ตลอดสัปดาห์นี้ ดูเหมือนข่าวความวุ่นวายในหน่วยงานหนึ่งจะเป็นที่สนใจของบุคคลทั่วไป เพราะสื่อนำเสนอข่าวกันแทบทุกฉบับ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวในทางลบออกมาเป็นระยะแล้วก็ตาม ..เป็นความวุ่นวายที่ดูเหมือนไม่ควรจะเกิดขึ้นกับหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยความคาดหวังอย่างสูงในอันที่จะอำนวยความยุติธรรมให้กับสังคมและประชาชนทั่วไป ข่าวปัญหาความวุ่นวายจึงดูเหมือนทำให้ผู้คนสงสัยว่าเมื่อภายในมีปัญหาแล้ว จะแก้ปัญหาให้กับสังคมภายนอกได้อย่างไร หากจะเปรียบสถานที่ทำงานเป็นดั่งเช่น "บ้าน" ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังที่เท่าไหร่ก็ตาม บ้านควรจะต้องมีรากฐานที่ดี จึงจะอยู่ได้อย่างมั่นคง คนที่อยู่ในบ้านไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์กันโดยสายเลือดหรือไม่ ก็ถือเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เจ้าของบ้านก็เปรียบเสมือนหัวเรือใหญ่ในการทำให้ครอบครัวมีความสุข ให้ความรัก ความอบอุ่น ประสานสัมพันธ์ระหว่างคนในบ้าน ลดความขัดแย้งหรือแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้เป็นหน้าที่หลัก หลายๆ คนเลือกซื้อที่อยู่อาศัยเช่น บ้านเดี่ยว ทาว์นเฮ้าส์ หรือคอนโดมิเนียม ฯลฯ ด้วยเหตุผลและปัจจัยที่แตกต่างกัน ดิฉันเลือกที่จะก้าวเข้าบ้านหลังใหม่ที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์กรแห่งสหวิชาชีพ ซึ่งรวมข้าราชการจากหน่วยงานรัฐหลากหลายสาขา เพื่อที่จะผลักดันให้หน่วยงานที่ตั้งขึ้นใหม่นี้สามารถต่อสู้กับองค์กรอาชญากรรมต่างๆ ในทุกรูปแบบ ให้เป็นที่พึ่งได้ของประชาชนและสังคมอย่างแท้จริง แม้ว่าเมื่อแรกก้าวเข้ามา จะมีหลายๆ คนตั้งคำถามว่า "ที่เก่าดีอยู่แล้วย้ายมาทำไม?" "นึก (บ้า) ยังไงถึงได้ย้ายมา?" นั่นเป็นคำถามส่วนใหญ่เมื่อทราบว่าดิฉันขอโอนย้ายมาจากกรมศุลกากร ซึ่งในความคิดของหลายท่านคิดว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ดิฉันไม่ปฏิเสธว่าความคิดนั้นผิดหรือถูกอย่างไร แต่คำตอบที่ดิฉันให้กับคนที่ถามเสมอคือ คนเรามีความใฝ่ฝันไม่เหมือนกัน เงินอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิต แต่มันไม่สามารถตอบสนองความต้องการบางอย่างของเราได้ ความรู้ที่ดิฉันได้รับเมื่อเป็นศุลกากรนั้น สามารถทำประโยชน์ให้กับหน่วยงานที่เริ่มต้นใหม่ได้มากกว่า และคาดหวังว่าน่าจะมีโอกาสได้เรียนรู้งานใหม่ๆ ในกระบวนการสืบสวนสอบสวน ดิฉันเองเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่มุ่งมาที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะมาจากตำรวจ ทหาร สรรพากร ศุลกากร พยาบาล อาจารย์ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มุ่งหวังจะทำประโยชน์ให้กับหน่วยงานและประเทศชาติทั้งสิ้น การจะวัดว่าใครมาจากหน่วยงานใดแล้วจะดีกว่า เก่งกว่า ก็เป็นเพียงแค่การคาดเดา เพราะในความเป็นจริงแล้ว แต่ละคดีจะต้องอาศัยทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญจากสหสาขาวิชาชีพ การเทียบเคียงว่าเป็น สตช. แห่งที่ 2 เพราะเหตุที่มีตำรวจมากกว่าครึ่ง แล้วทำให้เกิดปัญหาในการทำงานนั้น ดิฉันว่าน่าจะเป็นเพราะกระบวนการคิดและวิธีการทำงานที่แตกต่างกันมากกว่า ทว่า..เท่าที่ดิฉันได้สัมผัสจากเพื่อนร่วมงานหลายๆ ท่านที่มาจากตำรวจ ล้วนแต่มีความตั้งใจจริงในการทำงาน หลายๆ คนทิ้งอนาคตที่มีแววรุ่งโรจน์มาด้วยซ้ำ หากจะเหมารวมทั้งหมดว่าไม่ดีจึงไม่ถูกต้องและยุติธรรมต่อเขาเหล่านี้นัก แม้เสาของบ้านนั้นจะไม่มั่นคงแข็งแรงทั้งหมด เนื่องจากสาเหตุใดก็ตามแต่ในกระบวนการสรรหาคนทำงานหรือบุคลากรแรกเริ่ม แต่ดิฉันก็ยังเชื่อว่า เมื่อเสาบ้านของเรามีปัญหา ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด ...ปลวกขึ้น ผุกร่อน แตกร้าว หรือสนิมกินแต่เนื้อใน เราคงไม่ฟาดฟันเสาต้นนั้นทิ้ง เพราะมันคอยค้ำจุนบ้านเอาไว้ หากแต่คงต้องปรับหาวิธีการอื่นใดที่จะทำให้เสานั้นยังใช้งานได้ดี โดยไม่ทำให้เสาบ้านต้นอื่นต้องพลอยโงนเงนตามไปด้วย ดิฉันจึงไม่เชื่อว่า การเลือกที่จะเผาบ้านตัวเอง เป็นทางออกที่ดีนัก ไม่ว่าจะสำหรับฝ่ายใดก็ตาม หากทุกคนมองว่าบ้านนี้มีแต่ปัญหา โดยที่ไม่คิดที่จะเปิดใจมองที่ตัวเองก่อน ไม่มองหาต้นตอของปัญหาที่มีอยู่ และหาทางออกให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น ...บ้านหลังนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นความรุ่มร้อน คนที่อยู่ภายในบ้านซึ่งมุ่งมั่นในการทำงานเป็นหลัก ก็จะพลอยได้รับความรำคาญและเดือดร้อนไปด้วย แล้วบุคคลภายนอกหรือประชาชนที่คาดหวังล่ะ จะมองบ้านหลังนี้ด้วยสายตาเช่นใดกันเล่า มิได้หมายความว่าดิฉันพึงพอใจสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว ...ดิฉันมาพร้อมกับความมุ่งหวัง คาดหวัง ในหน่วยงานนี้ไม่แตกต่างหรือน้อยกว่าบุคคลอื่น แต่ถ้าหากเรามัวจมกับปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งบางอย่างก็ไม่สามารถแก้ไขได้ เราก็จะเสียสมาธิและจุดมุ่งหมายหลักในการทำงานไป ส่วนปัญหาต่างๆ ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็ควรที่จะเข้ามารับรู้ต้นตอและสาเหตุปัญหาที่แท้จริง หาทางแก้ไข ฟื้นฟู ขวัญและกำลังใจของคนทำงานเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่ไม่ควรจะมองผ่าน ดิฉันเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดก็ตามจะต้องถูกตรวจสอบโดยสื่อและประชาชนอยู่แล้วเมื่อมีสิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น หน้าที่หลักของคนในบ้านจึงควรจะต้องมุ่งสมาธิไปที่การทำงานในหน้าที่ตนอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมให้มากกว่าอย่างอื่น ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นมากมาย ดิฉันจึงยังได้รับคำถามในทำนองว่า คิดอยากจะกลับไปที่เก่าไหม เสียใจมั้ยที่มาที่นี่ ดิฉันยังยืนยันหนักแน่นว่าไม่กลับแน่ๆ เพราะมุ่งมั่นมากเกินกว่าจะถอยกลับได้ค่ะ เพราะความเป็นข้าราชการไม่ว่าจะสังกัดใดก็อยู่ภายใต้วินัยและจรรยาบรรณข้าราชการเหมือนๆ กัน แต่จะมีความเคร่งครัดแตกต่างกันบ้างในวินัยและจรรยาบรรณของแต่ละวิชาชีพหรือหน่วยงาน ดิฉันจึงพยายามเลี่ยงที่จะวิพากษ์ถึงปัญหาของหน่วยงานของตัวเองมาตลอด วันนี้คงต้องขออนุญาต หากเพื่อนสมาชิกคลิกเข้ามาอ่านแล้วเกิดงง ดิฉันคงต้องขออภัย ถือว่านานๆ ขอบ่นกับตัวเองดังๆ สักทีก็แล้วกันค่ะ 
|