พิมพ์หน้านี้
|
ผมไม่เคยรู้จักธรรมชาติอย่างหนึ่ง ที่เรียกว่า...ป่าชายเลน รู้แต่เพียงว่า ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงเยาว์หนึ่ง ชีวิตก็ผูกพันอยู่กับป่า หันหน้าก็เห็นป่าอยู่ริมเล หันหลังก็เห็นป่าอยู่บนเขา... ไปไหน๊.....ไปไหน๊ !..... ไปโพร๊ะ คำทักทายและคำถามสั้นๆ แบบแหลงใต้ เป็นอันรู้กันว่า ใครคนหนึ่งกำลังจะไป หรือหายไปทำอะไรอยู่ที่...ป่าริมทะเล "ตั้งแต่แรกเยาว์ จนถึงเยาว์วัย ชีวิตผมก็เปื้อนโคลนอยู่กลางป่าชายเลเช่นกัน"
เมื่อจำต้องล้างคราบโคลน พาชีวิตมาเปื้อนฝุ่น อยู่กลางป่าคอนกรีต ได้เล่าเรียนศึกษาผ่านสื่อสั่งสม ภาพผืนป่าหลากหลายประเภทผ่านตา ทั้งป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ ซึ่งล้วนเขียวขจีอยู่บนภูเขาสูง... แต่มีระบบนิเวศสุดแสนมหัศจรรย์ อยู่อย่างหนึ่ง ที่เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นดินกับผืนน้ำทะเล... ผมจึงได้รับรู้ว่า ป่าชายเล หรือ ป่าโพร๊ะ ที่ผมผูกพันอยู่ในวัยเด็กนั้น มีชื่อจริงว่า ป่าชายเลน...และป่าพรุ เรื่องราวของป่าชายเลน และป่าพรุ ยังบอกให้รับรู้อีกด้วยว่า เป็นป่าที่มีความสำคัญยิ่งต่อมนุษย์ และธรรมชาติ... - เป็นแหล่งผลิตอาหารและพลังงาน ทุกครั้งที่อ่านบทความ ดูภาพถ่าย หรือดูสารคดีเกี่ยวกับป่าชายเลน และป่าพรุ ผมไม่เชื่อ... เป็นไปได้หรือ...ป่าอะไรกันจะมหัศจรรย์เยี่ยงนี้
บ้านผมเป็นเกาะขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็ก มีทั้งที่เป็นภูเขา และพื้นที่ราบ โอบล้อมด้วยผืนน้ำที่เรียกว่า ทะเลสาบสงขลา จึงมีป่าไม้อยู่หลายประเภท เป็นป่าชุมชน ที่คนหากินอยู่กับป่าได้ โดยเฉพาะรอบๆเกาะ ช่วงรอยต่อระหว่างผืนดิน กับทะเล จะเป็นป่าที่ผสมผสานระหว่างป่าชายเลน และป่าพรุ แม้จะเป็นป่าขนาดเล็ก มีระบบนิเวศขนาดย่อม แต่มันก็มีคุณค่าสูงยิ่ง สำหรับชีวิตคนบนเกาะ... ร ว ม ทั้ ง ชี วิ ต ผ ม ! ! !
ในวันหยุด เด็กชายอะหนึ่ง จะจูงวัวของพ่อ ออกไปกลางทุ่งนาตั้งแต่เช้า เพื่อสมทบกับผองเพื่อนวัยเดียวกัน... บางคนก็แบกจอบ บางคนก็แบกพร้า บ้างก็หอบคันเบ็ด บ้างก็พกปางนู... เพียงใช้จอบคุ้ยเขี่ยใบไม้ที่ทับถม ไส้เดือนไต่ยั๊วเยี้ย สะดีดสะดิ้ง เพื่อนบางคนก็เตรียมคันเบ็ดรอไว้ เสียบไส้เดือน หรือตั๊กแตนเข้ากับตาเบ็ด แล้วนำไปปักไว้ตามพุ่มต้นกก หรือพงรากต้นโกงกางที่มีน้ำขัง แล้วปล่อยเบ็ดไว้อย่างนั้น... ต้นลำพูน้อยใหญ่ แทงรากโผล่น้ำดินเพื่อหายใจ ต้นโกงกางแผ่รากชอนไชหนาทึบ ต้นไทรรากย้อยห้อยโตงเตง ต้นไม้ในป่าชายเลนมีลักษณะพิเศษ ! ตรงที่ลำต้นไม่สูงมาก แผ่กิ่งก้านสาขาจนพัวพันกัน ไม่รู้ว่ากิ่งไหนเป็นของต้นไหน...พวกเราขึ้นไปห้อยโหนกันแบบทาร์ซาน ปีนต้นนี้ ไปต้นโน้น เล่นสนุกแบบให้เสียงดังน้อยที่สุด...หูคอยฟังเสียง... น้ำกระเพื่อม แตกกระเซ็น ปลาดุกหนวดยาว ปลาช่อนตัวเขื่อง ปลาหมอตัวโต เพื่อนบางคนรีบกระโดดลงไปช่วย จับปลาอ้าปากเอาตาเบ็ดออก จับใส่ข้องแช่น้ำไว้ไม่ให้ปลาตาย ก่อนหยิบไส้เดือนตัวใหม่ เสียบเข้ากับตาเบ็ดปักไว้ที่เดิม... ตะวันเที่ยงแล้ว กลางป่าชายเลนเย็นร่มจากต้นไม้ใบหนา แต่กลางนาแดดร้อนจัด พวกเราวิ่งฝ่าแดดออกไปย้ายวัว ไปนอนพักตรงแดดร่มใต้เงาตาล ก่อนวิ่งกลับมากินข้าวห่อ อิ่มแล้วก็ผูกผ้าขาวม้าเป็นเปลนอนกับต้นไทร หลับสบาย โดยมีนกกรงหัวจุก จีบกันขันเสียงกล่อม... จนบ่ายเย็น เมื่อได้ปลาพอแบ่งได้ครบคนแล้ว ก็เก็บของออกจากป่า ไปจูงวัวเดินกลับบ้าน... หากวันไหนมีงานวัด ค่ำคืนก็ต้องมีหนังตะลุง พวกเราจะร่วมงานกันหนักเป็นพิเศษ ! ทั้งวางเบ็ด ทั้งวางกัด ทั้งดักไซ เพื่อจับปลาให้ได้มากขึ้น บางฤดูก็เก็บหน่อยอดปรง ดอกลำพู หาเห็ดตับเต่า เห็ดโคน หรือขุดหัวแห้วไปต้ม เหลือจากแบ่งไว้กินที่บ้าน ก็จะนำไปเดินเร่ขาย ลุง ป้า น้า อา เพื่อหาเงินไว้เที่ยวงานวัดยามค่ำคืน ปูปลามากมาย หน่อยอดไม้ใบ แหล่งอาหาร แหล่งอาชีพ แหล่งรายได้ ที่ไม่มีวันหมดจากป่าชายเลน
ป่าชายเลนกระจายตัวเป็นกลุ่มๆ อยู่ริมฝั่ง ทั้งบริเวณพื้นที่ทำนา และที่ตั้งบ้านเรือนชุมชน ออกมานอกทะเลสาบ ก็จะเป็นสังคมพืชชุ่มน้ำ ทั้งต้นกก กระจูด บัวหลวง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศป่าชายเลน... แมลงปอบินว่อน หนีนกนางแอ่น ที่บินโฉบออกล่าเหยื่อยามกลางวัน ก่อนกลับไปคายน้ำลาย เพื่อทำรังวางไข่ยามค่ำคืน ที่เกาะสี่เกาะห้า ระหว่างช่วยพายเรือ ผมใช้ไม้พายกระทุ้งน้ำเป็นระยะๆ เพื่อโจมตีเชลยใต้ทะเลแม่เลือกตัดเฉพาะต้นกกกลมใหญ่ใส่จนเต็มลำเรือ ก่อนกลับบ้านพายเรือออกมาสาวกัดที่วางดักไว้ ปลาแขยง ปลากะตัก กุ้งนาตัวใหญ่ ซึ่งว่ายน้ำหนีการโจมตีจากข้าศึกไม้พายเรือ แต่ก็มาติดกับดักที่ผมวางไว้รอบกอกก เพียงเท่านี้ เราก็ได้เสบียงอาหารกลับไปบ้านด้วยแล้ว... "อ้อ...แม่ยังบอกให้ช่วยเก็บสายบัวก้านอวบๆยาวๆ ไปแกงส้มปลาแขยงในมื้อค่ำด้วย..." เสียงไก่ของพ่อขันกรู แม่ตื่นแต่เช้ามืด ใช้สากตำข้าวตำต้นกกที่ตากแดดจนแห้ง แม่ยกสาก ค่อยๆตำต้นกกเบาๆจนแบนเรียบ เพื่อใช้สานเสื่อ สานกระสอบ ซึ่งเป็นอีกอาชีพหนึ่งของแม่ และชาวบ้านคนอื่นๆ อันเป็นผลิตผลที่ได้รับจากป่าชายเลน... แดดออกแล้ว รีบตื่นเร็วๆ หน่อยลูก เรียกเท่าไหร่ผมก็ไม่ยอมตื่น จนแม่ต้องขึ้นมาตาม ในมือถือต้นกกที่หักรวบพร้อมที่จะเป็นไม้เรียวใช้ขู่...เด็กขี้คล้าน ! "พ่อตักข้าวสวยร้อนๆใส่จาน ราดแกงส้มสายบัว นำมาให้ผมกินตามหลัง" นอนซมชั่วข้ามคืน ไข้ตัวร้อนก็หายเป็นปลิดทิ้ง ผมแกล้งนอนซมต่อตอนเช้าอีกหน่อย บอกแม่ไปลาครูให้ที่โรงเรียน บ่ายๆ ผมก็ออกไป "เรียนเล่น" อยู่กลางป่าชายเลนได้แล้ว... สมุนไพรสารพัดชนิด ที่หาเก็บได้จากป่าชายเลน กลายเป็นสูตรยารักษาสารพัดโรค ของคนในชุมชนได้ โดยไม่ต้องไปซื้อหาจากโรงพยาบาล
ตั้งแต่เริ่มหว่านเมล็ด จนต้นข้าวเริ่มตั้งท้อง ประมาณเดือนตุลาคม ก็ย่างเข้าช่วงมรสุม ฟ้าฝนเริ่มตั้งเค้า ฝนตกหนักขึ้น น้ำจากฝั่งผืนดินก็ไหลมารวมกันอยู่ในทะเล ซึ่งเป็นแอ่งรับน้ำขนาดใหญ่ ของชุมชนรอบทะเลสาบ... แต่ก็มีด่านปราการธรรมชาติ คอยปกป้องพื้นที่นา และบ้านเรือนชุมชนเอาไว้ พายุฝนกระหน่ำ พัดคลื่นน้ำเข้าหาฝั่ง จะเจอปราการด่านแรกจากป่ากก คอยช่วยลดความบ้าคลั่ง หากเล็ดลอดเข้ามาได้ก็มาปะทะกับปราการด่านสอง จากป่าโกงกาง ป่าจาก ที่แผ่รากแตกกอเป็นแนวกำแพง คอยต้านแรงคลื่นเอาไว้ให้เบากำลัง... ผมเห็นภาพที่นาและบ้านเรือน ที่ไม่มีป่าชายเลนอยู่ด้านหน้า จะโดนแรงคลื่นพัดเข้าที่นาจนต้นข้าวล้มจมน้ำเสียหายยับ ที่บ้านเรือนก็โดนลมพัดพังทลายไปทั้งหลัง แต่พื้นที่นาและบ้านเรือน ที่มีป่าชายเลนเป็นปราการอยู่ด้านหน้า จะได้รับความเสียหายน้อยกว่ามาก... น้ำท่วมอยู่นานนับเดือน ฝนเริ่มซาท้องฟ้าเปิดสว่าง หลังคลื่นลมสงบ น้ำที่ท่วมขังอยู่ก็ไหลลงกลับคืนสู่ท้องทะเล แต่ป่าชายเลนก็ไม่ยอมให้อภัยเจ้าคลื่นบ้าคลั่ง ยังคงกักเก็บน้ำบางส่วนเอาไว้ต่อรอง... สายใยชีวิตใหม่ก่อกำเนิด ปูปลาวางไข่ออกลูกคลัก เชื้อราเริงร่าเติบโตบานเป็นดอกเห็ด หมู่แมกไม้เริ่มผลิยอดอ่อน เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติจากป่าชายเลน เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตของคนบนเกาะต่อไป ผมเลื่อนเม้าส์ขึ้นไปอ่าน ประโยชน์ของป่าชายเลน ที่มีต่อมนุษย์และธรรมชาติ อีกครั้ง... เชื่อแล้วว่า...ป่าชายเลน เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติจริงๆ
เลยเยาว์...ถึงแม้จะมาใช้ชีวิตเปื้อนฝุ่น อยู่ในป่าคอนกรีต แต่คราบโคลนจากป่าชายเล ก็ยังคงติดตัว...และหัวใจรักษ์ คุณครูเจี๊ยบ จะชวนหนุ่มๆ ไปรักษ์ป่าชายเลน ก็ช่าง... ลุงมะอึก จะชวนสาวๆ ไปถีบกระดานเลน เล่นโคลนเก็บหอยแครง ก็ช่าง... แต่ เด็กชายอะหนึ่ง จะไปปลูกต้นกล้า เพื่อตอบแทนบุญคุณของ...ป่าชายเล ................................................................................................................ |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |