พิมพ์หน้านี้
|
ยายจัน
ผมแหงนมองควันสีขาวขุ่นที่ลอยอย่างอ้อยอิ่งออกจากปล่องควันของเมรุเผาศพได้เกือบชั่วโมงแล้ว จู่ ๆ น้ำตาผมก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อคิดถึงภาพชีวิตของผู้ตายสมัยเมื่อยังมีลมหายใจอยู่... อันที่จริงผมกับผู้ตายก็ไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติกันหรอก หากแต่เกี่ยวพันโดยการเป็นพ่อค้ากับลูกค้ากันเท่านั้นเอง ยายจัน คือชื่อของผู้ตาย แกจากไปด้วยวัยหกสิบต้น ๆ รูปร่างผอมเล็ก ผมสั้นบางและขาวโพน ใบหน้ารวมทั้งผิวกายเท่าที่ใครพอมองเห็นก็จะสัมผัสได้ถึงความหยาบกระด้างอันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตอย่างยากลำเค็ญของตัวแกเอง อีกทั้งนอกจากแกจะชื่อ ยายจัน แล้ว แกยังมีอีกชื่อหนึ่งโดยมีสร้อยพวงท้ายอยู่ด้วย ซึ่งชาวชุมชนต่างพร้อมใจกันตั้งให้แกนั้นก็คือ ยายจันขี้เมา และแน่นอนสาเหตุการตายของแกก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากปริมาณแอลกอฮอร์ที่มีมากในร่างกายนั้นเอง แล้วก็ด้วยสาเหตุการตายของแกนี่แหละ ผมจึงรู้สึกว่าตัวผมนั้นมีส่วนผิดอยู่บ้าง ผิดที่ผมดันเป็นพ่อค้าขายเหล้าดองยาที่มียายจันเป็นลูกค้าขาประจำตลอดมา บ่อยครั้งที่ผมถูกค่อนขอดจากผู้คนในชุมชนเรื่องการขายยาดองให้แก่ยายจันเป็นต้นว่า ผมเห็นแก่ตัวจนลืมนึกถึงสุขภาพของเพื่อนร่วมชุมชน และยิ่งสาเหตุการตายของยายจันมาจากฤทธิ์เหล้าแล้วด้วย สายตาของผู้คนในชุมชนที่มองผมก็เปลี่ยนไปในทางร้ายมากขึ้น แต่จะให้ผมทำอย่างไรได้ในเมื่อมันเป็นอาชีพของผมที่ทำมานานแล้ว แม้มันจะไม่ถูกกฎหมายอยู่บ้างก็ตาม ทว่าในชุมชนแห่งนี้ยังมีสิ่งผิดกฎหมายร้ายแรงกว่าผมมากนัก ทั้งยาเสพติด บ่อน ซ่อง แต่ด้วยอำนาจอิทธิพลของผู้ที่อยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านั้น มันได้ปิดหูปิดตาผู้คนในชุมชนจนไม่กล้าขยับปากพูดอะไรออกมา กลับเป็นอาชีพของผมต่างหากที่เป็นที่น่ารังเกียจของเหล่าแม่บ้านทั้งหลาย เพราะทุกเย็นบรรดาพ่อบ้านไม่ว่าหนุ่มหรือแก่จะพากันแวะเวียนมานั่งดื่มที่ร้านของผมเป็นประจำ บ่อยครั้งเหมือนกันที่มีคนเมาหลับคาโต๊ะจนต้องเดือดร้อนให้เมียหรือลูกมาตาม และก็หลายครั้งอีกเช่นกันที่มีการทะเลาะตบตีด่าทอกันที่ร้าน จนผมยังเคยถูกดึงเข้าไปร่วมกับปัญหาครอบครัวของเขาเหล่านั้นอยู่บ่อย ๆ ในฐานะจำเลยที่มีข้อหาตั้งร้านขายยาดองในชุมชน ร่ำ ๆ คิดจะเลิกอาชีพนี้อยู่เหมือนกันถ้าไม่ติดว่าตัวเองจะไปทำอะไรกิน ทว่าบรรดาลูกค้าทั้งหมดที่ไม่เคยสร้างปัญหาหนักใจให้ผมเลยก็คือยายจันนั่นเอง ยายจันจะแวะมาที่ร้านผมวันละสามครั้ง ครั้งแรกช่วงบ่ายกว่า ๆ ก่อนที่แกจะไปตะเวนเก็บกระป๋องน้ำอัดลมและขวด ครั้งที่สองตอนแกกลับมาทิ้งช่วงห่างจากครั้งแรกสี่ห้าชั่วโมง และครั้งสุดท้ายก็ตอนดึกก่อนนอน ยายจันจะทำเช่นนี้เป็นประจำตลอดระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่ผมขายยาดองมา ทว่าผมเคยเห็นแกกินหนักอยู่สองครั้ง ครั้งแรกก็ตอนที่ผัวของแกจากไป อีกครั้งก็ตอนที่ สัก เด็กชายที่แกเก็บเอามาเลี้ยงหายไป คนเฒ่าคนแก่วัยเดียวกับยายจันเคยเล่าให้ผมฟังว่า ยายจันกับผัวหนีตามกันมาจากเมืองเหนือ ตอนนั้นแกยังเป็นสาวอายุสักยี่สิบกว่าเห็นจะได้ ทั้งสองมีกระเป๋าติดตัวมาด้วยเพียงใบเดียว แล้วมาขออาศัยหลับนอนอยู่ที่ศาลาวัดท้ายชุมชน สมัยนั้นชุมชนแห่งนี้ยังมีคนมาปลูกบ้านอยู่ไม่มากนัก ยายจันกับผัวหางานรับจ้างทั่วไปทำ อาศัยข้าววัดกินไปวัน ๆ จนทั้งสองมีเงินเก็บมากพอที่จะซื้อไม้มาสร้างบ้านได้ แกกับผัวจึงตัดสินใจลงหลักปักฐานเป็นหนึ่งในสมาชิกของชุมชนแห่งนี้ และด้วยยายจันพอมีวิชาเรื่องการทำอาหารมาจากบ้านอยู่บ้าง แกกับผัวจึงสร้างเพิงร้านขายข้าวแกงขึ้น และหลังจากนั้นไม่กี่ปีผัวของแกก็ถูกเรียกตัวไปทำงานให้กับเจ้านายเก่าอีกครั้ง ยายจันจึงต้องอยู่คนเดียว นาน ๆ ครั้งถึงจะกลับมาเยี่ยมสักครั้งหนึ่ง ไม่มีใครรู้ว่าผัวของแกทำงานอะไร แต่ถ้ามีใครถาม ยายจันก็จะตอบแค่เพียงว่า ไปทำงานกับเจ้านายที่เมืองเหนือ และกว่าที่ใครจะรู้ความจริงว่าผัวของยายจันทำงานอะไรก็ล่วงเวลากว่ายี่สิบปีผ่านไป ซึ่งผมยังจำวันนั้นได้ดี วันที่ยายจันเดินตาลอยเข้ามานั่งซึมในร้านผม อ้าวป้าเป็นอะไรไปหละวันนี้ ผมเอ่ยถามเมื่อเห็นอาการผิดปกติของแก ครั้งนั้นยายจันพึ่งจะสี่สิบต้น ๆ ผมจึงเรียกแกว่าป้าไปตามวัย ยายจันนิ่งไปพักหนึ่ง แล้วผมก็เห็นร่างของแกค่อย ๆ สั่นขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา "เป็นอะไรไปหละป้า ผมถามอีกครั้งพร้อมกับยกแก้วยาดองไปวางไว้ตรงหน้าแกหนึ่งเป๊ก แหลม แหลมมันตายแล้ว ยายจันพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เบา ๆ หา ลุงเป็นอะไรตาย ผมถามอย่างตกใจจนมือสั่น เหมือนได้ข่าวว่าญาติผู้ใหญ่ของตนเองตาย... อันที่จริงผมกับลุงแหลมพูดกันไม่บ่อยครั้งนัก จะได้พูดคุยกันก็ต่อเมื่อแกมานั่งกินที่ร้านผมเท่านั้น ทว่าแกเป็นผัวของยายจัน ซึ่งผมก็รู้จักมักคุ้นยายจันดีอยู่แล้ว เลยพลอยทำให้ผมมีความรู้สึกมักคุ้นลุงแหลมตามไปด้วย มันตายได้สามสี่วันแล้ว เพื่อนมันจดหมายมาบอกข้า แล้วแกก็หยุดเล่าเอาแต่สะอื้นไห้ออกมาดัง ๆ จนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแวะเข้ามาไถ่ถามถึงสาเหตุที่แกร้องไห้ แหลมมันไปทำงานให้กับเจ้านายที่เมืองเหนือ แกเริ่มเล่าต่อหลังจากที่แกยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด เจ้านายมันเป็นนายทุนลักลอบตัดไม้ที่นั้น แหลมไม่อยากให้ฉันบอกใคร เพราะมันผิดกฎหมายใครจะมองว่าไม่ดี แล้วพาลมองฉันไม่ดีไปด้วย ฉันก็เชื่อและคิดอย่างนั้นเหมือนกัน มันทำงานให้กับเจ้านายก่อนที่จะมาเจอฉันเสียอีก พอมันเจอฉันมันก็พาฉันหนีมาอยู่ที่นี่ เจ้านายเขารู้จึงตามตัวให้กลับไปทำงานต่อ แหลมเองก็ปฏิเสธไม่ได้อีกนั้นแหละ เจ้านายขู่ว่ามันรู้ความลับของเขามาก ถ้าไม่กลับไปทำงานเขาก็จะไม่เอามันไว้ มันเลยจำใจต้องไป ยายจันหยุดเล่าพลางใช้หลังมือเช็ดน้ำตาไปมา อ้าวแล้วลุงเป็นอะไรตายหละ ผมถามหลังจากเดินไปเติมเหล้าแล้วกลับมาวางไว้ให้แกเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกัน เมื่ออาทิตย์ก่อนมันโดนทางการจับ อีกสองวันต่อมามันก็ตาย ตายในคุกนั้นแหละ ไม่มีใครรู้ว่ามันตายเพราะอะไร รู้แต่ว่าพอเช้ามาก็เห็นมันกลายเป็นศพไปแล้ว แต่เพื่อนมันจดหมายมาบอกว่า สงสัยโดนปิดปาก ข้าก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ เจ้านายรู้ว่ามันรู้ความลับของเขามากเกินไป โดนฆ่าปิดปากตายในคุก...ในโรงพักเนี่ยนะ ใครคนหนึ่งที่ยืนฟังอยู่ถามอย่างไม่เชื่อ อึม เจ้านายเขามีอิทธิพลมาก เส้นสายอะไรต่าง ๆ ในจังหวัดมีมากมาย ครั้งหนึ่งเพื่อนมันก็โดนแบบนี้ไปคนหนึ่งแล้ว แหลมเองมันก็กลัวอยู่เหมือนกัน ยายจันหยุดเล่าพร้อมกับยกเหล้าขึ้นดื่ม สิ่งที่ข้าแปลกใจก็คือว่า ทำไมเจ้านายถึงได้ทำกับมันอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่มันก็ทำงานทำเงินให้เขาตั้งมากมาย อึม ปลง ๆ ซะเถิดป้าคิดเสียว่าลุงเขาไปดีก็แล้วกัน ผมกล่าวปลอบใจรู้สึกหดหู่กับเรื่องที่ได้รับรู้มาก่อนจะสำทับว่า วันนี้ผมเลี้ยงเหล้าป้าเองนะ หลังจากงานศพของลุงแหลมผ่านไป ดูเหมือนความเศร้าโศกไม่ได้จางหายไปจากยายจันเลยแม้แต่น้อย แกเทียวแวะเวียนมาที่ร้านผมบ่อย ๆ ครั้งละเป๊กสองเป๊กแล้วก็กลับไปนั่งซึมอยู่ในบ้าน แรก ๆ ก็มีเพื่อนบ้านแวะไปนั่งเป็นเพื่อนคุยกับแกบ่อย ๆ ทว่าแกก็ไม่ยอมพูดคุยกับใครเลย เอาแต่นั่งมองดูรูปของลุงแหลม จนชาวบ้านต่างเลิกแวะไปเยี่ยมแกเอง แล้วทุกอย่างก็ดูเลวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อเงินที่แกมีอยู่หมดไปกับร้านขายยาดองของผม ผมรู้จึงเอ่ยปากปรามแก แต่แกก็ไม่สนใจฟัง เรื่องของข้า ๆ อยากกิน นี่เป็นคำตอบของแกซึ่งผมก็พูดอะไรไม่ออก และแล้วร้านขายข้าวแกงที่แกลงมือลงแรงสร้างกับผัวก็มีอันต้องเปลี่ยนมือไป เมื่อแกหาคนมาซื้อเพิงและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ชาวบ้านที่รู้ข่าวก็พากันนินทาตัวแกไปต่าง ๆ นานา แต่แกก็ไม่เคยสนใจฟัง นอกเสียจากตั้งหน้าตั้งตากินเหล้าอย่างเดียว แต่แล้วก็มีอะไรบางอย่างมาช่วยดึงตัวแกไว้ได้ หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นเป็นแรมปี ค่ำวันหนึ่งแกจูงเด็กชายวัยห้าขวบเนื้อตัวมอมแมมเดินเข้ามาในซอยใครที่เห็นต่างพากันทักถามว่าแกไปเอาลูกใครมา แกตอบว่าเป็นเด็กที่ไหนก็ไม่รู้อยู่ ๆ ก็เดินตามแกตอนที่กำลังเดินเก็บของอยู่ริมถนน แกจึงพากลับมาด้วย หมาแมวพลัดหลงเข้ามาข้ายังเลี้ยงได้ เนี่ยคนแท้ ๆ ทำไมจะต้องไปใจจืดใจดำกับมัน แกบอกผมหลังจากพาเด็กชายมาหยุดยืนซื้อเหล้าอยู่ที่หน้าร้าน จะไหวหรือ... ผมถาม - ในใจคิดจะพูดว่าลำพังตัวแกก็จะเอาตัวไม่รอด แต่ก็ไม่ได้พูดออกไปเพราะกลัวแกจะเสียความรู้สึกต่อความหวังดีของตัวเอง หลังจากที่ยายจันได้เด็กชายมาอยู่ด้วยแกก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ไม่กินเหล้าเมามายเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ได้เลิก แกจะแวะเข้ามาที่ร้านผมวันละสามครั้งเป็นประจำทุกวัน ส่วนเด็กชายคนนั้นแกตั้งชื่อให้ว่า สัก สักเป็นเด็กที่แปลก ไม่ค่อยพูดจาหรือสุงสิงกับใคร และก็ไม่เคยเห็นไปวิ่งเล่นกับเด็กคนไหนเลยสักครั้ง วัน ๆ เอาแต่เดินตามยายจันไปหาของเก่า หรือไม่ก็ไปช่วยรับจ้างล้างจานตามร้านอาหาร แม้ว่ายายจันจะอยากให้สักอยู่บ้าน หรือไปวิ่งเล่นกับเด็ก ๆ ในชุมชนบ้านก็ตาม แต่สักก็ไม่เคยทำตามความต้องการของแกเลยสักครั้ง มันติดข้าอย่างกับอะไรดี วันหนึ่งถ้าข้าตายไป ข้ากลัวว่ามันจะอยู่คนเดียวไม่ได้ ยายจันพูดให้ผมฟังในค่ำวันหนึ่ง ทว่าหลายปีต่อมาคนที่จากไปหาใช่ยายจันไม่ กลับเป็นสักเด็กชายวัยสิบสามปีนั้นเอง แล้วก็ไม่ต่างจากครั้งที่ผัวแกจากไป ยายจันเอาแต่ฟูมฟายร้องไห้ และเมามายอยู่ในร้านของผมทุกวันจนดึกดื่น แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าแกจะปลงได้เร็ว ความเศร้าเสียใจอยู่กับแกได้ไม่เกินสองเดือน แกก็เข้าสู่ชีวิตอันเป็นปกติอีกครั้ง อาจจะเป็นด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่แกบอกกับผมก็ได้ว่า สักมันต่างจากแหลม สักไม่ได้ตายจากไปไหน ข้ารู้ว่าสักวันหนึ่งมันจะกลับมาหาข้า ๆ เชื่อเช่นนั้น แต่เปล่าเลย สักไม่เคยกลับมาหาแกเลยสักครั้ง จนกระทั่งตัวแกเป็นคนจากไปเอง บ่ายแก่เมื่อสามวันก่อนมีคนพบร่างของแกนอนนิ่งอยู่ริมฟุตบาท ข้างกายมีกระสอบเก่าที่บรรจุขวดพลาสติก และกระป๋องน้ำอัดลมไว้มากมาย คนที่ไปพบบอกว่าแกคงพึ่งตายไปไม่นาน เพราะเหมือนได้กลิ่นเหล้าระเหยออกมาจากร่างของแก ชาวบ้านที่รู้ข่าวต่างพากันช่วยลงขันจัดงานศพให้แก โดยมีผมออกทั้งเงินและแรงมากกว่าใคร ๆ ในความรู้สึกของผมนั้น ช่วงสุดท้ายก่อนที่ยายจันจะจากไป แกไม่ได้พกพาเอาความทุกข์ไปไหนมาไหนกับแกเลย ผมเห็นใบหน้าของยายจันเต็มไปด้วยความหวัง ความหวังเพื่อรอการกลับมาของใครสักคนที่แกรัก แม้ว่าความหวังของแกจะมอดไหม้ลงไปพร้อมกับร่างกายของแกแล้วก็ตาม ผมยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลสู่ร่องแก้ม แล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ไปดีเถอะนะยายจัน จบสิ้นกันเสียทีความทุกข์เศร้าในชีวิตนี้ ผมพูดผ่านน้ำเสียงสั่นเครือของตัวเอง ก่อนจะเดินหันหลังก้าวออกจากวัดมาอย่างช้า ๆ ..
(ในนามอื่น) |