• มีนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : white4linen@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-17
  • จำนวนเรื่อง : 92
  • จำนวนผู้ชม : 52464
  • จำนวนผู้โหวต : 137
  • ส่ง msg :
<< กันยายน 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



วันอังคาร ที่ 11 กันยายน 2550
ใต้ฟ้า...ไ ต้ ห วั น (1) สิ่งที่น่าชื่นชม
Posted by มีนา , ผู้อ่าน : 410 , 22:28:59 น.   | หมวดหมู่ : เปิดโลกกว้าง   me,myself  
พิมพ์หน้านี้



แม้ว่าจะกลับจากไต้หวันได้อาทิตย์กว่าแล้ว แต่ก็หาโอกาสที่จะเข้ามาเขียนบล็อกได้ยากเหลือเกินค่ะ เพราะกลับมาก็มีงานรัดตัวรออยู่หลายเรื่อง แถมยังเจอผลของการดิ้นรนไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ที่ทางหน่วยงานจัดให้ไปเรียนกับคุณคริสโตเฟอร์ ไรท์ หลังเลิกงานในวันพฤหัสจนถึงสี่ทุ่ม กลับถึงบ้านก็ได้แต่ถามหาคุณหมอนอย่างเดียว คุณบล็อกเริ่มจะจางหายไป...... ต้องขอโทษด้วยค่ะสำหรับเพื่อนๆ ที่แวะเวียนมาทักทาย แล้วเจอแต่ความเงียบนะคะ

สำหรับการได้มีโอกาสไปเยือนไต้หวันในช่วงเวลาสองอาทิตย์นั้น ถือว่าเป็นความประทับใจในหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้ประสบพบมาเลยค่ะ แม้ว่าจะมีเวลาเตรียมความพร้อมในการเดินทางน้อยมาก แต่ทุกอย่างก็เรียบร้อยดีจนกระทั่งเดินทางกลับ

เป็นความคุ้มค่าอย่างยิ่งที่ได้ไปฝึกอบรมครั้งนี้ ได้เห็นเครื่องมือที่ทันสมัย ได้รับการถ่ายทอดความรู้ที่ทางเจ้าหน้าที่เขามี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ซอฟท์แวร์หรือเทคนิคการหาตัวผู้กระทำความผิด อาจจะเป็นเพราะว่าทางไต้หวันเอง เผชิญกับปัญหาอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ค่อนข้างสูง และได้รับการถ่ายทอดวิทยาการต่างๆ จากอเมริกาในเรื่องนี้ค่อนข้างมาก รวมทั้งไต้หวันเองเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในระดับต้นของโลกด้วยกระมัง

พวกเราไปกันทั้งหมด 20 ชีวิต ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่จาก ปปส. ด้วย 2 คน ทาง MJIB (Ministry of Justice, Investigation Bureau) ได้จัดให้เราเข้าพักที่ MJIB Training Academy ซึ่งเป็นสถาบันฝึกอบรมที่มีพื้นที่กว้างขวาง อยู่ที่ Xindian ชานเมืองไทเป สถาบันตั้งอยู่บนเนินเขา อากาศจึงค่อนข้างถ่ายเทได้ดีพอสมควร แม้ว่าช่วงที่ไปจะเป็นหน้าร้อนและฝนตกทุกวัน

สภาพห้องพัก ซึ่งโดยปกติจะพักสองคนต่อหนึ่งห้อง แต่ทาง MJIB จัดให้เราพักคนละห้องเพื่อความสะดวกสบายในการใช้ห้องน้ำ ในห้องพัก ไม่มีทีวี หรือตู้เย็นเลย จะเห็นได้ว่ามีเพียงเสื่อที่ใช้ปูบนฟูก ช่วยให้เย็นสบายในเวลานอน และสามารถระบายอากาศได้ดี เนื่องจากที่นี่จะทำการเปิดแอร์ในช่วงเวลา 3 ทุ่ม และจะปิดในเวลาตีสอง วันแรกที่เราไปถึงจึงค่อนข้างจะมีปัญหาขลุกขลักบ้าง เพราะฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง การขนย้ายกระเป๋าเดินทางเข้าที่พักจากถนนด้านล่างจนถึงห้องพักจึงเป็นความทุลักทุเลท่ามกลางสายฝน พอมาเจอห้องพักที่ดูเหมือนแอร์ไม่ทำงาน ก็เลยแทบบ้า เพราะต้องเตรียมใส่ชุดสูทไปพบท่านอธิบดี MJIB ...วันต่อๆ มาเราก็เริ่มชินกันกับเวลาเปิดปิดแอร์ของที่นี่ค่ะ

ทุกเช้าจะมีเสียงนาฬิกาปลุกตามสาย ติ๊ง-ต่อง ติ๊ง-ต่อง ครั้งแรกตอน 6 โมงครึ่ง และจะปลุกอีก 2 ครั้งทุก 5 นาที พอ 7 โมงเช้าจะปลุกครั้งสุดท้าย เพราะทุกคนต้องลงไปที่ห้องอาหารตอน 7.20 น. เตรียมความพร้อม เพื่อทานอาหารเช้าตอน 7.30 น. เมื่อมาถึงจะต้องจัดถ้วยชามและตะเกียบให้เรียบร้อย พร้อมทั้งตักข้าวเสิร์ฟไว้ให้ทุกคนในโต๊ะ เสร็จแล้วก็มานั่งรอ จน 7.30 น. ท่าน ผอ.สถาบันก็จะเดินเข้ามา เมื่อทำความเคารพเรียบร้อยจึงรับประทานอาหารกันได้ แต่ละโต๊ะเมื่อรับประทานเสร็จก็ต้องรอเพื่อนร่วมโต๊ะให้เสร็จกันทุกคนก่อน จึงจะลุกจากที่ได้และจะต้องเก็บจานชามและตะเกียบของตนไปวางไว้ที่ท้ายห้อง เพื่อแยกขยะให้แม่บ้าน นำไปทำความสะอาด และนำอาหารที่เหลือไปเลี้ยงหมูอีกต่อหนึ่ง

ห้องอาหารที่เราต้องใช้บริการทุกเช้า

อาหารที่สถาบันจัดให้ทานเหมือนๆ กันหมดทุกโต๊ะ แม้ว่าจะจืดชืดไปหน่อย แต่ถือว่ามีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะข้าวต้มที่ผสมกับเมล็ดธัญพืชต่างๆ ทุกมื้อเช้า เช่น ลูกเดือย ถั่วเขียว ถั่วแดง ลูกบัว ทำให้ได้รับน้ำข้าวที่หอมหวาน ...ชอบมากเลยค่ะ คิดดูสิคะ การที่จะหุงข้าวธัญพืชเหล่านี้ให้สุกได้ต้องใช้เวลาพอสมควรเลยนะคะ ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีข้าวขาวรับประทานอย่างบ้านเราหรอกค่ะ

หากมื้อเช้าไหน ไม่มีข้าวต้ม ก็จะมีขนมปัง พร้อม ไข่ดาวแบบสุกๆ แฮมทอด หมูหยอง แตงกวา มะเขือเทศ น้ำสลัด และน้ำเต้าหู้หรือน้ำถั่วปั่น ....เรียกว่าอาหารที่นี่ ทำเอาน้องหลายๆ คนทานได้นิดๆ หน่อยๆ แล้วก็ต้องไปอาศัยมาม่าคัพตามหลัง

สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ "น้ำ" ค่ะ ดิฉันไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ในอาหารแต่ละมื้อจะไม่มีการเสิร์ฟน้ำดื่มเลย เรียกว่าต้องซดน้ำแกงแทน หรือน้ำจากขนมหวานเช่นถั่วเขียวต้มแทน แล้วกลับขึ้นห้องพักไปกดน้ำดื่มตามทีหลัง

และที่นี่เช่นกันค่ะที่ดิฉันทำให้เพื่อนร่วมทริปฉงนกับอาการกินจุ เพราะทุกคนที่ไปแทบจะไม่รู้จักดิฉันมาก่อนเลย นอกจากเคยเห็นหน้ากันในลิฟท์เท่านั้น น้องบางคนถึงกับถามว่า พี่มีนาทำได้ยังไงกันนะ ทั้งที่หน้าตาอาหารไม่ชวนชื่นเลย แหม... เรื่องนี้เป็นเทคนิคเฉพาะตัวซะด้วยสิคะ !!



สิ่งที่ได้เห็นแล้วเกิดความรู้สึกประทับใจ เห็นจะเป็นเรื่องของการฝึกให้มีวินัยในตนเองของบุคลากร
MJIB ซึ่งในแต่ละปีจะมีการรับสมัครบุคลากรใหม่ๆ เข้ามาทำการฝึกอบรมร่วมกันเป็นเวลาหนึ่งปีก่อนที่จะเข้าทำงานจริง โดยในระหว่างนั้นจะต้องพักที่ MJIB Training Academy ฝึกอบรมทางด้านวิชาการต่างๆ ทั้งความรู้ด้านกฎหมาย เกษตรกรรม ฯลฯ เรียกว่าเตรียมความพร้อมให้มีความรู้รอบด้านเพื่อออกไปทำงานจริงๆ แล้วก็มีการฝึกยิงปืน มีการแข่งกีฬาร่วมกัน ดิฉันมองว่าสิ่งเหล่านี้ จะหล่อหลอมให้บุคลากรรักในสถาบัน มีความสามัคคี มีวินัย มีความพร้อมในการออกไปทำงานรับใช้ประชาชน มีความอดทนหนักแน่น และอื่นๆ อีกหลายอย่าง

ถ้าหากในการสอบเข้ารับราชการของ ก.พ. มีการฝึกอบรมเช่นที่ MJIB รับบุคลากรใหม่เข้ามา ดิฉันเชื่อว่าจะได้คนภาครัฐที่พร้อมจะทำงานหนักเอาเบาสู้ และมีวินัยกันมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน .....สมัยที่ดิฉันมีโอกาสไปอบรมที่ญี่ปุ่น เคยรับทราบจากเพื่อนสาวชาวอินโดนีเซียที่ไปอบรมร่วมกันว่า เค้าต้องไปฝึกแบบทหารก่อนที่จะเข้ารับราชการเช่นกัน แต่การที่จะทำแบบนั้นได้ จะต้องอาศัยงบลงทุนในการพัฒนาบุคลากรสูงมากทีเดียวค่ะ

นอกจาก Self Discipline ที่เจ้าหน้าที่ของ MJIB มีกันแล้ว ดิฉันยังชอบที่เขามีการปลูกฝังในเรื่องของการรักษ์พลังงานมากๆ การเปิดไฟฟ้าภายในอาคาร MJIB กระทำเท่าที่จำเป็นจริงๆ แม้ว่าจะเป็นห้องโถงใหญ่ แต่ถ้าไม่ได้มีงานอะไรแล้ว ก็จะเปิดไฟให้สว่างเพียงดวงสองดวง เท่าที่พอเดินได้เท่านั้น ไฟในห้องน้ำก็มีการปิดทุกครั้งที่ใช้เสร็จ ไม่มีการเปิดไฟแบบทิ้งๆ ขว้างๆ เช่นบ้านเรา หรือการเปิดแอร์ในที่ทำงานให้หนาวจนต้องแก้ปัญหาด้วยการหาเสื้อกันหนาวมาประโคมใส่ ทั้งที่อากาศภายนอกร้อนเหลือทน สิ่งเหล่านี้ เราได้แต่พูดและรณรงค์กัน แต่ไม่ได้ปลูกจิตสำนึกให้กระทำกันอย่างแท้จริง ทั้งที่สถานที่ราชการหรือหน่วยงานของรัฐและคนของราชการควรจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการกระทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้

สองสัปดาห์ในไต้หวันนี่ โอกาสเที่ยวมีบ้างเพียงแค่เล็กน้อย ในวันธรรมดาหลังเลิกเรียนตอนห้าโมงเย็น ก็จะกลับที่พักเพื่อรับประทานอาหารเย็นก่อน จะมีเวลาเที่ยวก็ประมาณหนึ่งทุ่มจนถึงสี่ทุ่ม เพราะต้องกลับถึงสถาบันไม่เกินห้าทุ่ม นี่เป็นกฎที่จะต้องทำตามเลยค่ะ

สิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่างที่ดิฉันมีต่อประเทศไต้หวันคือ ประเทศเขามีภูเขามากมาย แม้แต่ในเมืองหลวงอย่างกรุงไทเปเอง ภูเขาของเขาเขียวขจีจึงทำให้มีพันธุ์ไม้ ผลไม้ต่างๆ มากมาย มองแล้วไม่เจอเขาหัวโล้นอย่างบ้านเรา เมื่อนึกถึงตรงนี้ ก็ทำให้คิดไปถึงวันข้างหน้าว่า ลูกหลานบ้านเราจะมีโอกาสได้เห็นภูเขาที่เขียวขจีสักกี่ต้นในอีก 50 ปีข้างหน้ากันนะ


อย่าสงสัยเลยนะคะว่าทำไมดิฉันจึงมักจะแสดงความชื่นชมในประเทศที่ได้ไปมา ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน เกาหลี หรือแม้แต่ไต้หวันเอง .....จริงๆ แล้วไม่สามารถปฏิเสธได้ค่ะว่า ไม่มีที่ไหนจะสุขใจเท่าบ้านเรา แต่ดิฉันมักจะชื่นชมในส่วนดีของประเทศนั้นๆ ที่บ้านเราไม่มี ถ้าหากใครเคยได้ดูโฆษณาชุดหนึ่ง ซึ่งท่านสุเมธ ตันติเวชกุล เลขามูลนิธิชัยพัฒนา เคยกล่าวถึงรับสั่งของในหลวงว่า คนที่ได้รับทุนให้ไปเรียนเมืองนอก อย่าไปเรียนอย่างเดียว ให้ดูบ้านเมืองเขามาเพื่อพัฒนาประเทศด้วย..... คงจะเข้าใจได้ดี

ดิฉันเองคงไม่สามารถพัฒนาประเทศได้จากการได้ทุนไปฝึกอบรมแค่เพียงไม่กี่วันในแต่ละประเทศหรอกค่ะ สิ่งที่ไม่ดีของบ้านเมืองเขาก็มองเลยผ่านไป ไม่อยากนำมาเป็นตัวอย่าง เช่น การชกต่อยในสภาไต้หวัน ไม่ควรเอามาเป็นเยี่ยงอย่าง
...แต่การได้ไปเห็นสิ่งต่างๆ ที่ดีต่อการพัฒนาในบ้านเรา ดิฉันมักอยากจะนำมาบอกกล่าวไว้ เพราะเราทุกคนเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในการพัฒนาประเทศ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราพบเห็น ล้วนแต่เป็นประโยชน์ถ้าเรารู้จักนำมาปรับให้เหมาะกับสภาพบ้านเรานะคะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 43
GPEN วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 10.52 น.
http://www.oknation.net/blog/comicbook

ชอบบล็อกนี้เพราะเรื่องแบบนี้ที่เล่ามาครับ
ไม่ใช่เรื่องที่มีพล็อทอะไรมากมาย แต่เล่าได้อ่านเพลินและมีสาระแฝงอยู่ทุกครั้ง (ขอชมหน่อยนะครับวันนี้ )
ชอบที่เวลาไปต่างประเทศแล้วได้เห็นข้อดีของเขา
และนำมาเล่าให้ฟัง ของเราก็ค่อยทำไปทีละนิด
แต่ยังมีความหวัง
ความคิดเห็นที่ 42
รุสสกี้ วันที่ : 18/09/2007 เวลา : 22.51 น.
http://www.oknation.net/blog/russky
ในงานศพ จะมีขี้เมาน้อยกว่างานแต่งงานหนึ่งคนเสมอ

มาช้าไปหน่อย แต่ก็มา

อ่านตอนนี้แล้วได้อะไรเยอะเหมือนกัน
ความคิดเห็นที่ 41
มีนา วันที่ : 16/09/2007 เวลา : 22.44 น.
http://www.oknation.net/blog/mena
มุมมองของมีนา

คุณปฐม --> ขืนถอนสายบัวบ่อยๆ ได้ยกสายบัวไปให้หม่ำจนเป็นแน่ค่ะ
แล้วที่บอกว่า ...จะพยายาทนี่น่ะ หวังว่า คงจะเป็นพยายามหรอกนะ มิใช่พยาบาท ไม่งั้นคงได้ระวังตัวแจเลยล่ะค่ะ
คุณดินดำน้ำชุ่ม --> ขอบคุณค่ะที่เลือกแต่สิ่งดีๆเช่นกัน
คุณITGLOBAL --> ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ
คุณnobody007 --> ขนมไหว้พระจันทร์นี่ของโปรดเลยค่ะ โดยเฉพาะไส้ทุเรียนคู่ ขอบคุณจ้า
คุณหย่ง --> รู้สึกว่าดีและคุ้มกับการได้ไปค่ะ เนื้อหาการอบรมคงไม่นำมาย่อยในบล็อกนะคะ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงานโดยตรง ซึ่งต้องทำรายงานต่อหน่วยงานด้วยน่ะค่ะ
ส่วนความสูงที่คุณหย่งเห็นนั่น รองเท้า 2 นิ้วบวก 165 ซม.ไม่เกินมาตรฐานหญิงไทยหรอกค่ะ แต่ความผอมบางเลยทำให้ดูสูงมากค่ะ
คุณTaTee --> เรื่อง shopping ในต่างประเทศ คงเป็นเรื่องปกติสำหรับนิสัยคนไทยที่ไปต่างประเทศแหละค่ะ แต่ไม่ควรให้มากจนลืมดูบ้านเมืองเขาด้วยละกัน ... ยินดีที่แก้ไขในบล็อกได้เรียบร้อยแล้วนะคะ
ความคิดเห็นที่ 40
TaTee วันที่ : 16/09/2007 เวลา : 21.09 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

ในที่สุดก็มีคนช่วยผมได้ ดีใจจัง
เลยต้องกลับมาขอบคุณ คุณมีนาครับ
ความคิดเห็นที่ 39
TaTee วันที่ : 16/09/2007 เวลา : 15.28 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

การได้ไปเปิดหูเปิดตา ตปท.ก็ดีอย่างนี้แหละครับ ได้เห็นว่าบ้านเมืองเขาไปถึงไหนกันแล้ว
เอ....แต่ทำไมผู้ใหญ่บ้านเราชอบเอาแต่ไปช้อปปิ้งกัน??

ปล. อยากทราบว่าทำอย่างไรรายการด้านขวาถึงจะแสดงชื่อเรื่อง แทนวันที่ได้ครับ?
ความคิดเห็นที่ 38
yongchan วันที่ : 15/09/2007 เวลา : 21.21 น.
http://www.oknation.net/blog/yongchan

เยี่ยมๆๆๆ ชอบค่ะ ชอบ ดิฉันไม่เคยไป...แต่มาอ่านเรื่องนี้แล้วชอบจังเลย (คุณมีนาสูงมากเลยนะคะ.. เห็นจากในรูป)

เห็นฟ้าไต้หวันไม่มีเมฆแล้ว น่าอิจฉา ภาพที่ถ่ายออกมาสวยดี

ดีใจที่ไปแล้วชอบ และนำเรื่องดีๆ มาฝากกัน จริงๆ เรื่องเนื้อหาการอบรม ดิฉันก็อยากอ่านนะคะ (ถ้าจะกรุณาย่อยคร่าวๆ ให้ จะเป็นพระคุณมาก)

(อ้อ... ได้ข่าวว่าไต้หวันมีมาเฟียหลายแก๊งค์มาก อย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะคะ)
ความคิดเห็นที่ 37
nobody007 วันที่ : 15/09/2007 เวลา : 19.25 น.
http://www.oknation.net/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


ความคิดเห็นที่ 36
nobody007 วันที่ : 15/09/2007 เวลา : 19.24 น.
http://www.oknation.net/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


สวัสดีครับ..
นำขนมไหว้พระจันทร์ มาฝากครับผม
ความคิดเห็นที่ 35
ITGLOBAL วันที่ : 15/09/2007 เวลา : 17.18 น.
http://www.oknation.net/blog/global
โลกใบนี้มีแต่รัก

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 34
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 15/09/2007 เวลา : 14.29 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

คุณภาพ ครับ

เลือกแต่สิ่งที่ดีๆ ครับ

ขอบคุณ คุณมีนาครับ
ความคิดเห็นที่ 33
ปฐม วันที่ : 15/09/2007 เวลา : 08.59 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

ขอบคุณพี่สาวจ๊ะ

แม้ผมหม่ำไม่เป็น... แต่ก็จะพยายาท (ทำเพื่อพี่เชียวนะ)

ถอนสายบัวอีกทีครับ...
ความคิดเห็นที่ 32
มีนา วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 21.57 น.
http://www.oknation.net/blog/mena
มุมมองของมีนา

คุณYaiNid --> ขอบคุณสำหรับอาหารบำรุงสายตาค่ะ ชอบฟักทองนะคะ โดยเฉพาะฟักทองนมสดเนี่ยน่ะ
คุณลานเทวา --> ยินดีเช่นกันค่ะ
คุณพราวนภา --> ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะสาวหวานซ่อนร็อก
คุณระจัน --> ชอบการได้นั่งอ่านเช่นกันค่ะ บางที่เราหาโอกาสไปไม่ได้สักที
คุณปฐม --> รับสายบัวไว้ไปส่งเป็นสายบัวต้มกะทิให้แล้วนะคะ
คุณปฏิจจชน --> ค่ะ เราทุกคนมีส่วนช่วยด้วยกันทั้งสิ้น วันนี้เพิ่งดู Law & Order มีประโยคที่ว่า ทุกคนมีส่วนรับผิดชอบต่อคนอื่นทั้งสิ้น ...ชอบมากค่ะ
คุณroselobster --> ช่วงเดือนตุลาเป็นต้นไป อากาศจะดี ค่อนไปทางหนาว น่าไปเที่ยวค่ะ ค่าของเงินก็พอกับบ้านเรา ไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่
คุณเฟิงสุ่ย --> ต้องรีบมาตอบให้เลยค่ะ รู้สึกคุณเฟิงสุ่ยจะสนใจหัวข้อนี้เป็นพิเศษ

cyber forensics นี่ ไม่เหมือนกับตำรวจ cyber หรอกค่ะ เพราะเน้นไปที่การหาพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดทางไซเบอร์ แรกๆ มีนาติดจะใช้ computer forensics แต่ทางอาจารย์ที่ไต้หวันบอกว่าใช้ cyber forensics จะมีความหมายกว้างกว่า ไม่เฉพาะแต่คอมพิวเตอร์เท่านั้น ครอบคลุมทั้งมือถือ ไอพอดอะไรต่างๆ เนี่ยล่ะค่ะ ส่วนตำรวจไซเบอร์ ก็จะเน้นที่การสอดส่อง เฝ้าระวัง ป้องกัน แจ้งเบาะแสการกระทำความผิดทางอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก ซึ่งตำรวจไซเบอร์ อาจจะไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นะคะ

ถ้าคุณเฟิงสุ่ยสนใจ ลองเข้าไปสมัครได้ค่ะ ที่ http://www.dsi.go.th/cbf/
ความคิดเห็นที่ 31
feng_shui วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 21.40 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

นอน ยัง ค่ะคุณมีนา
ว่าแต่cyber forensic นี่ มันเหมือนเป็นตำรวจcyber หรือเปล่าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 30
roselobster วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 21.25 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก " 

คิดจะไปเที่ยวอยู่คะ
มาดูเป็นไกด์ไลน์ก่อน
น่าสนุกค่ะพี่
ความคิดเห็นที่ 29
patijjachon วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 12.13 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ครับพวกเราเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่มีส่วนช่วยในการสร้างสรรค์สังคมให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ...

เรื่องใหญ่ ๆ ทั้งหลายทั้งปวง ล้วนประกอบมาจากสิ่งเล็ก ๆ ทั้งสิ้นครับ
ความคิดเห็นที่ 28
ปฐม วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 09.32 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

ถอนสายบัวหนึ่งที

อรุณสวัสดิ์ครับพี่
ความคิดเห็นที่ 27
ระจัน วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 08.48 น.
http://www.oknation.net/blog/rajun

ขอบคุณที่นำมาให้อ่าน ถ่ายรูปมาให้ชม
โอกาสผมในการไปต่างประเทศน้อยนัก

การได้มานั่งอ่าน ผ่านมานั่งชม
ถือเป็นเรื่องชดเชยได้ดี

ขอบคุณอีกทีครับ
ความคิดเห็นที่ 26
พราวนภา วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 03.07 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

สวัสดีค่ะ..
มาทักทายและรับความรู้ด้วยค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 25
ลานเทวา วันที่ : 14/09/2007 เวลา : 01.41 น.
http://www.oknation.net/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

ตามมาขอบคุณครับ
ที่แวะไปเยือนลานเทวา
ด้วยความยินดีครับผม
ความคิดเห็นที่ 24
Yai_Nid วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 23.46 น.
http://www.oknation.net/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow


คิดตรงกับคุณมีนานะคะที่ว่าถึงยังไงก็รักเมืองไทย
แต่ที่ชื่นชมบ้านเมืองอื่นเขาก็เพราะว่า
เขามีดีหลายอย่างที่เราไม่มี ...
...ซึ่งบางอย่างเราสามารถมีได้...ทำได้..

เอาอาหารบำรุงสายตามาฝากด้วยค่ะ รักษาสุขภาพนะคะ
ความคิดเห็นที่ 23
มีนา วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 20.47 น.
http://www.oknation.net/blog/mena
มุมมองของมีนา

คุณลูกเสือหมายเลข9 --> รู้จักไต้หวันตั้งแต่เด็กๆ เพราะป่ะป๊าไปเที่ยวแล้วถ่ายรูปกับชาวเขาลงจานที่ระลึกมาตั้งไว้ให้ดู ปัจจุบันนี้ ยังพอเห็นชาวเขาไต้หวันได้จากร้านอาหารตามต่างจังหวัดที่สืบทอดอารยธรรมต่อๆ มาค่ะ
คุณรอยยิ้มจางๆ --> ขอบคุณที่ตามมาอ่านค่ะ และขอให้คุณหวานมีความสุขกับงานเช่นกันนะคะ
คุณวิทย์ฯ--> ในเรื่องของการเสิร์ฟน้ำ สังเกตว่าที่บ้านตั้งแต่รุ่นอากง เวลาทานข้าวไม่เคยรินน้ำมาตั้งไว้เลยค่ะ สมัยก่อนแทบจะไม่เห็นการดื่มน้ำหลังอาหารด้วยซ้ำ มายุคหลังๆ นี่เองที่มีนายังได้เห็นบรรดาอาเจ็กดื่มน้ำหลังอาหารกัน
ส่วนเรื่องเอกลักษณ์แว่นดำเนี่ย ...เป็นเพราะแดดจ้าค่ะ มีนาเป็นคนสู้แสงแดดไม่ไหวค่ะ ไม่ได้พรางสายตาเพราะเป็นกระสือนะคะ
คุณแม่น้องฯ --> มีนาก็ชอบเพลงนี้มาก คิดว่าจะต้องหัดร้องให้ได้สักวันหนึ่งค่ะ ...
คุณAkanishi --> ขอบคุณที่แวะมาเที่ยวรอบเย็นอีกนะคะ
คุณแมวเหมียว --> มีนายึดถือว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้องค่ะ เลยต้องหม่ำให้มากเข้าไว้
ความคิดเห็นที่ 22
แมวเหมียว วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 19.08 น.
http://www.oknation.net/blog/wassanok

อากาศดีจังนะคะ ไปต่างบ้านต่างเมืองต้องกินจุไว้ก่อนค่ะ จะได้ไม่หิวนะคะ
ความคิดเห็นที่ 21
Akanishi วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 18.53 น.
http://www.oknation.net/blog/Akanishi

แง๋ว..มาเที่ยวอีกรอบ เย็นจ้า
ความคิดเห็นที่ 20
แม่น้องฯ วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 16.33 น.
http://www.oknation.net/blog/MAENONGDD
* ชีวิตแสบสันต์ในเยอรมนี * : ว่าด้วยการคิดแบบ Posi ถีบ VS Nega ถีบ *เอนทรี่เก่า(ไม่เก็บแล้ว)

เพลงไพเราะมากมากเลย ชอบมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะเพลงนี้ เห็นด้วยค่ะ เราพยายามดูแต่ส่วนดีๆ ของเขา มาเป็นตัวอย่าง
ความคิดเห็นที่ 19
วิทย์แดงจันศรี วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 14.27 น.
http://www.oknation.net/blog/wit
แม่ฉันเป็นนางฟ้า

กลับมาก็เรื่องมาเล่าสู่กันฟัง..ดีจริงครับ..แปลกดีเหมือนกันครับ..ทำไมเขาไม่เสริฟน้ำ..อาจเป็นธรรเนียม..เอแต่ไม่เคยได้ยินธรรมเนียมนี่แฮะ

เป็นกำไรดีครับ..ได้ไปเห็นแล้วนำเอาสิ่งที่ดีๆของประเทศเขามาปรับใช้กับของบ้านเรา..

ป.ล. สาวมาดเท่ยังคงเอกลักษณ์แว่นดำเหมือนคราวไปเกาหลี..อิอิ
ความคิดเห็นที่ 18
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 11.57 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

ตามมาเที่ยว กับพี่สาวด้วยนะค่ะ

น่าสนุกจังค่ะพี่

ขอให้พี่มีความสุขกับงานนะค่ะ

คิดถึงคะ
"หวาน"
ความคิดเห็นที่ 17
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 13/09/2007 เวลา : 01.33 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


มาตามไปเที่ยวไต้หวันครับ
ประเทศนี้ ตอนเด็กๆ เป็นประเทศที่"อยากไปมาก" เพราะมีหนังจีนมาฉาย แล้วเมืองเขาสวยมาก
แต่จนวันนี้ ไม่เคยไปเลย
ขอบคุณที่นำเที่ยวครับ..เพลงป้าเติ้ง..ก็เพราะมากกกก
ความคิดเห็นที่ 16
มีนา วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 22.51 น.
http://www.oknation.net/blog/mena
มุมมองของมีนา

คุณAkanishi --> ขอบคุณที่แวะมาทักทายก่อนนอนค่ะ
คุณshibuki --> ไปช่วงนี้ระวังอากาศหน่อยนะคะ ร้อนชื้นค่ะ แถมฝนยังตกเกือบทุกวันด้วยสิคะ
คุณปฐม --> สงสัยว่าไม่ได้พา อิซซาเบลล่า เหลียง กลับคืนสู่อ้อมอกคุณปฐม เลยอ่านแล้วงงๆ ...เห็นภูเขาที่เขียวของเขาแล้วรู้สึกอิจฉาจริงๆค่ะ
คุณโยกุจัง --> พักนี้ มีนาคงได้หายตัวบ่อยๆ ล่ะ ...คิดถึงเช่นกันนะคะ
คุณคนโทใส่น้ำ --> เรื่องเกาหลี ไหงกลายเป็นเกาหลังไปได้อ่ะเนี่ย ส่วนเรื่องความสามารถเฉพาะตัว มีนาถือว่าเป็นคำท้านะคะนั่น
คุณภิริสา --> จำชื่อเมืองที่คนไทยอยู่ไม่ได้ค่ะ เห็นว่าเป็นเมืองอิเล็กทรอนิกส์ที่มีคนไทยอยู่มากถึง 4 หมื่นคนเชียว ....ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 15
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 09.37 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

ไต้หวั่นเป็นเมืองเล็ก...แต่มีคุณภาพมาก คนที่นั่นขยัน...มาก แรงงานไทยก็...มาก
ครอบครัวคนรู้จักอยู่ที่นั่นด้วยค่ะ...
ตั้งใจว่าครั้งหนึ่งต้องหาโอกาสไปสักครั้งเหมือนกันค่ะ

ดีใจที่กลับมาอย่างสวัสดิภาพและมีความสุขนะคะ
ความคิดเห็นที่ 14
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 08.36 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

แต่ขำนายปฐมมาก
หลังจากถูกผมอ้างสิทธิ์เรื่องจีฮุน
นายปฐมก็มาอ้างถึง อิซซาเบลล่า เหลียง อีกแล้ว..

กร๊าก
ความคิดเห็นที่ 13
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 08.34 น.
http://www.oknation.net/blog/konto
    http://www.oknation.net/blog/konto2    

Welcome home.

ขนาดไม่มีเวลา ยังเขียนได้ซะละเอียดเลยล่ะ...แต่อ่านแล้วจำได้อย่างเดียว...จำได้ตั้งแต่เรื่องไปเกาหลัง เอ๊ย เกาหลี
ก้อ..ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวอ่ะ วันหลังต้องเชิญมาพบเพื่อให้แสดงความสามารถพิเศษซะแล้ว อิอิ
ความคิดเห็นที่ 12
YOKUJUNG วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 07.36 น.
http://www.oknation.net/blog/yokujung
 Follow your heart and your dreams will come true. 


กลับมาแล้วหรอคะ คิดถึงจังเลย เราก็ว่าหายไปไหน ไปเก็บข้อมูลดี ๆ มาฝากนี่เอง ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 11
ปฐม วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 02.48 น.
http://www.oknation.net/blog/pathom
หยุด !!!  การเกลียดชังทุกอย่าง  หันมาเกลียดตัวเองแทน  ตึ่งโป๊ะ !!!

อ่านแล้วงง ๆ

เนื่องจากผมไม่เข้าใจระบบงานและงงมาก ๆ กับระบบงานทุกระบบบนโลกนี้

แต่เห็นเมืองหลวงที่มีภูเขาแล้วอดดีใจไม่ได้

อยากไปสักหนหนึ่ง

ว่าแต่ ไปเจอแฟนผมหรือเปล่าครับ เธอชื่อ อิซซาเบลล่า เหลียง เธอเป็นคนไต้หวันครับเป็นดาราดังมาก ๆ

ได้พาเธอมาคืนสู่อ้อมอกผมไหมครับ

ด้วยหวัง
ความคิดเห็นที่ 10
shibuki วันที่ : 12/09/2007 เวลา : 01.10 น.