• อะหนึ่ง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : inmindhand@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-25
  • จำนวนเรื่อง : 70
  • จำนวนผู้ชม : 43702
  • จำนวนผู้โหวต : 365
  • ส่ง msg :
M!ndhand blog : หนึ่งสมอง...สองมือ
คือร่างความคิด จากนักออกแบบอิสระ...เมื่อความฝันรกสมอง ก็เลยต้องลงมือเขียน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/mindhand
วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม 2551
แลเยาว์...ชีวิตเปื้อนโคลนกลางป่าชายเล
Posted by อะหนึ่ง , ผู้อ่าน : 253 , 18:23:45 น.   | หมวดหมู่ : เที่ยวไป ทำงานไป  
พิมพ์หน้านี้


“ ผมไม่เคยรู้จักธรรมชาติอย่างหนึ่ง ที่เรียกว่า...ป่าชายเลน ”

   รู้แต่เพียงว่า ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงเยาว์หนึ่ง ชีวิตก็ผูกพันอยู่กับป่า หันหน้าก็เห็นป่าอยู่ริมเล หันหลังก็เห็นป่าอยู่บนเขา...
เยาว์นั้น รู้จักแต่ว่า ธรรมชาติเบื้องหน้า ใครๆเค้าก็เรียกกันว่า ป่าชายเล บ้างก็เรียกสั้นๆ ว่า ป่าโพร๊ะ

ไปไหน๊.....ไปไหน๊ !..... ไปโพร๊ะ
โหย่ไหน๊...โหย่ไหน๊ !... โหย่ป่าชายเล

   คำทักทายและคำถามสั้นๆ แบบแหลงใต้ เป็นอันรู้กันว่า ใครคนหนึ่งกำลังจะไป หรือหายไปทำอะไรอยู่ที่...ป่าริมทะเล

"ตั้งแต่แรกเยาว์ จนถึงเยาว์วัย ชีวิตผมก็เปื้อนโคลนอยู่กลางป่าชายเลเช่นกัน"

   เมื่อจำต้องล้างคราบโคลน พาชีวิตมาเปื้อนฝุ่น อยู่กลางป่าคอนกรีต ได้เล่าเรียนศึกษาผ่านสื่อสั่งสม ภาพผืนป่าหลากหลายประเภทผ่านตา ทั้งป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ซึ่งล้วนเขียวขจีอยู่บนภูเขาสูง...

แต่มีระบบนิเวศสุดแสนมหัศจรรย์ อยู่อย่างหนึ่ง ที่เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นดินกับผืนน้ำทะเล...

ผมจึงได้รับรู้ว่า ป่าชายเล หรือ ป่าโพร๊ะ ที่ผมผูกพันอยู่ในวัยเด็กนั้น มีชื่อจริงว่า ป่าชายเลน...และป่าพรุ

เรื่องราวของป่าชายเลน และป่าพรุ ยังบอกให้รับรู้อีกด้วยว่า เป็นป่าที่มีความสำคัญยิ่งต่อมนุษย์ และธรรมชาติ...

- เป็นแหล่งผลิตอาหารและพลังงาน
- เป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์นานาชนิด
- เป็นสถานอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน
- เป็นป้อมปราการป้องกันแนวชายฝั่ง
- เป็นแหล่งบำบัดน้ำเสียจากชุมชน
- เป็นโรงงานผลิตภัณฑ์นานาชนิด
- เป็นโรงหมอให้ยารักษาโรค
- เป็นแหล่งประกอบอาชีพทางเศรษฐกิจ
- เป็นโรงเรียนรู้และสวนสนุก
  ...............................................ฯลฯ

ทุกครั้งที่อ่านบทความ ดูภาพถ่าย หรือดูสารคดีเกี่ยวกับป่าชายเลน และป่าพรุ ผมไม่เชื่อ... “ เป็นไปได้หรือ...ป่าอะไรกันจะมหัศจรรย์เยี่ยงนี้ ”

   บ้านผมเป็นเกาะขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก มีทั้งที่เป็นภูเขา และพื้นที่ราบ โอบล้อมด้วยผืนน้ำที่เรียกว่า ทะเลสาบสงขลา

จึงมีป่าไม้อยู่หลายประเภท เป็นป่าชุมชน ที่คนหากินอยู่กับป่าได้ โดยเฉพาะรอบๆเกาะ ช่วงรอยต่อระหว่างผืนดิน กับทะเล จะเป็นป่าที่ผสมผสานระหว่างป่าชายเลน และป่าพรุ แม้จะเป็นป่าขนาดเล็ก มีระบบนิเวศขนาดย่อม แต่มันก็มีคุณค่าสูงยิ่ง สำหรับชีวิตคนบนเกาะ...

ร ว ม ทั้ ง ชี วิ ต ผ ม ! ! !

   ในวันหยุด เด็กชายอะหนึ่ง จะจูงวัวของพ่อ ออกไปกลางทุ่งนาตั้งแต่เช้า เพื่อสมทบกับผองเพื่อนวัยเดียวกัน...

บางคนก็แบกจอบ บางคนก็แบกพร้า บ้างก็หอบคันเบ็ด บ้างก็พกปางนู...
หลังจากผูกวัวของแต่ละคน ให้เล็มหญ้า กินฟางอยู่กลางทุ่งนาแล้ว พวกเราก็ชวนกันไปปฏิบัติภาระกิจกลางป่าชายเลน...อาวุธที่พกกันมาก็เริ่มปฏิบัติการ...

“เพียงใช้จอบคุ้ยเขี่ยใบไม้ที่ทับถม ไส้เดือนไต่ยั๊วเยี้ย สะดีดสะดิ้ง
ตั๊กแตนบนดอกปอสีเหลืองจ้องตลึง เอื้อมมือไปคว้าหมับ จับมาใส่ในกระเชิง”

   เพื่อนบางคนก็เตรียมคันเบ็ดรอไว้ เสียบไส้เดือน หรือตั๊กแตนเข้ากับตาเบ็ด แล้วนำไปปักไว้ตามพุ่มต้นกก หรือพงรากต้นโกงกางที่มีน้ำขัง แล้วปล่อยเบ็ดไว้อย่างนั้น...

“ต้นลำพูน้อยใหญ่ แทงรากโผล่น้ำดินเพื่อหายใจ ต้นโกงกางแผ่รากชอนไชหนาทึบ ต้นไทรรากย้อยห้อยโตงเตง”

   ต้นไม้ในป่าชายเลนมีลักษณะพิเศษ ! ตรงที่ลำต้นไม่สูงมาก แผ่กิ่งก้านสาขาจนพัวพันกัน ไม่รู้ว่ากิ่งไหนเป็นของต้นไหน...พวกเราขึ้นไปห้อยโหนกันแบบทาร์ซาน ปีนต้นนี้ ไปต้นโน้น เล่นสนุกแบบให้เสียงดังน้อยที่สุด...หูคอยฟังเสียง...

“น้ำกระเพื่อม แตกกระเซ็น ปลาดุกหนวดยาว ปลาช่อนตัวเขื่อง ปลาหมอตัวโต
แข่งกันดิ้นทุรนทุราย เพียงหวังจะให้ปากตัวเองหลุดจากคันเบ็ด”

เพื่อนบางคนรีบกระโดดลงไปช่วย จับปลาอ้าปากเอาตาเบ็ดออก จับใส่ข้องแช่น้ำไว้ไม่ให้ปลาตาย ก่อนหยิบไส้เดือนตัวใหม่ เสียบเข้ากับตาเบ็ดปักไว้ที่เดิม...

   ตะวันเที่ยงแล้ว กลางป่าชายเลนเย็นร่มจากต้นไม้ใบหนา แต่กลางนาแดดร้อนจัด พวกเราวิ่งฝ่าแดดออกไปย้ายวัว ไปนอนพักตรงแดดร่มใต้เงาตาล ก่อนวิ่งกลับมากินข้าวห่อ อิ่มแล้วก็ผูกผ้าขาวม้าเป็นเปลนอนกับต้นไทร หลับสบาย โดยมีนกกรงหัวจุก จีบกันขันเสียงกล่อม...

จนบ่ายเย็น เมื่อได้ปลาพอแบ่งได้ครบคนแล้ว ก็เก็บของออกจากป่า ไปจูงวัวเดินกลับบ้าน...
หากวันไหนเล่นเพลินจนมืดค่ำ เพียงแค่พวกเราเก็บดอกลำพู ตัดยอดปรงอ่อนๆ ตัดใบจากไปให้พ่อตากแห้งไว้มวน
ยาสูบ พร้อมกับปลาร้อยเป็นพวงกลับไปให้แม่...เท่านี้พวกเราก็ไม่โดนตีจนก้นลาย ! ! !

   หากวันไหนมีงานวัด ค่ำคืนก็ต้องมีหนังตะลุง พวกเราจะร่วมงานกันหนักเป็นพิเศษ ! ทั้งวางเบ็ด ทั้งวางกัด ทั้งดักไซ เพื่อจับปลาให้ได้มากขึ้น บางฤดูก็เก็บหน่อยอดปรง ดอกลำพู หาเห็ดตับเต่า เห็ดโคน หรือขุดหัวแห้วไปต้ม  เหลือจากแบ่งไว้กินที่บ้าน ก็จะนำไปเดินเร่ขาย ลุง ป้า น้า อา เพื่อหาเงินไว้เที่ยวงานวัดยามค่ำคืน

“ปูปลามากมาย หน่อยอดไม้ใบ แหล่งอาหาร แหล่งอาชีพ แหล่งรายได้ ที่ไม่มีวันหมดจากป่าชายเลน”

   ป่าชายเลนกระจายตัวเป็นกลุ่มๆ อยู่ริมฝั่ง ทั้งบริเวณพื้นที่ทำนา และที่ตั้งบ้านเรือนชุมชน ออกมานอกทะเลสาบ ก็จะเป็นสังคมพืชชุ่มน้ำ ทั้งต้นกก กระจูด บัวหลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศป่าชายเลน...
บางครั้ง ผมแจวเรือมาพร้อมกับแม่ นำกัดผืนเล็กของพ่อ วางขึงรอบๆ ก่อนพายเรือเข้าป่ากก ช่วยแม่ตัดต้นกก
ใส่ลำเรือ กลางแดดร้อน...

“แมลงปอบินว่อน หนีนกนางแอ่น ที่บินโฉบออกล่าเหยื่อยามกลางวัน ก่อนกลับไปคายน้ำลาย เพื่อทำรังวางไข่ยามค่ำคืน ที่เกาะสี่เกาะห้า”

   ระหว่างช่วยพายเรือ ผมใช้ไม้พายกระทุ้งน้ำเป็นระยะๆ เพื่อโจมตีเชลยใต้ทะเลแม่เลือกตัดเฉพาะต้นกกกลมใหญ่ใส่จนเต็มลำเรือ ก่อนกลับบ้านพายเรือออกมาสาวกัดที่วางดักไว้ ปลาแขยง ปลากะตัก กุ้งนาตัวใหญ่ ซึ่งว่ายน้ำหนีการโจมตีจากข้าศึกไม้พายเรือ แต่ก็มาติดกับดักที่ผมวางไว้รอบกอกก เพียงเท่านี้ เราก็ได้เสบียงอาหารกลับไปบ้านด้วยแล้ว...

"อ้อ...แม่ยังบอกให้ช่วยเก็บสายบัวก้านอวบๆยาวๆ ไปแกงส้มปลาแขยงในมื้อค่ำด้วย..."

   เสียงไก่ของพ่อขันกรู แม่ตื่นแต่เช้ามืด ใช้สากตำข้าวตำต้นกกที่ตากแดดจนแห้ง แม่ยกสาก ค่อยๆตำต้นกกเบาๆจนแบนเรียบ เพื่อใช้สานเสื่อ สานกระสอบ ซึ่งเป็นอีกอาชีพหนึ่งของแม่ และชาวบ้านคนอื่นๆ อันเป็นผลิตผลที่ได้รับจากป่าชายเลน...
แม่เรียกผมให้ช่วยนำต้นกกที่ตำแบนแล้ว ไปผึ่งแดดต่อให้แห้งสนิท...

“แดดออกแล้ว รีบตื่นเร็วๆ หน่อยลูก”

   เรียกเท่าไหร่ผมก็ไม่ยอมตื่น จนแม่ต้องขึ้นมาตาม ในมือถือต้นกกที่หักรวบพร้อมที่จะเป็นไม้เรียวใช้ขู่...เด็กขี้คล้าน !
เห็นผมนอนคลุมโปง ตัวสั่นเทาหนาวเหน็บ แต่แม่กลับบอกว่าหน้าผากผมร้อนอุ่น รีบตะโกนบอกพ่อให้ไปจุดไฟ
ตั้งเตา ส่วนแม่ออกไปหยิบใบไม้ รากไม้ เปลือกไม้ตากแห้ง ที่เก็บไว้ในลอมข้าว นำมาสับ...สับ...สับ หยิบใส่หม้อดิน ตักน้ำฝนในตุ่มเติมลง นำไปตั้งไฟเคี่ยวจนน้ำในหม้อกลายเป็นสีคล้ำใส...
แม่รินน้ำต้มรากไม้ ใส่กะลามะพร้าวจนเต็ม นำมาให้ผมซด...เอื๊อก...เอื๊อก ฝืนลงคอ อาการขมปี๋...รินออกมาผ่านน้ำตา...

"พ่อตักข้าวสวยร้อนๆใส่จาน ราดแกงส้มสายบัว นำมาให้ผมกินตามหลัง"

   นอนซมชั่วข้ามคืน ไข้ตัวร้อนก็หายเป็นปลิดทิ้ง ผมแกล้งนอนซมต่อตอนเช้าอีกหน่อย บอกแม่ไปลาครูให้ที่โรงเรียน บ่ายๆ ผมก็ออกไป "เรียนเล่น" อยู่กลางป่าชายเลนได้แล้ว...
ตอนเย็นก่อนกลับบ้าน ก็ไม่ลืมที่จะตัดรากไม้ เปลือกไม้บางชนิด ซึ่งผมจำชื่อไม่ได้แล้ว แต่ที่จำได้ดีก็คือ "ต้นเหงือกปลาหมอ"
ไม้พุ่มหนา ใบหยุกหยิก ต้องตัดด้วยความระวัง มิฉะนั้นจะโดนหนามแหลมตำมือให้แสบๆ คันๆ...

“สมุนไพรสารพัดชนิด ที่หาเก็บได้จากป่าชายเลน กลายเป็นสูตรยารักษาสารพัดโรค ของคนในชุมชนได้ โดยไม่ต้องไปซื้อหาจากโรงพยาบาล”

   ตั้งแต่เริ่มหว่านเมล็ด จนต้นข้าวเริ่มตั้งท้อง ประมาณเดือนตุลาคม ก็ย่างเข้าช่วงมรสุม ฟ้าฝนเริ่มตั้งเค้า ฝนตกหนักขึ้น น้ำจากฝั่งผืนดินก็ไหลมารวมกันอยู่ในทะเล ซึ่งเป็นแอ่งรับน้ำขนาดใหญ่ ของชุมชนรอบทะเลสาบ...
หากปีไหนฝนตกหนักนานเกินไป แอ่งรับน้ำก็ทำหน้าที่ไม่ไหว น้ำทะเลท่วมทะลักกลับคืนสู่ฝั่ง ผืนดินบนเกาะกลาง
ทะเลที่บ้านผม ก็โดนน้ำท่วมเกือบทุกปี เช่นกัน...

“แต่ก็มีด่านปราการธรรมชาติ คอยปกป้องพื้นที่นา และบ้านเรือนชุมชนเอาไว้”

   พายุฝนกระหน่ำ พัดคลื่นน้ำเข้าหาฝั่ง จะเจอปราการด่านแรกจากป่ากก คอยช่วยลดความบ้าคลั่ง หากเล็ดลอดเข้ามาได้ก็มาปะทะกับปราการด่านสอง จากป่าโกงกาง ป่าจาก ที่แผ่รากแตกกอเป็นแนวกำแพง คอยต้านแรงคลื่นเอาไว้ให้เบากำลัง...
ส่วนข้าศึกลมบ้าคลั่ง ก็พัดปะทะกับต้นลำพู ต้นไทร ต้นไผ่ ต้นเสม็ด ไม้ยืนต้นระดับสูงของป่าชายเลน ที่แผ่ใบกิ่ง
ก้านหนาทึบคอยช่วยต้านแรงลม ผ่อนหนักให้เป็นเบา...

   ผมเห็นภาพที่นาและบ้านเรือน ที่ไม่มีป่าชายเลนอยู่ด้านหน้า จะโดนแรงคลื่นพัดเข้าที่นาจนต้นข้าวล้มจมน้ำเสียหายยับ ที่บ้านเรือนก็โดนลมพัดพังทลายไปทั้งหลัง แต่พื้นที่นาและบ้านเรือน ที่มีป่าชายเลนเป็นปราการอยู่ด้านหน้า จะได้รับความเสียหายน้อยกว่ามาก...

น้ำท่วมอยู่นานนับเดือน ฝนเริ่มซาท้องฟ้าเปิดสว่าง หลังคลื่นลมสงบ น้ำที่ท่วมขังอยู่ก็ไหลลงกลับคืนสู่ท้องทะเล แต่ป่าชายเลนก็ไม่ยอมให้อภัยเจ้าคลื่นบ้าคลั่ง ยังคงกักเก็บน้ำบางส่วนเอาไว้ต่อรอง...

“สายใยชีวิตใหม่ก่อกำเนิด ปูปลาวางไข่ออกลูกคลัก เชื้อราเริงร่าเติบโตบานเป็นดอกเห็ด หมู่แมกไม้เริ่มผลิยอดอ่อน เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติจากป่าชายเลน เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของคนบนเกาะต่อไป”

   ผมเลื่อนเม้าส์ขึ้นไปอ่าน ประโยชน์ของป่าชายเลน ที่มีต่อมนุษย์และธรรมชาติ อีกครั้ง...

“เชื่อแล้วว่า...ป่าชายเลน เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติจริงๆ”

   เลยเยาว์...ถึงแม้จะมาใช้ชีวิตเปื้อนฝุ่น อยู่ในป่าคอนกรีต แต่คราบโคลนจากป่าชายเล ก็ยังคงติดตัว...และหัวใจรักษ์
ผมจึงไม่รีรอ ที่จะรีบไปลงนามเซ็นต์รับรองในพันธะสัญญา ของชาวโอเคเนชั่น ที่จะสัญจรฯ ไปปลูกป่าชายเลนร่วม
กัน...

คุณครูเจี๊ยบ จะชวนหนุ่มๆ ไปรักษ์ป่าชายเลน ก็ช่าง... ลุงมะอึก จะชวนสาวๆ ไปถีบกระดานเลน เล่นโคลนเก็บหอยแครง ก็ช่าง...

“แต่ เด็กชายอะหนึ่ง จะไปปลูกต้นกล้า เพื่อตอบแทนบุญคุณของ...ป่าชายเล ”

................................................................................................................ 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 33
แม่หมี วันที่ : 16/08/2008 เวลา : 10.33 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

เรื่องราววัยเยาว์ของเด็กชายอนึ่ง อบอุ่น น่ารัก เป็นธรรมชาติ ความรักความอบอุ่นอย่างนี้นี่เองที่หล่อหลอมให้คุณอนึ่ง เป็นคนที่มีจิตใจงาม
รูปวาดน่ารักและสวยมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 32
ย่าดา วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 16.42 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

หากไม่ได้มาอ่านตอนนี้นะ เสียดายแย่เลยคุณอะหนึ่ง
ย่าอยากให้เล่าถึงอาหารที่ทำจากต้นไม้ป่าชายเลนด้วยจะได้ไหมคะน่าสนใจมาก รวบรวมสูตรอาหารแบบนั้นเลยนะคะ ขอโหวดเอ็นทรี่นี้ค่ะ คุณภาพคับแก้ว

อ้อเรื่องสมุด คุณอะหนึ่งซื้อได้จากออนอาร์ดเลยครับผ้ม
มีสมุดมดเล่มเดียวนะคะ อีกเวอร์ไม่ได้ส่งไปจำหน่าย
ความคิดเห็นที่ 31
หมีปิศาจ วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 11.37 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

เขียนได้เยี่ยม ไม่มีตก เลยพี่

เอนทรี่นี้ ผมได้ความรู้หลายอย่างแฮะ
ทั้ง ภาษาใต้ของคำว่า ป่าชายเลน กับ ป่าพรุ
ประโยชน์ของดอกลำพู ที่นำไปใช้เป็นไส้ยาสูบได้ด้วย
อ่านแล้วเข้าใจว่ายังงี้นะพี่

ยังมีเรื่องภูมิปัญญาชาวบ้าน แบบที่พ่อกับแม่พี่
เอาพวกใบไม้มาต้ม ช่วยรักษาอาการไข้ของพี่
เรื่องพวกนี้ คนรุ่นใหม่ๆ แบบพวกเรา ไม่ค่อยจะรู้กันเลย
น่าเสียดายครับ น่าเสียดาย
ความคิดเห็นที่ 30
สนิมกฤช วันที่ : 29/07/2008 เวลา : 03.26 น.
http://www.oknation.net/blog/sanimkrit

อ่านแล้ว..นึกถึงสมัยเด็กครับ.
ถึงแม้บ้านผมจะไม่อยู่ติดกับทะเล..แต่บริเวณแถบนั้น..ก็มีคลองให้รู้จักคำว่า.."ในพรุ หรือในโพร๊ะ" ได้เหมือนกัน..โดยเรียกป่าที่ขี้นตามชายคลองใหญ่ ๆ ที่ส่วนมากจะเป็นไม้กึ่งน้ำกึ่งบก..เช่นโกงกาง และ กก และบางชนิดที่ผมลืมชื่อไปแล้ว..ด้วยความห่างเหินมานานหลายปี.

บ้านผมอยู่ อ.ชะอวด..นครศรีฯ ครับ.
ดีใจที่เจอคนใต้..อีกคนครับ.
ความคิดเห็นที่ 29
วิตามินบี วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 22.01 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


มีอะไรมาฝากบีหรือเปล่าน๊า
ความคิดเห็นที่ 28
คนสวย วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 16.09 น.
http://www.oknation.net/blog/ratana

อ้าว.!..อ่านทวน...พิมพ์ผิดอีกแล้ว....ขออภัย....นะคุณ ะ๑
"ภาพแห่งความหลังครั้งยังเยาว์วัย.....
เปฌนภาพที่งดงามเสมอ......"
ที่ถูกเป็นอย่างนี้นะ
"ภาพแห่งความหลังครั้งยังเยาว์วัย.....
เป็นภาพที่งดงามเสมอ......"
ความคิดเห็นที่ 27
คนสวย วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 16.05 น.
http://www.oknation.net/blog/ratana

คุณอะนึ้ง... คุณ ะ๑..... คนสวยอยากกรี๊ด......
คนอะไร...เขียนเหมือนมานั่งอยู่ในหัวใจคนอ่าน.....
ภาพแห่งความหลังครั้งยังเยาว์วัย.....
เปฌนภาพที่งดงามเสมอ......
เพราะเป็นช่วงวัยที่...ยังบริสุทธ์....สดใส.......
คนสวยโหวตนะจ๊ะ.... +๑ ค่ะ..
๓๒๘เป็นของคนสวยน๊า....... คุณ ะ๑.....
ความคิดเห็นที่ 26
สราลี วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 13.23 น.
http://www.oknation.net/blog/AnuchitIntranum


สวัสดีครับแวะมาเยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 25
chedtha วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 12.54 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ความทรงจำที่สวยงาม)

สวัสดีครับ คุณอะหนึ่ง

ประทับใจกับถ้อยคำที่เล่าเรื่องราวในอดีต
จนต้องแวะมาอ่านซ้ำอีกรอบ
นึกภาพตามไปด้วย เป็นบรรยากาศในอดีตที่สวยงามอยู่ในความทรงจำ

ชอบชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติจริงๆเลยครับ

"ตะวันเที่ยงแล้ว กลางป่าชายเลนเย็นร่มจากต้นไม้ใบหนา แต่กลางนาแดดร้อนจัด พวกเราวิ่งฝ่าแดดออกไปย้ายวัว ไปนอนพักตรงแดดร่มใต้เงาตาล ก่อนวิ่งกลับมากินข้าวห่อ อิ่มแล้วก็ผูกผ้าขาวม้าเป็นเปลนอนกับต้นไทร หลับสบาย โดยมีนกกรงหัวจุก จีบกันขันเสียงกล่อม..."

+1 โหวตให้อีกรอบครับ
ความคิดเห็นที่ 24
ครูแดง วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 10.22 น.
http://www.oknation.net/blog/krudang

สวัสดีคุณอนึ่ง มาเยี่ยมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 23
รัฐศิริ วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 07.37 น.
http://www.oknation.net/blog/rutdy

โดนน็อค คาเวทีกลางป่าชายเลน ยังไม่พอ
เมื่ออัตราต่อรอง "ภาพลับ" ไม่ลงตัว
อะหนึ่ง ต้องโดนน็อค คาบล็อกอีกรอบ

แฮะ...แฮะ....เห็นน้ำจิ้มไหล...ม๊ะครับ
+++++++++
ผมบอกแล้วว่าให้ซื้อภาพลับก่อนลงจากรถครับ ดีใจที่ได้เจอตัวเป็นๆครับ
ความคิดเห็นที่ 22
สายธาร วันที่ : 28/07/2008 เวลา : 07.32 น.
http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
Placing the condition of happiness upon society, Is dangerous.


ความคิดเห็นที่ 21
passama วันที่ : 26/07/2008 เวลา : 17.17 น.
http://www.oknation.net/blog/passama

ย่องมาหลายหนแล้วแหละ..แต่ว่าเน็ตมันช้าถ้าภาพมากคร่าวกันกันนาน...
เห็นภาพนั่งเรืออย่างมีความสุข....แล้วดีใจจ้านที่คนหนุ่มๆ
ชอบบรรยากาศแบบนี้....
ความคิดเห็นที่ 20
chedtha วันที่ : 26/07/2008 เวลา : 13.17 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ความทรงจำที่สวยงาม)

สวัสดีครับ คุณอะหนึ่ง

นี่เป็นนักเขียนมืออาชีพแท้ๆเลยนะ
ช่างเล่าเรื่องราวได้อย่างน่าทึ่ง อ่านสนุก น่าติดตาม
เห็นภาพเด็กชายอะหนึ่ง สมัยอยู่ทะเล และ ป่าชายเลนเลยครับ
เป็นประสบการณ์ในชีวิต ที่น้อยคนจะได้สัมผัสแบบนั้น

อยากได้มีโอกาสไปนั่งตกปลาด้วยจังเลย ชอบกินปลา ขอไปนั่งดูนะ


วันนี้นำภาพดอกไม้ในสวน มาโพสต์ไว้ที่บ้าน chedtha3 นะครับ
http://www.oknation.net/blog/chedtha3/2008/07/25/entry-1
ความคิดเห็นที่ 19
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 26/07/2008 เวลา : 11.08 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ชอบเรื่องกลิ่นอายไอทุ่งเช่นนี้ครับ

โวทให้ 1 คะแนน
ความคิดเห็นที่ 18
feng_shui วันที่ : 26/07/2008 เวลา : 03.29 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

ป๊ะ เดี๋ยวเจอกัน
.
.
.
ความคิดเห็นที่ 17
นักรบนักรัก วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 23.05 น.
http://www.oknation.net/blog/mymemory
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้รับชัยชนะ นั่นคือการที่ คนดีๆนิ่งดูดาย ! !

แต่ละentryของคุณอะหนึ่ง
สมกะเป็นยอดบล้อกเกอร์จริงๆครับ

ทั้งภาพทั้งเรื่อง สนุกสนานสวยงาม ทำเอาอยากกลับไปเป็นเด็กอีกหนเลย
(แม้ผมจะไม่ได้เกิดชายเลนก็ตาม แต่ขี้เลนนี่ผมก็ย่ำมาเละ ฮ่าๆ)
ความคิดเห็นที่ 16
วิตามินบี วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 22.08 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


ลุยเลนจับปูมาตั้งแต่เด็ก
แค่เลนเลอะๆที่เมืองเพชร จิ๊บๆ
กรี๊ดดดดดดด งู

แล้วเด็กหญิงวิตามินบี ก็วิ่งหน้าตั้งจากไป
ความคิดเห็นที่ 15
wansuk วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 21.56 น.
http://www.oknation.net/blog/wansuk

แลเยาว์...ช่างเหมือนกัน
ภาพมันไหล มาเหมือนในหนังเลย พี่ะ๑

ความคิดเห็นที่ 14
นายมะอึก วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 21.56 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom1
 

พกปางนูเลย.....ยิงด้วยลูกหินแน่ ๆ
.
ครูเจี๊ยบ.....งานนี้หาการ์ดที่แข็งแรงหน่อยนะครับ
ดูอาการเด็กชายเจี๊ยบวรนัย...ท่าทางจะเอาเรื่องเอาราวมากกว่าคนเมืองเพชรแน่ ๆ
ความคิดเห็นที่ 13
คนใส่แว่น วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 21.40 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

เขียน สวย
ภาพ สวย
ความคิดเห็นที่ 12
redribbons07 วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 20.44 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07

คลุกคลี กับป่าชายเลนมาแต่วัยเยาว์

งั้นพรุ่งนี้ปลูกเยอะ ๆ เลยนะคะ


ความคิดเห็นที่ 11
mookie วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 20.31 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
::: โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ชีวิตหมุนรอบดวงใจ ร้อนเย็นเปลี่ยนน้ำเป็นไฟ หัวใจเรานี่แหละกระทำ ::: มาชารี...

รูปแรก... ได้จัยมั่ก ๆ .... เห็นผีอยู่เรอะ... หัวตั้งเชียววว...

จะรออ่านตอนกลับมานะ เด็กชาย ะ1 หวังว่าจะต้องเฮฮากั่วนี้เย๊อะ...
ความคิดเห็นที่ 10
aihu วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 20.28 น.
http://www.oknation.net/blog/aihu
การไม่ก้าวเดิน..ย่อมไม่ถึงซึ่งความหมาย

ได้ไปเหมือนกันค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
pinkky วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 20.26 น.
http://www.oknation.net/blog/pinkky

เด็กพรุบาโกย ยะลา จ้า

ความคิดเห็นที่ 8
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 20.20 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น



ความคิดเห็นที่ 7
อัตนัย วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 19.05 น.
http://www.oknation.net/blog/jinnie061
 

น้องใหม่ ขอแวะมาทักทายค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
ศุภศรุต วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 18.51 น.
http://www.oknation.net/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักมานุษยวิทยา

คิดเหรอว่าจะได้ปลุกอย่าง

สันติ


หุหุ



ความคิดเห็นที่ 5
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai



ความคิดเห็นที่ 4
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai


เจอกันพรุ่งนี้จ้า
ความคิดเห็นที่ 3
Kibangkok วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 18.31 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

ป่าชายเลน ปูแสม และต้นโกงกาง อีกไม่ช้าก็จะกลับคึกคักอีกครั้ง ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆๆทๆ่าน เที่ยวกันให้สนุกนะจ๊ะ
อย่าลืมเก็บภาพมาฝากกันด้วยเด้อ
ความคิดเห็นที่ 2
Kibangkok วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 18.30 น.
http://www.oknation.net/blog/thaithai
สีน้ำและเรื่องราวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่.่!!!!!!!!!!!!!! '^'*-.,_,9 :) ลุงกิ๊..

ฉุบ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 18.25 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

หรอยจังหู...
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ