปล่อยลูกตกตรงไหนจึงจะถูก - ตามปกติผู้เล่นควรจะโยนลูกให้ตกเลยเส้นฟาล์วก็พอ หรือควรจะโยนให้เลยออกไปตกห่างเส้นฟาล์วประมาณ 3-4 ฟุต
วิธีการโยนลูกได้แรง - แกว่งลูกไปทางหลังให้สูงขึ้นเพื่อเพิ่มแรงเหวี่ยง เมื่อแกว่งลูกมีความโค้งมากเท่าใด ความแรงของลูกก็จะเพิ่มมากขึ้นเพียงนั้น แต่อย่าฝืนแกว่งไปทางหลังมากเกินไป ตรงกันข้ามถือลูกโดยยกให้สูงขึ้น ณ จุดยืน จะช่วยเพิ่มกำลังแกว่งลูกไปทางหลังได้มากกว่า และการแกว่งก็เป็นไปโดยธรรมชาติ
- เพิ่มการก้าวเท้าเป็น 5 หรือ 6 ก้าว การเพิ่มการก้าวเท้าเป็นการเพิ่มความเร็วในการใช้เท้า และเพิ่มแรงส่งในการโยนลูก
อะไรเป็นเหตุให้ลูกหลุดมือ? - ให้ตรวจดูเหงื่อบนมือที่ถือลูกและนิ้วมือ เหงื่อนี้มีน้ำมันจากร่างกายซึ่งอาจทำให้การจับลูกไม่แน่นมือพอ ดังนั้น ควรล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้แห้งก่อนเล่นโบว์ลิ่งทุกครั้ง และรักษานิ้วและมือให้แห้งเสมอในระหว่างการเล่นตลอดเกมส์
ทำอย่างไรจึงจะไม่เหยียบเส้นฟาล์ว - ในการเล่นโบว์ลิ่งมีเส้นซึ่งถือเป็นเส้นฟาล์ว หากผู้เล่นคนใดเดินข้ามหรือเหยียบเส้นนี้ การโยนลูกครั้งนั้นจะไม่มีการนับคะแนน วิธีที่ถูกต้อง ไม่ใช่คอยจ้องดูเส้นฟาล์ว แต่ควรจะหัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยการเดินบนแอพโพรช (Approach) หรือที่บ้าน โดยไม่ต้องถือลูกจนกระทั่งการใช้เท้าคล่องตัว เมื่อไสเท้าไปแล้วจะหยุดที่จุดเดียวกันทุกครั้ง โดยห่างไม่เกินนิ้ว เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เหยียบเส้นฟาล์ว
นิ้วหัวแม่มือลึกลงไปในรูเพียงใด? - โดยทั่วไป นิ้วหัวแม่มือควรจะหลวมกับรูที่เจาะเพื่อความสบาย จึงไม่ต้องคำนึงถึงว่ารูจะลึกมากน้อยเพียงใด ข้อสำคัญมีว่าให้นิ้วหัวแม่มือลื่นเข้าออกรูที่เจาะได้โดยสะดวกสบายเท่านั้น
ทำไมต้องกางแขนข้างซ้าย - เพราะแขนซ้ายช่วยในการถ่วงการทรงตัว ไม่ทำให้คุณเดินเซหรือเฉไปในขณะที่ก้าวเท้า ซึ่งมีผลต่อการทำแต้ม
ทำอย่างไรถึงจะโยนลูกได้แม่นยำ - อย่าฝืนการแกว่งแขนหรือออกแรงมากเป็นพิเศษ ให้หัดโยนลูกด้วยการเคลื่อนไหวตามปกติ
- หัดแกว่งแขนให้ถูกจังหวะกับการใช้เท้า (ก้าวเท้า) ซึ่งจะช่วยให้โยนลูกได้ผลสม่ำเสมอ ถ้าโยนลูกสไตรค์ได้ครั้งหนึ่งก็จะทำสไตรค์ได้ต่อๆ ไปอีก
- ระวังการทรงตัว ตัวโยนไปเอนมาจะทำให้เกิดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อและเสียจังหวะ
- มีความตั้งใจก่อนโยนลูกทุกครั้ง
หากคุณมีโอกาสได้จับลูกโบว์ลิ่งครั้งต่อไป ขอให้สนุกกับการโยนโบว์ลิ่งค่ะ
เพลงประกอบ : รางวัลแด่คนช่างฝัน - จรัล มโนเพ็ชร
|