• มีนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : white4linen@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-17
  • จำนวนเรื่อง : 92
  • จำนวนผู้ชม : 52464
  • จำนวนผู้โหวต : 137
  • ส่ง msg :
<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



วันศุกร์ ที่ 10 สิงหาคม 2550
เที่ยวไม่ง้อทัวร์ ตีตั๋วเที่ยวเกาหลี (3) ตอน...Happy Suwon
Posted by มีนา , ผู้อ่าน : 506 , 21:26:25 น.   | หมวดหมู่ : เปิดโลกกว้าง   me,myself  
พิมพ์หน้านี้


ข้อดีของการเที่ยวไม่ง้อทัวร์ก็คือ เมื่อเหนื่อยนักเรานอนพักจนเต็มแรงได้ ผลจากการที่วันแรกเราก็ซ่าเดินวน เดินหลง เดินชมพระราชวัง ปาเข้าไป 6-7 กิโล ทั้งที่อยู่บ้านเราไม่ค่อยจะได้ออกแรงเดินสักเท่าไหร่ ก็น็อคสิคะ ตื่นขึ้นมา 10 โมงเช้า ยังตกกะใจตัวเองเลยค่ะ วิ่งแจ้นเข้าไปอาบน้ำ ออกไปกินกาแฟกับขนมปังแบบเร่งด่วน (ขนมปังของเกาหลีแปลกดีค่ะ ไม่รู้ว่าทำจากอะไร เนื้อขนมปังจะสีออกเหลืองนวลสวย พอเอาเข้าเตาอบทาเนยแล้วยิ่งยั่วน้ำลายใหญ่เลยค่ะ)

เช้าวันนี้ ...ก็ไม่เช้าแล้วล่ะค่ะคุณขา อิอิ วันนี้เราตั้งใจว่าจะไปเที่ยว Hwaseong Fortress หรือป้อมปราการฮวาซอง ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองซูวอน (Suwon) คราวนี้เราจะได้ใช้ระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟใต้ดินบ้างแล้วล่ะค่ะ

คลิกเพื่อดูภาพขยาย


การเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินในเกาหลี

การท่องเที่ยวในกรุงโซล นอกจากจะต้องเดินมากๆ แล้ว เรายังต้องใช้บริการรถไฟใต้ดินบ่อยมาก ดังนั้น แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ subway จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องพกติดตัวเสมอสำหรับการเดินทางในเกาหลี เพราะจะมีเส้นทางเชื่อมโยงทุกสายตามสถานีใหญ่ๆ ถือเป็นการเดินทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในประเทศเกาหลีอีกด้วย เท่าที่ใช้บริการ อาจจะค่อนข้างงงๆ กว่าที่เคยใช้เดินทางในประเทศญี่ปุ่นบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม ถือว่าการเดินทางโดยรถไฟฟ้า เป็นบริการขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลเกาหลีจัดให้แก่ประชาชนของเขาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก เป็นตัวอย่างที่ประเทศเราควรนำมาพัฒนาในด้านการบริการให้ดีเท่าเทียมค่ะ

เส้นทางการเดินรถจะใช้สีเป็นตัวกำหนด โดยจุดที่มีวงกลมใหญ่สามสี จะเป็นสถานีที่มีการเชื่อมต่อกับสายอื่น

  • สาย 1 (สีน้ำเงิน) จะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าที่วิ่งอยู่บนพื้นดิน วิ่งระหว่างกรุงโซลกับเมืองสำคัญต่างๆ เช่น อินชอน ซูวอน อันซาน และอืยจองบู

  • สาย 2 (สีเขียว) วิ่งเป็นวงกลมข้ามแม่น้ำฮันคัง จากศาลากลางจังหวัดผ่านอึลชิโร่ข้ามแม่น้ำไปชัมชิล ยองดอง และวิ่งขึ้นเหนือไปย่านชินชอน

  • สาย 3 (สีส้ม) วิ่งจากแทวาทางตะวันออกเฉียงเหนือไปสุดที่ Susea ที่อยู่ทางตอนใต้ เชื่อมระหว่างกรุงโซลกับเมืองใหม่ 2 เมือง คือ พันดังและอิลซาน

  • สาย 4 (สีฟ้า) วิ่งตรงกันข้ามกับสาย 3 โดยเริ่มวิ่งจากทังกอแกทางตะวันออกเฉียงเหนือถึง Oido ซึ่งอยู่ทางใต้ สามารถเชื่อมต่อกับทางรถไฟสายอันซานที่สถานีซาดัง

  • สาย 5 (สีม่วง) วิ่งผ่านใจกลางกรุงโซลไปถึงสนามบินกิมโป

  • สาย 6 (สีน้ำตาล) วิ่งจากหยักซูไปพงฮวาซัน

  • สาย 7 (สีดำ) วิ่งจากชังอัมไปยังอนซู

  • สาย 8 (สีชมพู) วิ่งจากโมรันไปยังอัมซา

วิธีการที่จะใช้บริการรถไฟใต้ดินในเกาหลีไม่ให้งง ก็คงต้องดูสถานีที่ติดกับสถานีที่ใช้บริการ จะได้ทราบว่าขึ้นฝั่งไหนกันแน่ค่ะ

ส่วนราคาค่าตั๋วจะผันแปรตามระยะทาง ปกติจะเริ่มต้นที่ 900 วอนสำหรับ 12 กม.แรก และจะเพิ่มอีก 100 วอนต่อ 6 กม.สำหรับระยะที่เพิ่มจาก 12 กม. ถึง 24 กม. หลังจาก 24 กม. จะเพิ่มอีก 100 วอนต่อ 12 กม.




แอนกำลังซื้อตั๋วรถไฟไปซูวอน ที่สถานีเมียงดง
(Myeong-dong)
ซึ่งเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่อยู่ห่างจากที่พักนัมซานเกสต์เฮ้าส์ ประมาณ 300 เมตร


ก่อนจะซื้อตั๋วอย่าลืมไปตรวจดูสายการเดินรถด้วยนะคะ แผนที่ของเราเองก็ได้ หรือจะดูแผนที่ใหญ่ในสถานีก็ได้ค่ะ ว่าจะต้องไปต่อสายไหน ที่สถานีอะไร ปรากฏว่าจากสถานีเมียงดง รถไฟสาย 4 : สีฟ้า จะต้องไปต่อรถไฟสาย 1 : สีน้ำเงิน ที่สถานี Geumjeong เพื่อต่อไปยังสถานีซูวอน จุดหมายปลายทางของเรา 

จากนั้น เราไปด้อมๆ มองๆ ที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ เห็นแต่ภาษาเกาหลีก็ตาลายเลยค่ะ ตัดสินใจซื้อตั๋วจากพนักงานดีกว่า แค่บอกชื่อสถานีปลายทาง แล้วก็จำนวนคนเท่านั้น

เราจ่ายค่าตั๋วไปคนละ 1,600 วอน ระยะทางทั้งสิ้น 41.4 กิโลเมตร

 

ถูกเพ่งเล็งบน KORAIL

หลังจากได้ตั๋วแล้ว เราก็เดินผ่านเครื่องตรวจตั๋วเหมือนบ้านเรา ลงมารอที่ชานชาลาด้านล่าง ต้องคอยดูป้ายด้วยนะคะ เพราะจะบอกว่าเส้นที่เราไป จะขึ้นจากฝั่งซ้ายมือหรือขวามือ ให้สังเกตจากชื่อของสถานีในเส้นทางที่เราต้องผ่านนะคะ ไม่งั้น ได้นั่งรถไฟเที่ยวเล่นวนไปวนมาแน่ๆ ค่ะ ที่เกาหลีนี่ เขาใช้คำว่า up หรือ down หมายถึง เส้นทางเที่ยวขึ้นหรือเส้นทางเที่ยวลงน่ะค่ะ

แล้วก็มีลุงแก่ๆ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณกำกับรถไฟ เดินเข้ามาถามเราเป็นภาษาอังกฤษว่า จะไปไหน คงเกรงว่าสองสาวหน้าตาตื่นๆ จะนั่งผิดทิศทาง เลยต้องถามให้ชัวร์ก่อน ปรากฏว่าไม่ผิดนะคะ

เรานั่งรอรถไฟไม่นานก็มา ภายในรถไฟนี่ ถือว่าใหม่และน่าใช้บริการ บรรยากาศก็เงียบดีนะคะ เราเห็นมีที่นั่งว่าง ก็เลยไปนั่งกัน นั่งไปสักพัก ฉันก็รู้สึกว่ามีสายตาหลายคู่จ้องมองมาแบบไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่นัก เดี๋ยวๆ ก็มองมาที แล้วก็กระซิบกระซาบกัน จนฉันรู้สึกทนไม่ไหว เลยกระซิบบอกแอนบ้าง (...กระซิบทำไมเนี่ย เขาฟังภาษาไทยไม่ออกซะหน่อย )

"พี่ว่า เราคงนั่งเก้าอี้ของใครเข้าแล้วล่ะ แอน"
"เหรอคะ แอนไม่เห็นรู้สึกเลยค่ะ"
"แต่พี่ว่าใครๆ เขามองเราแปลกๆ นะแอน"
"งั้น แอนว่าเดี๋ยวเราเปลี่ยนที่นั่ง ลุกไปขบวนอื่นเลยดีกว่าค่ะ"

แล้วเราก็เปิดประตูเชื่อมต่อระหว่างขบวน ไปนั่งเก้าอี้ที่ไม่ใช่สีแดงในตู้อื่นแทน แล้วก็ลองมองหาป้ายภาษาอังกฤษดูว่ามันคือที่นั่งอะไร แต่ก็ไม่พบ เจอแต่ภาษาเกาหลี มารู้ทีหลังว่า มันคือที่นั่งสำหรับคนชราหรือผู้สูงอายุค่ะ แหะ แหะ คราวนี้รู้แล้วใช่ไหมคะ สายตาที่มองมาแบบไม่เป็นมิตรน่ะ คือสายตาแสดงการตำหนิที่เราไปนั่งที่นั่งของคนชรา แม้ว่าเก้าอี้จะว่างก็ตามที

เห็นเก้าอี้ว่าง ดูให้ดีก่อนนะคะ

เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถึงสถานีซูวอนค่ะ ภายในสถานีก็เป็นส่วนหนึ่งของชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้า แถมยังมีร้านค้าขายของเพียบเลยค่ะ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า อาหาร (เกือบอดใจไม่ไหวอีกแล้ว หม่ำ หม่ำ หม่ำ )

ระหว่างที่เราดูแผนที่ภายในสถานีว่าจะต้องออกไปทางไหน ก็มีหนุ่มหน้าตาดีเชื้อชาติไปทางประเทศเอเชียตะวันออก ตามความคิดของฉันนะคะ แต่แอนไม่เห็นด้วย แอนว่าน่าจะเป็นพวกอัฟริกันมากกว่า หนุ่มคนนี้เดินเข้ามาทักทายแอนค่ะ ถามว่า

Where are you going? แต่แอนไม่ตอบ แล้วฉันกับแอนก็เฉยๆ เดินต่อไป
จนหนุ่มคนนี้ถามใหม่ว่า
Can you speak English?

สาวแอนเธอส่ายหน้าอย่างเดียวเลยค่ะ ตรงนี้ ฉันแทบหัวเราะคิกออกมาเลยค่ะ speak ไม่ได้ แต่ฟังได้อย่างเดียวเหรอ จริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้กับฉันมากเลย และเก็บมาล้อแอนได้บ่อยๆ เพราะฉันคาดว่าแอนจะต้องคุยด้วยตามประสาคนช่างเจรจา แต่เที่ยวนี้ แอนสารภาพว่า ท่าทางพ่อหนุ่มคนนี้น่ากลัว อาจจะมาหาเหยื่อก็ได้ ตรงนี้ฉันเห็นด้วยค่ะ เพราะพอถึงทางออก พ่อหนุ่มผิวดำเข้มคนนี้ก็หยุดยืน ไม่เดินออกจากสถานีเหมือนเราสองคน

ฝนกำลังตกพรำๆ เลยค่ะ ตอนที่เราขึ้นมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน มองหา Tourist Information ของซูวอน ตามที่หนังสือบอกไว้ ไม่รู้ว่ารีบหรืออย่างไร แต่มองแล้วไม่เจอค่ะ พอเห็นป้ายรถเมล์อยู่ข้างหน้า ก็เลยเดินหน้าไปขึ้นรถเมล์ ไปลงที่ประตู Paldalmun ซึ่งจะเป็นจุดที่เริ่มต้นชมกำแพงเมือง

รถเมล์สายที่สามารถนั่งไปยังประตู Paldamun ได้คือ สาย 11, 11-1, 13, 36, 38 และ 39

สภาพรถเมล์ที่เรานั่ง จะมีกล่องหยอดเงินค่าโดยสารด้านข้างคนขับ พอขึ้นปุ๊บ แอนก็หย่อนแบงค์ 10,000 วอน ลงไปทันที คนขับก็กดเครื่องทอนเงินเป็นเหรียญออกมา มานับทีหลัง ปรากฏว่าเราขาดทุนไป 700 วอน คงเป็นเพราะเหรียญหมดเครื่องแน่ๆ เลยไม่ใช่เพราะถูกโกงหรอกค่ะ



เห็นสภาพรถเมล์แล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ มีที่นั่งไม่มากค่ะ แต่ราวสีเหลืองนี่ดูแข็งแรงดีเหลือเกิน

ประตู Paldalmun

เรานั่งรถเมล์จนกระทั่งเห็นประตู Paldalmun อยู่ข้างหน้า เลยต้องรีบก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็ว ประตู Paldamun นี้ ตั้งอยู่กลางถนน คล้ายกับเป็นวงเวียน มีรถวิ่งอยู่ขวักไขว่เลยค่ะ จากป้ายรถเมล์จุดที่เรายืนอยู่ ฉันเห็นมีแผนที่ขนาดใหญ่โดยรอบของที่นี่ ก็เลยถ่ายไว้เผื่อหลง จะได้หาทางกลับมาตั้งหลักได้ถูกน่ะค่ะ

Happy Suwon

ด้วยความที่เรายังไม่มีแผนที่ของป้อมฮวาซองเลย จึงจำเป็นต้องไปหาจาก Tourist Information เสียก่อน เราเดินวนหากันไม่นานค่ะ เมื่อเปิดประตูเข้าไปด้านใน ก็พบคุณลุง 2 คนนั่งอยู่ในออฟฟิศ คุณลุงร่างบางคนหนึ่งซึ่งเราไม่ทันได้ถามชื่อเสียงเรียงนาม พูดภาษาอังกฤษได้คล่องมาก เลือกแผนที่ฉบับภาษาอังกฤษให้เรา และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการท่องเที่ยว รวมทั้งเราเองก็ซักถามพูดคุยกับคุณลุง ทำให้ทราบว่า ทั้งสองท่านมาเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เดือนละ 8-9 ครั้ง

คุณลุงท่านนี้ล่ะค่ะ ในอดีตเคยเป็นทหารประจำที่เมืองซูวอน ปัจจุบันเป็นอาสาสมัครช่วยนักท่องเที่ยวที่ Tourist Information

เป็นที่น่าสังเกตว่า เกาหลีไม่ละเลยต่อคนสูงอายุในการจ้างทำงานต่างๆ เลย เพราะจากที่พบเห็นทั่วไป ทั้งที่สถานีรถไฟ และที่ Tourist Information แห่งนี้ มีคนสูงอายุที่วัยเลยเกษียณแล้วทำงานด้วย


ก่อนจากกัน คุณลุงก็ยังอวยพรให้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุข สมกับคำขวัญของเมืองที่ว่า "HAPPY SUWON"

หลังจากสบายอกสบายใจที่ได้แผนที่ท่องเที่ยวป้อมฮวาซองมาอยู่ในมือแล้ว ท้องไส้ของฉันก็เริ่มทำหน้าที่ของมันทันที รีบร้องจ๊อกๆ จนต้องรีบควงแขนแอน แล้วส่ายสายตามองหาร้านอาหารละแวกนั้น แทบทุกร้านจะมีรูปโชว์อย่างสวยงาม พร้อมตัวอย่างที่จัดไว้อย่างน่ากินที่หน้าร้าน แต่เราก็ยังเดินผ่าน จนเห็นร้านหนึ่งมีกระจกกั้น ไม่เห็นอาหารที่โชว์ไว้สดๆ แต่ก็ยังมีรูปอยู่ด้านนอกร้าน ไม่ค่อยแน่ใจนักค่ะ แต่ก็มองๆ เดินผ่านไปสักพัก ก็ขอเดินย้อนกลับมาดูใหม่ แล้วเราก็ตัดสินใจกันว่าลองเปิดเข้าไปดูร้านนี้ดีกว่า

พอเข้ามาในร้าน ก็รีบขอเมนูก่อนเลยค่ะ เพราะไม่รู้จะสั่งอะไร ตั้งใจจะชี้ที่รูปเหมือนเคย ปรากฏว่าคุณป้าเจ้าของร้านไปหยิบคู่มือวิธีการทำอาหารของร้านมาให้ดูเลยค่ะ เราก็ถาม ถาม ถาม คุณป้าก็ถามว่าเราอยากกินข้าวด้วยรึเปล่า ก็แนะนำอาหารชนิดหนึ่งให้ ฉันตัดสินใจเลือกทันที เพราะหน้าตาหน้ากินมากเลย ส่วนแอนสาวไดเอท เลือกอาหารที่มีลักษณะคล้ายเกี๊ยวซ่า ลองดูภาพอาหารของเรานะคะ ว่าสีสันเป็นอย่างไร


Meong in Man du มีลักษณะคล้ายเกี๊ยวซ่า อาหารจำพวกมันดุ ก็คือ อาหารที่เป็นแป้งยัดไส้ สังเกตว่า อาหารประเภทนี้จะเสิร์ฟเป็นจานใหญ่ 8-10 ชิ้นขึ้นไป ถือเป็นอาหารยอดนิยมเช่นกันค่ะ


ถ้วยนี้ของฉัน รสชาติไม่เลวทีเดียว สีสันคล้ายต้มยำกุ้ง แต่รสชาติเผ็ดแบบแกงส้มน่ะค่ะ เครื่องปรุงก็จะมีเห็ดชิตาเกะ เต้าหู้ขาวหั่นชิ้นเล็กๆ ต้นหอมซอย รสชาติของต้นหอมที่นี่อร่อยถูกปากกว่าบ้านเราเยอะ เสิร์ฟมาในถ้วยแบบหม้อดินเล็กๆ เพื่อรักษาความร้อน

นอกจากข้าวสวยเหนียวนุ่มแล้ว เครื่องเคียงก็มีกิมจิ แป้งทอดชิ้นเล็กๆ (คล้ายไข่เจียว) ใส่ต้นหอม 2 แผ่น แล้วก็หัวไชเท้าดอง

มื้อนี้ให้คะแนนเต็ม เพราะจบมื้ออย่างเกลี้ยงเกลา ไม่เหลืออะไรเลยค่ะ แม้แต่กิมจิ

ด้วยความที่ฉันเป็นคนชอบดื่มกาแฟหลังอาหารค่ะ จึงย่องไปมองด้านใน และความเป๋อเหรอของฉัน แว่นก็ไม่ใส่ ทำให้มองเคาน์เตอร์ครัวด้านในเป็นเคาน์เตอร์ชงเครื่องดื่ม เลยสั่งกาแฟกับเด็กในร้าน เธอก็งงๆ แล้วก็บอกว่า "โน โน" ไม่มีๆ นะคะ อิฉันก็เลยหน้าม้าน ถอยกลับมานั่งที่ ....สักพัก คุณป้าเจ้าของร้าน ก็มาถามว่า จะรับกาแฟเหรอคะ? ฉันก็เลยบอกว่า ไม่มี ไม่เป็นไรค่ะ สักพัก ก็เห็นคุณป้าไปรื้อตู้เก็บของ หาแก้วใบเล็กๆ ชงกาแฟมาให้ แยกน้ำตาล กับคอฟฟี่เมต ใส่ถ้วยเล็กๆ มาให้ต่างหาก

......โอ๊ย!!!!!!! หลงรักคุณป้าคนนี้เข้าให้แล้วค่ะ Happy Suwon จริงๆ เลย ก่อนออกจากร้าน เลยขอถ่ายภาพคุณป้าไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย ถ้ากลับไปเกาหลีอีก จะต้องแวะไปหาและอุดหนุนเธออีกอย่างแน่นอนค่ะ

แอนกับคุณป้าเจ้าของร้านผู้อารี

วันนี้ตั้งใจว่าจะพาเที่ยวป้อมฮวาซอง แต่ดูแล้ว เรื่องจะยาวเกินไป แบ่งไปเล่าต่อในตอนหน้าดีกว่านะคะ ขอบอกว่ารูปเยอะจริงๆ ด้วยค่ะ สำหรับการตามรอย "แดจังกึม" ที่ Hwaseong Haenggung


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13
เจ้าญิ๋งปลาย่าง วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 19.25 น.


อยากไปด้วยจังเลยค่ะเกาหลีอะ....ชอบมั๊กๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 12
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/08/2007 เวลา : 00.44 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เขาว่า ..นี่เป็นเมืองแห่งการฮันนี่มูนใช่ไหมครับ
เป็นฉากของละครรักทุกเรื่องของเกาหลี
ความคิดเห็นที่ 11
มีนา วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 22.27 น.
http://www.oknation.net/blog/mena
มุมมองของมีนา

คุณlady --> พี่ใช้แต่ภาษาอังกฤษค่ะ เพราะภาษาเกาหลีไม่ได้กระดิกหูเลย เท่าที่ผ่านมา เมื่อเลือกเข้าไปถาม มักจะพูดภาษาอังกฤษกันได้บ้างค่ะ ...น่าไปเที่ยวเองค่ะ
คุณคนโทฯ --> มีนามารับอาหารที่ส่งมาแจมช้า ป่านนี้จะเหลืออะไรกันเล่า?
คุณกำปง --> แรกๆ ไม่ค่อยคุ้นกับรสชาติอาหารค่ะ แต่พอหลายมื้อเข้าชักจะชินและเริ่มเอร็ดอร่อย
คุณวิตามินบี --> สองวันสุดท้ายที่กรุงโซล มีนาได้หม่ำของอร่อยถูกใจจากร้านที่เฮจินและแพทริกพาไป ไว้จะเก็บภาพมาฝากคุณบีอีกนะคะ
คุณลุงไมยราพ --> การที่เก็บรายละเอียดมากเกินไป บางทีคนที่ไปด้วยก็ไม่เข้าใจค่ะ เหมือนกับตอนที่มีนาไปเมืองจีน ก็สงสัยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นเมื่อเห็นความแตกต่างของป้ายทะเบียนรถ ที่เกาหลีก็เช่นกัน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้คำตอบเท่าไหร่เลย
คุณหย่ง --> น่านนน ต้องระวังไว้เป็นการดีค่ะ อย่าผลีผลาม ฮ่า ฮ่า ฮ่า
คุณกอล์ฟ --> ประสบการณ์ในต่างแดน เป็นการเพิ่มพูนให้กับชีวิตในสิ่งที่ได้พบเห็น บางอย่างเราก็ทำไม่ได้ในเมืองไทย เพราะเรามีฟอร์มค่ะ อิอิ ....ช่วงนี้ มีนาค่อนข้างยุ่งค่ะ มีงานให้เคลียร์เยอะ แต่สุขภาพยังดีอยู่ค่ะ ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 10
Maruko วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 22.10 น.
http://www.oknation.net/blog/goly

Wowww น่าหนุกหนานจังค่ะ

ประสบการณ์ในต่างแดนนี่น่าหลงใหลสุดไปเลยนะค่ะ

คุณมีนาสบายดีนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
yongchan วันที่ : 14/08/2007 เวลา : 21.02 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

ต่อไปนี้ เห็นเก้าอี้ว่าง จะไม่รีบโผเข้าใส่ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
ลุงไมยราพ วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 21.10 น.
http://www.oknation.net/blog/lungmai

นักท่องเที่ยวที่เก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วนแบบนี้มีน้อยจริง ๆ
เป็นประโยชน์สำหรับท่านอื่นมาก
อยากมีโอกาสสักครั้ง
อยากไปเจอ"สาวเกาหลี"สวย ๆ อิ..อิ..
ความคิดเห็นที่ 7
วิตามินบี วันที่ : 12/08/2007 เวลา : 01.29 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ได้เห็นของกินสมใจ
บีชอบทานอาหารเกาหลีค่ะ
ไปทานที่ร้านอาหารเปิดใหม่ในเซ็นทรัลลาดพร้าว
ก็ยังไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่
แต่ที่คุณมีนาถ่ายภาพมา น่ากินจังเลย
ความคิดเห็นที่ 6
กำปงพิราเทวี วันที่ : 11/08/2007 เวลา : 00.09 น.
http://www.oknation.net/blog/kampong
  ก ร ะ เ ป๋ า ห ม า ก แ ห่ ง ก า ร เ ดิ น ท า ง ข อ ง ห ม่ อ ม   

อาหารน่าทานมั่กๆๆ ^^


ความคิดเห็นที่ 5
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 23.15 น.
http://www.oknation.net/blog/Aquarius
    http://www.oknation.net/blog/konto2    


มีนาจะแปลงร่างเป็นมีฮุนเหรอ

เล่าได้ละเอียดยิบ

ส่งอาหารมาแจม
ความคิดเห็นที่ 4
lady วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 22.52 น.
http://www.oknation.net/blog/ladystudio

อ่านแล้วก็อยากไปขึ้นมาเลยนะเนี่ย แล้วพี่มีนาใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารใช่มั๊ย เค้าพูดกันเยอะหรือเปล่า ดูแล้วท่าทางน่าจะไปเองได้เหมือนกันนะค่ะ...
รออ่านตอนต่อไปนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
มีนา วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 21.46 น.
http://www.oknation.net/blog/mena
มุมมองของมีนา

เดี๋ยวมีนาแปลงร่างเป็น "จีฮุน" แทนได้รึเปล่าเนี่ย
ความคิดเห็นที่ 2
feng_shui วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 21.44 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

จึฮุน น่ะ กลับมาด้วยกันหรือเปล่าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ปฐม วันที่ : 10/08/2007 เวลา : 21.43 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

ตกลงเจอ จีฮุน ของผมหรือยังครับ

ถ้าเจอช่วยตามมาให้ผมด้วยนะครับ

เราพลัดพรากจากกันมาเป็นเวลานานแย้ว
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน