|
ความลับแห่งโฉมสะคราญ ๑๖ เทศกาลชุมนุมชาวยุทธ ได้หวลกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง มีชาวยุทธจากต่างที่ ต่างถิ่น มากันมากมาย มีร้านรวง ขายของอยู่ทั่วไปรอบเชิงเขา โรงเตี๊ยมก็ยังคงเต็มไป หมดเหมือนเดิม หมู่บ้านเล็ก ๆ เชิงเขา เต็มไปด้วย ผู้คน ครึกครื้น สนุกสนาน มีโศลก เล่ากันต่อ ๆ ไปใน หมู่ชาวยุทธ ว่า กลางแสงจันทร์ยามราตรี อันเงียบสงัด การต่อสู้เข้มข้น สามหนุ่มหายสาปสูญ สองสะคราญอาภัพ ยอดคนสิ้นชีพ เลือดนองกลางป่าสน กลายเป็นตำนานแห่งการต่อสู้ ที่ถูกบันทึกไว้ใน ความทรงจำของชาวยุทธทุกคน ใครได้ฟังแล้วต้อง ตื่นเต้น ใคร่อยากร่วมในการต่อสู้ครั้งนั้น และชื่นชม ในความห้าวหาญของบุรุษหนุ่ม เห็นใจในโฉมสะคราญ และ ประหลาดใจในฝีมือยอดคนยิ่งนัก กลางป่าสนอันเงียบสงัด ใบสนยังคงชูใบสีเขียวสะพรั่ง พื้นดินยังคงมีใบสนแห้งหล่นเกลื่อนกลาด บัดนี้ กลับมี สำนักนางชีขึ้นสำนักหนึ่ง ก่อสร้างขึ้นมา มีห้องหับ มีหอ รับแขก มีห้องสวดมนต์ มีทุกอย่างที่ควรจะมี ไม่ใหญ่โต มากนัก ดูเรียบง่าย สงบเงียบ เหมือนดังไร้ผู้คน แม่ชีรุ่นนางหนึ่ง กำลังกวาดลานหน้าหอสวดมนต์อยู่ นาง สวมชุดสีเทาหลวมกว้าง ใบหน้าสดใสไร้แป้งฝุ่น เรียบราบ ขณะกำลัง เก็บกวาดใบสนอยู่นั้น เมื่อเงยหน้าขึ้น ตรงหน้า นาง ปรากฏร่างบุรุษผู้หนึ่ง สวมชุดสีขาวสะอาด ฝักกระบี่ เป็นประกาย หน้าตาคมคายยิ่ง แม้จะเลยวัยหนุ่มไปเพียง เล็กน้อย ท่าทางสง่า ใบหน้าขรึม ดวงตาจ้องมองนาง แม่ชีน้อย ตกใจผงะถอยมาข้างหลัง ไม้กวาดหล่นจากมือ นัยน์ตาเบิกกว้าง นางไม่รู้เลยว่า เขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร "ประสกเป็นใคร" เสียงสดใส ดังขึ้นจากปากของนาง หลังจาก ที่ตั้งสติได้ ยืนก้มหน้าน้อย ๆ ท่าทางสงบ เอ่ยปากถามขึ้น บุรุษหนุ่มมิตอบคำถาม สายตากวาดมองไปรอบบริเวณสำนัก นางชีแห่งนี้ สายตาเหมือนจะมองหาอะไรสักอย่างหนึ่ง "แม่ชีน้อย กวาดลานสำนักเสร็จหรือยัง" เสียงอันไพเราะ ดังขึ้นมาจากประตูหอสวดมนต์ แม่ชีรูปหนึ่ง แม้วัยจะเลยวัยสาวมาแล้ว เพียงแค่นางปรากฏร่างขึ้น สายลม เย็นโชยผ่านมา พัดชายจีวรสีเทาพลิ้วไหว กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยตามสายลมกระจายไปทั่ว นางหาได้ประพรมกลิ่นหอมใด ๆ ไม่ หากแต่นี่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้นางมา ใบหน้านั้น เรียบเฉย ดวงตาสงบนิ่ง สุกใส ลึกล้ำ เหมือนน้ำลึกที่อยู่ในบ่อ ยากที่จะ หยั่งถึงความรู้สึกที่อยู่ภายในใจนางได้ นางยืนอยู่ มองมาที่ลาน กว้าง ที่แม่ชีน้อย ยืนอยู่ แล้วนางก็เห็นบุรุษผู้นั้น นางมิได้เอ่ยปาก อันใด ยังคงยืนสงบนิ่ง "ใข่มุก เทพประทาน" บุรุษหนุ่มอุทานในใจ เต็มไปด้วยปิติยินดียิ่ง "เจ้าสบายดีหรือ" บุรุษหนุ่มเอ่ยปากขึ้นแล้ว เสียงทุ้มนุ่ม แฝง ความห่วงใย มากับน้ำเสียง สายตามองแม่ชีที่ยืนอยู่ แววตามีความ อาทรอย่างเห็นได้ชัด "ประสกมาทำไม ที่นี่เป็นสำนักนางชี ไม่สมควรที่บุรุษจะเหยียบย่าง เข้ามา" นางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความรู้สึกใด ๆ "ข้าพเจ้าขอโทษ ที่เข้ามาโดยไม่ได้บอกท่าน ตลอดสิบปีที่ผ่านมานี้ ข้าพเจ้าตามหาท่านไปทั่วทุกแห่ง หวังจะได้พบท่านเพียงสักครั้ง" "แม่ชีน้อย ไปจัดเตรียมน้ำชา ต้อนรับประสกท่านนี้หน่อย" นางไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ หันไปมองแม่ชีน้อย แล้วสั่งให้แม่ชีน้อย ให้ทำอย่างที่พูด แม่ชีน้อย ก้มหน้ารับคำ ค่อยเก็บไม้กวาด เดินจาก ไปเตรียมการ "เชิญประสกที่หอรับแขก" พูดแล้ว นางก็เดินนำหน้าไป บุรุษเดินตามไป "เจ้ายังคงงดงามเหมือนเดิม ท่าทางชดช้อย มีสง่า รูปร่างนางผอมไปหน่อย แต่ว่า ความสวยของนาง ยังคงมิจาง กลิ่นหอมจากกายนาง ชื่นใจยิ่งนัก" ความคิดของชายหนุ่มต้องสะดุดลง ด้วยคิดเพลิน ๆ มองนางเพลิน ๆ จน มาถึงหอรับแขกแต่เมื่อไรไม่ทราบได้ เมื่อได้ยินเสียงนางเอ่ยขึ้น "ถึงแล้ว เชิญประสกเข้าไปเถอะ"
ทั้งสองเข้าไปนั่ง ในหอรับแขก ซึ่งตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีกระถางธูปตั้ง อยู่หน้าพระพุทธรูป จุดธูปหอม กลิ่นกำจรไปทั่วห้อง ให้ความรู้สึกปลอด โปร่ง สบายใจ สักครู่หนึ่ง แม่ชีน้อย จัดถาดน้ำชา ป้านน้ำชา มาวางไว้บน โต๊ะรับแขก พร้อมกับรินน้ำชาใส่ถ้วย วางไว้หน้าคนทั้งสอง จากนั้นก็เดิน ออกจากห้องไป "ท่านยังจำได้ไหม ครั้งนั้น ข้าพเจ้าบาดเจ็บสาหัส สลบไป ตื่นมาแล้ว พบว่าข้าพเจ้านอนอยู่ในโรงเตี๊ยม มีผ้าแพรผืนเล็ก ๆ ผืนหนึ่ง อยู่ในมือของ ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าหายดีแล้ว เที่ยวตามหาเจ้าแทบพลิกแผ่นดิน ใยเจ้าจาก ไปโดยไม่บอกกล่าว สิบปีแล้ว ข้ามิเคยลืมเจ้าเลยแม้แต่วันเดียว" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น หลายประโยค จากความคิดถึงที่อยู่ภายในใจ ออกมาให้นาง ได้รับรู้ "ประสก อดีตเป็นเพียงหมอกควัน ผ่านมามินานก็สลายหายไป ใยประสกจึง ต้องจดจำเอาไว้ ให้เป็นทุกข์แก่ตนเองเล่า" นางเอ่ยขึ้น "ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอย่างไร จะว่ากระไร ข้าพเจ้าจะไม่ขอลืมอดีต ที่ข้าพเจ้ามี ความสุข ยามได้อยู่ใกล้ชิดเจ้า ได้ร่วมปกป้องเจ้า เหตุใดเจ้าต้องมาเป็นชี เจ้าไม่นึกถึงอดีตบ้างหรือ" ชายหนุ่มกล่าวขึ้น น้ำเสียงตัดพ้อเล็กน้อย "องค์ชายเดียวดาย ประสกมาถึงนี่ เพียงเพราะเรื่องความรักกระนั้นหรือ"
สิบปีแล้ว ชายหนุ่มยังมีรักที่มั่นคงกระไรปานนั้น ในโลกนี้จะหาบุรุษเช่นนี้ ได้ที่ไหน โฉมสะคราญจะว่ากระไร ใยเปลี่ยนจากโฉมสะคราญอันดับหนึ่ง มาเป็นแม่ชี ที่มุ่งแต่ธรรม เป็นความลับแห่งโฉมสะคราญ ที่ยากจะคาดเดาได้ **********
|