พิมพ์หน้านี้
|
กลับมาอีกครั้ง... Art on Blog No 3 การแสดงงานศิลปะผ่านบล็อก หมายเลข 3 ชุดนี้...เป็นการเล่าเรื่องวัยเรียน ประกอบภาพเขียนสีน้ำนะครับ...
วันหยุดยาวที่ผ่านมา... ได้เวลารื้อหาสมบัติที่ซ่อนอยู่ใต้เตียง ไม่เจอทรัพย์สินมีค่าประเภท สร้อยคอ แหวนเพชร นาฬิกาโรเล็กซ์ เงินล้านเป็นปึก เหมือนกับที่วัดสวนแก้ว ของพระพยอม รื้อเจอที่หัวเตียงจนเป็นข่าวดัง ! นอกจากสมบัติ บ้าหอบฟาง อันเป็นสินทรัพย์ แห่งความทรงจำ ห่อกระดาษมัดใหญ่... ข้างในเต็มไปด้วยภาพเขียนศิลปะ ทั้ง ดรออิ้งค์ ภาพประกอบ และภาพเขียนสีน้ำ... รื้อออกมาปัดฝุ่น... จูนเมมโมรี่ในสมอง นึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังเป็น...ศิษย์สีน้ำที่มี ครู ทั้งมีชีวิต และ ไม่มีชีวิต...
พื้นฐานที่ดี ของการเริ่มต้นเขียนสีน้ำ... คือการฝึกวาดหุ่นนิ่ง เพื่อเรียนรู้เรื่องสี แสงเงา รูปทรง ระยะใกล้ไกลของวัตถุ เป็นต้น "หุ่นนิ่ง" จึงถือได้ว่าเป็น ครูที่ไม่มีชีวิต ของนักเรียนศิลปะ และมีเรื่องสนุกๆ มากมายระหว่างครูหุ่นนิ่ง กับเหล่าบรรดาศิษย์ ที่นั่งล้อมวงวาด...
เมื่อศิษย์...แอบกินครู หลังจากครูสีน้ำ จัดองค์ประกอบหุ่นนิ่ง สอนทฤษฎีการวาดเป็นตัวอย่างแล้ว ก็ปล่อยให้นักเรียนนั่งละเลงสีน้ำได้ตามอารมณ์ นานๆ ครูจะแวะเข้ามาตรวจ-แนะนำสักครั้ง ครั้งหนึ่ง ครูซื้อมังคุดมาประกอบหุ่นนิ่ง ระหว่างนั่งวาด ลูกศิษย์คนหนึ่งก็คิดการใหญ่ ชวนเพื่อนๆ กิน "ครูมังคุด" ด้วยวิธีแยบยล โดยใช้คัดเตอร์ผ่าเปลือกมังคุดแบบครึ่งลูก เมื่อกินเนื้อในหมด ก็นำเปลือกวางประกบไว้จุดเดิม... มังคุด ราชินีแห่งผลไม้ เนื้อในขาวเป็นปุยนุ่น รสหวานซ่อนเปรี้ยวยังติดลิ้น วาดไปก็น้ำลายสอไป พวกเราก็หยิบมังคุดคนละลูก สองลูก ผ่าเปลือกกินเนื้อใน แล้วประกบวางไว้ที่เดิม... หมดคาบเรียนเก็บของกลับบ้าน เพราะเรียนรอบบ่าย มืดแล้วไม่มีห้องไหนมาเรียนต่อ โชคดีครูไม่กลับเข้ามาตรวจงาน...คิดว่าจะรอดตัว ! รุ่งขึ้นเมื่อเด็กรอบเช้า เข้ามาเรียนสีน้ำ ดันไปรื้อจัดมุมหุ่นนิ่งใหม่ ตามที่ชอบ ความเลยแตก เพราะลูกมังคุดมีแต่เปลือกนอกวางประกบหลอกไว้... ครูเรียกไปพบทั้งห้อง ถูกทำโทษด้วยการตัดคะแนน และช่วยกันออกเงินไปซื้อครูหุ่นนิ่งชุดใหม่มาชดเชย...
จะตีกันทำไม...ก็ ไทย เหมือนกัน เขียนถึงวิชาสีน้ำ... ก็คิดถึงครูอีกอย่างคือ แผ่นกระดานรองเขียน สมัยนี้ไม่ค่อยเห็นนักเรียนศิลปะหนีบกันแล้ว คงเก็บไว้ที่โรงเรียน เมื่อก่อนต้องหนีบไป-กลับ เพื่อใช้รองเขียนรูปทำการบ้านต่อ ครั้นจะซื้อไว้ที่บ้านอีกแผ่น ก็เปลืองเงิน... เดินหนีบกระดานรองเขียนแผ่นใหญ่ตามถนน รู้สึกว่าเท่ห์ เมื่อมีคนมอง แต่ก็เกะกะมาก เมื่อต้องโหนรถเมล์ที่มีคนแน่น "กระดานรองเขียน" มีประโยชน์มากยามฝนตก เพราะใช้กันหัวไม่ให้เปียกฝน และเป็นอาวุธป้องกันตัวเอง...อย่างกรณีไม่คาดฝัน...!!! อ้อ !...ลืมบอกไป ผมเรียนศิลปะที่ รร.ไทยวิจิตรศิลป์ แถวพหลโยธิน ซึ่งต้องโหนรถเมล์ไปกลับทุกวัน... วันหนึ่ง หลังเลิกเรียน หนีบกระดานโหนรถเมล์อยู่ตรงบันได ไม่ได้อยากเท่ห์ แต่รถเมล์มันแน่นมากๆ นักเรียนนักเลง ที่ซุ่มอยู่เดินตรงเข้ามาหา...เฮ้ย ! ไอ้น้อง เรียนอยู่ ไทยวิ หรือเปล่าว๊ะ ! ผมยืนนิ่ง...ทำใจดีสู้เสือ แต่ข้างในใจเต้นระทึก...เจ็บตัวแน่ๆ คราวนี้ตู ! ผมเบียดคนแน่นเข้าไปยืนในรถ ได้เวลาไฟเขียวพอดี รถเมล์ออกตัว...รอดตัวไป 3 คนนั้นไม่วิ่งตามขึ้นมา ! ผมจึงยังคงรักษา ศักดิ์ศรีของสถาบัน "เข็มกลัด" และ "หัวเข็มขัด" ที่คู่อริ ไทยยะ ชอบสะสมเอาไว้ได้ ! ! !
อนึ่ง...คิดถึง "ครู" สีน้ำ ภาพสีน้ำชุดนี้ ถ้าจะมองไม่สวย ก็คิดว่าเป็นงานเขียนสีน้ำขั้นพื้นฐานสมัยยังเรียน ปวช. นะครับ และหากจะมองว่าสวย ก็คิดว่าเป็นงานในสมัยเรียนเช่นกัน... เพราะตอนนี้ ผมคงจะเขียนภาพสีน้ำไม่ได้แบบนี้อีกแล้ว ที่สำคัญภาพสีน้ำชุดนี้ มันมีคุณค่าสำหรับผม เพราะมีอายุกว่า 20 ปีแล้ว... มองภาพสีน้ำเก่าเก็บ เขียนถึงครูสีน้ำที่ไม่มีชีวิต ก็คิดรำลึกถึง ครู คนแรก ที่สอนสีน้ำให้กับผมคือ อ.สมบูรณ์ พวงดอกไม้ (ศิลปินสีน้ำหญิง กลุ่มกังหัน) อ.สมบูรณ์ เป็นกันเองกับนักเรียนมาก สอนเทคนิคการวาดสีน้ำ ให้เข้าใจได้โดยง่าย... ศิลปะ... มีคุณค่า และความงามอยู่ในตัว ยิ่งเมื่อผ่านกาลเวลา จะมี "มูลค่า" มากขึ้นตามความมีชื่อเสียง ของศิลปินผู้สร้างสรรค์... แล้วผมจะทำอย่างไรดี ให้มีชื่อเสียงโด่งดัง ภาพสีน้ำสมบัติ บ้าหอบฟาง ชุดนี้ จะได้มีราคา ! ! ! คุณผู้อ่าน...คงจะมีคำตอบอยู่ในใจเหมือนผม...!!! กลับไปฝึก เขียน วาด ละเลงสีน้ำ อีกร้อยรูป พันรูป หมื่นรูป ให้สวยมากกว่านี้ก่อน...ไป๊ ! ! !
|