พิมพ์หน้านี้
|
คืนนี้ทำให้มิสนอราห์นึกได้ถึงเรื่องหนึ่ง ในคืนนั้น นานมาแล้วในคืนนั้นที่มิสนอราห์เดินหัวเสียเข้าไปที่ร้านของเขา...เขาดูกำลังยุ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ฉันไม่รู้จักเขาหรอก ฉันถามหาผู้ชายคนหนึ่งกับเค้า และถามเขาว่า แล้วได้พบผู้หญิงที่มากับผู้ชายคนนี้ด้วยรึเปล่า...คำตอบใช่ทำฉันเจ็บปวด ฉันฝากกุญแจไว้กับเขา ถ้าผู้ชายคนนั้นมาอีกเอากุญแจนี่ให้เขาไปด้วย ฉันผลักประตูร้านเดินออกไปอย่างคนหงุดหงิด และระเบิดอารมณ์กับตัวเองพอสมควร อีกหนึ่งคืนฉันกลับมาที่ร้าน กุญแจฉันยังอยู่กับเจ้าของร้าน ผู้ชายคนนั้นไม่ได้มาที่ร้าน กุญแจที่ไม่มีใครอยากได้ มีคนเอากุญแจมาฝากคืน แบบนี้เยอะมั้ยมิสนอราห์ถาม ไม่มีคำตอบ มีแต่รอยยิ้มและมือที่ชี้ไปที่ขวดโหลที่มีกุญแจเต็มไปหมด แล้วเราสองคนก็เริ่มพูดคุยถึงเรื่องราวกุญแจแต่ละดอก เขาเล่าให้ฉันฟังถึงเรื่องราวเจ้าของกุญแจ มันทั้งเศร้า ทั้งน่าฉงน และเจ้าของกุญแจบางคนก็ลงเอยที่ไม่มาอีกเลย ทำไมไม่เอากุญแจที่เก็บไว้นานนั้นทิ้งไป เก็บไว้ทำไมฉันถาม เขาตอบฉันว่า บางทีกุญแจเหล่านี้กำลังรอที่จะไปเปิดประตูที่ปิดตายนั้นที่ไหนซักแห่ง ผมไม่อยากต้องเป็นคนตัดสิน บางทีซักวันหนึ่งกุญแจพวกนี้อาจไปไขประตูให้ที่ปิดตายอยู่ที่ไหนซักแห่งได้เขาตอบ แม้จะรู้ว่ากุญแจกว่าครึ่งในโหลมีคนจำนวนมากที่ไม่ต้องการแล้ว ผ่านมาอีกคืน ฉันถามเขาว่า ขนมที่อยู่ในตู้เหลือทุกวันทำยังไงกับมัน คำตอบคือการต้องทิ้งทั้งหมด แอปเปิ้ลพาย...ช็อคโกแลตมูส จะขายหมด หรืออยู่บ้าง มีแต่ สตรอเบอร์รี่พาย ที่เหลือเต็มชิ้น แต่ผมก็ต้องทำมันไว้ เพราะเผื่อว่าจะมีคนสั่ง แต่ก็ไม่มีใครสั่ง งั้นฉันจะกินสตรอเบอร์รี่พาย ฉันรีบบอกก่อนเขาจะเทมันทิ้ง จะรับพร้อมกับ ไอศครีมมั้ย เขาถามแสดงอาการดีใจและใส่ใจ ฉันกินหมดและผล็อยหลับไปที่เคาน์เตอฺร์ โดยที่คราบไอศกรีมยังเลอะปาก
ระหว่างกึ่งหลับกึ่งตื่นฉันไม่แน่ใจนักกับไออุ่นๆ หรือฉันไม่แน่ใจนักว่าส่วนผสมที่เข้ากันอย่างลงตัวระหว่างสตรอเบอร์รี่พายและไอศกรีมจะดีเช่นนี้ แต่หลังจากคืนนั้นฉันก็ไม่ได้กินสตรอเบอร์รี่พายและไอศกรีมที่ไหนอีกเลย...จนผ่านไปเกือบปี เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะฉันออกเดินทางไป และดูทีท่าจะไกลจากร้านนั้นและเขาขึ้นเรื่อยๆ ฉันเขียนโปสการ์ดหาเขา และบอกว่าจะไปจนกว่าไม่มีที่จะไป.... แล้วเรื่องจะเป็นยังไงต่อไปล่ะ?
ไปดูต่อกันเองในโรงภาพยนตร์ฮ่ะ My blueberry nights นำแสดงโดย (มิส) นอราห์ โจนส์ ภาพยนตร์โดย มิสเตอร์หว่องกาไว (หนังยังคงภาพสวย เหงา ซึมเศร้าในแบบฉบับเฮีย) ที่เล่ามานั่นคือ My strawberry nights คืนสตรอแหลของฉันเองค่ะ ไหนๆก็ April fools day นี่เนอะ มิสนอราห์ก็เพิ่งจะแสดงหนังเรื่องแรก โดยเลือกโปรเจ็กต์หนังภาษาอังกฤษเรื่องแรกของคุณหว่องกาไวด้วย... เรื่องนี้คุณนอราห์ โจนส์ (ตัวจริง) เล่นได้รอดตัวทีเดียว (บทส่งขนาดนี้เล่นแย่ก็ต้องกลับไปเล่นเปียโนอย่างเดียวแล้วล่ะค่ะ) แต่ตัวละครที่ฉันชอบคือ นายตำรวจขี้เหล้า กับสาวนักพนันที่ไม่เคยเชื่อใจใครง่ายๆ ส่วนนอราห์เรื่องนี้ เธอยึดอาชีพสาวเสิร์ฟทั้งเรื่อง แถมเชื่อคนง่ายถูกยืมเงินไปเล่นโป๊กเกอร์เธอก็ให้ยืม โดนเขาชวนเชื่อให้ไปลาสเวกัสเธอก็ไป เอ้อ... (ใช่ว่านอกจอจะไม่มีแบบนอราห์นะ) อันนี้รำพึงค่ะ จริงๆหนังให้มิติตัวละคร อลิซาเบธ ที่นอราห์ โจนส์ แสดงว่าเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี แม้จะมีอดีตที่ยังยึดติด และใช้วิธีแก้ไขด้วยการวิ่งหนีมันไป รวมทั้งตัวละครในเรื่องทุกคนมีบาดแผลที่ทั้งยึดติด และวิ่งหนีกันทั่วถึง
ระหว่างทางที่เธอวิ่งหนี (หนังใช้การเปรียบเปรยว่า การข้ามถนนอันยาวนาน) สองข้างทางเธอก็เจอคนร่วมชะตากรรมบนถนนนั้น ต่างก็วิ่งหนีกันในแบบต่างๆ นี่จึงเป็นที่มาของชื่อภาษาไทยของหนังที่ฟังดูเข้ากับเนื้อเรื่องดี 300 วัน 5,000 ไมล์ ห่างไกลไม่ห่างกัน (น้ำเน่าดีมั้ย) ทำนองเดียวกับ เถียนมีมี่ 3,650 วัน รักเธอคนเดียว (นี่ก็เรื่องโปรดนะ) ฮ่าๆ เรื่องนี้เห็นจู้ด ลอว์ หน้าพี่เหลียงเฉาเหว่ยก็ลอยมา ฉากเปิดตัว ราเชล ไวส์ ก็นึกว่าจางม่านอวี้เดินแหวกม่านลูกปัดเข้ามาทีเดียว และนาตาลี พอร์ทแมน คลับคล้ายจะเฟย์ หว่อง มั้ง?? แล้วนอราห์ โจนส์ ล่ะ เรื่องนี้เธอสวมส้นสูงสี่นิ้วเพื่อให้ดูชะลูดขึ้น ไม่งั้นเธอจะตกเฟรมได้ อย่างไรก็ตามเอนทรีนี้ มายสตรอเบอร์รี่ไนท์ ขายตรงเพื่อนอราห์ โจนส์...เพื่อมายบลูเบอร์รี่ไนท์
|