Outside plan เมือง Karlovy Vary ภาพจากวิกีพีเดีย วันที่ ๒๑ เมษายน ๕๑ หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางและเรื่องวุ่นๆ ที่ถูกล้วงกระเป๋าบัตรเครดิต จึงนอนพักเสียเต็มอิ่มก่อนที่จะไปสำรวจอาหารมื้อเช้าห้องอาหารบริเวณ Lobby ของ Hotel Tivoli อาหารเช้าที่นี่ถือว่าน้อยกว่าที่อื่น เรียกว่ากระจอกที่สุดในทริปเลยก็ได้ ทั้งที่ราคาห้องพักสูงสุดในทริปคือ คืนละ ๖๙ ยูโร ที่ว่าน้อยก็เพราะมีเพียงแค่ซีเรียล ๒ ชนิด ขนมปังที่เครื่องปิ้งกดแล้วไฟไม่ขึ้น มีชีสเพียงชนิดเดียว แฮมสองชนิด โยเกิร์ต ผลไม้หนึ่งตะกร้าเล็ก และกาแฟจากเครื่องออโตเมติก หากใครต้องการชาก็มีให้ในราคากาละ ๕ ยูโรค่ะ .....ดิฉันเองก็ขอเพียงแค่มีอาหารเช้าให้กินทุกวันโดยไม่ต้องออกไปซื้อข้างนอกให้เสียเวลาในการเที่ยวเท่านั้น ดังนั้น จัดให้เท่าไหร่ก็เท่านั้น แต่อดคิดไม่ได้ว่าอาหารไม่สมดุลกับราคาห้องพักเอาเสียเลย ทานอาหารบริเวณโถงล็อบบี้ Hotel Tivoli จัดการมื้อเช้าเสร็จ ดิฉันก็เตรียมเป้ใบเล็กลงมานั่งรอพี่แต๋วที่ล็อบบี้โรงแรม เพราะนัดไว้ว่าจะมารับตอนเก้าโมงถึงเก้าโมงครึ่ง ...พอนั่งรอจนถึงสิบโมงเช้ายังไม่เห็นใครมา ก็ชักจะกังวลและตำหนิตัวเองว่าไม่น่าจะไปรบกวนคนอื่นเลย เพราะพี่เขาอาจจะไม่สะดวก แล้วดิฉันเองก็ตั้งใจจะเที่ยวเองอยู่แล้วด้วย ก็ลังเลอยู่พักใหญ่ๆ ๑๐.๒๐ น.พี่แต๋วก็เข้ามาพร้อมกับพี่ตุ่มน้องสาว และลาญ่าหนุ่มเชสกี้ หลังจากแนะนำตัวและคุยกันสักครู่ ก็ตกลงกันว่า วันนี้พี่แต๋วจะพาดิฉันไปเที่ยว Karlovy Vary ก่อน พรุ่งนี้จึงค่อยไปเที่ยวปราสาทปราก เพราะในความเห็นของพี่แต๋ว เที่ยวในปรากวันเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว การได้ไปเที่ยว Karlovy Vary จึงเป็นโปรแกรมที่นอกเหนือจากแผนที่ดิฉันวางไว้แต่แรก
Karlovy Vary : A world Famous Spa Karlovy Vary เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศเช็ก มีชื่อเสียงในเรื่องบ่อน้ำแร่ การทำสปา และการทำเครื่องแก้ว ชื่อเสียงเหล่านี้ทำให้ Karlovy Vary เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีจุดขายเพื่อเยี่ยมชมน้ำพุร้อนและสปาเป็นหลัก ว่ากันว่า ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ ๔ ค.ศ.๑๓๕๐ เป็นผู้ค้นพบบ่อน้ำแร่ของเมืองนี้จากการไปตามล่ากวางในป่า กวางตัวนั้นบาดเจ็บและตกลงไปในบ่ำน้ำแร่แห่งหนึ่ง เมื่อตามไปดูกลับเห็นกวางวิ่งหนีออกไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ จึงคาดว่าน้ำแร่นั้นคงมีคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้กวางหนีไปได้ และจากจำนวนบ่อน้ำแร่น้ำพุร้อนที่มีเกือบร้อยบ่อ มีเพียง ๑๒ บ่อที่ใช้ดื่มกิน ที่เหลือใช้ในธุรกิจสปา เพื่อการบำบัดรักษาโรคต่างๆ และเพื่อความงาม นี่จึงเป็นที่มาของน้ำแร่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนี้ ถ่ายรูปคู่กับหุ่นนายพลทหารผู้พิการ ระหว่างทางก็มีทิวทัศน์สองข้างทางให้ดูเพลินตาม รูปทรงแบบบ้านค่อนข้างจะแตกต่างจากในเมือง ส่วนมากจะมองเห็นท้องทุ่งสีเขียว ดิฉันได้คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการทำงาน เรื่องทั่วๆ ไป และประสบการณ์ต่างๆ รู้สึกว่าดิฉันได้เจอ "คนคอเดียวกัน" เข้าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ ค่านิยมในการทำงานต่างๆ หลายเรื่องฟังแล้วก็ให้รู้สึกเห็นใจคนที่ต้องไปทำงานในต่างแดน ไม่ได้เลิศหรูหรือสวยงามน่าพิสมัยอย่างที่เราคิดไว้เลย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง เราก็ไปถึง Karlovy Vary ตอนเที่ยงพอดี ลงความเห็นกันว่าจะทานอาหารกลางวันกันก่อนแล้วค่อยไปเดินชมเมือง ร้านอาหารที่พี่แต๋วพาไป เป็นร้านที่มีคนเข้าไปใช้บริการกันเยอะ ทางเข้าร้านจะมีหุ่นตุ๊กตาตัวโตเป็นรูปนายพลทหารผู้พิการนั่งบนรถเข็น เห็นว่าไปออกรบกลับมาแล้วพิการเลยมาเปิดร้านอาหารแห่งนี้ (ไม่ทันได้สังเกตชื่อร้านค่ะ) นักท่องเที่ยวกำลังรายล้อมถ่ายรูปอยู่ หัวหน้าทัวร์ก็กำลังอธิบายความเป็นมา ........ดิฉันยังคงความเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี ยังคงเลือกเมนูท้องถิ่น อาหารเชสกี้เหมือนเช่นเคย พี่แต๋วสั่งปลา พี่ตุ่มสั่งสเต๊กเนื้อ ส่วนลาญ่าสั่งขาหมู พอบริกรมาเสิร์ฟเท่านั้นแหละ ดิฉันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเลยค่ะ เพราะยกมาทั้งขาเหมือนที่ดิฉันสั่งตอนอยู่ที่ครุมลอฟ (ตะลุยเดี่ยวเที่ยวเมืองนอก (๕) ... Cesky Krumlov ไข่มุกงามแห่งโบฮีเมีย) เพียงแต่ของที่นี่ขาเล็กกว่าหน่อยนึง นี่ขนาดลาญ่าเป็นเจ้าถิ่นและเป็นผู้ชายแถมขายังเล็กกว่าของดิฉันอีก เขายังกินไปได้แค่ครึ่งขาเท่านั้นเองค่ะ จานนี้สีสันอาจจะไม่น่าสนใจ แต่รสชาติดีทีเดียว หลังจากอิ่มกันแล้ว เราเดินย่อยอาหารด้วยการเดินชมเมือง แห่งแรกที่พี่แต๋วพาไปคือ บ่อน้ำพุร้อนหรือบ่อน้ำแร่ซึ่งสามารถดื่มได้ฟรีอย่างไม่จำกัด มีอยู่ประมาณ ๕ บ่อ ซึ่งแต่ละบ่อจะมีชื่อและอุณหภูมิบอกไว้ บ่อที่อุณหภูมิสูงสุดคือ ๗๒ องศาเซลเซียส สูงมากทีเดียวนะคะ ก่อนอื่นเลยต้องไปซื้อถ้วยจากร้านขายของที่ระลึกก่อน เลือกแบบที่มีกรวย แล้วไปรองที่บ่อน้ำพุร้อน ให้ดื่มจากแก้วด้านที่เป็นกรวยปากเล็กๆ เพื่อที่จะทำให้ไม่ได้กลิ่นกำมะถันในขณะที่ดื่ม ดิฉันเลือกได้ถ้วยขนาดเล็กค่ะ เพราะไม่อยากให้ลำบากในการขนย้าย ....อืม!! รสชาติของน้ำแร่นี่ออกจะเค็มๆ นะคะ ดิฉันยังสงสัยอยู่ว่าที่เราดื่มเข้าไปนั้น แน่ใจได้ยังไงว่าปลอดกำมะถัน เพราะเมื่อเหลียวมองไปที่ก้นบ่อน้ำแร่ ก็เห็นตะกอนสีสนิมเต็มไปหมดค่ะ Thermal Spring บ่อน้ำพุร้อน ตั้งใจฟังคำอธิบายอย่างขะมักเขม้น ลองดื่มดูบ้าง รสชาติคงพอไหว จึงยังยิ้มสู้อยู่ได้ จากนั้น เราก็เดินชมเมืองโดยรอบกัน พี่แต๋วเล่าให้ฟังว่าที่นี่มีแหล่งสปาใหญ่ถึง ๓ แห่ง ถือว่ามากทีเดียวเมื่อเทียบกับเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ....บ้านเรือนที่นี่สวยงามนะคะ สีสันออกแนวหวานนุ่มเหมือนบ้านลูกกวาด แตกต่างจากที่ Cesky Krumlov ซึ่งบ้านเรือนจะมีสีสันฉูดฉาดกว่า เบื้องหลังเป็นบ้านสีหวานถูกใจ ลำน้ำผ่ากลางเมือง ถ่ายรูปคู่กับผู้มีอุปการะ วันแรกที่มีตากล้องสับเปลี่ยนกันถ่ายให้ตลอดวัน วิวสวยๆ ของเมือง Karlovy Vary ได้เวลานั่งรถม้า ๓๐ นาที หนึ่งพันคราวน์ บ้านเรือนบนเนินเขา St.Mary Magdalene Church โบสถ์แบบบาโรก ท้าทายความหนาวกับไอศครีมโคนหน้าโรงแรม Grandhotel Pupp ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ต้นอะไรไม่รู้ แปลกๆ แต่ชอบจัง สำหรับคนชอบชอปปิ้ง ที่นี่เหมาะกับการหาซื้อเครื่องแก้วเป็นของฝากค่ะ รวมทั้งพวกคริสตัลต่างๆ ด้วย พี่แต๋วให้ข้อมูลว่าบางแบรนด์ผลิตส่งให้สวารอฟสกี้ (Swarovski Crystal) ด้วยซ้ำไป ราคาจึงค่อนข้างถูกกว่าในคุณภาพเดียวกัน แต่ดิฉันกลับมือเปล่าเพราะเหตุผลเดียวคือไม่อยากเป็นภาระในการขนย้าย พอเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มจะมีเมฆครึ้มมา พี่แต๋วก็เลยชวนกลับปรากจะได้ไม่ต้องเจอฝน ขากลับดิฉันขอแวะที่สถานีรถไฟเพื่อซื้อตั๋วสำหรับเดินทางไปเวียนนาในวันที่ ๒๓ เมษา ลาญ่าพาไปที่สถานี Hlavni Nadrazi (Main Train Station) เหมือนกับหัวลำโพงบ้านเรา ตอนนี้มีสภาพเก่าและทรุดโทรมมาก ลาญ่าบอกว่าอีกประมาณครึ่งปี จะมีการปรับปรุงใหม่และจะมีห้างสรรพสินค้าอยู่บริเวณนี้ด้วย รอคิวซื้อตั๋วอยู่ค่อนข้างนานค่ะ เพราะมีกลุ่มผู้ชายวัยรุ่น ๔-๕ คน ออกันอยู่ตรงหน้าต่างขายตั๋วช่อง International Ticket เข้าใจว่าหนุ่มๆ เหล่านี้น่าจะไม่ได้เตรียมข้อมูลมาก่อนจึงต้องใช้เวลานานในการตัดสินใจซื้อตั๋วรถไฟ ...พอถึงคิวของดิฉัน จัดการซื้อตั๋วตามตารางเวลาที่เช็คมาก่อนแล้ว ราคาตั๋วจากปรากไปเวียนนา ๑,๐๒๙ คราวน์ (๓๓.๗ ยูโร) บวกค่าจองที่นั่งอีก ๑๗๙ คราวน์ (๗ ยูโร) พอเห็นว่ามีป้ายให้ใช้ Visa Electron ได้ เลยคิดจะจ่ายค่าตั๋วด้วยบัตรเอทีเอ็ม PLUS ที่มีอยู่แทนบัตรเครดิตที่ถูกขโมยไป ปรากฏว่าถึงตอนใส่ PIN code ดิฉันใส่รหัสเอทีเอ็มเข้าไป ปรากฏว่าถูกปฏิเสธรายการใช้จ่ายถึงสองครั้ง จึงไม่กล้าลองเป็นครั้งที่ ๓ เพราะหากถูกเครื่องอายัดเพราะกดรหัสผิด ดิฉันคงแย่เพราะไม่มีบัตรใบอื่นเหลืออีกแล้ว หลังจากจ่ายเงินสดซื้อตั๋วไปแล้วก็เกิดวิตกจริตขึ้นมา เพราะดิฉันไม่เคยรูดบัตรใบนี้ผ่านเครื่อง ยกเว้นกดเอทีเอ็ม เลยบอกกับพี่แต๋วว่าจะขอแวะไปกดเอทีเอ็มเบิกเงินสดดูว่าบัตรยังใช้ได้ไหม ปรากฏว่าไม่มีปัญหา จึงทราบว่าดิฉันเข้าใจผิดเองนึกว่า PIN code ของบัตรเหมือนกับรหัสเอทีเอ็ม เซ่อซ่าดีแท้เชียว เย็นนั้น พี่แต๋วพาไปทานข้าวที่ Arzenal ร้านอาหารไทยที่มีเจ้าของร้านเป็นชาวเช็ก แต่พนักงานเสิร์ฟและแม่ครัวเป็นคนไทย นอกจากจะเป็นร้านอาหารแล้ว ที่นี่ยังเป็นร้านขายเครื่องแก้วประเภทดีไซน์ด้วยค่ะ ดังนั้น จานชามที่ใช้เสิร์ฟอาหารให้ลูกค้า จึงล้วนแต่มีดีไซน์แปลกๆ จานแต่ละใบไม่เหมือนกันเลย ใบหนึ่งอาจจะแหว่งซ้าย ใบหนึ่งอาจจะแหว่งขวา พี่แต๋วบอกว่าเจ้าของร้านสนุกกับการสร้างสรรค์แบบ เสียดายที่ดิฉันไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วยค่ะ ....พูดถึงรสชาติอาหารก็พอใช้ได้ ทั้งลาบ ส้มตำ ข้าวผัด เต้าหู้ทอด (อร่อยมาก) แต่ทอดมันปลาไม่เหมือนบ้านเรา ค่อนข้างแข็งกระด้าง เข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะเนื้อปลาที่ใช้ส่วนมากเป็นปลาเทราต์ จึงทำให้ไม่อร่อย
เบื้องหลังคือ Prague Castle ออกจากร้านอาหารพี่แต๋วก็พาไปเดินชมวิวริมน้ำให้เห็นสะพานชาร์ลส์และปราสาทปรากเป็นการเรียกน้ำจิ้มไว้ก่อน และจบวันด้วยการที่พี่แต๋วพามาส่งที่โรงแรม นัดว่าวันพรุ่งนี้จะให้พี่ตุ่มมารับตอน ๙ โมงเช้าเพื่อพาไปเที่ยวปราสาทปราก ดิฉันจึงถือโอกาสบอกพี่แต๋วว่าพรุ่งนี้เย็นดิฉันขออนุญาตเลี้ยงอาหารสักมื้อ แต่พี่แต๋วบอกกับดิฉันว่าอย่าซีเรียสเรื่องนี้ แฮ่ะ แฮ่ะ... คงสงสารและเห็นว่าดิฉันเงินสดเหลือน้อย บัตรเครดิตหายแล้วยังจะซ่าขอเลี้ยงอีก เดี๋ยวอาจจะลำบากทีหลังกระมังคะ ไว้ค่อยดูละกันค่ะว่าวันรุ่งขึ้นจะเป็นอย่างไร.... |