วันอาทิตย์ ที่ 13 มกราคม 2551
เวลากับวิชาเลือก
Posted by
มีนา
,
ผู้อ่าน : 349
, 20:36:28 น.
| หมวดหมู่ :
ที่เห็นและเป็นไป
me,myself
พิมพ์หน้านี้
หลังจากที่เขียนเรื่อง 忍 ความอดทน ไว้ แล้วดิฉันก็ห่างหายจากบล็อกไปนานถึงสองเดือน เพราะเหตุผลในเรื่องภาระงานล้วนๆ .....กลับมาตระเวนอวยพรปีใหม่กับเพื่อนบ้านบางโอเคที่แวะเวียนเข้ามาอ่านเรื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปส่งคำอวยพรปีใหม่ได้ครบทุกท่านด้วยเวลาที่มีจำกัดในช่วงสั้นๆ
วันนี้แม้งานจะเบาบางลงบ้าง แต่ก็ยังมีเรื่องเร่งด่วนและเร่งรัดอยู่แทบทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปรกติวิสัยไปแล้ว ดิฉันจะพยายามเข้ามาอัพบล็อกบ้างนะคะ ต้องขอโทษและขอบคุณสำหรับท่านที่แวะเวียนมาถามถึงทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน ดิฉันขอยอมรับว่ามีโอกาสกลับไปอ่านเรื่องย้อนหลังของบล็อกเกอร์เพื่อนบ้านไม่มากนัก ปรากฏว่าบางท่านที่หายหน้าไปก่อนดิฉันยังไม่กลับมาก็มี บางท่านก็เริ่มส่งเสียงกลับมาเขียนใหม่หลังจากหนีไปติดเกม บางท่านก็ส่ง tag ให้ดิฉันมาเกือบสองเดือนแล้วเพิ่งจะเข้าไปอ่าน คงนึกระอาดิฉันอยู่บ้าง (อ้างถึงด้วยความละอายใจอย่างยิ่ง ) บางท่านก็เขียนคำอำลาไว้ให้รู้สึกใจหายด้วยเสียดายงานเขียนดีๆ (เพิ่งย่องเข้าไปเยี่ยมๆ มองๆ ใหม่อีกครั้งก็ต้องดีใจในการกลับมาเขียนแล้ว ) บางท่านเขียนถึงหมอกที่รอวันสลายในบ้านบางโอเค ดิฉันคิดว่าสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของ "วิชาเลือก" ที่บางท่านฝากไว้ให้เป็นข้อคิด สองเดือนที่หายไป ดิฉันเองก็จมอยู่กับกองเอกสารจำนวนมาก เพื่อแปรข้อมูลเป็นรายงานกว่าแปดร้อยหน้า จนแม่บ้านแซวบ่อยๆ ว่าดิฉันไปไหนไม่เป็นแล้ว เพราะเดินอยู่แค่โต๊ะทำงานกับห้องน้ำ เวลาที่ได้ผ่อนคลายสบายสายตาบ้างจึงเป็นช่วงเวลาออกไปรับประทานอาหารกลางวันเท่านั้น
ยังดีว่า ในช่วงนั้นที่ทำงานของดิฉันได้จัดให้มีกีฬาภายในเพื่อความสามัคคีขึ้น ดิฉันเองก็อาสาที่จะลงเล่นวอลเล่ย์บอลด้วยหลังจากที่เคยเล่นและลงแข่งกีฬาสีในสมัยเรียนอยู่หลายปี นี่ทำเอาบรรดาน้องๆ และเพื่อนร่วมงานออกอาการประหลาดใจที่ยอมลุกจากโต๊ะทำงานมาได้ ผลของการลงไปเล่นวอลเล่ย์บอลครั้งนี้ ทำให้ดิฉันใส่เสื้อแขนสั้นไม่ได้ไปเป็นอาทิตย์ เพราะสองข้างของท้องแขนปรากฏเป็นผื่นแดงจากการที่เส้นเลือดฝอยแตกเต็มไปหมด แต่ก็ยังสนุกสนานกันเป็นเดือนกับการแข่งขันกีฬาภายใน
พูดถึงความสุขในการทำงานนี่ บางทีก็ไม่ได้มาจากความสำเร็จของงานชิ้นใหญ่เลยนะคะ ดิฉันเคยเห็นเพื่อนร่วมงานหลายท่านเลือกใช้เวลาไปกับการนึกท้อหรือรู้สึกต่ำต้อยในงานเล็กๆ ที่ได้รับมอบหมาย ไม่รู้สึกว่าทุกอณูของงานชิ้นเล็กๆ นั้นเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในงานชิ้นใหญ่ ถ้าหากเป็นเช่นนี้ ชีวิตจะมีความสุขกับการทำงานได้อย่างไรกันหนอ
หรือว่า "วิชาเลือก" จะขึ้นอยู่กับแรงบันดาลใจ? แล้วแรงบันดาลใจขึ้นอยู่กับอะไรกันล่ะ!! ไปๆ มาๆ เกิดคำถามมากมาย เดี๋ยวพาลจะเลอะเทอะกันไปใหญ่ 
...การสั่งสมความคิดและประสบการณ์ในชีวิต น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเลือกอะไร อย่างไร และเหมาะสมแค่ไหน รุ่นพี่ท่านหนึ่งเคยเปรยกับดิฉันในทำนองว่า อิจฉาการใช้ชีวิตของดิฉันที่ไม่นิยมสะสมทรัพย์สมบัติให้วุ่นวายเหมือนคนอื่น แต่สามารถมีความสุขได้ ....นั่นอาจเป็นเพราะดิฉันคิดเสมอว่า เวลาเราตายไป เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่างเดียว แค่ทำหน้าที่ต่อตัวเอง ครอบครัว คนรอบข้าง และสร้างความสุขอย่างพอเพียงตามแบบฉบับของตัวเองน่าจะดีที่สุด การที่พี่เขาและคนอีกจำนวนหนึ่งทำไม่ได้ น่าจะขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเพราะ "ภาระ" ที่มีของแต่ละคน แตกต่างและหนักเบาไม่เท่ากัน
อย่างไรก็ตาม ดิฉันยังคิดว่าความสุขของแต่ละคน อยู่รอบๆ ตัวเรานี่เอง เพียงแค่ต้องใช้ "เวลาและวิชาเลือก" ที่เหมาะสมเท่านั้น ความสุขของดิฉันกับ "วิชาเลือก" ในยามว่างที่ผ่านมา ห่างจากจอสี่เหลี่ยมไปบ้างเพราะเวลาที่มีอย่างจำกัด แต่หมดไปกับการนั่ง-นอนอ่านหนังสือก่อนนอน การกลับมาวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องเตรียมข้อมูลสำหรับวิชาเลือกใหม่ เพื่อการเดินทางสู่โลกกว้างแบบบินเดี่ยวเที่ยวยุโรปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จึงทำให้ดิฉันต้องกลับมาสู่จอสี่เหลี่ยมในยามว่างอีกครั้งหนึ่ง จึงถือโอกาสบอกเลยค่ะว่า แม้จะห่างไปบ้างแต่ดิฉันยังไม่หนีหายไปจากบ้านหลังนี้นะคะ 
ต้องถือว่านั่นเป็นเวลาที่มีความสุขมากช่วงหนึ่งของการทำงานสำหรับดิฉันเลยค่ะ หากที่ทำงานของท่านใดจัดแข่งกีฬา ลองลงไปสัมผัสกีฬาที่ท่านคิดว่าเล่นได้ดู นอกเหนือจากการได้รู้จักแพ้-ชนะ อดทน และความสามัคคีแล้ว ยังได้บรรยากาศสมัยเรียนกลับคืนมาแล้ว ดิฉันยังคิดว่าเป็นการเติมไฟ เติมเรี่ยวแรง และเพิ่มพลังในการทำงานได้อย่างดีทีเดียวเชียว | | |
|