• มิรันตี-กรกฎริมธาร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : merutte_july@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-21
  • จำนวนเรื่อง : 41
  • จำนวนผู้ชม : 5808
  • จำนวนผู้โหวต : 133
  • ส่ง msg :
มิรันตี-กรกฎ ริมธาร
ชีวิตคือการเดินทางไปบนโลกสีน้ำเงิน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/meruttejuly
วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2551
ยายจัน
Posted by มิรันตี-กรกฎริมธาร , ผู้อ่าน : 60 , 11:54:59 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องสั้นชุดเก่า (ผลงานคัดทิ้ง!!!)  
พิมพ์หน้านี้


ยายจัน

ผมแหงนมองควันสีขาวขุ่นที่ลอยอย่างอ้อยอิ่งออกจากปล่องควันของเมรุเผาศพได้เกือบชั่วโมงแล้ว จู่ ๆ น้ำตาผมก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อคิดถึงภาพชีวิตของผู้ตายสมัยเมื่อยังมีลมหายใจอยู่... อันที่จริงผมกับผู้ตายก็ไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติกันหรอก หากแต่เกี่ยวพันโดยการเป็นพ่อค้ากับลูกค้ากันเท่านั้นเอง

“ยายจัน” คือชื่อของผู้ตาย แกจากไปด้วยวัยหกสิบต้น ๆ รูปร่างผอมเล็ก ผมสั้นบางและขาวโพน ใบหน้ารวมทั้งผิวกายเท่าที่ใครพอมองเห็นก็จะสัมผัสได้ถึงความหยาบกระด้างอันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตอย่างยากลำเค็ญของตัวแกเอง อีกทั้งนอกจากแกจะชื่อ “ยายจัน” แล้ว แกยังมีอีกชื่อหนึ่งโดยมีสร้อยพวงท้ายอยู่ด้วย ซึ่งชาวชุมชนต่างพร้อมใจกันตั้งให้แกนั้นก็คือ “ยายจันขี้เมา” และแน่นอนสาเหตุการตายของแกก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากปริมาณแอลกอฮอร์ที่มีมากในร่างกายนั้นเอง แล้วก็ด้วยสาเหตุการตายของแกนี่แหละ ผมจึงรู้สึกว่าตัวผมนั้นมีส่วนผิดอยู่บ้าง ผิดที่ผมดันเป็นพ่อค้าขายเหล้าดองยาที่มียายจันเป็นลูกค้าขาประจำตลอดมา

บ่อยครั้งที่ผมถูกค่อนขอดจากผู้คนในชุมชนเรื่องการขายยาดองให้แก่ยายจันเป็นต้นว่า ผมเห็นแก่ตัวจนลืมนึกถึงสุขภาพของเพื่อนร่วมชุมชน และยิ่งสาเหตุการตายของยายจันมาจากฤทธิ์เหล้าแล้วด้วย สายตาของผู้คนในชุมชนที่มองผมก็เปลี่ยนไปในทางร้ายมากขึ้น แต่จะให้ผมทำอย่างไรได้ในเมื่อมันเป็นอาชีพของผมที่ทำมานานแล้ว แม้มันจะไม่ถูกกฎหมายอยู่บ้างก็ตาม ทว่าในชุมชนแห่งนี้ยังมีสิ่งผิดกฎหมายร้ายแรงกว่าผมมากนัก ทั้งยาเสพติด บ่อน ซ่อง แต่ด้วยอำนาจอิทธิพลของผู้ที่อยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านั้น มันได้ปิดหูปิดตาผู้คนในชุมชนจนไม่กล้าขยับปากพูดอะไรออกมา กลับเป็นอาชีพของผมต่างหากที่เป็นที่น่ารังเกียจของเหล่าแม่บ้านทั้งหลาย เพราะทุกเย็นบรรดาพ่อบ้านไม่ว่าหนุ่มหรือแก่จะพากันแวะเวียนมานั่งดื่มที่ร้านของผมเป็นประจำ บ่อยครั้งเหมือนกันที่มีคนเมาหลับคาโต๊ะจนต้องเดือดร้อนให้เมียหรือลูกมาตาม และก็หลายครั้งอีกเช่นกันที่มีการทะเลาะตบตีด่าทอกันที่ร้าน จนผมยังเคยถูกดึงเข้าไปร่วมกับปัญหาครอบครัวของเขาเหล่านั้นอยู่บ่อย ๆ ในฐานะจำเลยที่มีข้อหาตั้งร้านขายยาดองในชุมชน ร่ำ ๆ คิดจะเลิกอาชีพนี้อยู่เหมือนกันถ้าไม่ติดว่าตัวเองจะไปทำอะไรกิน ทว่าบรรดาลูกค้าทั้งหมดที่ไม่เคยสร้างปัญหาหนักใจให้ผมเลยก็คือยายจันนั่นเอง

ยายจันจะแวะมาที่ร้านผมวันละสามครั้ง ครั้งแรกช่วงบ่ายกว่า ๆ ก่อนที่แกจะไปตะเวนเก็บกระป๋องน้ำอัดลมและขวด ครั้งที่สองตอนแกกลับมาทิ้งช่วงห่างจากครั้งแรกสี่ห้าชั่วโมง และครั้งสุดท้ายก็ตอนดึกก่อนนอน ยายจันจะทำเช่นนี้เป็นประจำตลอดระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่ผมขายยาดองมา ทว่าผมเคยเห็นแกกินหนักอยู่สองครั้ง ครั้งแรกก็ตอนที่ผัวของแกจากไป อีกครั้งก็ตอนที่ ‘สัก’ เด็กชายที่แกเก็บเอามาเลี้ยงหายไป

คนเฒ่าคนแก่วัยเดียวกับยายจันเคยเล่าให้ผมฟังว่า ยายจันกับผัวหนีตามกันมาจากเมืองเหนือ ตอนนั้นแกยังเป็นสาวอายุสักยี่สิบกว่าเห็นจะได้ ทั้งสองมีกระเป๋าติดตัวมาด้วยเพียงใบเดียว แล้วมาขออาศัยหลับนอนอยู่ที่ศาลาวัดท้ายชุมชน สมัยนั้นชุมชนแห่งนี้ยังมีคนมาปลูกบ้านอยู่ไม่มากนัก ยายจันกับผัวหางานรับจ้างทั่วไปทำ อาศัยข้าววัดกินไปวัน ๆ จนทั้งสองมีเงินเก็บมากพอที่จะซื้อไม้มาสร้างบ้านได้ แกกับผัวจึงตัดสินใจลงหลักปักฐานเป็นหนึ่งในสมาชิกของชุมชนแห่งนี้ และด้วยยายจันพอมีวิชาเรื่องการทำอาหารมาจากบ้านอยู่บ้าง แกกับผัวจึงสร้างเพิงร้านขายข้าวแกงขึ้น และหลังจากนั้นไม่กี่ปีผัวของแกก็ถูกเรียกตัวไปทำงานให้กับเจ้านายเก่าอีกครั้ง ยายจันจึงต้องอยู่คนเดียว นาน ๆ ครั้งถึงจะกลับมาเยี่ยมสักครั้งหนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่าผัวของแกทำงานอะไร แต่ถ้ามีใครถาม ยายจันก็จะตอบแค่เพียงว่า “ไปทำงานกับเจ้านายที่เมืองเหนือ”

และกว่าที่ใครจะรู้ความจริงว่าผัวของยายจันทำงานอะไรก็ล่วงเวลากว่ายี่สิบปีผ่านไป ซึ่งผมยังจำวันนั้นได้ดี วันที่ยายจันเดินตาลอยเข้ามานั่งซึมในร้านผม

“อ้าวป้าเป็นอะไรไปหละวันนี้” ผมเอ่ยถามเมื่อเห็นอาการผิดปกติของแก ครั้งนั้นยายจันพึ่งจะสี่สิบต้น ๆ ผมจึงเรียกแกว่าป้าไปตามวัย

ยายจันนิ่งไปพักหนึ่ง แล้วผมก็เห็นร่างของแกค่อย ๆ สั่นขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

"เป็นอะไรไปหละป้า” ผมถามอีกครั้งพร้อมกับยกแก้วยาดองไปวางไว้ตรงหน้าแกหนึ่งเป๊ก “แหลม…แหลมมันตายแล้ว” ยายจันพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เบา ๆ

“หา…ลุงเป็นอะไรตาย” ผมถามอย่างตกใจจนมือสั่น เหมือนได้ข่าวว่าญาติผู้ใหญ่ของตนเองตาย... อันที่จริงผมกับลุงแหลมพูดกันไม่บ่อยครั้งนัก จะได้พูดคุยกันก็ต่อเมื่อแกมานั่งกินที่ร้านผมเท่านั้น ทว่าแกเป็นผัวของยายจัน ซึ่งผมก็รู้จักมักคุ้นยายจันดีอยู่แล้ว เลยพลอยทำให้ผมมีความรู้สึกมักคุ้นลุงแหลมตามไปด้วย

“มันตายได้สามสี่วันแล้ว เพื่อนมันจดหมายมาบอกข้า” แล้วแกก็หยุดเล่าเอาแต่สะอื้นไห้ออกมาดัง ๆ จนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแวะเข้ามาไถ่ถามถึงสาเหตุที่แกร้องไห้

“แหลมมันไปทำงานให้กับเจ้านายที่เมืองเหนือ” แกเริ่มเล่าต่อหลังจากที่แกยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด “เจ้านายมันเป็นนายทุนลักลอบตัดไม้ที่นั้น แหลมไม่อยากให้ฉันบอกใคร เพราะมันผิดกฎหมายใครจะมองว่าไม่ดี แล้วพาลมองฉันไม่ดีไปด้วย ฉันก็เชื่อและคิดอย่างนั้นเหมือนกัน มันทำงานให้กับเจ้านายก่อนที่จะมาเจอฉันเสียอีก พอมันเจอฉันมันก็พาฉันหนีมาอยู่ที่นี่ เจ้านายเขารู้จึงตามตัวให้กลับไปทำงานต่อ แหลมเองก็ปฏิเสธไม่ได้อีกนั้นแหละ เจ้านายขู่ว่ามันรู้ความลับของเขามาก ถ้าไม่กลับไปทำงานเขาก็จะไม่เอามันไว้ มันเลยจำใจต้องไป” ยายจันหยุดเล่าพลางใช้หลังมือเช็ดน้ำตาไปมา

“อ้าวแล้วลุงเป็นอะไรตายหละ” ผมถามหลังจากเดินไปเติมเหล้าแล้วกลับมาวางไว้ให้แกเรียบร้อยแล้ว

“ก็ไม่รู้เหมือนกัน…เมื่ออาทิตย์ก่อนมันโดนทางการจับ อีกสองวันต่อมามันก็ตาย…ตายในคุกนั้นแหละ ไม่มีใครรู้ว่ามันตายเพราะอะไร รู้แต่ว่าพอเช้ามาก็เห็นมันกลายเป็นศพไปแล้ว แต่เพื่อนมันจดหมายมาบอกว่า สงสัยโดนปิดปาก ข้าก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ เจ้านายรู้ว่ามันรู้ความลับของเขามากเกินไป”

“โดนฆ่าปิดปากตายในคุก...ในโรงพักเนี่ยนะ” ใครคนหนึ่งที่ยืนฟังอยู่ถามอย่างไม่เชื่อ

“อึม…เจ้านายเขามีอิทธิพลมาก เส้นสายอะไรต่าง ๆ ในจังหวัดมีมากมาย ครั้งหนึ่งเพื่อนมันก็โดนแบบนี้ไปคนหนึ่งแล้ว แหลมเองมันก็กลัวอยู่เหมือนกัน” ยายจันหยุดเล่าพร้อมกับยกเหล้าขึ้นดื่ม “สิ่งที่ข้าแปลกใจก็คือว่า ทำไมเจ้านายถึงได้ทำกับมันอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่มันก็ทำงานทำเงินให้เขาตั้งมากมาย”

“อึม…ปลง ๆ ซะเถิดป้าคิดเสียว่าลุงเขาไปดีก็แล้วกัน” ผมกล่าวปลอบใจรู้สึกหดหู่กับเรื่องที่ได้รับรู้มาก่อนจะสำทับว่า “วันนี้ผมเลี้ยงเหล้าป้าเองนะ”

หลังจากงานศพของลุงแหลมผ่านไป ดูเหมือนความเศร้าโศกไม่ได้จางหายไปจากยายจันเลยแม้แต่น้อย แกเทียวแวะเวียนมาที่ร้านผมบ่อย ๆ ครั้งละเป๊กสองเป๊กแล้วก็กลับไปนั่งซึมอยู่ในบ้าน แรก ๆ ก็มีเพื่อนบ้านแวะไปนั่งเป็นเพื่อนคุยกับแกบ่อย ๆ ทว่าแกก็ไม่ยอมพูดคุยกับใครเลย เอาแต่นั่งมองดูรูปของลุงแหลม จนชาวบ้านต่างเลิกแวะไปเยี่ยมแกเอง

แล้วทุกอย่างก็ดูเลวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อเงินที่แกมีอยู่หมดไปกับร้านขายยาดองของผม ผมรู้จึงเอ่ยปากปรามแก แต่แกก็ไม่สนใจฟัง “เรื่องของข้า ๆ อยากกิน” นี่เป็นคำตอบของแกซึ่งผมก็พูดอะไรไม่ออก และแล้วร้านขายข้าวแกงที่แกลงมือลงแรงสร้างกับผัวก็มีอันต้องเปลี่ยนมือไป เมื่อแกหาคนมาซื้อเพิงและอุปกรณ์ต่าง  ๆ ได้ชาวบ้านที่รู้ข่าวก็พากันนินทาตัวแกไปต่าง ๆ นานา แต่แกก็ไม่เคยสนใจฟัง นอกเสียจากตั้งหน้าตั้งตากินเหล้าอย่างเดียว

แต่แล้วก็มีอะไรบางอย่างมาช่วยดึงตัวแกไว้ได้ หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นเป็นแรมปี…

ค่ำวันหนึ่งแกจูงเด็กชายวัยห้าขวบเนื้อตัวมอมแมมเดินเข้ามาในซอยใครที่เห็นต่างพากันทักถามว่าแกไปเอาลูกใครมา แกตอบว่าเป็นเด็กที่ไหนก็ไม่รู้อยู่ ๆ ก็เดินตามแกตอนที่กำลังเดินเก็บของอยู่ริมถนน แกจึงพากลับมาด้วย

“หมาแมวพลัดหลงเข้ามาข้ายังเลี้ยงได้ เนี่ยคนแท้ ๆ ทำไมจะต้องไปใจจืดใจดำกับมัน” แกบอกผมหลังจากพาเด็กชายมาหยุดยืนซื้อเหล้าอยู่ที่หน้าร้าน

“จะไหวหรือ...” ผมถาม  - ในใจคิดจะพูดว่าลำพังตัวแกก็จะเอาตัวไม่รอด แต่ก็ไม่ได้พูดออกไปเพราะกลัวแกจะเสียความรู้สึกต่อความหวังดีของตัวเอง

หลังจากที่ยายจันได้เด็กชายมาอยู่ด้วยแกก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ไม่กินเหล้าเมามายเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ได้เลิก แกจะแวะเข้ามาที่ร้านผมวันละสามครั้งเป็นประจำทุกวัน ส่วนเด็กชายคนนั้นแกตั้งชื่อให้ว่า ‘สัก’

สักเป็นเด็กที่แปลก ไม่ค่อยพูดจาหรือสุงสิงกับใคร และก็ไม่เคยเห็นไปวิ่งเล่นกับเด็กคนไหนเลยสักครั้ง วัน ๆ เอาแต่เดินตามยายจันไปหาของเก่า หรือไม่ก็ไปช่วยรับจ้างล้างจานตามร้านอาหาร แม้ว่ายายจันจะอยากให้สักอยู่บ้าน หรือไปวิ่งเล่นกับเด็ก ๆ ในชุมชนบ้านก็ตาม แต่สักก็ไม่เคยทำตามความต้องการของแกเลยสักครั้ง

“มันติดข้าอย่างกับอะไรดี วันหนึ่งถ้าข้าตายไป ข้ากลัวว่ามันจะอยู่คนเดียวไม่ได้” ยายจันพูดให้ผมฟังในค่ำวันหนึ่ง ทว่าหลายปีต่อมาคนที่จากไปหาใช่ยายจันไม่ กลับเป็นสักเด็กชายวัยสิบสามปีนั้นเอง

แล้วก็ไม่ต่างจากครั้งที่ผัวแกจากไป ยายจันเอาแต่ฟูมฟายร้องไห้ และเมามายอยู่ในร้านของผมทุกวันจนดึกดื่น แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าแกจะปลงได้เร็ว ความเศร้าเสียใจอยู่กับแกได้ไม่เกินสองเดือน แกก็เข้าสู่ชีวิตอันเป็นปกติอีกครั้ง อาจจะเป็นด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่แกบอกกับผมก็ได้ว่า “สักมันต่างจากแหลม สักไม่ได้ตายจากไปไหน ข้ารู้ว่าสักวันหนึ่งมันจะกลับมาหาข้า ๆ เชื่อเช่นนั้น” แต่เปล่าเลย สักไม่เคยกลับมาหาแกเลยสักครั้ง จนกระทั่งตัวแกเป็นคนจากไปเอง

บ่ายแก่เมื่อสามวันก่อนมีคนพบร่างของแกนอนนิ่งอยู่ริมฟุตบาท ข้างกายมีกระสอบเก่าที่บรรจุขวดพลาสติก และกระป๋องน้ำอัดลมไว้มากมาย คนที่ไปพบบอกว่าแกคงพึ่งตายไปไม่นาน เพราะเหมือนได้กลิ่นเหล้าระเหยออกมาจากร่างของแก ชาวบ้านที่รู้ข่าวต่างพากันช่วยลงขันจัดงานศพให้แก โดยมีผมออกทั้งเงินและแรงมากกว่าใคร ๆ

ในความรู้สึกของผมนั้น ช่วงสุดท้ายก่อนที่ยายจันจะจากไป แกไม่ได้พกพาเอาความทุกข์ไปไหนมาไหนกับแกเลย ผมเห็นใบหน้าของยายจันเต็มไปด้วยความหวัง ความหวังเพื่อรอการกลับมาของใครสักคนที่แกรัก แม้ว่าความหวังของแกจะมอดไหม้ลงไปพร้อมกับร่างกายของแกแล้วก็ตาม

ผมยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลสู่ร่องแก้ม แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ “ไปดีเถอะนะยายจัน จบสิ้นกันเสียทีความทุกข์เศร้าในชีวิตนี้” ผมพูดผ่านน้ำเสียงสั่นเครือของตัวเอง ก่อนจะเดินหันหลังก้าวออกจากวัดมาอย่างช้า ๆ …..


หมายเหตุ ตีพิมพ์ครั้งแรก นิตยสาร “ฅนมีสี” ปีที่๒ ฉบับที่๔๕ ประจำเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๐

(ในนามอื่น)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
มิรันตี-กรกฎริมธาร วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 11.18 น.
http://www.oknation.net/blog/meruttejuly

สวัสดี อารดา
ก็ชีวิตคืออย่างว่า บางครั้งมันโหดร้ายเดินไป อย่างไรเราก็ทำดีที่สุดแล้วเชื่อเถอะ
ความคิดเห็นที่ 1
workingwomen วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 01.23 น.
http://www.oknation.net/blog/arada

เหนื่อยมาทั้งชีวิต...

ได้เวลาพักแล้วล่ะ

หลับให้สบายนะ.. ยายจัน

ฉันฝาก...เลพาด้วยนะ

เพราะในที่สุด....

มันก็จากฉันไป....

มันเศร้านะ....ไม่มีคำบรรยาย

เพราะมันจบ...โดยที่ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย...

ขอบคุณ นะ หนุ่ย ที่ช่วยฉันดูแลมัน....

อารดา
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน