• อะหนึ่ง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : inmindhand@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-25
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 32508
  • จำนวนผู้โหวต : 297
  • ส่ง msg :
M!ndhand blog : หนึ่งสมอง...สองมือ
คือร่างความคิด จากนักออกแบบอิสระ...เมื่อความฝันรกสมอง ก็เลยต้องลงมือเขียน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mindhand
วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม 2551
ฤา...ปราสาทสด๊กก๊อกธม จะเป็นปมขัดแย้งที่ไม่มีวันจบ (Gossip เมื่อ อ.ศุภศรุต หน้าแตก!!)
Posted by อะหนึ่ง , ผู้อ่าน : 497 , 03:38:57 น.   | หมวดหมู่ : เที่ยวไป ทำงานไป  
พิมพ์หน้านี้


หลังจบภารกิจ มอบความสุข...และรอยยิ้ม สู่น้องๆที่ ร.ร.บ้านทดเจริญ แล้ว เหล่าบล็อกเกอร์ต้องน้ำตาซึม ให้กับน้องๆ ที่ตั้งแถวยกมือไหว้ ยืนรอส่งพี่ๆ ขึ้นรถกลับ

...เสียง “ขอบคุณครับ...ขอบคุณค่ะ” ยังดังก้องอยู่ในหัวใจ...

โอเคฯ...สัญจรฯ ครั้งนี้ มีเวลาน้อย จำต้องจากลาน้องๆ ล้อหมุน เพื่อเดินทางต่อไปเยือนอดีต ที่ ปราสาทสด๊กก๊อกธม ตามกำหนดการที่ได้วางไว้...


ปมขัดแย้ง ระหว่างไทย และกัมพูชา ในการอ้างสิทธิ์ เพื่อครอบครอง “มรดกแห่งอดีต ปราสาทหิน” ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนแนวเขตชายแดน จะคงมีอยู่ต่อไป ตราบใดที่ทั้ง 2 ประเทศ ยังไม่มีการทำข้อตกลงปักปันเขตแดน ร่วมกันให้ชัดเจน

ไม่แน่ว่าวันไหน จะเกิดเกมการเมืองในกัมพูชาขึ้นอีก โดยใช้ “มรดกแห่งอดีต” มาเป็นตัวจุดชนวน ปลุกกระแสแห่งความรัก(คลั่ง)ชาติ เพื่อหาเสียงขึ้นอีกครั้ง ก็เป็นได้

โดยมี ปราสาทสด๊กก๊อกธม เป็นอีกเป้าหมายหนึ่ง ที่ทางฝ่ายไทย ต้องคอยเฝ้าระวังอย่างเต็มที่...

เวลาเพียง 1 ชั่วโมง กับการเที่ยวชม ปราสาทสด๊กก๊อกธม ปราสาทหินขนาดใหญ่ที่สุด ในอารยธรรมเขมรโบราณ ที่แผ่ขยายมาสู่ดินแดนทางภาคตะวันออกของไทย นับว่าน้อยมากๆ ที่จะเก็บเกี่ยวความรู้ได้อย่างเต็มที่ พวกเราจึงย่ำเอา...ย่ำเอา เดินตาม อ.ศุภศรุต แทบไม่ทัน

ปราสาทสด๊กก๊อกธม ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองเสม็ด ต.โคกสูง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ห่างจากเส้นแบ่งเขตแดนไทย กัมพูชา ไม่ถึง 500 เมตร

หลักฐานในศิลาจารึก 2 หลักที่ค้นพบ เชื่อว่า สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 สมัยอาณาจักรเมืองพระนคร (Angkor) ศิลปะขอมแบบคลัง-ปาปวน (Kleangs and Baphuon) เพื่อใช้ประดิษฐานรูปเคารพ และประกอบพิธีกรรมของนักบวช ในศาสนาฮินดู

* สะด๊ก-ก๊อก-ธม เป็นภาษาเขมร หมายถึง “ปราสาทใกล้แหล่งน้ำขนาดใหญ่ ที่มีต้นกก ขึ้นรกหนาทึบ”

หากเราไปเที่ยวชมปราสาทหิน ที่มีอยู่มากมายในประเทศไทย ที่ได้รับการบูรณะเสร็จสมบูรณ์แล้วนั้น ก็คงจะได้เดินชมแต่เพียง ความอลังการ ของตัวปราสาท

แต่สำหรับ ปราสาทสด๊กก๊อกธม มีเรื่องราวให้น่าเที่ยวชมศึกษาอีกหลาย “ปม”

* ปมที่ตั้งของปราสาท ซึ่งอยู่ในจุดทับซ้อนเขตแดน ระหว่างไทย กับกัมพูชา ซึ่งยังเป็นปัญหาว่าใคร จะได้มีสิทธิ์ครอบครองมรดกแห่งอดีต แห่งนี้...

* ปมที่น่าสนใจยิ่งคือ ปราสาทสด๊กก๊อกธม กำลังอยู่ในระหว่างการบูรณะ จึงเป็นอุทยานเรียนรู้ด้าน อารยธรรมเขมรโบราณ ได้อย่างดี

เราจะได้เห็นขั้นตอนของการบูรณะ ตั้งแต่ซากหินที่ยังจมอยู่ใต้ดิน ซากปรักหักพังที่ขุดแต่ง และบูรณะแล้วบางส่วน

* จนถึงตัวปราสาทประธาน ที่ได้รับการบูรณะโดยสมบูรณ์ ด้วยการเสริมแต่ง “สิ่งแปลกปลอม” เข้าไปจนแลดูขัดตา อันเป็น "ปม" ให้ถกเถียง ถึงความถูกต้องเหมาะสมกันต่อไป...

ซึ่งเป็นเรื่องของนักวิชาการ และนักวิชาเกินเค้า...เราไม่เกี่ยว!!!

การเข้าชมปราสาทสด๊กก๊อกธม ต่างจากที่อื่น คือต้องเข้าทางด้านหลัง เพราะด้านหน้าปราสาท เป็นพื้นที่ติดแนวเขตชายแดน ซึ่งยังชุกชุมไปด้วย “ดงกับระเบิด” (Landmines Zone) ที่ยังเก็บกู้ไม่หมด เราจึงยังไม่เห็นถึงความยิ่งใหญ่อลังการของตัวปราสาทโดยรวม

แต่จะมีศาลานิทรรศการชั่วคราว ที่จัดแสดงความเป็นมาของการสร้างปราสาทในอดีต และวิธีการบูรณะปราสาทแห่งนี้ให้เข้าใจ ก่อนไปชมสถานที่จริง...

ที่น่าสนใจศึกษา คือการบูรณะโดยใช้ทฤษฎี "อนัสติโลซิสต์" ของฝรั่งเศส

คือ...การนำก้อนหินและชิ้นส่วนต่างๆลงมา โดยใส่ “หมายเลขรหัส” ไว้ตามตำแหน่งของก้อนหินทุกก้อน และค้นหาชิ้นส่วนที่ตกหล่นกระจัดกระจายอยู่ นำมาทำความสะอาด ทดลองประกอบที่ลานทดลอง แล้วรื้อโครงสร้างเดิมออก เสริมฐานรากใหม่ให้แข็งแรง ก่อนนำชิ้นส่วนของปราสาท กลับขึ้นไปประกอบในตำแหน่งเดิมอีกครั้ง เสริมส่วนที่สูญหายไปด้วยวัสดุใหม่

การทดลองประกอบ “โคปุระทิศตะวันตก” ของตัวปราสาท บริเวณลานทดลองประกอบ

“น้ำ” เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรม ตามความเชื่อในศาสนาฮินดู จะเห็นรูปเคารพซึ่งเหลือแต่ส่วนฐาน ที่มีทางให้น้ำ ที่รดบูชารูปเคารพไหลผ่าน เพื่อให้ผู้ร่วมพิธีรองรับ...

ภายในโคปุระทิศตะวันตก พบ “ท่อรางหินทราย” หรือ “รางโสมสูตร” ซึ่งเป็นรางหินให้นักบวช เทน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ผ่านพิธีกรรม ไหลไปสู่ภายนอก ให้ผู้คนชั้นล่าง หรือข้าทาสบริวาร ที่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปภายในปราสาท ได้รับน้ำศักดิ์สิทธิ์ ผ่านท่อรางนี้...

ลานทดลองประกอบหน้าบัน ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนนำไปติดตั้งในตำแหน่ง “โคปุระ” เดิม

ถ้ามีเวลาเดินชมนิทรรศการ ที่ลานทดลองประกอบ จะน่าสนใจมาก เราจะเห็นความอ่อนช้อยของลวดลาย ที่สลักบนหินทรายหน้าบันโคปุระ หรือชิ้นส่วนต่างๆ ของปราสาทได้อย่างใกล้ชิด...

เมื่อเดินผ่านด้านข้าง เพื่อไปเข้าชมด้านหน้าปราสาท จะเห็นร่องรอยของ สระน้ำโบราณ และฐานของกำแพงแก้ว ที่ยังจมอยู่ใต้ดิน

เบื้องหน้าเคยเป็น "บาราย" ท่าน้ำขนาดใหญ่ ที่อยู่ติดแนวเส้นแบ่งเขตแดนไม่ถึง 500 เมตร ปัจจุบันถูกดินทับถม ไม่มีน้ำขังเหมือนในอดีต แต่ก็มี “กับระเบิด” ฝังอยู่แทน..

ภาพจินตนาการ ปราสาทสด๊กก๊อกธม สร้างหันหน้าสู่ทิศตะวันออก ตามคติของขอม ที่เชื่อว่าเป็นทิศแห่งพลังและอำนาจ ซึ่งก็คือการหันหน้าไปสู่จุดศูนย์กลาง ของอาณาจักรเมืองพระนครนั่นเอง!!!

จากบารายท่าน้ำ มี "ทางดำเนิน" (ฉนวนทางเดิน) ก่อด้วยศิลาแลง ทั้งที่ขุดแต่งแล้ว และยังจมอยู่ใต้ดิน ทอดเป็นแนวยาว มุ่งตรงไปยังปราสาท ซึ่งเปรียบเสมือน "เขาพระสุเมรุ" ตามความเชื่อเรื่องจักรวาล ในศาสนาฮินดู

สองข้างทางปัก "เสานางเรียง" เป็นระยะๆ บางส่วนบูรณะแล้ว ที่น่าสนใจคือ มีเสานางเรียง 1 ต้น ที่ยังไม่ได้แกะสลัก เชื่อว่าเป็น “เสาศักดิ์สิทธิ์” ที่คนเขมรโบราณได้ทำพิธีสะกดมนตราไว้...

มีแผ่นหินขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า เพื่อให้ผู้ที่มาประกอบพิธีกรรม ยืนทำพิธีบูชาก่อนเข้าสู่ตัวปราสาทชั้นใน...

ทริปนี้ อ.ศุภศรุต มีผู้ช่วยบรรยายซึ่งเป็นไกด์ท้องถิ่น ซึ่งมีวิธีสร้างความรัก และความเชื่อให้กับปราสาท ตามแบบฉบับของแก โดยให้สมาชิกโอเคฯ ทำพิธีบูชาเทพ ที่เสานางเรียง ต้นนี้ไป 1 รอบ...

"ซุ้มโคปุระ" ทางเข้าด้านหน้า จะเริ่มพบเห็น “สิ่งแปลกปลอม” ที่เป็นหินทรายใหม่ เสริมเข้าไปแทนชิ้นส่วนที่สูญหาย

"เสานางเรียง" ที่ปรักหักพังอยู่กับพื้น และที่นำไปติดตั้งแล้วบางส่วน ตรงฉนวนทางเดินจากโคปุระด้านหน้า สู่ปรางค์ประธานใจกลางปราสาท

ซุ้มโคปุระด้านใน มีร่องรอยของ "ทับหลัง" ที่แกะสลักบนหินทราย พอหลงเหลือจากโจรลักขโมย ไว้ให้ชมอยู่บ้าง...

ประตูเข้าออกปราสาทมีเพียง 2 ทาง คือโคปุระใหญ่ด้านทิศตะวันออก และโคปุระเล็กๆ ด้านทิศตะวันตก ส่วนอีกสองด้านเป็นซุ้มประตูหลอก รวมทั้งช่องหน้าต่างระเบียงคด ที่มีเสาเรียง (ลูกกรง) ปิดกั้นไว้...

บันไดที่สูงชัน แต่ละขั้นไม่เท่ากัน ของระเบียงคด ก่อนลงสู่ปรางค์ประธาน เชื่อว่าเพื่อให้ผู้เข้าร่วมพิธี มีความสำรวม ต้องค่อยๆ...เยื้องย่างลงมาอย่างนางอัปสร

ดูตัวอย่างลีลาเยื้องย่างอย่างนางอัปสร ของ ศิลปินโฟล์คเหน่อ ซึ่งต้องเดินเอียงข้าง ค่อยๆ เก้าลงบันได ใครเผลอเดินหน้าลง...หกคะมำทุกราย!!! 

"ปราสาทประธาน" ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งองค์ ส่วนฐานเป็นศิลาแลง ส่วนบนเป็นหินทรายใหม่ ที่ตัดแต่งอย่าง...คมกริบ ! !

โดยนำชิ้นส่วนแกะสลักหินทรายเดิมของปราสาท มาติดตั้งเป็นส่วนประกอบอยู่เพียงเล็กน้อย...จนดูขัดตาจริงๆ!!!

ก็คงต้องปล่อยให้ เป็น “ปมปริศนา” ที่นักโบราณคดี ทั้งนอกกรอบ และในกรอบ ได้ถกเถียงกันต่อไป!!!

ภายในปรางค์ประธาน เป็นที่ประดิษฐาน "ศิวลึงค์" ซึ่งเป็นรูปเคารพแทนองค์พระศิวะ บ่งบอกว่าปราสาทแห่งนี้เป็น ศาสนสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือพระศิวะเป็นใหญ่

ปราสาทประธานองค์นี้แหละที่ อ.ศุภศรุต ตั้งคำถามว่า เป็นการบูรณะด้วยวิธี “อนัสติโลซิสบริสุทธิ์” หรือไม่?

ไม่รอช้า อ.ศุภศรุต ชวนพวกเรา ขึ้นไปบุกพิสูจน์!!! ดูสิ่งแปลกปลอม และทำพิธีบูชา ศิวลึงค์ ข้างบนทันที!

ยังไม่ทันที่พวกเราจะกรูตามกันขึ้นไป...พี่ผู้ชายที่นั่งเก็บเศษใบไม้ อยู่ข้างระเบียงคด รีบตะโกนสั่งห้าม

“ยังขึ้นชมไม่ได้ครับ...โครงสร้างเหล็กยังไม่แข็งแรง”

ฝ่าย อ.ศุภศรุต ไม่ยอมฟัง ยังคงกวักมือเรียกต่อ...“ขึ้นมาเลย...ขึ้นมาเล๊ย!!”

เห็นพวกเราจะตามขึ้นไป...คุณพี่ รีบวางมือจากการเก็บเศษใบไม้...เดินตรงดิ่งเข้ามาหา

“นี่คุ๊ณ...บอกว่ายังขึ้นไม่ได้ไง!!...โครงสร้างเหล็กยังไม่แข็งแรง...เข้าใจมั๊ย!!”

เห็นคุณพี่ หน้าตาดุดัน ท่าทางเอาเรื่อง...พวกเรารีบถอยกลับ!!

ส่วน อ. ศุภศรุต ค่อยๆ ก้าวลงบันไดดัง...พลัก!!!

หน้าแตก!!!...ครับท่าน...

ฮะ...ฮะ...ฮ้า...ให้มันรู้ซะมั่ง ว่าไผ...เป็นไผ

ในเมื่อขึ้นไปบูชาศิวลึงค์ ข้างบนไม่ได้ พี่ไกด์ท้องถิ่น ก็นำพวกเราเข้าพิธีบูชาเทพ รอบที่ 2 ตรงฐานศิลาแลง ของใหม่แทน...

ส่วนพวกเราก็เชื่อง่าย...ยอมทำตามแต่โดยดี!!!

ฝ่าย อ.ศุภศรุต ได้แต่ยืนมองตาปริบๆ เพราะวิธีสร้างความเชื่อแบบนี้ อ. “แอนตี้” ไม่ใช่เหรอ ! ! !

"ว่าแต่ในวันนั้น ใครขออะไร กันบ้างครับ"...สมหวังกันหรือยัง ?

นี่ไม่ใช่ตัวเลขใบ้หวยนะครับ...แต่เป็นการบูรณะโดยวิธี "อนัสติโลซิสต์" คือใส่หมายเลขรหัส ติดไว้ตามตำแหน่งของก้อนหินทุกก้อน...

แต่นี่เป็น...ไม้รองหิน ซึ่งอยู่นอกเหนือ ทฤษฎี อนัสติโลซิสต์ แน่ๆ!!!

ไม่ว่า ปราสาทสด๊กก๊อกธม...จะถูกบูรณะเสริมแต่งอย่างไร คุณลุงชาวบ้าน ที่ขายเครื่องดื่ม และพร้อมที่จะเป็นไกด์ท้องถิ่นให้นักท่องเที่ยว แกสามารถเล่าตำนานของปราสาทฯ ได้เป็นฉากๆ ด้วยความรัก และภาคภูมิใจ...

ที่สำคัญ คุณลุงยืนยันว่า ทั้งชีวิตตั้งแต่เกิดมาจนแก่เฒ่า ก็เห็นปราสาทสด๊กก๊อกธม ตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินไทย เป็นของคนไทยมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่ปู่ย่า...

“ลุงไม่ยอมแน่นอน หากกัมพูชา จะมั่วอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของ...

มรดกแห่งอดีต...ปราสาทหินสด๊กก๊อกธม...แห่งนี้”

*หมายเหตุ / อ้างอิง : อ่านตำนาน "ปราสาทสด๊กก๊อกธม" แบบวิเคราะห์...เจาะลึก ได้ที่บล็อก... อ.ศุภศรุต (อัพเดทข้อมูลเพิ่มเติม จากการเดินทางไปเยือน เมื่อวันที่ 23 ก.พ. แล้วครับ)

“The Lost World” กำเนิดใหม่ “สด๊กก๊อกธม” กับ “เหตุผล” ที่อยากให้ไปเยือน

http://www.oknation.net/blog/voranai/2008/02/11/entry-1


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 48
phanasGook วันที่ : 12/03/2008 เวลา : 11.11 น.
http://www.oknation.net/blog/phanasGook
วารสาร  สรรสร้าง  เที่ยงธรรม           / สวน  ต้านต่อก่อกรรม  กดขี่          ศาสตร์  ส่องอุดมการณ์นำ  ถูกต้อง   /  ดุสิต  สอนศิษย์ป้อง   รับใช้มวลชน ฯ

เหมือนว่ากำลังขอหวยเลยนะครับพี่ ไหว้กันใหญ่ (ฮา)))

ภาพกราฟฟิกสวยดีครับ


บรรยายซะ ลึก ชัด คม
ความคิดเห็นที่ 47
คนช่างเล่า วันที่ : 10/03/2008 เวลา : 12.10 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ไปเดินๆๆ ท่อมๆแถวเขมร

กลับบ้านมั่ง ตะ แม่เฒ่าค่อยอยู่
ความคิดเห็นที่ 46
Lyrics วันที่ : 10/03/2008 เวลา : 00.56 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

พี่อหนึ่ง

ทำภาพแบบนี้ให้นู๋บ้างสิ



วางปากกา ตวัดภู่กัน นักข่าวอย่างฉัน ไปเรียนวาดภาพกับ เป้ สีน้ำ
http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/03/10/entry-1
ความคิดเห็นที่ 45
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 09/03/2008 เวลา : 04.46 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai

สวัสดียามเช้า


ฝากรักและคิดถึงให้ดูแลด้วยค่ะ
....................
ปิดบล็อก..ปราบปรุง...ถึงคุณที่ฉันคิดถึง
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai/2008/03/09/entry-1/comment#post
ความคิดเห็นที่ 44
ปราณชลี วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 12.45 น.
http://www.oknation.net/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

มาร่วมเที่ยวชมปราสาทอย่าง 'เต็มอิ่ม' เลยครับ.
ความคิดเห็นที่ 43
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 01.15 น.
http://www.oknation.net/blog/folkner
...เขียนกวี เล่นดนตรี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณ...

::::อ้อ ลืม +1 โหวต กับงานคุณภาพครับ:::
ความคิดเห็นที่ 42
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 01.14 น.
http://www.oknation.net/blog/folkner
...เขียนกวี เล่นดนตรี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณ...

:::อุ๊ยตาย นางอัปสร มีหนวด ::::
:::คุณลุงขายเครื่องดื่ม สงสัยอาจารย์แผนสอนสุพรรณ คงจดจำแกไปอีกนานแสนนานเชียวครับท่าน ชาเย็นถุงนั้นทำเอาอาจารย์เรานั่งซึม ต่อสู้กับสงครามขบวนขับเคลื่อนข้าศึกภายใน อืมน์ ชาเย็นพิฆาตครับ:::::
ความคิดเห็นที่ 41
ทรายรุ้ง วันที่ : 08/03/2008 เวลา : 00.11 น.
http://www.oknation.net/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

มารายงานตัวค่ะ..จะได้รู้จักกันก่อนเจอตัวจริง..อิอิ
ความคิดเห็นที่ 40
คนกุลา วันที่ : 07/03/2008 เวลา : 01.10 น.
http://www.oknation.net/blog/konkula

ภาพสวยและได้ความรู้ดีมาก...ครับ สงสารแต่อาจารย์ศุภศรุต..นะครับท่าน...
ความคิดเห็นที่ 39
ศุภศรุต วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 17.24 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

มาส่ง Tag “ครอบครัวสัญจรหรรษา” ร่วมผนึกกำลังให้คึกคัก ประสานรักและแบ่งปัน ร่วมสานฝันอีกครั้งที่เกาะกูด ครับ
http://www.oknation.net/blog/voranai/2008/03/06/entry-1

ขอเชิญร่วมแบ่งปันความสุขอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 38
Kibangkok วันที่ : 06/03/2008 เวลา : 10.42 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

ภาพและคำบรรยายสุดยอดครับ

สงสารแต่อาจารย์ ไม่รู้ว่าเย็บหน้าเสร็จหรือยัง
ความคิดเห็นที่ 37
ป้ารุ วันที่ : 05/03/2008 เวลา : 22.26 น.
http://www.oknation.net/blog/paaru

ยอดเยี่ยมค่ะ
อะไรยอดเยี่ยมบ้าง
ก็อ่านจาก comment ของเพื่อน ๆ
ป้ารุขอลอกทั้งหมดเลยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 36
mookie วันที่ : 05/03/2008 เวลา : 17.18 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
มนุษย์…ยืดสุดตัว ก็ไปไม่ถึงไหน  ก้มต่ำสุดก็ไป ไม่ได้ไกล.. แล้วใยยังไขว่คว้า หาในสิ่งเกินตัว...

มาช้า.... แต่ก๊ะมา....

หนุ่มบ้านนี้.... มีคุณภาพเหลือเกิน....

+1 ให้ด้วยใจ....


ความคิดเห็นที่ 35
เสดพีร์ วันที่ : 05/03/2008 เวลา : 14.00 น.
http://www.oknation.net/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ในใจ *+*

ที่เคยได้ฟังมา รู้สึกว่าประสาทหินอื่นๆ ก็ใช้วิธีเดียวกันนี้ในการบูรณะครับ

ครบถ้วนทั้งเนื้อหาและภาพแต่งงามๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 34
thesaint วันที่ : 05/03/2008 เวลา : 13.26 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
----น่าเศร้าใจ...ที่มีผู้นำเฮงซวย...ระยำหมา...หอกหัก----  


--- คุณอะหนึ่งยังคงเยี่ยมยอด และยอดเยี่ยมกับการเล่าเรื่องครับ .. ขอบคุณกับความรู้สึกเกินคำบรรยายที่มีให้"ก้านกล้วย" ด้วยครับ----
ความคิดเห็นที่ 33
สายธาร วันที่ : 05/03/2008 เวลา : 08.18 น.
http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์... ป่าทึบติดต่อกับดงพญาไฟ..ณ..ขุนเขาสุวรรณบรรพต.. http://www.oknation.net/blog/DigitalTour/2008/06/08/entry-1

วันนี้ตัวจริงมาเยี่ยมเองครับ เมื่อวานเผลอไปครับ กดเอนเตอร์เสร็จก็ไปเลย คงจะงงนะครับ ว่าคุณนายทำไม่พูดครับ อิ อิ

ขอให้มีความสุขมากๆครับ แล้วเจอกันนะครับ
ความคิดเห็นที่ 32
chaiyassu วันที่ : 05/03/2008 เวลา : 04.18 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อเดินไปในทางแคบ ควรจะผ่อนปรนเว้นที่ให้คนอื่นหนึ่งก้าว

อนุโมทนากับข้อมูลอันเป็นประโยชน์

สาธุ
ความคิดเห็นที่ 31
joeyman วันที่ : 05/03/2008 เวลา : 00.55 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind

ขอบคุณครับสำหรับภาพที่ขยันแต่งมาก เสียสละจริงๆครับ ... ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 30
vickie วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 22.59 น.
http://www.oknation.net/blog/vickie
 เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว 

ครบถ้วนเจงๆ ขอร๊าบบ คุณอะหนึ่ง

ขนาดป๋มไปมา ก็ไม่ลึกซึ้งเท่าที่ติดตามอ่านจากคุณอะหนึ่งนะเนี่ยะ

ปล... ขอฮา เมนต์นี้หน่อย
คุณเกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ ในเมนต์ 13
..."สด๊กก๊อกธม ชื่อก็บอกเป็นไทยชัดๆทุกคำอยู่แล้ว
ไม่น่าจะเป็นประเด็นขัดแย้งอะไรกันอีกน่ะครับ
ถ้าเขาพระวิหารก็ว่าไปอย่าง "
ความคิดเห็นที่ 29
ทาโร่ วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 22.35 น.
http://www.oknation.net/blog/taro
แจ็ค รัสเซล เทอร์เรีย และคณะ


ความคิดเห็นที่ 28
2boxs วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 21.31 น.
http://www.oknation.net/blog/2boxs

นำเสนอได้แปลก และสวยจังครับ
ขอคาราวะ
ความคิดเห็นที่ 27
siampatriot วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 18.50 น.
http://www.oknation.net/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

แวะมาเยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 26
ครูส้ม วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 18.48 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

คุณอะหนึ่งเป็นลูกศิษย์เอก..อ.ศุภสรุตแล้ว
บทความเยี่ยม...ภาพประกอบสุดยอด

+ 1โหวตเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 25
Supawan วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 18.39 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

อะหนึ่งเขียนบทความสารคดีได้เยี่ยมค่ะ ... เขียนบ่อยๆซิคะ .. อยากอ่านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 18.23 น.
http://www.oknation.net/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...ข่าวผลงานล่าสุดจาก...อารักษ์  อาภากาศ

+1 ชัดทุกข้อมูล....
ความคิดเห็นที่ 23
ราษีไศล วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 17.19 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ www.banduannoi.com

ผมเหนื่อยจากการวิ่งไล่บอลเดินตามอาจารย์ท่านไม่ใหวครับวันนั้น
ความคิดเห็นที่ 22
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 17.09 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

ตัวจริงเสียงจริง...จ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 21
BlueHill วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 15.34 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

คุณอะหนึ่ง เขียนเรื่องแนวนี้ได้เหมือนกันนะครับ สนุกมาก ๆ ครับ
ผมไม่มีเวลาเดินตามอ.ศุภศรุต มัวแต่นั่งพักเหนื่อย อาศัยอ่านเรื่องของเพื่อน ๆ ดีกว่าครับ
ความคิดเห็นที่ 20
komyos วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 14.57 น.
http://www.oknation.net/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

สวยงามด้วยภาพและคำบรรยายเลยค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
เป๊ปซี่ วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 14.30 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8


ก้นใครหว่า....????
ความคิดเห็นที่ 18
minmint วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 13.38 น.
http://www.oknation.net/blog/paradiso

เข้าบ้านนี้ทีไรชื่นใจไม่รู้จบ...จริง ๆ...
มาได้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์...
และประวัติศาสตร์ศิลป์ก็ตอนนี้แหละ minmint
ให้อารมณ์เล่าสู่กันฟัง...เหมือนไม่ตั้งใจให้จดจำ...
แต่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน...

คุณหนึ่งเก็บได้ละเอียดมาก...
ทั้งภาพและข้อมูล (คราวนี้เอากล้องไป...
อย่าลืมภาพสเก็ตช์อยุธยานะ เดี๋ยวท่านจาน้อยจายยย...)

มอบโหวตจากใจให้แล้วให้อีก
( ไม่ทราบทำไมกดแล้วมันไม่โชว์ ทุกครั้งไป...
เมื่อจะกดซำ้เพราะไม่แน่ใจ..มันโนเค..บอกให้เครพกติกา
ไอ้บ้า MAD MAC. )
ความคิดเห็นที่ 17
หมีปิศาจ วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 13.18 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ยอดเยี่ยมทั้งภาพและเรื่องราวครับ
ก็อาจารย์ยังให้เต็ม 10 เลย
ลูกศิษย์ก็ต้องช่วยกันโหวตแน่นอน

พี่ เดี๋ยวผมจะลองเอาแบบที่ทำมาไปให้ทางร้านดูก่อนนะ
ว่าจะทำแบบสกรีน และสกรีนจริงให้เราได้ไหม
เพราะบางส่วนมันเล็กมาก โดยเฉพาะ ชื่อเว็บ และลายเส้นของตัว O
ความคิดเห็นที่ 16
wansuk วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 12.43 น.
http://www.oknation.net/blog/wansuk

โอม..มะลุก กุ๊ก กุ๊ก ขอให้อะหนึ่ง รวย รวย รวย...เด้อ
ความคิดเห็นที่ 15
ตาเรน วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 12.36 น.
http://www.oknation.net/blog/sammaapii
หากท่านเป็นผู้ทำธุรกิจอินเตอร์เน็ตและเกมส์  ขอเชิญแวะเยี่ยมเราที่   >>> www.tscclub.org   มีสาระมากมาย..ให้คำปรึกษาฟรี

บรรตาได้แดงแป๊ดเลย...ชัดเจน
เอาไป 1 ดอก..
ความคิดเห็นที่ 14
feng_shui วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 12.18 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

เที่ยวนี้เราได้รู้ลึกถึงหน้ากลาบนหน้าบันปราสาทเลยนะคุณอะหนึ่ง แต่เสียดายว่ามันถูกโจรกรรมไปเกือบสิ้นเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 12.02 น.
http://www.oknation.net/blog/cottonhut
เรื่องเล่าจากบ้านไร่  ในท่วงทำนองของความรู้สึก

สด๊กก๊อกธม ชื่อก็บอกเป็นไทยชัดๆทุกคำอยู่แล้ว
ไม่น่าจะเป็นประเด็นขัดแย้งอะไรกันอีกน่ะครับ
ถ้าเขาพระวิหารก็ว่าไปอย่าง