พิมพ์หน้านี้
|
ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักมาพักใหญ่ เงยหน้าอีกที เห็นปฏิทินยังค้างอยู่ที่เดือนเก่า นี่เราทำงานจนลืมวันลืมเดือนเลยหรือนี่... เปิดดูไฟล์ภาพที่ถ่ายไว้ตอนไปเที่ยวแต่ละครั้ง ล่าสุดที่ฉันเดินทาง...มันเกือบปีแล้วสินะ ..... นี่ฉันห่างเหินจากการพักผ่อนหย่อนใจนานไปหรือเปล่า ? มิน่าเล่า พักหลังนี้ฉันจึงได้คิดถึงทะเลบ่อยๆ บางวันนั่งทำงานเครียดๆ คิดงานเท่าไหร่ก็ไม่ออก พาลเกิดอารมณ์ประท้วงไม่อยากทำงาน เลยหยิบเอาซีดีเพลงอารมณ์ทะเลมานอนฟังซะเฉยๆ สงสัยฉันคงอาการหนักแล้วนะนี่ ต้องไปชาร์จแบตเตอรี่ซะทีแล้วกระมัง... .................... ในที่สุดวันหนึ่ง กลางเดือนกุมภา เมื่อลมหนาวจากไปก่อนเวลาอันควร และลมจากทิศใต้เริ่มพัดหลงเข้ามาทางหน้าบ้าน โมบายเปลือกหอยสีขาวส่งเสียงครวญคราง ฉันจึงบอกกับตัวเองว่า...ถึงเวลาไปทะเลแล้ว ..... ไม่ต้องไปไหนไกลหรอกนะ...ฉันไม่กล้าฝันไกล ทั้งที่ใจจริงอยากไปอันดามันที่ไม่เคยสัมผัส อยากไปเป็นชาวเกาะสักอาทิตย์สองอาทิตย์ แต่ฉันเรียนรู้มาพักใหญ่แล้วว่า ถ้าฝันไกล สุดท้ายจะไม่ได้ไปไหนเลย... ด้วยเวลาที่จำกัด ด้วยงานและภาระที่ต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น...ไปแค่เกาะเสม็ดสักสองสามวันก็เริ่ดแล้ว!
ออกเดินทาง ณ ท่าเรือเพ
การเดินทางด้วยเรือเร็วที่แล่นฉิวเหนือคลื่น ทำให้ฉันไปเป็นชาวเกาะได้ในเวลาไม่เกินยี่สิบนาที และไหนๆ จะหนีมาพักผ่อนทั้งที ฉันก็ขอหนีไปจนสุดท้ายปลายเกาะ ที่ที่บ้านทรงแปดเหลี่ยมหลังน่ารัก ตั้งอยู่บนอ่าวปะการัง ที่ที่มีแหลมหินรูปร่างประหลาด ชื่อว่า แหลมกุด ที่ที่ทะเลยังสวย และเงียบสงบนัก ที่ที่แม้พระอาทิตย์ยังหลงรัก ขอนอนพักค้างแรมทุกคืน ก็ที่นี่เป็นจุดชมพระอาทิตย์ทั้งขึ้นและตกน่ะซี่...
แหลมกุด ถ่ายผ่านรูของเศษปะการัง
ชายหาดเล็กๆ ที่เงียบสงบ
ไม่มีแดด แต่ก็ไม่มีฝน มีแต่ฟ้าหม่นๆ กับลมเย็นๆ ฉันเพลิดเพลินกับการเดินเล่น ถ่ายรูป ไปตามมุมต่างๆ เล่นสนุกกับเศษปะการังรูปร่างแปลกๆ แล้วก็วางไว้ที่เดิม เดินไต่ไปตามหาดหินที่ไร้ผู้คน นอกจากคลื่นและลมแล้ว แทบไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จนกระทั่ง...เรือใบลำนั้นผ่านมา และผ่านไป จนกระทั่ง...นกสีดำตัวนั้นบินโฉบมารอซีฟู้ดสดๆตามซอกหิน
เรือใบสีสันสดใส กับทะเลและฟ้าหม่นๆ
นกทะเลเฝ้ารอซีฟู้ด
สีเขียวสวยริมหาด ที่ไม่แน่ใจว่าตะไคร่ หรือสาหร่าย
มุมนั่งเล่นแสนสบายซุกตัวอยู่ใต้ร่มไม้เกือบตลอดแนวหาด ทั้งเปลญวน ชิงช้าเล็กใหญ่ และเก้าอี้ชายหาดหลายรูปแบบ ที่นี่แหละ ที่ฉันวนเวียนนั่งอ่านหนังสือ และ...ซุ่มดูคลื่น
เก้าอี้คู่รัก
ชิงช้าแสนเหงา
ซุ่มดูคลื่น
การเฝ้ามองคลื่นที่ม้วนตัวเข้าซัดฝั่ง โดยเฉพาะโขดหิน เป็นกิจกรรมโปรดของฉันยามไปทะเลเลยหละ...
เกลียวคลื่นกับโขดหิน
ฟองคลื่นขาวๆ น่าจิบ
ฉันเฝ้าดูคลื่น นั่งอ่านหนังสือ เดินเล่น และถ่ายรูป วนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดสองวันกว่าๆ ที่อยู่ที่นี่ ไม่ได้ออกไปเที่ยวหาดอื่นๆ ไม่ได้ไปดำน้ำ พายเรือ หรือตกปลาหมึก ไม่ได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวเขาทำกัน ก็เพราะว่า...ฉันมาพักผ่อน มาอยู่กับทะเล ไม่ได้มาสนุก ซึ่งฉันก็มีความสุขมากๆ และก็ง่ายๆแค่นี้เอง...
จุดชมวิวท้ายเกาะ
ฉันมีความสุขกับการเฝ้ามองทะเลจากมุมสูง จุดชมวิวท้ายเกาะ เป็นที่แห่งเดียวที่ฉันแวะไป ที่นั่น...ฉันมองเห็นเกาะแก่งน้อยใหญ่ ได้มองไปไกลจนสุดขอบฟ้า ได้มองกลับลงมายังแหลมหินรูปร่างประหลาด ได้พบหาดเล็กๆที่ซุกซ่อนตัวอยู่เบื้องล่าง...
เกาะจันทร์
มองกลับไปยังแหลมกุด
ชายหาดที่ซุกซ่อน
หลายปีก่อน ฉันเคยไปทะเลแห่งหนึ่งซ้ำๆกันทุกปี บางปีก็ไปถึงสองครั้ง จนเคยมีคนถามฉันด้วยความแปลกใจว่า ไปที่เดิมๆ ไม่เบื่อบ้างหรือ ? ฉันตอบสั้นๆว่า...ไม่ แต่ในใจกลับคิดไปไกล ที่เดิม...แต่มันไม่เหมือนเดิมหรอกนะ ทะเลหน้าร้อน ก็ไม่เหมือนทะเลหน้าหนาว ทะเลตอนเช้า ก็ไม่เหมือนทะเลตอนเย็น ทะเลพรุ่งนี้ ก็ไม่เหมือนทะเลวันนี้ ดูอย่างยามเช้าของทะเลที่ท้ายเกาะเสม็ดนี่สิ สองวันยังสวยไม่ซ้ำกันเลย...
ทะเลยามเช้าวันที่ฝนตก
ทะเลยามเช้าวันที่มีพระอาทิตย์ขึ้นให้ชมที่หน้าบ้าน
พระอาทิตย์ขี้อาย
ออกมาอีกครั้งได้ไหม โผล่มาไม่ทันไร ก็หายเข้ากลีบเมฆ
สายๆของวันสุดท้าย ฟ้าก็ใส แดดก็เริ่มสวย แต่...ฉันกำลังจะจากที่นี่ไป แม้ว่าจะตัดใจยาก และอยากจะอยู่ต่อเพียงใด แต่เรือเร็วที่มารอรับกลับเข้าฝั่ง เหมือนจะบอกว่า กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ที่แสนวุ่นวายได้แล้ว!
ชีพจรแห่งทะเล
ฉันจึงได้แต่มองคลื่นสวยๆ และน้ำใสๆ เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนก้าวกระโดดขึ้นเรือไป และคิดในใจว่า...แล้วฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพราะตราบใดที่คลื่นยังซัดเข้าฝั่ง ฉันรู้ดีว่า...ทะเลจะมีอะไรใหม่ๆ ให้ฉันได้เฝ้ามองและซุ่มดูอยู่เสมอ... |