พิมพ์หน้านี้
|
ภาวะไร้สติของผู้นำ อนาคตของชาติจะฝากไว้กับท่านได้อย่างไร? ทันทีที่ได้เห็นสีหน้าอัน เกี้ยวกราด ของผู้นำประเทศไทยนาม นายสมัคร สุนทรเวช เมื่อค่ำวันที่ ๑๐ มิถุนายนที่ผ่านมาแล้วนั้น ก็ให้อดรู้สึก น่าเวทนาแกมสมเพช กับพฤติกรรม คอแข็ง-ตาขวาง ของผู้นำประเทศบ้านเราไม่ได้ คำถามที่ผุดขึ้นมาในใจของผม ณ เวลานั้นคือ บุคคลที่แสดงพฤติกรรมเช่นนี้หรือที่คนส่วนใหญ่ไว้ใจให้เข้ามาบริหาร และนำพาประเทศไทยพ้นวิกฤติต่างๆ ? ย้อนกลับไปในวันที่ นายสมัคร สุนทรเวช รู้ตัวเองแล้วว่าจะได้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งอันสำคัญนี้ นายสมัคร สุนทรเวช ควรที่จะต้องเรียนรู้และรับรู้เป็นอย่างดีว่าตัวเองนั้นกำลังเป็น คนของประชาชน เป็นคนที่ประชาชนหลายล้านคน (ตามที่พวกท่านชอบอ้าง) ไว้ใจให้ขึ้นมาบริหารประเทศ ฉะนั้น คนของประชาชน ก็จะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับ ประชาชนทุกคน มวลชนทุกฝ่าย นักข่าวทุกสื่อ และมากกว่านั้นยังจะต้องเรียนรู้ถึงการ ตกเป็นเป้าสายตา ไม่ว่าจะย่างก้าวไปไหนด้วย แต่สิ่งที่ นายสมัคร สุนทรเวช แสดงออกมานั้นเห็นได้ว่า นายสมัคร สุนทรเวช ไม่ได้เรียนรู้ที่จะ อยู่ร่วม เลยซ้ำร้ายยังกลับจะเป็นกรก่อ ศัตรู เสียอีก จริงอยู่ใครก็ต่างรู้ว่า นายสมัคร สุนทรเวช คนนี้มักจะ เลือกจับขั้วตรงข้ามกับสื่อ อยู่เสมอ ดั่งจะเห็นได้จากกรใช้ วาจา อันสอดส่องไปในทางไม่สมควรอยู่บ่อยครั้ง จนครั้งหนึ่งสื่อถึงกับออกมาประท้วง ทำวิจัย รวมถึงวินิจฉัยในพฤติกรรมของ นายสมัคร สุนทรเวช กับสื่อมาครั้งหนึ่งแล้ว ทว่ามันก็คล้ายกับเอา มือไปตบหินผา ซึ่งนอกจากจะเกิดกรสะท้อนให้เจ็บกับคนตบเองแล้ว หินผาก็ไม่อาจจะรู้สึกก็หาไม่ หรือว่าหินผาที่มักจะ ทระนง ว่าตัวเองยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งนั้น ต้องการการให้เกิดการรวมตัวและพร้อมใจกัน ตบ คนละทีสองที ซึ่งเมื่อนั้นมาถึงความรุนแรงมันอาจจะเทียบเท่ากับ ระเบิด ที่สมารถทำลายหินผาให้พังครือไปในพริบตาก็ได้!!! ใครจะไปรู้? ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ กับท่าทีของ นายสมัคร สุนทรเวช ที่กระทำลงไปเมื่อค่ำวารนี้ ไม่เข้าใจถึงสติปัญญาและความคิดของบุคคลคนนี้จริงๆ หรือว่า นายสมัคร สุนทรเวช กำลังจะบอกคนทั่วไปให้รู้ว่าตนนั้นเป็นคนประเภท ปากกับใจตรงกัน คิด รู้สึกเช่นไรก็แสดงออกไปอย่างนั้น ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็คงจะเป็นการแสดงความ โกหกอันจอมปลอมอย่างเลวร้ายที่สุด เพราะพฤติกรรมคำพูดในหลายครั้งที่ผ่านมา เรามักจะรู้อยู่แล้วว่า นายสมัคร สุนทรเวช มักจะพูดอะไรที่ มีความจริงน้อยหรือไม่มีเลย อยู่เสมอ ถึงตรงนี้ผมก็ยังคิดว่านักข่าวก็มีสิทธิ์ที่จะตาม ท่านผู้นำของประเทศ ไปสัมภาษณ์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนอันมิใช่เป็นที่ห้วงห้ามหรือเป็นที่ส่วนบุคคล และ นายสมัคร สุนทรเวช ก็มีสิทธิ์ที่จะใช้พฤติกรรม อมสาก โดยไม่ให้สัมภาษณ์ได้เช่นกัน แต่ นายสมัคร สุนทรเวช ไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้พฤติกรรม คอแข็ง-ตาขวาง เช่นนั้นไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น (อันที่จริงถ้าไม่อยากให้เป็นข่าวมากมายนักหรือไม่อยากพบปะนักข่าวบรรดาท่านๆ ทั้งหลายก็น่าจะไปจัดเลี้ยงกินกันที่บ้านใครก็ได้ เพราะบ้านของพวกท่านแต่ละคนก็ใหญ่โตพอที่จะรอรับอยู่แล้ว ทั้งจะกินอะไร แบบไหนก็สั่งโรงแรมหรูๆ ได้ตามสบาย กินเสร็จแล้วตัดขนมเค้กกินต่อก็ไม่มีใครว่า ฮา...) นายสมัคร สุนทรเวช คงลืมไปแล้วมั้งว่าผู้ที่จะเป็น ผู้นำประเทศ นอกจากจะมี "ไอคิว" ที่สูงแล้วยังต้องมี อีคิว ที่สูงด้วยเช่นกัน และ นายสมัคร สุนทรเวช ก็ต้องไม่ลืมว่าสื่อนั้นก็มีทั้ง สื่อที่ดีที่ถูกใจท่าน และสื่อที่ไม่ถูกใจท่าน เช่นกัน เช่นเดียวกับนักการเมืองที่มีทั้ง นักการเมืองดีและนักการเมืองเลว (นักการเมืองเลวนั้นอย่าให้ต้องเอ่ยเลยครับ เพราะหนึ่งหน้ากระดาษเอสี่ยังไม่พอที่จะบรรจุรายชื่อแน่ โดยเฉพาะกับรัฐบาลชุดนี้ ฮา...) และการที่ นายสมัคร สุนทรเวช แสดงพฤติกรรมเช่นนั้น เป็นที่เชื่อได้เลยว่า นายสมัคร สุนทรเวช กำลังจะ เหมา รวมสื่อทั้งหมดเป็น ศัตรู กับตน และถ้าท่านยังขืนแสดงพฤติกรรม คอแข็ง-ตาขวาง เช่นที่เห็นอีกเมื่อไร เชื่อได้อีกเช่นกันว่าสื่อต่างๆ ทั้งที่ท่านพอใจและไม่พอใจจะรวมตัวกันเป็น ศัตรู กับท่านบ้างแน่นอน แล้วถึงตอนนั้นจริงสภาพอัน น่าเวทนาแกมสมเพช ที่เป็นอยู่ของท่าน ณ ขณะนี้ จะแย่กว่าเดิมแน่นอน ไม่เชื่อก็ทำต่อไป... ...................................................... การติดต่อของโรงพิษสุนัขบ้า สุนัขและแมวที่ป่วยด้วยโรคพิษสุนัขบ้า สามารถแพร่เชื้อได้ก่อนแสดงอาการ เพราะ เชื้อจะออกมาในน้ำลายเป็นระยะ ๆ ประมาณ 1-7 วัน ก่อนแสดงอาการ คนเราจะติดเชื้อนี้ก็ ต่อเมื่อ อาการที่พบในสัตว์ กว่า 95% ของผู้ป่วยเป็นโรคนี้ มีสาเหตุมาจากสุนัข เพราะสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้าน ที่มีความใกล้ชิด ความผูกพันกับคน และมีผู้นิยมเลี้ยงกันมากที่สุด โอกาสที่จะเจอสุนัขก็มีอยู่ ตลอด เราจึงควรทราบอาการของสุนัขที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า เพราะมีทั้งแบบดุร้ายและแบบ ซึม โดยแบ่งเป็น 3 ระยะด้วยกัน คือ ระยะเริ่มแรก มีอาการประมาณ 2-3 วัน โดยสุนัขจะมีอารมณ์ และอุปนิสัยเปลี่ยนไป จากเดิม เช่น สุนัขที่ชอบคลุกคลีกับเจ้าของจะแยกตัวออกไปหลบซุกตัวเงียบ ๆ มีอารมณ์ หงุดหงิด หรือตัวที่เคยขลาดกลัวคนจะกลับมาคลอเคลีย เริ่มมีไข้เล็กน้อย ตาขวาง เห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด ม่านตาขยายกว้างกว่าปกติ การตอบสนองต่อแสงของตาลดลง ชิมข้าว ชิมน้ำน้อยลง บางครั้งอาจจะชิมไป.... ระยะตื่นเต้น คือ เริ่มมีอาการทางประสาท สุนัขจะกระวนกระวาย ตื่นเต้น หงุดหงิด ไม่อยู่นิ่ง กัดแทะสิ่งของ สิ่งแปลกปลอม กัดทุกสิ่งไม่เลือกหน้า ถ้ากักขังหรือล่ามไว้จะกัดกรง หรือโซ่จนเลือดกลบปากโดยไม่เจ็บปวด เสียงเห่าหอนจะเปลี่ยนไป ตัวแข็ง บางตัวล้มลงชัก กระตุก ระยะอัมพาต สุนัขจะมีคางห้อยตก ลิ้นมีสีแดงคล้ำห้อยออกนอกปาก น้ำลายไหล และไม่สามารถใช้ลิ้นได้เลย สุนัขอาจแสดงอาการขยอกหรือขย้อนคล้ายมีอะไรอยู่ในลำคอ ขาอ่อนเปลี้ย ทรงตัวไม่ได้ล้มลงแล้วลุกไม่ได้ อัมพาตขึ้นทั่วตัวอย่างรวดเร็ว และตายในที่สุด (ไม่เกิน 10 วัน หรือภายใน 10 วันหลังแสดงอาการ) สุนัขที่แสดงอาการแบบดุร้าย จะแสดงอาการในระยะตื่นเต้นให้เห็นเด่นชัดและยาว นาน แต่จะแสดงอาการในระยะอัมพาตสั้นมาก ส่วนสุนัขที่แสดงอาการแบบซึม จะแสดง อาการในระยะตื่นเต้นสั้นมากจนไม่ทันสังเกตเห็น แต่จะไปแสดงอาการในระยะอัมพาต เด่นชัด แมว อาการคล้ายสุนัข แต่มักไม่ชัดเจน และพบอาการแบบดุร้ายมากกว่าแบบซึม โค กระบือ อาการจะตื่นเต้น กระสับกระส่าย เดินโซเซ มักมีอาการคล้ายมีอะไรติดคอ น้ำลายไหลยืด ท้องอืดป่อง อัมพาตและตาย ปล.อันเนื่องมาจากพื้นที่บล๊อกจำกัด เลยขอนำเกร็ดเรื่อง "พิษสุนัขบ้า" มาให้อ่านพร้อมกันเลยนะครับ และโปรดกรุณาอย่าโยงเรื่องทั้งเข้าหากันนะครับ เพราะไม่เกี่ยวกันแต่อย่างใด (บอกแล้วพื้นที่บล๊อกจำกัด) |
| สัตว์เลี้ยงแสนรัก๔ | ||
สัตว์เลี้ยงแสนรัก |
||
|
View All |
||
| ระเบิด | ||
ระเบิด |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||