พิมพ์หน้านี้
|
๓๕ ปี กับความทรงจำและนาฬิกาที่ตายซาก
๑.
ละอายใจที่ไม่เคยทำสำเร็จเลย (ผมตั้งใจว่าถ้าเขียนได้ติดต่อกันปีหนึ่งนั่นคือความสำเร็จของผม) ปีนี้ก็เช่นกันตั้งใจไว้เช่นกันว่าจะเริ่มเขียน แต่ว่าจะไม่เขียนลงสมุดแล้วว่าจะเขียนลงบล็อกนี้ล่ะ แต่คงจะไม่เขียนทุกวัน เขียนซักสัปดาห์ละครั้งก็น่าจะพอ เพราะวงจรชีวิตของผมในแต่ละวันไม่น่าจะต่างกับดักแด้ซักเท่าไรคือ ตื่นขึ้นมาก็นั่งดื่มกาแฟดูหนังซักเรื่อง อาบน้ำ หาอะไรกิน อ่านหนังสือ นอน ตื่น หาอะไรกินตอนเย็น อ่านหนังสือ ท่องโลกอินเตอร์เน็ต อ่านหนังสือ นอน จบไปสำหรับหนึ่งวันของผม ถ้าจะมีอะไรที่แปลกแยกขึ้นมาบ้างก็แค่ ออกไปหาเพื่อน ดื่มเหล้า เขียนหนังสือ เท่านี้เองสำหรับวงจรชีวิตของผม ฉะนั้นคงไม่ดีแน่ถ้าจะเอาหน้ากระดาษที่มีค่าเขียนแค่ว่า ตื่น ดื่นกาแฟ ดูหนัง อาบน้ำ กินข้าว อ่านหนังสือ นอน ตื่น กินข้าวเย็น อ่านหนังสือ เข้าโลกอินเตอร์เน็ต อ่านหนังสือ นอน และวันต่อไปผมก็อาจจะเขียนว่า วันนี้ก็เหมือนวันเมื่อวานนี้ มันคงจะเป็นอยู่อย่างนี้ซ้ำๆ ซัก ๓๖๕ วันได้เลยมั่ง ผมคิดในใจ เลยสรุปกับตัวเองไว้ง่ายๆ ว่าจะเขียนถึงความทรงจำในอดีตที่ดี-ร้ายที่ผ่านมา ที่ผมเผชิญ ซึ่งมันน่าจะดีกว่า ๓๕ ปีของผมไม่ใช่การผ่านมาครึ่งชีวิต เพราะแท้จริงผมเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีอายุต่อไปอีกซักเท่าไร ถ้าผมตายเมื่ออายุ ๔๐ ล่ะ งั้นแสดงว่าผมก็ผ่านครึ่งชีวิตนั่นมาแล้ว ใช่ไหม? ปีนี้ผมว่าจะฉลองวันเกิดตัวเองด้วยความทรงจำในอดีต ด้วยสุข ทุกข์ เศร้า และเหงา ที่มันแวะมาเยี่ยมเยือนผมตลอด ๓๕ ปีที่ผ่านมา ผมไม่รู้ว่าคำพูดนี้มาจากภาพยนตร์หรือหนังสือที่ว่า ก่อนที่ความจำของคุณเสื่อมสลาย หากคุณสามารถเลือกเก็บความทรงจำในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเอาไว้ได้ คุณอยากจะเก็บความทรงจำในช่วงเวลาไหนของชีวิต? ถ้าใครถามผมผมคงตอบไม่ได้แน่ เพราะทุกเวลาในอดีตสำหรับผม คือความทรงจำที่มีคุณค่ามากที่สุด ถ้าจะให้ผมเลือกอย่างนั้นแล้วล่ะก็ ผมยอมที่จะสูญเสียความทรงจำทั้งหมดดีกว่า
มันเป็นนาฬิการาคาถูกๆ ใช้ถ่านไฟฉายก้อนเล็กก้อนเดียว ราคามันคงไม่เกินหนึ่งร้อยบาท ยามเมื่อมันเสีย แม่จะเก็บสะสมไว้ เคยมีครั้งหนึ่งที่ผมเอานาฬิกาของผมที่เสียทิ้งถังขยะ พอแม่เห็นเข้าก็บ่น ถึงจะเสียก็เอามาตั้งโชว์ได้ แม่ว่าอย่างนั้น ผมไม่ค่อยสนใจของชิ้นเล็กชิ้นน้อย คือของโชว์ซักเท่าไร เพราะเบื่อเวลาทำความสะอาด มันดูจุกจิกเกินไป และเพราะเหตุนี้เวลาเห็นนาฬิกาของแม่ที่ตั้งเรียงกันอยู่ที่หัวเตียงเลยพาลให้โมโห และรกหูรกตาพิกล แต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรกับมันได้ คงแต่ปล่อยมันทิ้งไว้อย่างนั้น แต่เมื่อเวลาไม่นามานี้ ผมนั่งจิบกาแฟพลางมองนาฬิกาของแม่ไปพลางก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมา ผมคิดว่านาฬิกาไม่ได้มีความหมายอะไรกับแม่หรอก หากแต่มันเป็นตัวแทนของความทรงจำที่แม่อยากเก็บมันเอาไว้ต่างหาก นาฬิกาทุกเรืองของแม่เท่าที่ผมสังเกตมันไม่เคยตายในเวลาเดียวกันเลย มันตายต่างเวลากันทั้งสิ้น เสียดายที่เป็นนาฬิการาคาไม่มากนัก ฉะนั้นมันเลยไม่มีระบบวันที่ให้ดูว่ามันตายไปในวันที่เท่าไร เมื่อผมเห็นและคิดเช่นนั้น ผมเลยคิดจะเอาแม่มาเขียนเป็นตัวละครของผม ให้เป็นหญิงชราที่มีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับอดีต โดยใช้นาฬิกาตายนิ่งเหล่านั้นเป็นสัญญะ แต่คิดได้อย่างนั้นจนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้ลงมือเขียนเลยซักครั้ง ตลอดชีวิตของแม่ แม่จะทำงานโดยผูกพันกับเวลาเป็นพิเศษ ไม่ว่ายามตื่น ทำกับข้าว และทำงานอื่นๆ อีกจิปาถะ แม่มักจะมีเวลาทำงานเหล่านั้นโดยตัวของแม่เองเสมอ ซึ่งต่างกับผมนักที่ไม่ค่อยใช้ชีวิตผูกพันกับเวลาเท่าไร เหมือนกับที่ผมจำไม่ได้ว่าผมใส่นาฬิกาครั้งสุดท้ายเมื่อไรนั้นล่ะ หลังจากที่ผมคิดได้ครั้งนั้นผมมองนาฬิกาบนหัวเตียงของแม่เปลี่ยนไป มันไม่ใช้เป็นสิ่งที่รกหูหกตาอีกแล้ว หากแต่เมื่อไรยามที่ผมมองมัน ผมก็อดสะท้านใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้ว่า คนเราเมื่อเริ่มแก่ตัวลงมั่งจะคิดถึงอดีตเสมอ ใช่แล้วเพราะแม่อาจจะเหมือนผม ณ ปัจจุบันก็ได้ ๓. เอาล่ะพรุ่งนี้ผมก็เดินทางเข้าสู่ปีที่ ๓๕ ของชีวิตแล้ว มันคงไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าวันเก่าก่อนนักหรอก แต่ดูท่าว่าปีนี้คงไม่มีเรื่องอะไรให้ต้อง ทนทุกข์ เหมือนเมื่อสองปีที่ผ่านมา สองปีที่ในวันเกิดผมนั่งอยู่คนเดียวโดยมีน้ำตาเป็นเพื่อน!!! อย่างน้อยพรุ่งนี้เช้ายามเมื่อผมลืมตาตื่นขึ้นมาก็คงทำได้เพียงนั่งถอนหายใจแล้วพูด เอ้อ...ผ่านไปอีกปีแล้วรึเนี่ย ผ่านมาสามสิบห้าปีแล้วหรือ สำหรับวันเกิดผม ผมขอให้ทุกคนมีความสุขครับ ปล.ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต |
| สัตว์เลี้ยงแสนรัก๔ | ||
สัตว์เลี้ยงแสนรัก |
||
|
View All |
||
| ระเบิด | ||
ระเบิด |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||