พิมพ์หน้านี้
|
สนทนาหน้าชั้นหนังสือ...หนุ่ม หนังสือเดินทาง
ถนนพระอาทิตย์...ถนนสายสั้นๆ แต่เปี่ยมล้นด้วยความฝันอันยาวไกลของ ใครบางคน เบื้องหลังบานประตูที่ถูกปิด กลิ่นหอมบางอย่างยังคงอบร่ำอยู่ในนั้น เมื่อครั้งที่พายุบริโภคนิยมโหมกระหน่ำทั่วฟ้ากรุงเทพมหานคร ร้านหนังสือบนถนนพระอาทิตย์นาม ร้านหนังสือเล็กๆ จำต้องปิดเรื่องราวการเดินทางบนถนนสายนี้ลง ฝนยังไม่ขาดเม็ด ชายหนุ่มจากสงขลาขันอาสามาจดจารประวัติศาสตร์หน้าต่อไป หนุ่ม - อำนาจ รัตนมณี ตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต เขาเลือกหันหลังให้สัมมาชีพที่มั่นคง อดีตผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์สิงคโปร์ ได้ทุนบินลัดฟ้าไปตักตวงความรู้ที่ประเทศนิวซีแลนด์อีกสามเดือน ก่อนปิดฉากมนุษย์เงินเดือนด้วยตำแหน่งผู้ประสานงานองค์กรเอกชนที่ธนาคารโลก เพื่อก้าวสู่ตำแหน่งเจ้าของกิจการร้านหนังสือ ในประเทศที่ผู้คนไม่นิยมอ่านหนังสือ! ทุกคืนเมื่อดวงจันทร์ขึ้นแต้มฟ้า ชายหนุ่มต้องซุกกายอยู่ข้างเก้าอี้ภายในร้าน ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ เวลาทั้งหมดของชีวิตถูกพันธนาการไว้ในโลกสี่เหลี่ยมเล็กๆ บางคืน เขาอาจต้องนอนก่ายหน้าผาก ครุ่นคิดถึงเส้นทางชีวิตของตัวเอง ในขณะที่คนหนุ่มสาวกำลังเริงระบำกับฤทธิ์สุรา ในร้านเหล้าริมถนน คุ้มหรือไม่ บางทีอาจมีเพียงฟ้าดินที่รู้ แต่อย่างน้อยๆ เขาก็ได้พบปะผู้คนเผ่าพันธุ์เดียวกัน ได้ค้นพบความหมายของชีวิตที่มีคุณค่า และได้พบกับคำตอบที่ว่า เขาตัดสินใจไม่ผิดที่ทำ ร้านหนังสือเดินทาง และนี่คือบันทึกบทใหม่ของชายที่ชื่อ หนุ่ม หนังสือเดินทาง
ยอมรับว่าย้ายมาอยู่ที่นี่ขายได้น้อยกว่าที่เก่า แต่ถึงอย่างไรผมเองไม่ค่อยเดือดร้อน เพราะว่าร้านมีตัวตนที่ชัดเจน ผมว่าร้านหนังสือเล็กๆ ต้องมีลักษณะเฉพาะตัว อย่างร้านหนังสือเดินทางไม่คิดว่าจะอยู่ที่ไหนก็ได้ คอนเซ็ปต์ของร้านชัดเจนแล้วว่าเราขายหนังสือประเภทไหน สารคดีท่องเที่ยว หนังสือเดินทาง วรรณกรรม ซึ่งไม่ใช่หนังสือที่คนทั่วไปนิยมเสพกันนัก เหมือนเป็นหนังสือที่ต้องใช้ความคิดสักนิดในการอ่าน ร้านหนังสือเล็กๆ ของเขายังคงมีเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเอง ความอบอุ่นแผ่ซ่านทันทีที่เปิดประตูเข้าสู่ภายใน วรรณกรรมชั้นยอดยังคงสงบนิ่งเรียงรายอยู่เต็มชั้น รอนักอ่านมาเลือกสรร อยู่ที่พระอาทิตย์มาสี่ปีเต็ม ถ้าจะทำต่อก็ทำได้ แต่เรื่องของวิถีชีวิตมันไม่ใช่ เงื่อนไขบางอย่างทำให้ต้องเปิดร้านทั้งเจ็ดวัน การปิดหนึ่งวันนี่เป็นเรื่องใหญ่โตมากเลยนะ มันมีผลต่อยอดขายทันที ทำให้มีปัญหากับเรื่องรายจ่าย เรื่องค่าเช่า ผมมานั่งคิดดูว่านั่นคือชีวิตที่ควรเป็นหรือเปล่า ข้างในมีเเต่เรื่องวุ่นวาย มันไม่อิสระจริง คนอื่นอาจเห็นว่าเก๋ที่มีร้านหนังสือน่ารักๆ เป็นของตัวเอง ผมยอมรับว่ามันใช่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราต้องคิดถึงมันตลอดเวลา เฮ้ย! เดือนนี้จะเป็นอย่างไร ยอดขายเป็นไง แต่ตอนนั้นเราอยากพิสูจน์ว่าที่เขาว่ายากๆ เราจะทำได้ไหม สำหรับตัวผมถือว่าผ่าน เส้นทางชีวิตของเขากลายเป็นสัญลักษณ์ของคนหนุ่มแหกคอก ชายผู้ปฏิเสธหน้าที่การงานตามขนบ เลือกดุ่มเดินออกจากกรอบเพื่อติดปีกแห่งอิสรภาพ แต่ครุ่นคิดให้รอบด้าน พูดได้ว่าอาจดูคล้ายเขาสลัดกรอบกรงขังหนึ่ง เพื่อมาสังกัดอีกกรอบหนึ่งที่เลือกเอง ผมคิดว่าชีวิตของคนเราทุกคนอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะมีเงินมีทองมากมายแค่ไหน ท้ายสุดคุณก็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อพิสูจน์ว่าชีวิตยังมีคุณค่าอยู่ ผมเองไม่ได้หมายความว่างานประจำมันโหดร้าย แต่ตัวเราคงไม่สามารถทำมันได้ตลอดชีวิต มันรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง การที่เราต้องไปกินข้าวพร้อมเพื่อนทั้งๆ ที่ไม่อยากไป ต้องตื่นแต่เช้านั่งรถเมล์ไปทำงาน ชีวิตมันยากถึงขนาดต้องอยู่ไปวันๆ อย่างนั้นเลยเหรอ ผมเองจึงอยากจะเหนื่อยในเงื่อนไขที่มีความสุขที่สุด ห้วงสมัยที่ระบบทุนเข้าครอบครองทุกภาคส่วนของสังคม คนมีเงินย่อมมีพื้นที่เหยียบยืนบนโลกได้มากกว่า กติกาเยี่ยงนี้อาจหมายรวมถึงกิจการทางปัญญาอย่างร้านหนังสือ
ผมคิดว่าสังคมต้องการทั้งสองส่วน คือร้านที่เป็นสาขาใหญ่โต มีหนังสือครบทุกประเภท เพราะร้านหนังสือเล็กๆ คงไม่มีกำลังพอในการรวบรวมหนังสือมากมายขนาดนั้น แต่ร้านเหล่านั้นขาดอะไร เคยเข้าไปร้านหนังสือใหญ่ๆ แล้วหาหนังสือที่ต้องการไม่เจอไหม คือมันเยอะจนหาไม่ได้ ซึ่งจริงๆ แล้วอาจมี แต่พอร้านมันใหญ่ เขาเลยต้องไปเน้นเรื่องกำไรขาดทุนมากขึ้น พื้นที่บนชั้นจึงกลายเป็นพื้นที่มีราคา เล่มไหนขายไม่ออก โดนย้ายไปซุกอยู่ในซอกหลืบ ทั้งๆ ที่เป็นหนังสือดี เราต้องเข้าใจธรรมชาติว่ามันขายได้ช้ากว่า ลูกค้าสาวเปิดประตูเข้ามาในร้าน เขากล่าวทักทาย บางทีนี่อาจเป็นมนต์เสน่ห์อีกอย่างของร้านหนังสือเล็กๆ ที่โลกเเห่งเงินไม่อาจก้าวล่วง เราเป็นร้านเล็กๆ ลูกค้าเข้ามาก็เจอเจ้าของเลย ผมคิดว่ามันเป็นความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าการเข้าไปเจอพนักงานเก็บเงิน เหมือนเป็นทางเลือก และการสร้างสังคมให้คนรักการอ่าน ไม่จำเป็นต้องมีแค่ร้านใหญ่ๆ เท่านั้น ผมว่ามีร้านเล็กๆ แต่มีสไตล์เพิ่มมากขึ้นเยอะๆ ดีกว่า คือต้องเอาร้านหนังสือไปไว้ในชุมชนทุกแห่ง พวกเขาจะได้ไม่ขัดเขิน ให้มันกลายเป็นวิถีชีวิตประจำวันไปเลย จริงๆ แล้วอยากให้มีถนนหนังสือเลยด้วยซ้ำ อยากซื้อหนังสืออ่านมาย่านนี้ ส่วนในอนาคตถ้ามีกำลังพอ ผมจะเอาร้านหนังสือเดินทางออกเดินทาง ปีละสองครั้งก็ได้ ไปตามต่างจังหวัด ไปในที่ที่คิดว่าคนคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสหนังสือดีๆ... หลังฟังเรื่องราวจากปากของเขา ผมกวาดไล่สายตาไปตามสันปกหนังสือบนชั้นสีขาว จมูกคล้ายได้กลิ่นหอมหวนไม่แพ้กลิ่นอวลจากสวนดอกไม้อันงดงาม ***************************** - เรื่องและภาพ : สันติสุข กาญจนประกร -
|
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |