| จุดเปลี่ยน...ระหว่างภาพ | ||
ฉันหรือเธอ..ที่เปลี่ยนไป |
||
|
View All |
||
พิมพ์หน้านี้
|
ว่าแล้ว อาการชีพจรลเท้าก็ เกิดขึ้นซ้ำๆ หากวันนี้ ก็แอบแว้บไปทำบุญ ก่อน จะเดินทางอันยาวนานอีกครั้งหนึ่ง ตามเทศกาลงานบุญ แน่นอน ฉันก็ต้องไปทำบุญ แต่ก็ เป็นพวก ไม่ตรงเวลากับเขาสักที ก็ ขี้เกียจจะไปเข้าคิวทำบุญนะสิ เลยปล่อยๆให้คนอื่นเขา ไปกันก่อน เช้านี้ก็ ตื่นแต่เช้า หิ้วข้าวของไปทำบุญ ถึงแปดริ้ว ไม่ต้องงงนะ ว่าไปไหน ไปวัดบ้านพี่ชายที่รักของฉันเอง สองปีกว่าแล้วที่ไปวัดแห่งนี้ ทำบุญแสร็จก็ ตามแผน แวะตลาดคลองสวนร้อยปี แหล่งช้อปปิ้งประจำบ้าน มีข้าวของสมัยคุณยายยังสาว ให้เลือกซื้อสมใจ ครั้งที่แล้ว เอากระต่ายขูดะพร้าวมา ให้คุณพ่อหัวเราะเล่น แหม...ไปช้อปถึงแปดริ้ว ได้กระต่ายขูดมะพร้าวมาหรือเนี่ย...พ่อ อดค่อนขอดมิได้ คราวนี้ เดาสิ เราพี่น้องไปหาอะไรกัน....อิอิ สิ่งแรกที่ฉันไปคว้ามา ก็ กล่องไม้สัก สำหรับใส่ของ ไปที่ไหน เห็นก็อดไม่ได้ที่คว้ากลับบ้านมาด้วย ก็ ฉันชอบสะสมของจุกจิกๆ นี่นา สิ่งที่สอง เหมือนตามล่า หาตะเกียง เดินแทบทุกร้าน จนได้ตะเกียงในราคาและคุณภาพที่พอใจ เดี๋ยวนี้ฝนฟ้าตก อะไรๆ ก็ไม่แน่ หาตะเกียงไว้ ประจำบ้านหลายๆ อัน น่าจะดี สิ่งที่สาม ตะแกรงปิ้งปลา อันนี้เดินหาซะเหงื่อท่วม ก็ได้ตะแกรงหนาสมใจ แถมราคาถูกอีกด้วย สิ่งที่สี่ ฉันได้ลูกแซก สวยน่ารัก มาฝากหลานด้วยแหละ (แล้วจะเอาไปให้วันหลัง) แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้ คือของกิน ฉันใจจดใจจ่อ อยากซื้อ ของกินไปฝากแม่ แต่นั่นแหละ ความขี้เกียจขับรถไปบางนาก็เข้าสิงร่างก็เลยยกยอดไว้ทีหลังละกัน ก็ซื้อมากินคนเดียว...เกลี้ยงเลย แล้วก็ มีเรื่องลืมบอก.. เรื่องที่สั่งไว้...จัดการได้แล้วทั้งหมด...แต่ว่า ยังไม่ว่างไปดูบ้านให้ เพราะต้องไปสัมนา กลับอีกทีก็ปลายๆ สัปดาห์ นัดกับพี่หมี ไว้ว่า วันศุกร์ จะเข้าไปดูโกดังให้ ว่า ตอนนี้เหลือว่างอยู่เท่าไหร่ ป๊าเขาดัน เอาถ่านไปเก็บไว้ในโกดัง แล้วตะกี้ พี่ที่ออฟฟิตก็โทรมาบอกว่า หาให้ได้อีกหลังเหมือนกัน ก็เลยนัดกับเขาว่า จะไปดู ปลายสัปดาห์หน้าเหมือนกัน หลังจากกลับจากวังน้ำเขียวแล้ว ว่าแต่ว่า...วันเสาร์หน้า ฉันมีนัดที่มาบตาพุดและ สัตหีบอีกอ่ะ..ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะมีเวลาว่างคุยกันไหมเนี่ย เพราะอาทิตย์ถัดไป เข้าประชุมยาวทุกวัน ติดๆ กัน ก็คงสลบเหมือด หวังว่าคงไม่นึกตำหนิว่าฉันละเลย ก็ พยายามจัดการทุกอย่างให้แล้ว..อย่างดีที่สุด อ้อ.เรื่องต้นไม้แสนรักของแม่....มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น คือ เอาไปไว้ ในบ้านพักในค่ายที่หลักสี่ โดยมีหลานชาย จะดูแลให้อย่างดี หรือไม่ก็ จะมีชาวบ้าน ที่เขาเลี้ยงต้นไม้ขายแถวที่ทำงาน เขารับอาสา ดูแลให้ทั้งหมด โดยไม่คิดค่าดูแล หรือไม่ก็ ขนไปไว้บ้านพักฉันนั่นแหละ...พี่ที่ออฟฟิตเขาอาสา ไปดูแลให้เวลาฉันไม่อยู่ เลือกสักทางละกัน...พักนี้ชีวิตสับสน...อลหม่านดีแท้...มีอะไรก็บอกได้...แต่ขี้เกียจโทรไปอ่ะ... ถ้าไม่เหนื่อยเกินไป วันอาทิตย์หน้าค่ำๆ อาจจะแวะไปคุยด้วย "ถึงฉันเฉยๆ ก็ไม่ได้แปลว่า ละเลย" นะคะ |