• ครูส้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thip.jt@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 9571
  • จำนวนผู้โหวต : 48
  • ส่ง msg :
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



วันพุธ ที่ 16 เมษายน 2551
บทความท่าน ศ.ระพี สาคริก (1)ฉันคิดถึงกอร์ดอนดิลลัน
Posted by ครูส้ม , ผู้อ่าน : 207 , 17:12:56 น.   | หมวดหมู่ : Basic-orchid  
พิมพ์หน้านี้


ด้วยความเคารพและคารวะอย่างสูง  ข้าพเจ้าขอใช้ทื่นี่ บ้านโอเคเนชั่นแห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวม

บทความของ ปูชนียบุคคล"บิดาแห่งวงการกล้วยไม้ไทย"ไว้เป็นที่ระลึก

ด้วยสำนึกในความกรุณา ปรารถนาดีของท่านที่มีต่อวงการกล้วยไม้

ช่วยสร้างสรรค์เผยแพร่  จนกล้วยไม้ไทยไม่น้อยหน้าประเทศใดในโลก

*********************************

ฉันคิดถึงกอร์ดอนดิลลัน ?

                                                                                                            ระพี สาคริก

..................................................................................

เมื่อวันเสาร์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๑ ฉันไปที่บริษัทบางกอกฟลาวเออร์เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของชาวสวนกล้วยไม้กลุ่มหนึ่ง

                ฉันได้นัดหมายกับคุณศักดิ์ชัย กาย เพื่อนฉันไปถ่ายภาพกล้วยไม้กันที่นั่น

                โดยปกติแล้วทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนเวลาบ่ายจะมีผู้สนใจกล้วยไม้จากที่ต่างๆ แม้กระทั่งจากต่างจังหวัดมาร่วมชุมนุมกันที่นั่นและนำกล้วยไม้ของแต่ละคนมาแสดงเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันเป็นประจำ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นจากการริเริ่มของฉันเองตั้งแต่ปลายปีพ.ศ.๒๕๐๙ แล้วจะเล่าให้ฟังทีหลังว่ามันเกิดขึ้นจากเหตุผลกลใด

วันนั้นคุณศักดิ์ชัย กายได้ซื้อแวนด้าใบแบนลูกผสมต้นหนึ่งซึ่งมีลักษณะน่าสนใจ เช่นทรงต้นใหญ่โตแข็งแรงมาก นอกจากนั้นช่อดอกยังมีก้านช่อรวมทั้งกลีบดอกที่แข็งแรงด้วย รวมทั้งดอกแต่ละดอกมีสีสันออกสีอมสีฟ้า ทรงดอกผึ่งผายและมีกลีบหนามาก

ขณะนั้นคุณอิทธิพล พรหมรส ลูกศิษย์ฉันคนหนึ่งซึ่งเคยมาศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมาอาศัยอยู่ที่บ้านเป็นเวลาประมาณ ๓-๔ ปี เขาได้เอยปากพูดขึ้นว่า “กอร์ดอนดิลลันมีทรงต้นและทรงดอกน่าจะมีลักษณะทางพันธุศาสตร์เป็นเตร็ดตร้าพลอยด์” ฉันมองตามสายตาของเขาที่มุ่งไปยังกล้วยไม้ต้นหนึ่งซึ่งแขวนอยู่ไม่ห่างไกลนัก

พลันความคิดก็ผุดขึ้นมาว่า “เมื่อพูดถึงคำว่ากอร์ดอนดิลลัน คนไทยที่สนใจกล้วยไม้คงมุ่งมองไปยังกล้วยไม้สกุลแวนด้าลูกผสม โดยไม่รู้ที่มาที่ไปของชื่อนี้ว่าแท้จริงแล้วมีความสำคัญต่อวงการกล้วยไม้ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อวงการกล้วยไม้ของไทยอย่างไร?”

เมื่อได้ยินคำว่า “กอร์ดอนดิลลัน” (Gordon Dillon) แท้จริงแล้วเขาเป็นคนสำคัญในประวัติศาสตร์ของวงการกล้วยไม้ระดับโลกคนหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีผลแผ่มาถึงการพัฒนาวงการกล้วยไม้ของไทยอย่างสำคัญอีกด้วย

เมื่อพูดถึงการประชุมกล้วยไม้โลก (World Orchid Conference W.O.C.)  ในขณะที่ฉันมุ่งมั่นทำงานในเรื่องกล้วยไม้ให้กับแผ่นดินไทย เริ่มต้นเอาจริงเอาจังมาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๙๐ ซึ่งขณะนั้นเมืองไทยเมื่อพูดถึงกล้วยไม้แล้วคงมีแต่กลุ่มศักดินากลุ่มเล็กๆที่นำกล้วยไม้มาเล่นแบบเศรษฐี แถมยังห่วงวิชาความรู้เอาไว้ในพวกตัวเอง

ฉันให้ความสนใจที่จะเริ่มต้นทำเรื่องนี้ แม้การไปทำงานราชการในชนบทที่ห่างไกลความเจริญ ก็ยังกล้าเสียสละ ทั้งๆที่มีโอกาสอยู่ในกรุงเทพฯซึ่งแสนจะสะดวกสบายแต่ฉันก็ไม่เอา

จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง ผู้ใหญ่ราชการเกิดต้องการตัวฉันเพราะเห็นว่าเป็นคนมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังกับการค้นคว้าวิจัยที่ใช้ชีวิตอยู่กับพื้นดินมาโดยตลอด นี่แหละที่ทำให้ฉันจำต้องปรับตัวใหม่ เพราะการย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพฯมันไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ทำให้ฉันต้องสูญเสียอุดมการณ์ซึ่งยังรากฐานลงสู่พื้นดินอย่างลึกซึ้ง

ชีวิตฉันผ่านพ้นมาจากช่วงนั้นประมาณ ๕-๖ ปี ฉันจึงทราบข่าวว่ามีการเริ่มต้นจัดประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ ๑ ขึ้นที่เมืองเซนต์หลุยส์ มลรัฐมิสซูรีซึ่งอยู่ในสหรัฐอเมริกาในปีพ.ศ.๒๔๙๗ นอกจากนั้นแล้วในปีพ.ศ.๒๕๐๐ ยังมีการจัดประชุมครั้งที่ ๒ ขึ้นที่นครโฮโนลูลู มลรัฐฮาวายอิ

ในช่วงนั้นฮาวายกำลังเฟื่องเรื่องกล้วยไม้เมืองร้อนร่วมกับการท่องเที่ยวระดับโลก

ที่ฉันทราบเรื่องนี้ก็เพราะเหตุว่าขณะนั้นฮาวายส่งกล้วยไม้เมืองร้อนลูกผสมเข้ามาขายให้คนไทยปลูกเลี้ยงกันอย่างกว้างขวาง ถ้าจะเรียกว่าคนไทยขณะนั้นหายใจออกเป็นกล้วยไม้ฮาวายก็ไม่น่าจะผิด นอกจากนั้นแล้วฉันยังได้เห็นคนไทยบางคนเก็บกล้วยไม้พันธุ์ธรรมชาติส่งไปขายให้ฮาวายทำลูกผสม ซึ่งฉันเองต้องสะดุดคิดเรื่องนี้และฮึดสู้ เพราะตัวเองไม่ต้องการให้คนไทยเป็นทาสเศรษฐกิจใคร แถมยังสูญเสียโอกาสที่จะพัฒนาสิ่งต่างๆซึ่งติดแผ่นดินอยู่เก่าให้กลายเป็นประโยชน์แก่คนอื่นอีกด้วย                     ช่วงนั้นฮาวายมีสมาคมกล้วยไม้ซึ่งตั้งขึ้นสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นสมาคมของประชาชนคนชาวเกาะ หรืออีกนัยหนึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นสมาคมของคนท้องถิ่น ส่วนอีกด้านหนึ่งก็คือสมาคมของพวกฝรั่ง ซึ่งทั้งสองด้านนี้ไม่ค่อยจะเข้าถึงซึ่งกันและกันได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือมีชื่อบุคคลคนหนึ่งคือ นายกอร์ดอนดิลลัน (Mr.Gordon W. Dillon) ปรากฏชื่ออยู่ในเอกสารของวงการกล้วยไม้ที่นำเอาข้อมูลออกมาเผยแพร่เป็นช่วงๆ

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ฉันเป็นคนมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น ยิ่งเป็นคนที่มีชื่อเสียงของสังคมและมีบทบาทเป็นที่ยอมรับด้วยแล้ว ฉันมาสนใจติดตามบทบาทของเขา และอยากรู้จักร่วมกับทำความสนิทสนม

เรื่องนี้ขอให้สังเกตให้ดี มันเป็นนิสัยที่ติดมาจนถึงช่วงหลังๆ ไม่ใช่เพราะอยากรู้จักเพื่อทำให้ตัวเองเป็นคนเด่นในสังคม แต่อยากรู้จักเพราะต้องการความรู้และสิ่งดีๆของคนเหล่านี้

เรื่องราวดังกล่าวนี้เอง ต่อมาภายหลังฉันจึงรู้ว่าคุณกอร์ดอนดิลลันเป็นคนหนึ่งที่ริเริ่มงานประชุมกล้วยไม้โลกมาตั้งแต่ครั้งที่ ๑ นอกจากนั้น เพราะนิสัยที่ชอบติดตามข่าวคราวของคนดีเด่นจึงพบว่า คุณกอร์ดอนดิลลันเข้ามามีบทบาทให้การจัดโครงสร้างการประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่สองที่มลรัฐฮาวายอีกด้วย

ช่วงปีพ.ศ.๒๕๐๕ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทำสัญญาร่วมมือเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเกษตรกับมหาวิทยาลัยฮาวายจากผลของการส่งผู้เชี่ยวชาญในด้านพืชสวนมาประจำที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายในทีมงานดังกล่าวมี ศาตราจารย์ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวกับงานวิจัยกล้วยไม้ของฮาวายติดมาด้วย บุคคลผู้นั้นก็คือ ศาสตราจารย์ ดร.แฮรูยิกิ คามิโมโตะ (Prof. Ph.D. Haruyuki Kamemoto) ซึ่งเป็นบุคคลที่วงการกล้วยไม้ของฮาวายยอมรับนับถือเกี่ยวกับผลงานในด้านพันธุศาสตร์ของกล้วยไม้

ความจริงแล้วอาจารย์คามิโมโตะไม่ได้ถูกมอบหมายให้มาทำงานวิจัยเรื่องกล้วยไม้ในเมืองไทย แต่ถูกมอบหมายให้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์ไม้ผลและพืชผักมากกว่า

เป็นเพราะเหตุใดหรือจึงมีเงื่อนไขดังกล่าวเกิดขึ้นกับอาจารย์คามิโมโตะ ก็เป็นเพราะเหตุว่าขณะนั้นวงการกล้วยไม้ของไทยยังไม่สามารถสะท้อนให้เห็นได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ ดังนั้นใครๆแม้กระทั่งฝรั่งก็มีความคิดที่มองกล้วยไม้เป็นวัชพืชที่รกร้างอยู่ในไร่นาของเกษตรกร

ถึงกระนั้นฉันก็ยัง“กัดไม่ปล่อย” แม้ใครจะรู้สึกว่ากล้วยไม้เป็นพืชที่เป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจของบ้านเมือง แต่ฉันก็ไม่สนใจหากยังคงมุ่งมั่นใช้เวลาว่างเพื่อทำงานในเรื่องกล้วยไม้ ทั้งนี้และทั้งนั้นเป็นเพราะฉันต้องการพิสูจน์ความจริงจากใจตัวเองที่ต้องการให้สังคมเข้าใจถึงสัจจะธรรมและยอมรับกล้วยไม้ให้ได้

มันไม่เป็นเพียงเท่านั้น แต่ผลที่ปรากฏมันมากกว่านั้นมาก โดยที่แม้ฝรั่งซึ่งมาทำงานอยู่ในมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ ซึ่งแต่ก่อนก็เคยมองว่ากล้วยไม้เป็นของฟุ่มเฟือยและไร้คุณค่า ถึงกับนำเอามาเปรียบเทียบกับวัชพืชที่ร้ายแรงชนิดซึ่งระบาดอยู่ในเลือกสวนไร่นาของอเมริกาที่เรียกกัน แดนดีลายน์ (Dandy lion) หากต่อมาภายหลังเขาเริ่มเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งจึงให้เงินงบประมาณมาใช้สนับสนุนการไปประชุมเรื่องกล้วยไม้ในต่างประเทศซึ่งแต่ก่อนกล้วยไม้เคยถูกมองว่าไม่ใช่พืชผลเกษตรโดยให้ฉันไปประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ ๕ ที่เมืองลองบีช (Long Beach) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย

อนึ่ง งานประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ ๔ ได้ถูกจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อปีพ.ศ.๒๕๐๖ ซึ่งขณะนั้นอาจารย์คามิโมโตะได้ไปร่วมประชุมด้วย

เป็นเพราะเหตุว่าฉันได้ให้การรับรองและความอบอุ่นแก่อาจารย์ผู้นี้อย่างใกล้ชิดจนกระทั่งทำให้อาจารย์คามิโมโตะให้ความกรุณาสนับสนุนให้ฉันไปร่วมประชุมที่สิงคโปร์ด้วยกันกับท่าน

วันนั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับการแต่งตั้งให้เข้าเป็นสมาชิกในคณะกรรมาธิการร่างกฏเกณฑ์การจดทะเบียนตั้งชื่อกล้วยไม้ลูกผสมของสากล  และได้มีโอกาสรู้จักกับคุณกอร์ดอนดิลลันอีกทั้งได้รับความอบอุ่นและกำลังใจจากท่านผู้นี้ นอกจากนั้นการประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ ๔ ที่นครสิงคโปร์นี้เองที่ฉันมีโอกาสก้าวขึ้นสู่เวทีการปาฐกถาทางด้านวิชาการของโลกเป็นครั้งแรก ซึ่งฉันคงขออนุญาตไม่พูดถึงความรู้สึกของตัวเองในขณะนั้น

คงเป็นเพราะว่าฉันเป็นคนมีนิสัยติดตามผลการปฏิบัติของตัวเองอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม ในที่สุดจากการปาฐกถาวิชาการบนเวทีกล้วยไม้โลกครั้งที่ ๔ ที่นครสิงคโปร์แล้ว ฉันก็ได้รับเชิญให้เป็นองค์ปาฐกบนเวทีการประชุมกล้วยไม้โลกทุกครั้งอย่างต่อเนื่องกันมาจนกระทั่งถึงครั้งที่ ๑๗ ที่ประเทศมาเลเซีย ถ้าครั้งใดที่ฉันไม่ได้ไปเป็นองค์ปาฐก ก็คงมีเหตุสืบเนื่องมาจากการขัดข้องทางเทคนิคในการจัดงานมากกว่าอย่างอื่น

เมื่อพูดถึงคุณกอร์ดอนดิลลัน เริ่มต้นจากการสัมผัสกันเป็นครั้งแรกที่นครสิงคโปร์เมื่อปีพ.ศ.๒๕๐๖ มาแล้ว เราก็ติดต่อถึงซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่องมาตลอด ซึ่งสิ่งที่ซ่อนอยู่ในพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคน คงมีผลมาจากการให้น้ำใจแก่กันและกันอย่างลึกซึ้ง

ข้ามมาถึงการจัดประชุมกล้วยไม้ภูมิภาคยุโรปซึ่งมีการจัดขึ้นทุก ๓ ปี โดยกำหนดจัดถัดจากการประชุมกล้วยไม้โลกมาแล้ว ๑ ปี ซึ่งการประชุมกล้วยไม้ในภาคพื้นยุโรปนี้เองก็ได้มีการเชิญให้ฉันไปเป็นองค์ปาฐกร่วมด้วย

พูดถึงการประชุมกล้วยไม้ ไม่ว่าการประชุมระดับโลกหรือการประชุมระดับภูมิภาคตามที่ได้กล่าวมาแล้ว อาจมีใครสงสัยถามว่าฉันได้เงินงบประมาณจากที่ไหนไปร่วมประชุม ? เรื่องนี้เป็นที่น่าประหลาด

ทั้งนี้และทั้งนั้นเนื่องจากการประชุมกล้วยไม้สากลไม่ว่าในระดับใดก็ตาม ทุกคนจะต้องออกเงินเอง ดังนั้นการที่ฉันไปประชุมได้แทบทุกครั้ง ถ้าจะถามว่าเอาเงินจากที่ไหนไป มันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลก

เนื่องจากการไปประชุมกล้วยไม้ระดับนานาชาติ ทุกคนต้องแสดงถึงอุดมการณ์ในการจ่ายเงินเองทุกๆเรื่อง แถมยังต้องจ่ายค่าลงทะเบียนโดยไม่มีการยกเว้นอีกด้วย นอกจากนั้นฉันยังเป็นคนมีนิสัยไม่ชอบขอเงินใครและดำเนินชีวิตโดยไม่คิดหาเงินอีกด้วย แต่ฉันก็ไปได้ทุกครั้งแม้กระทั่งช่วงหลังจนถึงทุกวันนี้

ฉันนึกถึงร้อยกรองบทหนึ่งซึ่งลิขิตไว้ว่า

เสียสินสงวนศักดิ์ไว้                   วงศ์หงส์

เสียศักดิ์เพื่อประสงค์                                 สิ่งรู้

เสียรู้เพื่อดำรงความสัตย์                            ไว้นา

เสียสัตย์อย่าเสียสู้                                       ชีพม้วย มรณา

                ร้อยกรองบทนี้ดูจะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกันกับนิสัยของฉันมาโดยตลอด

                ฉันเริ่มเข้าไปเป็นองค์ปาฐกในที่ประชุมกล้วยไม้ภูมิภาคยุโรปตั้งแต่ครั้งที่ ๒ ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภายในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ

ความประทับใจที่ได้รับจากการเข้าร่วมประชุมครั้งนั้นน่าจะมีอยู่อย่างน้อยสองเรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกก็คือคุณอีริก ยัง(Eric E.Young) ซึ่งเป็นประธานในการจัดประชุมครั้งนั้น ท่านผู้นี้ได้ให้เกียรติแก่ฉันเป็นพิเศษมาตลอดเวลาในการเข้าไปมีบทบาทงาน

เรื่องที่สองก็คือ คุณกอร์ดอนดิลลันซึ่งเป็นองค์ปาฐกผู้หนึ่งได้ปาฐกถาภายใต้หัวข้อว่า See Orchids True my Window ซึ่งฉันนั่งฟังแล้วมองเห็นปรัชญาเรื่องนี้ได้อย่างลึกซึ้งและเป็นที่ถูกใจฉันมากๆ

นอกจากนั้น ในปีพ.ศ.๒๕๔๓(ซึ่งตรงกับการจัดงานฉลองปีค.ศ.๒๐๐๐ ในประเทศนานาชาติ) ฉันได้ถูกเชิญไปพูดเรื่องนี้ที่เกาะอาวาจิ เมืองโกเบประเทศญี่ปุ่นซึ่งฉันได้พูดถึงความรักที่ให้แก่กล้วยไม้อย่างหลากหลาย ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือความหลากหลายของเพื่อนมนุษย์ อันนับได้ว่าฉันกับคุณกอร์ดอนดิลันมีความคิดในระดับพื้นฐานที่ตรงกัน ซึ่งหมายถึงมีคุณธรรมประจำใจ

ถ้าจะแปลความหมายของเรื่องที่องค์ปาฐกหมายถึง น่าจะได้แก่การมองดูชีวิตบนพื้นฐานความหลากหลายที่วนเวียนกันเข้ามาให้เราได้สัมผัส

หลังจากนั้นฉันก็ออกมานั่งอยู่นอกห้องภายในมุมสงบ และพบว่าคุณกอร์ดอนดิลลันเดินตามฉันออกมาและนั่งลงใกล้ๆ พร้อมทั้งอยู่ในความสงบครู่หนึ่ง หลังจากนั้นเธอเอามือขวามาลูบที่หัวเข่าของฉันเบาๆ มันเป็นภาษาของความเมตตากรุณาซึ่งจำเป็นต้องพูดออกมาจากปาก แต่เขาก็ได้พูดกับฉันว่า “ระพี ทำไมเธอไม่คิดจะเอางานประชุมกล้วยไม้โลกไปจัดที่เมืองไทย ถ้าคุณคิดจะเอาไปผมจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่”

หลังจากพูดประโยคดังกล่าวแล้วจบลงเราทั้งสองคนก็นั่งกันอยู่เงียบๆโดยที่ฉันคิดว่าเราต่างก็รู้ใจกันและกันเป็นอย่างดี

นี่แหละที่มันมีความหมายชนิดที่อาจพูดได้ว่า แม้เราจะพูดออกมาเป็นคำพูดมันก็คงไม่ลึกยิ่งไปกว่าสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเราทั้งสองคน

หลังจากเราได้จากกันในครั้งนั้นแล้ว ทั้งสองคนก็กลับประเทศของตน กาลเวลาได้ผ่านพ้นมาอีกช่วงหนึ่ง ฉันก็ได้รับจดหมายจากภรรยาของเขาทั้งๆที่เราไม่เคยพบกันมาก่อน ภรรยาเขาเขียนมาบอกฉันว่า สามีของเขาได้พูดถึงฉันด้วยความชื่นชมยินดีมาตลอดทำให้หยั่งรู้ได้ว่า ความดีงามทั้งหลายแลมันเกิดจากหัวใจมากกว่า ยิ่งกว่านั้นสิ่งนี้ก็คือสื่อความหมายของมนุษยชาติที่สร้างความเข้าใจให้ถึงกันได้อย่างมีความสุข

ครั้นถึงวันจัดงานประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ ๙ ในวันที่ ๒๗มกราคม พ.ศ.๒๕๒๑ ซึ่งวันนั้นทำให้ฉันนึกถึงกอร์ดอนดิลลันซึ่งออกมาจากหัวใจอันบริสุทธิ์แต่ฉันก็ต้องผิดหวังเพราะเขาไม่อาจมาร่วมงานนี้ได้แล้ว เข้าใจว่าเป็นเพราะเขาป่วยหนักจนกระทั่งถึงกาลอวสานของชีวิต กอร์ดอนเพื่อนรัก ขอให้ดวงวิญญาณของเธอจงไปสู่สุคติด้วยเถิด อย่างน้อยแม้ฉันจะเป็นคนละชาติคนละภาษา แต่นั่นมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะแบ่งแยกหัวใจของเราให้ห่างออกจากกัน

สรุปแล้วการนำเรื่องนี้มาเขียน น่าจะสอนให้คนไทยได้รู้ถึงธรรมชาติของญาณที่เกิดจากใจและมีคำถามตามมาว่า “ทำไมวงการกล้วยไม้ของไทยจึงได้เริ่มต้นมาจากแทบไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอยู่ในโครงสร้าง จนกระทั่งมาบัดนี้มันได้ขยายขอบเขตออกไปสู่โลกภายนอกอย่างกว้างขวาง”

ฉันนึกถึงพ่อของฉันที่สอนลูกเอาไว้ว่า “แม้ใครจะไม่ได้สร้างสรรค์สิ่งที่เป็นความดีความงามของวงศ์ตระกูลแต่ก็อย่าทำลาย” 

๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

**********************************

ข้าพเจ้ามิบังอาจแก้ไข  แต่งเติมใดๆแม้แต่อักษรเดียว

ขอเก็บเป็นบันทึกให้ผู้ที่สนใจ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้อ่านเพื่อเป็นความรู้นะคะ

***********************************


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
พราวนภา วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 01.20 น.
http://www.oknation.net/blog/yui

..
ขอบพระคุณครูส้มค่ะ..
เรื่องราวที่ไม่เคยรู้ มารู้จากที่บ้านครูส้มค่ะ..

..
ความคิดเห็นที่ 4
chedtha วันที่ : 22/04/2008 เวลา : 13.23 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ความทรงจำที่สวยงาม)

แวะมาคารวะ บิดาแห่งกล้วยไม้ไทยครับครูส้ม

โคลงโลกนิติ บทนี้ ผมจดจำไว้ในดวงใจตั้งแต่อายุได้ 13

เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์
เสียศักดิ์เพื่อประสงค์ สิ่งรู้
เสียรู้เพื่อดำรงความสัตย์ ไว้นา
เสียสัตย์อย่าเสียสู้ ชีพม้วย มรณา

ผมเป็นคนไม่ยึดเรื่องศักดิ์ศรี แต่ ยึดถือ เรื่อง ความซื่อสัตย์ และสัจจะครับ
ชอบโคลงโลกนิติบทนี้ เหมือนครูส้มเลยครับ
ความคิดเห็นที่ 3
ลิลิตดา วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 22.35 น.
http://www.oknation.net/blog/phenvipa

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆที่ครูส้มได้นำมาลง เคารพและติดตามผลงานของ ศ.ระพี สาคริก มานานแล้ว ตั้งแต่สมัยดิฉันเป็นนิสิต (ไม่ใช่ที่เกษตรนะคะ)เมื่อสี่สิบกว่าปีมาแล้ว ท่านคือผู้บุกเบิกนำกล้วยไม้ไทยให้รู้จักทั้งไทยและต่างประเทศ ยิ่งอ่านบทความของท่านที่ว่าทุกครั้งที่ไปประชุม ท่านใช้ทุนรอนของท่านเอง เพื่อนำความรู้มาพัฒนาให้กับประเทศแล้วอดน้ำตาคลอไม่ได้
ขอให้อาจารย์ท่านพบแต่ความสุขและนำความรู้ของท่านมาเล่าเป็นวิทยาทานให้พวกเราอีก หากผ่านบล็อกของครูก็จะเป็นการง่ายสำหรับคนที่อยู่ต่างเมืองได้ติดตามค่ะ
ขอบคุณค่ะครูส้ม
ความคิดเห็นที่ 2
ครูส้ม วันที่ : 16/04/2008 เวลา : 17.30 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

ในบทความของท่าน ทำให้พวกเรารุ่นลูกรุ่นหลาน
เห็นถึงความยากลำบาก กว่าวงการกล้วยไม้ของไทย
จะเติบโต เทียบทันอารยะประเทศ จนได้ผลเป็น
พืชเศรษฐกิจนำรายได้เข้าประเทศ เป็นอันดับต้นๆ

ปัจจุบันรัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรฯได้เล็งเห็นถึงรายได้
นำเข้าประเทศได้เติบโตขึ้นเป็นลำดับ จึงมีการประชุมijk'
เป็นนโยบาย "กล้วยไม้หมื่นล้านขึ้น" เพื่อสนับสนุน(ใคร?)
และถือเป็น Chaimpion product ชนิดหนึ่งของประเทศ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 16/04/2008 เวลา : 17.29 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับครู..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน