| ภาพจากเน็ต | ||
ภาพเก๋ๆจากเน็ตที่เพื่อนๆส่งมาให้ และความน่ารักที่เป็นธรรมชาติของสัตว์โลก |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
ส่วนหนึ่งของการส่งเสริมวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับกล้วยไม้ของไทยตั้งแต่อดีต จนมาถึงบัดนี้ นับได้ว่าเป็นเวลาประมาณ ๖๐ กว่าปี เรื่องนี้เป็นที่รู้กันว่าสิ่งดังกล่าวเกิดจากผลงานการวางแผน วิจัยและการส่งเสริมโดย ศ.ระพี สาคริก
อนึ่ง มีข้อสังเกตอยู่ว่า เป็นเพราะรากฐานการศึกษาของ ศ. มีธรรมชาติที่กว้างไกลและอิสระ จึงสามารถกำหนดให้วิธีปฏิบัติ ตลอดจนผลงานเรื่องกล้วยไม้ ทั้งๆ ที่ในยุคแรกๆ คนราชการต่อต้าน เนื่องจากความไม่เข้าใจในบทบาทของคน ความจริงแล้วผลงานเรื่องกล้วยไม้ดังกล่าว เป็นศูนย์รวมของงานแทบจะทุกสาขา ไม่เช่นนั้นวงการกล้วยไม้ ก็คงไม่อาจลุกขึ้นยืนหยัดและก้าวเดินมาข้างหน้าได้อย่างสง่างาม ศ.ระพี สาคริก เป็นคนที่ไม่ดูถูกของเล็กหากรู้จักนำมาใช้ให้บังเกิดประโยชน์ได้อย่างรอบด้าน แม้แต่วัฒนธรรมในด้านการจัดการศึกษาซึ่งมีบทบาทเก็บรวบรวมสิ่งของเก่าๆ ทั้งๆที่คนทั่วไปไม่สนใจเรื่องนี้ แถมยังดูถูกเสียด้วย แต่ ศ. กลับนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง แม้แต่สิ่งที่คนทั่วไปโยนทิ้ง ให้ตกลงไปสู่พื้นดินอย่างไร้คุณค่าและความหมายแล้ว แต่ ศ. ก็กลับนำมาใช้ประโยชน์ในส่วนที่เหลือได้อย่างรู้คุณค่า อาทิเช่น วัฒนธรรมในการเก็บสะสมแสตมป์เก่า ศ.ระพีก็ยังนำผู้ที่สนใจกลับไปค้นหาความจริง และเก็บรวบรวมมาไว้เป็นสมบัติของชาติได้ไม่ยาก ศ.ระพี สาคริกได้กล่าวย้ำความสำคัญเอาไว้ว่า สิ่งใดที่ตกหล่นอยู่บนพื้นดินนั้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นของที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้ว หากเป็นเพราะสติปัญญาของคนมองไม่เห็นความสำคัญ ของส่วนที่เป็นความจริงจึงไม่อาจใช้ประโยชน์ได้หมด ยกตัวอย่างเช่น วัฒนธรรมในการเก็บสะสมแสตมป์ ศ.ระพี สาคริกก็ได้ริเริ่มนำเอาผ้าพันธุ์กล้วยไม้พื้นบ้านของไทย เข้าไปแฝงเอาไว้เพื่อให้มีอิทธิพลร่วมกันในการส่งเสริมได้อย่างน่าสนใจ หากมองย้อนกลับไปสู่อดีต เมื่อประมาณปีพ.ศ.๒๕๐๙ ทางกรมไปรษณีย์โทรเลขได้สนใจผลงานเรื่องกล้วยไม้ ของศ.ระพีที่เป็นคนทำอย่างเอาจริงเอาจัง ในช่วงนั้น ศ. อยู่ในกรมการข้าวของกระทรวงเกษตราธิการ โดยเป็นหัวหน้าแผนกการโรงสี กองวิศวกรรม กรมการข้าว แต่ปรากฏว่าผลงานวิจัยและส่งเสริมเรื่องกล้วยไม้ซึ่ง ศ.ระพีได้ลุกขึ้นยืนหยัดบนขาของตัวเองและมุ่งมั่นแบบทวนกระแส โดยไม่หวั่นไหวต่อปัญหาของอำนาจในราชการขณะนั้น ผลงานดังกล่าวจึงเป็นที่สนใจ ทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งขณะนั้นได้ตั้งวิชาพืชกรรม (ภาควิชาพืชสวนในปัจจุบัน) ได้มาขอตัวศ.ระพีไปจากกรมการข้าวเพื่อไปทำงานอยู่ในภาควิชาฯ ผลปรากฏว่าในช่วงนั้นศ.ระพี สาคริกได้ให้ความร่วมมือ แก่กรมไปรษณีย์โทรเลขโดยคัดเลือกภาพกล้วยไม้พื้นบ้าน ที่ตนถ่ายเอาไว้มาทำเป็นผ้าเขียนและพิมพ์เป็นแสตมป์รวม ๘ ดวง อาทิเช่น ช้างแดง เอื้องเงินหลวง และกล้วยไม้ชนิดอื่นๆ ซึ่งแสตมป์ชุดนี้แต่ละดวงมีขนาดเล็ก แต่คนนิยมเรียกว่าชุดใหญ่ เนื่องจากมีจำนวนทั้งหมดรวม ๘ ดวงด้วยกัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้ผลิตดวงตราไปรษณียากร ที่เป็นภาพกล้วยไม้ออกมาสู่สายตาสาธารณชน
แสตมป์ "เอื้องสีตาล" ราคา .75 สตางค์
วัฒนธรรมการเก็บสะสมดวงตราไปรษณียากร นับได้ว่าเป็นที่นิยมทำกันอย่างกว้างขวางทั่วโลก ดังนั้นในการทำดวงตราไปรษณียากร ที่เกี่ยวกับกล้วยไม้พื้นบ้านของไทย ก็เท่ากับการดึงเอาพลัง จากคนที่สนใจเก็บรวบรวมดวงตราไปรษณียากรลักษณะนี้ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมเรื่องกล้วยไม้ด้ว
แสตมป์ "เอื้องช้างน้าว" ราคา 1 บาท
แสตมป์ " แดงอุบล" ราคา 1.50 บาท จากนั้นมา ศ.ระพี สาคริกก็ได้ให้ความร่วมมือ ในการจัดทำดวงตราไปรษณียากรที่เป็นภาพกล้วยไม้พื้นบ้านของไทย ต่อมาอีกหลายชุด เรื่องนี้ได้มีการจัดทำดวงตราไปรษณียากรในลักษณะดังกล่าว ติดต่อกันมาอีกหลายชุด โดยใช้โอกาสวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และในโอกาสที่มีงานกล้วยไม้สำคัญๆ อีกหลายครั้ง เช่นงานประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ ๙ เมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๑ ก็ได้มีการจัดทำดวงตราไปรษณียากรจาก ภาพกล้วยไม้พื้นบ้านของไทยขึ้นมาอีก ๒ ชุด ชุดละ ๔ ดวง
แสตมป์ "เอื้องนกกระจิบ" ราคา 2 บาท ช่วงหลังคนเขียนแบบโดยใช้ภาพสไลด์ ที่เป็นผลงานถ่ายภาพของ ศ. รวมทั้งการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ของกล้วยไม้เหล่านั้น ซึ่ง ศ.ระพี สาคริก ก็ได้เป็นผู้เขียนชื่อให้อีก ทั้งยังทำเอกสารรับรองความถูกต้องเอาไว้แก่การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กรมไปรษณีย์โทรเลขในอดีต) อีกด้วย
แสตมป์"เอื้องกุหลาบกระเป๋าเปิด" ราคา 2.75 บาท
แสตมป์ "เสือโคร่ง"ราคา 3 บาท นอกจากนั้นแล้วเมื่อมีดวงตราไปรษณีย์ดังกล่าวปรากฏออกมา ศ.ระพี สาคริกก็ยังใช้เงินรายได้ส่วนตัวซื้อดวงตราเหล่านั้นเก็บไว้เป็นของส่วนตัว แต่ก็มีนิสัยที่นำเอาไปใช้เป็นของส่วนรวมในอนาคต
แสตมป์ "เอื้องมณีไตรรงค์" ราคา 5 บาท ดังเช่นเมื่อพ.ศ.๒๕๒๖ บริษัทรถไฟไฟฟ้าของญี่ปุ่น ที่มีชื่อว่าโอดาคิวได้เชิญ ศ. ไปให้ความร่วมมือจัดงานแสดงกล้วยไม้ที่ขนส่งเอาไปจากประเทศไทย ขึ้นที่ย่านชินจูกุซึ่งอยู่กลางใจเมืองของกรุงโตเกียว ทั้งนี้เพื่อต้องการจัดงานฉลอง ๒๐๐ ปีกรุงรัตนโกสินทร์ โดยที่ฝ่ายไทยจัดส่งกล้วยไม้ไปแสดงในงานเป็นจำนวนมาก ร่วมกับการจัดแสดงของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้วย
แสตมป์ "เอื้องชะนี" ราคา 6 บาท งานครั้งนั้น ศ. โดยใช้ดวงตราไปรษณีย์กล้วยไม้ของไทยที่ได้จัดซื้อสะสมเอาไว้ จำนวน ๑ ชุด ๘ ดวง ปิดลงบนซองดังกล่าว นอกจากนั้นยังมีตราไปรษณีย์ของไทยร่วมกับตราไปรษณีย์ของญี่ปุ่น ประทับเอาไว้หน้าซอง และมีลายเซ็นของศ. เป็นภาษาอังกฤษอยู่ที่หน้าซองร่วมด้วย การจัดงานครั้งนั้นทางเจ้าภาพได้เชิญเสด็จเจ้าหญิงมิกาสะ ซึ่งเป็นพระขนิษฐา (น้องสาว) ของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิฮิโรฮิโตของญี่ปุ่น มาเป็นองค์ประธานตัดริบบิ้นเปิดงาน นอกจากนั้นแล้วก่อนหน้าการจัดงานประมาณ ๓ ปี ศ.ระพี สาคริกได้กลับมาที่กรุงเทพฯและจัดหากล้วยไม้แวนด้าลูกผสมสีฟ้า เพื่อจดทะเบียนตั้งชื่อถวายเจ้าหญิงมิกาสะร่วมด้วยอีก ๕ ต้น ทั้งนี้เนื่องจากทราบว่าคนญี่ปุ่นมีรสนิยมชอบกล้วยไม้สีฟ้า เพราะฉะนั้นเรื่องราวดังกล่าวจึงเป็นประวัติของกล้วยไม้ลูกผสมที่ชื่อว่า แอสโคเซนด้า ปริ้นเซส มิกาสะ ซึ่งปรากฏบทบาทอยู่ในวงการกล้วยไม้จนถึงปัจจุบัน เมื่อมีการจัดงานประชุมกล้วยไม้อาเซียน ขึ้นในประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิก ครั้งล่าสุดเมื่อจัดงานประชุมกล้วยไม้อาเซียนครั้งที่ ๖ ขึ้นในประเทศไทย นับว่าเป็นครั้งเดียวที่มีการใช้กล้วยไม้ลูกผสม ที่คนทำขึ้นมาเป็นต้นแบบของดวงตราไปรษณียากร แต่การกระทำครั้งนี้หาใช่เป็นผลงานของศ. เนื่องจากศ.ระพีรู้ดีว่ากล้วยไม้พื้นบ้านหรือพันธุ์ธรรมชาติเท่านั้นที่จะเป็นตัวชี้วัด สภาพจิตใจและการศึกษาของคนในประเทศ หากการทำครั้งนั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากมีผู้คิดทำขึ้น โดยไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าคนในโลกนี้เขานิยมอะไรกัน ช่วงหลังๆ คนเขียนแบบในภาพดวงตราไปรษณียากรกล้วยไม้พื้นบ้านของไทยนั้นได้แก่ สถาปนิกที่มีชื่อว่า คุณ ซึ่งเป็นคนเดียวกันกับผู้ที่ออกแบบตราการประชุมกล้วยไม้โลกครั้งที่ ๙ ซึ่งปรากฏอยู่ที่สวนสามพราน จังหวัดนครปฐม ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วว่าการเก็บสะสมดวงตราไปรษณียากร เป็นวัฒนธรรมทางสังคมและการศึกษาของประเทศที่เจริญแล้ว ดังนั้นผลการจัดทำดวงตราไปรษณียากรกล้วยไม้พื้นบ้านของไทย ก็ไม่ได้แคล้วคลาดไปจากความสนใจของคนต่างชาติ ศ.ระพีกล่าวว่า มีชายผู้หนึ่งเป็นคนอังกฤษมีชื่อว่านาย กับอีกคนหนึ่งคือนาย ซึ่งเป็นชาวออสเตรเลียได้ติดต่อขอความร่วมมือให้ศ.ระพี จัดส่งดวงตราไปรษณียากร กล้วยไม้ของไทยไปรวบรวมไว้ที่คลังของเขาด้วย จากเหตุนี้เองจึงทราบว่าทั้งคู่สนใจเก็บรวบรวม ดวงตราไปรษณียากรที่เกี่ยวกับพันธุ์ไม้พื้นบ้านของประเทศต่างๆ เมื่อทราบว่ามีงานแสดงพันธุ์ไม้ที่เขาจะนำไปจัดแสดงโดยติดดวงตราไปรษณียากร แม้ซองวันแรกของที่ระลึกลงไว้บนแผ่นกระดานแผ่นใหญ่ ซึ่งศ.ระพีได้กล่าวว่านาย ร่วมกับลูกสาวของเขาได้เดินทางไปในงานต่างๆ ทำให้พบอยู่เสมอ แต่ในที่สุดก็ปรากฏว่าเขาได้ถึงแก่กรรมเสียแล้ว เราจึงไม่ได้พบเห็นหน้าเขาอีก ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๑ ...............................
แสตมป์งานกล้วยไม้อาเซียนครั้งที่ 6 ปี 2529ราคา 4 บาท
แสตมป์ที่ระลึกงานกล้วยไม้อาเซียครั้งที่ 6 ปี พศ.2529 ราคา5 บาท
แสตมป์ "ช้างแดง" เมื่อปี 2508 ราคา 1 บาท
แสตมป์ "แวนด้า"ราคา 2 บาท
แสตมป์ "แวนด้า ราคา 3 บาท
แสตมป์กล้วยไม้ "ควีนสิริกิติ์" ราคา 4 บาท
|