| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
พิมพ์หน้านี้
|
ที่จริงแล้ว "เกาหลี" ไม่เคยอยู่ในลิสต์ของประเทศที่อยากไปเที่ยวหรอกค่ะ และการไปเที่ยวครั้งนี้ ก็ออกจะฉุกละหุกสักหน่อย แต่เกิดจากการที่รู้ว่าสิ้นเดือนกรกฎาคม มีวันหยุดยาวติดต่อกัน 4 วัน ประกอบกับฉันกำลังวางแผนว่าจะหาสถานที่ท่องเที่ยวในต่างประเทศสักช่วงเดือนกันยา เลยเข้าเค้าค่ะ
concept หลักของเราตรงกันค่ะ คือเที่ยวแบบประหยัดตังค์ ไม่ชอปปิ้ง โดยปกติสาวแอนเธอจะบินไปอังกฤษทุกปีเพราะแฟนอยู่ที่โน่น แต่ตอนนี้ย้ายกลับมาทำงานที่เมืองไทยแล้วค่ะ สำหรับฉัน นี่คือการควักเงินออกจากกระเป๋าของตัวเองไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก เพราะสองครั้งที่เคยไปเยือนญี่ปุ่นกับจีน ก็ด้วยทุนของหน่วยงานที่ทำให้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตา ตักตวงความรู้ และได้เรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่นบ้าง การไปต่างประเทศด้วยทุนทรัพย์ตัวเองครั้งแรกจึงค่อนข้างยุ่งยากหน่อย เพราะไม่เคยต้องติดต่อซื้อตั๋วเองด้วยซ้ำ มีเจ้าหน้าที่จัดการให้เสร็จ ครั้งนี้จึงต้องเริ่มต้นตั้งแต่การหาหนังสือท่องเที่ยวที่เกาหลีแบบตะลอนทัวร์มาอ่านดู
นั่งไล่ดูว่าควรจะหาที่พักอย่างไร ตรงไหน ก็เลยเริ่มเข้าไปดูที่พักตามที่หนังสือได้แนะนำไว้ คือ นัมซันเกสต์เฮ้าส์ ที่นี่น่ารักตรงที่มีหน้าโฮมเพจสำหรับคนไทยด้วยค่ะ คงจะเป็นเพราะเจ้าของชาวเกาหลีมีภรรยาเป็นคนไทยนั่นเอง ...เมื่อลองติดต่อไปว่ามีที่พักในช่วงที่ฉันต้องการหรือไม่ วันรุ่งขึ้นก็ได้รับเมล์ตอบกลับมาค่ะว่า ห้องว่าง ให้คอนเฟิร์มกลับไปก่อนที่จะเข้าพัก 3 วัน โล่งใจไปเปลาะนึงแล้วสิคะ คราวนี้ก็เป็นเรื่องของตั๋วเครื่องบินแล้วค่ะ ..ไม่งั้นจะกลายเป็นว่าได้ที่พัก แต่ไม่มีตั๋วเดินทางไป เกือบจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย ก่อนหน้านั้น เคยลองเข้าไปหาตั๋วราคาถูกจากเน็ตเว็บไซต์ต่างๆ ดู เห็นมีอยู่มากมายหลายสายการบินและเอเย่นต์ พอกลางเดือนกรกฎา ฉันลองเข้าไปดูเว็บไซต์ของ http://www.kmt.co.th/ ตามที่หนังสือแนะนำว่าที่นี่แหละ มีตั๋วเครื่องบินราคาถูกกว่าที่อื่นค่ะ พอโทร.ไปเช็คดูเอง ปรากฏว่า ตั๋วราคาถูกที่ต้องการ เป็นไฟล์ทตีหนึ่งกว่าของวันที่ 27 ซึ่งจะไปถึงโซลเช้าวันที่ 27 เหมือนกัน ไม่ตรงตามความต้องการ เพราะฉันต้องการถึงโซลในเช้าวันที่ 28 ก.ค. ค่ะ แถมพนักงานยังบอกอีกค่ะว่า วันที่ฉันจะเดินทางกลับคือวันที่ 1 ส.ค. น่ะ ขากลับก็มีที่นั่งเหลือเพียง 3 ที่นะคะ เลยต้องเบนเข็มโทร.กลับไปหาน้องชายซึ่งเดินทางบ่อยๆ ให้ช่วยจัดการเรื่องตั๋วหน่อย ปรากฏว่าได้ไฟล์เที่ยงคืนวันที่ 27 ค่ะ ไปถึงกรุงโซลก็ประมาณ 7-8 โมงเช้า ราคาถูกกว่าทาง kmt นิดหน่อย คือ 19,750 บาท แล้วก็เพิ่งจะได้คอนเฟิร์มเที่ยวบินกลับก่อนบินแค่วันเดียวเท่านั้น ตรงนี้แนะนำเลยนะคะ ถ้าใครคิดอยากจะเดินทางไปต่างประเทศแบบประหยัดจริงๆ ควรวางแผนล่วงหน้าโดยการหาซื้อตั๋วเดินทางที่มีโปรโมชั่นตุนไว้ก่อน แล้วค่อยเลือกวันเดินทางทีหลัง (บางคนประหยัดค่าตั๋วได้เป็นหมื่นเลยค่ะ) เรื่องการลานั้น ฉันก็จัดการเรียบร้อยค่ะ เพราะข้าราชการที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ต้องทำเรื่องขอลาให้ถูกต้องเรียบร้อยด้วยค่ะ แม้ว่าจะตรงกับวันหยุดราชการหรือไปเที่ยวพักผ่อนก็ตามที ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้แบบตามใจฉันนะคะ (คลิกอ่านข้อควรรู้สำหรับข้าราชการที่จะลาไปต่างประเทศหรือเดินทางไปราชการต่างประเทศ) เวลาที่เหลืออยู่ไม่มากนัก ก็ศึกษารายละเอียดของประเทศเกาหลีค่ะ ดูว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ช่วงที่ฉันไป เป็นฤดูร้อนของเกาหลี เรียกว่าเป็นโลว์ซีซั่นล่ะค่ะ ....มิน่าล่ะที่พักถึงว่าง ส่วนเรื่องการแลกเงิน หนังสือเขาแนะนำให้ไปแลกที่ "ซุปเปอร์ริช" ที่อยู่ตรงข้าม world trade center เข้าไปในซอยข้างบิ๊กซี ฉันเลยมอบหน้าที่นี้ให้แอนค่ะ เพราะเป็นฟรีแลนซ์ที่มีเวลาเยอะกว่าฉันมาก เราแลกเงินไปคนละหมื่นบาท อัตราแลกเปลี่ยนวันที่แลกอยู่ที่ 1000 วอน = 36 บาทเศษ เห็นเขาว่านะคะ เรื่อง ต.ม.ของเกาหลีนี่ ค่อนข้างเข้มงวด ก็กะว่าจะใช้ยิ้มสยามบวกกับพาสปอร์ตเก่าพกไปด้วย (เดิมฉันใช้แต่พาสปอร์ตราชการค่ะ ยังไม่เคยใช้พาสปอร์ตธรรมดาเลย ก็น่าจะการันตีได้ว่าเราไม่ใช่กะเหรี่ยงอพยพแน่ๆ ล่ะ) ก็หวังแต่ว่า การ backpack ครั้งนี้คงจะไม่หลงทางมากนัก เพราะแอนเองก็เคยไปมาถึง 2-3 ครั้งแล้ว หลายคนคงสงสัยว่าทำไมไม่ไปกับทัวร์ น่าจะง่ายกว่า สะดวกกว่า .....ฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยนิยมทัวร์ เนื่องจากเราสามารถบริหารเวลาและสถานที่ได้มากกว่า เพราะทัวร์ส่วนมากจะเน้นไปที่การชอปปิ้งและเลือกอาหารในภัตตาคารเป็นหลัก ไม่ค่อยได้ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นสักเท่าไหร่.... อาจารย์ของฉันท่านหนึ่ง เคยให้คำนิยามถึงคนไทยที่ไปเที่ยวทัวร์ว่า "นั่งเป็นหลับ ขยับเป็นแ-ก ปล่อยเป็นหลง ลงเป็นชอป(ปิ้ง)" ไม่รู้ว่าคุณเคยได้ยินกันบ้างมั้ย ตอนนี้ฉันก็ขนซื้อหนังสือเที่ยวไม่ง้อทัวร์มาอ่านเยอะแยะ เกือบ 10 เล่มแล้วล่ะค่ะ คิดว่าทริปต่อไป ถ้ายังพอหาเพื่อน backpack ไปด้วยได้ เป้าหมายก็คงจะเป็น Switzerland หรือนิวซีแลนด์ แต่ถ้าหาเพื่อนแจมไม่ได้ เพราะแอนบอกว่าทริปคงแพงไปหน่อย กลัวไม่มีตังค์ ..... ถ้าเป็นเช่นนั้น ฉันคงจะต้องเกาะทัวร์ไปด้วยแน่ๆ แล้วคงอาศัยน้องที่ออฟฟิศที่บอกว่าอยากฝากคุณแม่ไปเที่ยวยุโรปด้วย แต่ท่านอายุ 72 แล้ว คงไปกับทัวร์ได้ ที่จะไป backpack หรือเที่ยวเองแบบฉันคงไม่ไหวแน่ แหม.... นี่ยังไม่ทันไร ทำคุยถึงทริปหน้าซะแล้วสิคะ
วันเดินทาง ฉันนัดเจอกับแอนที่สนามบินก่อนสี่ทุ่มค่ะ เพราะเราไปเที่ยวบิน TG658 เวลา 23.50 น. ปรากฏว่าไฟล์ทออกช้ากว่าเวลากำหนดประมาณ 1/2 ชั่วโมง เนื่องจากมีผู้โดยสารติดอยู่ที่ ตม. คงเพราะว่าเป็นช่วง long weekend คนเข้าคิวเยอะมากค่ะ เจ้าหน้าที่เองก็ไม่ได้เปิดเคาน์เตอร์เต็มที่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางกันในวันหยุดยาวแบบนี้ ฉันกับแอนเองก็ต้องรีบเดินแกมวิ่ง จ้ำแล้วจ้ำอีกหลังจากผ่าน ตม. เนื่องจากกลัวตกเครื่อง
เที่ยวบินนี้ เป็นเครื่องโบอิ้ง 777-200 บรรทุกผู้โดยสารได้ประมาณ 300 คน ใช้ระยะเวลาเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ - สนามบินอินชอน เกาหลีใต้ ประมาณ 5 ชั่วโมง ก็ไม่นานเกินไปนัก ถ้าเป็นเที่ยวบินกลางวัน แต่พอเป็นเที่ยวบินดึก แล้วก็เดินทางหลังจากตรากตรำหนักกับการสัมมนาและทำงานมาทั้งอาทิตย์ ทำให้เพลียและอยากหลับบนเครื่องบ้าง ทว่าความรู้สึกขณะนั้นคือทรมานมากเลย หลับๆ ตื่นๆ อยู่ตลอด แล้วก็ต้องถูกปลุกโดยพนักงานต้อนรับบนเครื่องตอนตี 4 ค่ะ เหตุที่ต้องเสิร์ฟอาหารให้ผู้โดยสารก่อนถึงจุดหมายปลายทาง อาหารมื้อเย็นและมื้อดึกยังไม่ทันย่อยเลยค่ะ เพราะตอนก่อนออกจากบ้าน ฉันตุนผัดซีอิ๊วกับยำวุ้นเส้นไว้ในกระเพาะเยอะแล้ว แถมตอนอยู่สนามบิน ก็ยังไปหม่ำเกี๊ยวน้ำเป็นเพื่อนกิต (แฟนแอน) และอ้อม (น้องสาวแอน) อีก ...ตอนนี้เลยเหมือนถูกบังคับให้กินยังไงอย่างงั้นเลยค่ะ ด้วยมาตรการควบคุมของเหลว รวมทั้งของประเภทเจล สเปรย์ต่างๆ ที่ห้ามพกติดตัวขึ้นเครื่อง แอนก็เลยถือโอกาสขอยาสีฟันจากสจ๊วต คุณสจ๊วตก็ใจดีนำมาให้ 2 ชุดพร้อมแปรงสีฟันด้วยเลยค่ะ ...หลังจากสดชื่นขึ้นแล้ว แอนก็ถือโอกาสทำความรู้จักกับหนุ่มหน้าตี๋ข้างๆ เลยรู้ว่าเป็นหนุ่มเกาหลี ที่เคยไปอยู่เชียงใหม่ 5 ปี แต่พอสอบถามถึงเส้นทางที่จะเข้ากรุงโซล หนุ่มเกาหลีคนนี้ แกก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก เพราะความเป็นคนชนบท ไม่ใช่คนเมือง เราเลยไม่ได้รับประโยชน์จากการพูดคุยมากนัก เราถึงสนามบินอินชอนในตอนเช้า เวลาท้องถิ่นประมาณเจ็ดโมงครึ่ง (เวลาที่เกาหลีเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง) อุณหภูมิ 26 องศา ...นี่ขนาดเป็นฤดูร้อนของเขานะคะ ถือว่าอากาศเย็นสบายสำหรับเราสองคนเลยค่ะ เมื่อต้องผ่านด่านกักกันพืช เจ้าหน้าที่ค่อนข้างจะโหวกเหวกโวยวาย แล้วยังพูดเกาหลี ไทยอย่างเราจะไปฟังออกที่ไหนกันเล่า ฉันก็เลยทำหน้างงๆ ให้พี่แกตวาดเล็กน้อย เสร็จจึงค่อยถามว่า Where are you staying? พอบอกไปว่าพัก Namsan Guest House พี่แกก็เลยรีบโบกมือให้ผ่านค่ะ แสดงว่าที่พักของเรานี่เป็นที่รู้จักกันดีพอสมควร คราวนี้พอถึงด่าน ตม.ของเกาหลี แอนเข้าไปให้ตรวจเอกสารก่อน ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ซักถามเพียงแค่ว่า มากี่คน มากี่วัน จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ฉันก็เลยสบาย เหมือนเป็นคนใบ้ เพราะไม่ถูกถามอะไรสักแอะเดียว ดีเหมือนกันแฮะ ต้องถือเป็นความโชคดีของเราสองคนค่ะ เพราะเท่าที่รู้มา ตม.ของเกาหลีค่อนข้างโหด ทั้งที่ไม่ต้องใช้วีซ่า เหมือนๆ กับสนับสนุนการท่องเที่ยว แต่ก็เข้มงวดไปด้วยในขณะเดียวกัน ...เท่าที่รู้มา บางกรุ๊ปทัวร์ที่ไปจากเมืองไทย มา 13 ได้ผ่าน ตม. เกาหลีไปแค่ 4 คนเท่านั้น ซึ่งถือว่ามาก เพราะบางกรุ๊ปไม่ผ่านเลยสักคน เนื่องจากบางคนยอมเสียเงินแพงๆ ซื้อทัวร์มาแล้วก็ไม่ยอมกลับ กลับกลายเป็นว่า นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวกันเองแบบฉันกับแอนเลยสบายไปค่ะ หลังจากผ่านด่านศุลกากรของเกาหลีแล้ว ก็ไม่ลืมที่จะแวะ Tourist Information เพื่อหยิบแผนที่ต่างๆ ในเกาหลีที่คิดว่าจำเป็นต้องใช้ติดไม้ติดมือกันไว้ด้วย
สุดท้ายเราก็ตัดสินใจทำตามที่ทางนัมซันเกสต์เฮ้าส์บอกมาค่ะ คือออกทางช่อง 5B 12A ของสนามบินอินชอน แล้วขึ้นรถบัสลีมูซีนสาย 605-1 (จริงๆ ก็คือ airport bus แหละ) เพื่อไปที่พัก จ่ายค่ารถไปคนละ 8,000 วอน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 300 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงเศษๆ ก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดินเมียงดง หน้าโรงแรมเซจง ต้องแบกกระเป๋าเดินลอดสถานีใต้ดินไปทางออกหมายเลข 3 เพราะไม่มีทางม้าลายให้ข้าม จากนั้นให้เดินไปอีกประมาณ 300 เมตร ทางที่จะไปนัมซันเคเบิ้ลคาร์ เราตัดสินใจไม่โทรศัพท์ไปใช้บริการรถรับ-ส่งของทางนัมซันเกสต์เฮ้าส์ เพราะดูจากระยะทาง 300 เมตรนี่ ไม่น่าจะไกล แหะ แหะ... ขอบอกค่ะว่าตัดสินใจผิดสำหรับวันแรก เพราะทางเดินเป็นเนินขึ้นเขา แล้วจากสภาพร่างกายของฉันที่ผ่านการฝึกที่ จปร.มา ยังปวดขาไม่หาย มาเดินอย่างนี้ แทบจะร้องโอดโอยเลยค่ะ แต่โชคก็มาช่วยจนได้ เพราะเจอรถตู้ที่เขียนหน้ารถไว้ว่า Namsan Guest House ปรากฏว่าคนขับจอดรับค่ะ คงเห็นว่ามีกระเป๋าเดินทางแล้วท่าทางเดินเหมือนจะหมดแรงกันล่ะมัง
มาถึงที่พักก็แทบจะหายเหนื่อยเลยค่ะ เพราะสวยเหมือนในเว็บไซต์ที่เข้าไปดู เจ้าของขอเก็บค่าที่พักก่อนเลย คือคืนละ 40,000 วอน (ตกคืนละพันกว่าบาท) รวมแล้วก็ 160,000 วอน แต่ห้องที่จัดไว้ให้เราพัก ลูกค้าเก่ายังไม่ check out ออก เลยต้องนั่งรอ แต่กลุ่มคนไทยในรถตู้ที่มาด้วยกัน 4 คน ได้เข้าพักแล้ว ฉันกับแอนตอนแรกว่าจะฝากกระเป๋าไว้แล้วออกไปเที่ยวในเมืองก่อน แต่แอนอยากอาบน้ำ เพราะบ่ายมีนัดกับเฮจินเพื่อนชาวเกาหลี และแพทริกเพื่อนชาวฮ่องกง ไว้แถว City Hall เราสองคนก็เลยแกร่วๆ ครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่กันข้างนอกนี่แหละค่ะ การท่องเที่ยวในเกาหลีของเราสองคน จึงต้องเริ่มต้นในบ่ายวันเสาร์ แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อนะคะ |
|||||||||||||||||||||||