วันศุกร์ ที่ 6 มิถุนายน 2551
เทพหลายปาง
Posted by
mindsoul
,
ผู้อ่าน : 278
, 15:19:23 น.
| หมวดหมู่ :
โพธิธรรม
พิมพ์หน้านี้
|
เทพหลายปาง
สำหรับชาวฮินดูทั่วไป วิธีการเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้าที่นิยมกระทำกันมากที่สุด คือ การบูชาเทพและเทพีประจำตัว จินตนาการอันเฟื่องฟูของชาวอินเดียให้กำเนิดแก่เทพต่าง ๆ นับเป็นพัน ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันออกไป เทพซึ่งได้รับการนับถือมากที่สุดสามองค์ของอินเดียในปัจจุบัน คือ พระศิวะ พระวิษณุ และพระแม่เจ้า พระศิวะนับเป็นเทพที่เก่าแก่ที่สุดองค์หนึ่งของอินเดีย และปรากฏกายในรูปต่าง ๆ กันมากมาย พระองค์ทรงพระนามว่า มเหศวร (Mahesvara) หมายถึง พระเจ้าผู้เป็นใหญ่ เมื่อปรากฏในฐานะเป็นบุคคลแทนสภาพพรหมันที่สมบูรณ์และยังปรากฏในปางย่อย ๆ ได้อีกมากมาย ปางที่มีผู้นับถือกันมาก เรียกว่า นาฏราช (Nataraja) กษัตริย์ผู้เริงรำ ในฐานะผู้เริงรำแห่งเอกภพ พระศิวะเป็นเทพแห่งการสร้างสรรค์และการทำลาย เป็นผู้ซึ่งให้จังหวะแก่การเคลื่อนไหวอันไม่รู้สิ้นสุดของจักรวาลโดยการเริงรำของพระองค์ พระวิษณุก็ทรงปรากฏกายในรูปต่าง ๆ กัน ปางหนึ่งก็คือกฤษณเทพในคัมภีร์ ภควัทคีตา โดยทั่ว ๆ ไป พระวิษณุทรงทำหน้าที่เป็นผู้ปกปักรักษาจักรวาล เทพองค์ที่สามคือ ศักติ (Shakti) พระแม่เจ้า เป็นเทพีซึ่งเป็นตัวแทนของพลังฝ่ายหญิงในจักรวาล แสดงออกในปางต่าง ๆ กัน ศักติ ปรากฏในฐานะมเหสีของพระศิวะด้วย และทั้งสององค์มักปรากฏเป็นภาพที่กำลังสวมกอดซึ่งกันและกันบนหินสลักของวิหารสำคัญ ๆ เปล่งประกายแห่งความรู้สึกในทางกามารมณ์ชนิดที่พิเศษสุด ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักเลยในศิลปะศาสนาของตะวันตก ตรงกันข้ามกับศาสนาของตก ความปลื้มปิติในกามารมณ์ มิได้เป็นสิ่งต้องห้ามในศาสนาฮินดู เนื่องจากร่างกายถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์โดยไม่แยกจากส่วนจิตวิญญาณ ดังนั้นชาวฮินดูจึงมิได้พยายามที่จะควบคุมความปรารถนาของกายด้วยเจตจำนงแน่วแน่ แต่มุ่งมาดที่จะเรียนรู้จักตนเองด้วยกายและจิตของตน ศาสนาฮินดูในยุคกลางได้เคยมีนิกายย่อยที่เรียกว่านิกายตันตระ (Tantrism) ซึ่งสอนว่าสามารถค้นพบความรู้แจ้งโดยผ่านประสบการณ์แห่งความรักในเชิงกามารมณ์ ซึ่งแต่ละบุคคลก็คือทั้งสอง คัมภีร์อุปนิษัทได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า ชายผู้ซึ่งสวมกอดภรรยาสุดที่รักของเขา ไม่รับรู้สิ่งใดว่าเป็นภายในหรือภาย นอก ชายผู้นี้ เมื่ออยู่ในวงแขนของวิญญาณอันชาญฉลาดนั้น ย่อมไม่รับรู้สิ่งใด ว่าเป็นภายในหรือภายนอก (9) พระศิวะมักถูกแสดงในรูปลักษณะดังกล่าว รวมทั้งศักติ และเทวีองค์อื่น ๆ จำนวนมาก การที่มีเทวีจำนวนมากมายนั้นได้แสดงให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่า ในศาสนาฮินดูถือด้านร่างกายและกามารมณ์อันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ซึ่งมักเชื่อมโยงกับสตรีเสมอนั้น เป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้าด้วย เทวีในศาสนาฮินดูมิได้ถูกวาดภาพให้เป็นสตรีพรหมจารี แต่ให้อยู่ในการสวมกอดซึ่งมีความงามอันน่าพิศวง จิตใจแบบตะวันตกจะเกิดความสับสนได้อย่างง่ายดายกับเทพและเทวีจำนวนมากมายเหลือเชื่อ ซึ่งปรากฏในเทพปกรณัมของฮินดูในรูปลักษณะและอวตารต่าง ๆ กัน นั่นคือจะไม่เข้าในว่าชาวฮินดูรับเอาความหลากหลายของเทพเหล่านี้ได้อย่างไร เราต้องตระหนักถึงทัศนคติพื้นฐานของศาสนาฮินดูที่ว่า โดยสาระแล้ว เทพทั้งมวลนั้นมีเอกลักษณ์เดียวกัน ทั้งหมดเป็นการปรากฏแสดงของสัจจะหนึ่งเดียว เป็นภาพสะท้อนลักษณะต่าง ๆ ของพรหมันซึ่งเป็นอนันต์ ปรากฏในทุกหนแห่งและโดยปรมัตถ์แล้ว ไม่อาจเข้าใจได้ด้วยความรับรู้อย่างสามัญ ************** นำมาจากเต๋าแห่งฟิสิกส์ ของ ฟริตจอฟ คาปรา คุณวเนช แปล ต้องขอขอบคุณมากครับ
|