พิมพ์หน้านี้
|
OKnation สัญจรฯ เพื่อมอบเงินทุน อุปกรณ์การศึกษา เลี้ยงอาหารกลางวัน และจัดกิจกรรมให้กับเด็กๆ รร.บ้านพรุชิง อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อ ๒๓ พ.ค. ๕๑ ที่ผ่านมา เชิญร่วมเดินทางผ่านประสบการณ์ ยิ้ม...ระทึก ไปด้วยกัน
กว่าจะมา...เติมยิ้ม ผมอาสาร่วมสัญจรฯในครั้งนี้ เผื่อว่าจะช่วยเป็นล่าม สร้างความกลมกลืน ระหว่างเด็กๆ รร.บ้านพรุชิง และพี่ๆชาวโอเคเนชั่น ด้วยว่าเป็นการสัญจรสู่ภาคใต้ท้องถิ่นเกิด อันมีความต่างทางภาษาและวัฒนธรรม การเดินทางไกลไปพื้นที่เสี่ยง แม้ชาวโอเคเนชั่นจะไม่หวั่น พร้อมที่จะร่วมอาสาไปเติมยิ้มให้น้องๆด้วยความห่วงใย แต่เพื่อความเหมาะสมในสถานการณ์ กำหนดการจึงไปแบบเงียบๆ โดยมีตัวแทนบล็อกเกอร์โอเคเนชั่น ร่วมสัญจรฯในครั้งนี้ ๑๔ คน พี่ๆชาวโอเคฯ ๑๐ กว่าคน กับน้องๆ รร.บ้านพรุชิง ๒๐๐ กว่าคน รอยยิ้ม คงไม่สัมพันธ์ทั่วถึง ห้องเล็กๆของผมจึงกลายเป็นโรงงานย่อมๆ เพื่อผลิตรอยยิ้ม...
หน้ากากยิ้ม กว่า ๕๐ ใบ จึงเสมือนเป็นตัวแทนของชาวโอเคเนชั่น ที่ร่วมสัญจรฯ ไปจัดกิจกรรม เปิดเทอม...เติมยิ้มน้อง ที่ รร.บ้านพรุชิง พร้อมๆกับ ๑๔ ชีวิตที่เดินทางไกล ด้วยใจ...ยิ้มสู้
ยิ้มฝ่า...หน้ามรสุม ภาคใต้ช่วงนี้เป็นหน้ามรสุม มีลมฝนพัดกระหน่ำเป็นระยะๆ ตลอดการเดินทาง ด้วยความชำนานของ พี่บัง คนขับรถตู้ จึงนำคณะฯมาถึง อ.ทุ่งสง ตั้งแต่เช้ามืด แวะสมทบบล็อกเกอร์ในพื้นที่ ป๋าโด่ง และ เณรรูน และรับสิ่งของที่ขนส่งมาล่วงหน้า ที่ศูนย์ข่าวเนชั่น อ.หาดใหญ่ โดยมีนายด่านศุลกากร เป๊ปซี่ และคุณหมู จากด่าน อ.สะเดา คอยตรวจตราสิ่งของ ว่าส่งมอบมาอย่างถูกต้องตามกฎของน้ำใจหรือเปล่า ? ก่อนนำคณะฯ ไปทานอาหารเช้า ติ่มซำ ร้านอร่อยขึ้นชื่อของ อ.หาดใหญ่...
คณะฯ เดินทางต่ออีกหลายกิโลฯกว่าจะถึง อ.เทพา ระหว่างรอรถตำรวจนำทาง ที่ตลาดบ้านพรุชิง สังเกตได้ถึงความเงียบเหงา ของวิถีชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่... ในความปกติ ที่ไม่ปกติ ! รถเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือขับนำขบวน ผ่านบ้านเรือนประชาชนน้อยหลัง ตลอดสองข้างทางเป็นสวนยางพารา...หนาทึบ ! พื้นถนนยังเปียกแฉะจากฝนตกเมื่อคืน กิ่งไม้ถูกลมพัดหักขวางถนนอยู่เป็นระยะๆ ใจเต้นระทึก ! ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนตั้งเค้า ผมภาวนาขออย่าให้ฝนตก เพราะไม่อยากมอบรอยยิ้มให้เด็กๆ ท่ามกลางสายฝน
ถึง รร.บ้านพรุชิง ที่ซ่อนตัวอยู่กลางสวนยางฯ แรกก้าวลงจากรถ ไม่ได้ยินเสียงไวโอลิน เสียงกลองแขก ในจังหวะ รองเง็ง กลับเป็นเพลงเพื่อชีวิตจากศิลปินโฟล์คเหน่อ ที่ครูพันธกานท์ นำมาเปิดต้อนรับชาวคณะฯ ... เพลิงเผาผลาญบ้านพรุชิง... เป็นเพลงต้อนรับที่เศร้าซึ้ง ไม่รู้บล็อกเกอร์ท่านอื่นจะรู้สึกเช่นไร...สำหรับผม มันสะอื้นอยู่ในใจ ! มองไปทั่วโรงเรียน ไม่เห็นร่องรอยของอาคารที่ถูกคนร้ายเผาตามเนื้อเพลง นอกจากแววตาใสๆของเด็กๆ ที่มาคอยพี่ๆตั้งแต่เช้า...
บนเวทีเล็กๆ ในอาคารเปิดโล่ง เสียงกลองผสานเสียงปรบมือดังขึ้นเป็นจังหวะเร้าใจ คุณครูที่มาคอยต้อนรับ เชิญให้ไปชมการแสดง ลิเกฮูลู ที่โรงเรียนเตรียมไว้ต้อนรับ เด็กๆแสดงได้น่ารัก มีมุกฮาๆ ด้วยสำเนียงพูดพื้นถิ่น รีบทำเวลา ฟังลิเกฮูลูไป จัดเตรียมสถานที่ไป บล็อกเกอร์ต่างช่วยกันขนสิ่งของลงจากรถ จัดเตรียมอุปกรณ์ทำกิจกรรม ผมชวน คุณ mookie พี่ฅนผ่านทาง คุณกุ่ย จากค่ายเนชั่นอาสา ช่วยกันตกแต่งสถานที่... "หน้ากากยิ้ม" เสมือนเป็นตัวแทนชาวโอเคเนชั่น จึงถูกแขวนส่งยิ้มให้น้องๆ ไปทั่วลานกิจกรรม
พักเที่ยงทานอาหารปักษ์ใต้รสจัดจ้าน ที่ชาวบ้านเตรียมไว้ต้อนรับ หลายคนซี๊ดปาก...เผ็ดถึงใจ มีบางอย่างที่ผมอยากกินแต่ไม่กล้ากิน ด้วยเกรงใจเพื่อนๆ ตอนนั่งรถกลับ... เพราะมันคือ...สะตอ !
สื่อภาษา...ด้วยรอยยิ้ม นอกจากเงินและสิ่งของ ก็มีกิจกรรมนันทนาการ ที่นำมาจัดให้เด็กๆได้ร่วมสนุก และแสดงออก... ลานเกมสนุก เติมยิ้มโดย คุณวิตามินบี พี่มะอึก อ.ศุภศรุต นำเด็กๆ ชั้นอนุบาล และ ป.๑-๒ , ป.๔ แข่งกันประดิษฐ์หน้ากาก, ลูกโป่งยิ้ม และเล่นเกมสนุกๆ กันแบบเหงื่อชุ่ม เพราะอยู่ในอาคารที่ร้อนอบอ้าว...
ลานศิลปะ เติมยิ้มโดย คุณ Din อ.พรชัย และ คุณอะหนึ่ง นำเด็กๆ ชั้น ป.๓ , ป.๕-๖ วาดสีน้ำใต้ร่มไม้ อย่างรื่นรมย์...
ที่คิดว่าจะมาช่วยเป็นล่ามก็ไม่ได้ผล เพราะเด็กๆที่นี่นับถือศาสนาอิสลาม พูดภาษายาวี ในชีวิตประจำวัน เด็กๆฟังพี่ๆเข้าใจ แต่ไม่ตอบในคำถาม จะด้วยความเขินอาย หรือไม่กล้าพูดกับคนแปลกหน้า แต่ก็มีบางคนที่กล้าพูด กล้าถาม แล้วอธิบายต่อเป็นภาษายาวี ให้เพื่อนๆเข้าใจ ไม่รู้บล็อกเกอร์ท่านอื่น จะพูดกับเด็กๆได้รู้เรื่องหรือเปล่า ส่วนผม แหลงใต้ผสมกลาง จนเด็กๆรู้สึกคุ้นเคย ไม่เป็นคนแปลกหน้ามากนัก... ความเขินอาย คือการแสดงออกอันบริสุทธิ์ของเด็กๆในชนบท ที่ไม่ได้ถูกแต่งเติม ยัดเยียด จากสื่อมายารอบๆตัว แม้พี่ๆและเด็กๆ จะสื่อสารต่างกันด้วยภาษาพูด แต่ก็มีภาษากายที่ส่งใจถึงกันได้ นั่นคือ...รอยยิ้ม
เปรี้ยง ! เปรี้ยง ! ครืน ! ครืน ! เสียงฟ้าร้องดังลั่นไปทั่วโรงเรียน อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแบบนี้ คนแปลกหน้าตกใจ...สะดุ้ง ! แต่เด็กๆนั่งวาดรูปหน้าตาเฉย หรือพวกเขาจะคุ้นชินกับเสียง "ฟ้าฝนสามฤดู" ของภาคใต้ คงแยกออกได้ว่าไม่ใช่เสียง...มฤตยูลูกน้อยหน่า กิจกรรมศิลปะจบพอดี เด็กๆหลายคนวาดสีน้ำได้สวย...บริสุทธิ์ ยังไม่ทันจะตัดสินมอบรางวัล ฝนก็เทลงมาอย่างกระหน่ำ ทั้งเด็กๆและพี่ๆ ต่างเก็บของวิ่งหลบฝนเข้าในอาคารเรียน... ด้านฝั่งกิจกรรมเกม คุณ BlueHill ก็นำคณะฯ ส่งมอบน้ำใจ จากชาวโอเคเนชั่น ให้กับครูใหญ่ท่ามกลางสายฝน
ระหว่างรอฝนหยุด ผมเดินไปดูร่องรอยของอาคารที่ถูกเผา คงจะเศร้าเมื่อได้เห็นกองถ่าน กลับรู้สึกดีใจที่ไม่เจอภาพนั้น... เด็กๆไม่ควรเห็นภาพอันโหดร้าย ในโรงเรียนของพวกเขานานเกินไป ! คุณครูเล่าว่า ในขณะที่ครูยังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนของตัวเอง โดยไม่คาดคิด เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ผู้นำชุมชนและผู้ปกครองที่นี่ให้ความร่วมมือดีมาก จัดประชุมเพื่อหาเงินมาสร้างอาคารใหม่ทันที รีบดำเนินการให้ซากอาคารและกองเถ้าถ่าน หายไปก่อนเปิดเทอมใหม่ อาคารที่โดนลอบวางเพลิง จึงได้รับการสร้างใหม่เกือบสมบูรณ์ ยังขาดงบบางส่วนเช่น ฝ้าเพดาน, บานประตู หน้าต่าง และอุปกรณ์ในห้องเรียน เงินทุนและสิ่งของ ที่ได้รับจากน้ำใจของชาวโอเคเนชั่น คงมีส่วนช่วยได้ในระดับหนึ่ง ! "เตอรีมอกาเซะ Blogger OKnation...ขอบคุณ บล็อกเกอร์ โอเคเนชั่น"
เดินผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาคอยเฝ้าระวัง อยากจะเข้าไปพูดคุย แต่ไม่กล้า...เพราะปืนยาวดูน่ากลัว ! ได้ป้ายชื่อคล้องคอเป็นใบเบิกทาง เมื่อตำรวจหนุ่มเรียกไปถาม มาจากไหนกัน...แล้วบล็อกเกอร์ คืออะไรครับ ผมตอบแล้วถามกลับ อยู่ประจำที่นี่นานหรือยัง...เป็นคนใต้หรือเปล่าครับ ตำรวจหนุ่มบอกว่า เคยอยู่ที่ จ.ยะลา ๒ ปีกว่า อยู่ที่นั่นมีความกดดันมาก ต้องระวังตัวทุกเวลา เพิ่งย้ายมาประจำที่นี่ได้ ๒-๓ เดือน ความรู้สึกกดดันน้อยลง สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือคนใกล้ชิด...ที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือคนใกล้ตัว ระเบิดเวลา กับระเบิดอารมณ์ เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ! ผมทำได้เพียงแค่ ยิ้มให้กำลังใจตำรวจหนุ่ม และขอบคุณเจ้าหน้าที่ ผู้เสียสละทุกคน
ดูทีท่าว่าฝนจะไม่หยุดตก ฟ้ายังคงมืดครึ้ม เป็นห่วงตำรวจที่มาดูแล และผู้ปกครองที่มารอรับเด็กๆกลับบ้าน คณะบล็อกเกอร์ขึ้นรถกลับ... ผมมองผ่านกระจกหลังรถ ภาพคุณครูและเด็กๆ ยืนรอส่งโบกมือบ๊ายบาย กลางสายฝน เป็นภาพรอยยิ้มที่ยังตรึงใจ... รถเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับนำหน้ารถคณะฯฝ่าลมฝน...ผ่านดงสวนยาง ออกจากโรงเรียนบ้านพรุชิง กิ่งไม้ยังคงหักโค่นขวางถนนอยู่เป็นระยะ พี่มะอึก ยังคงตะโกนบอกให้...ใจเต้นระทึก !
๑๑ ชีวิต สัญจรฯถึงที่พักแรมใน จ.ตรัง อย่างปลอดภัย ผมได้ยินบล็อกเกอร์ mookie ซึ่งเดินทางไกลมาจากจังหวัดชายแดนภาคตะวันออก เปรยคำถามในร้านอาหารมื้อค่ำ... เราไม่ใช่คนใหญ่คนโต ไม่อยากมีรถตำรวจนำขบวน...ประเทศไทยของเรา ทำไมเราถึงเดินทางไปเยี่ยมเด็กๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้อย่างเสรี มันเป็นคำถาม ที่ยากเกินอธิบายว่า...ทำไม !? ะ๑ ะ๑ ะ๑ ะ๑ ะ๑ ะ๑ ะ๑ ะ๑ ะ๑ ะ๑ ะ๑ ะ๑
|