| ภาพจากเน็ต | ||
ภาพเก๋ๆจากเน็ตที่เพื่อนๆส่งมาให้ และความน่ารักที่เป็นธรรมชาติของสัตว์โลก |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
วัฒนธรรมจีนกับพื้นฐานการจัดการเกษตรไทย ศ. .....................................................................
หวนกลับไปนึกถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนในเขตแหลมทอง ซึ่งถือกันว่ามีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในตัว จนถึงกับมีภาษิตบทหนึ่งซึ่งกล่าวไว้ว่า ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในอดีตดินแดนของจีนยังมีสภาพที่แร้นแค้นจนกระทั่งถึงกับไม่มีอะไรจะกิน คงมีแต่กิ่งไม้แห้งๆ ที่จะเก็บสะสมเอาไว้ใช้ให้ความอบอุ่นในฤดูหนาว ตามประวัติศาสตร์ได้ชี้เอาไว้ว่าคนจีนได้อพยพลงมาอยู่ในท้องถิ่น ที่เรียกกันว่าแหลมทอง แต่ก็ใช่ว่าจะละทิ้งในการประกอบอาชีพทางการเกษตรก็หาไม่ ประชากรเหล่านี้ได้ล่องเรือสำเภาตามกระแสลมลงมาสู่ตอนใต้ ส่วนหนึ่งผ่านอ่าวตังเกี๋ยลงมาเข้าสู่ปากน้ำเจ้าพระยา อีกส่วนหนึ่งได้แล่นเรือผ่านไปยังปากแม่น้ำที่เรียกกันว่า แม่น้ำท่าจีน สิ่งที่ปรากฏเป็นความจริงอยู่ในประวัติศาสตร์ก็คือ คนจีนเหล่านี้ได้มาตั้งรกรากปลูกพืชเลี้ยงสัตว์กันเป็นส่วนใหญ่ ฉันยังจำความได้ดีว่าในสมัยที่ตนยังเป็นเด็กอายุเพียงไม่ถึงสิบขวบ สวนผักคนจีนเหล่านี้ปรากฏอยู่โดยรอบชานเมืองกรุงเทพฯ แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสภาพเป็นดินเหนียว ดังนั้นการทำเกษตรจึงนิยมยกท้องร่อง เพื่อให้การระบายน้ำของดินมีคุณสมบัติที่ดีขึ้น มีภาษิตบทหนึ่งซึ่งตรงกันกับสัจธรรมในด้านวิชาการ ของการแก้ไขปัญหาเรื่องคุณสมบัติของดิน ตามหนังสือที่เรียบเรียงขึ้น โดยอาจารย์สวัสดิ์ วีระเดชะ ซึ่งปรากฏอยู่ในสมัยนั้น ได้ระบุว่า การแก้ปัญหาดินเลวเราควรจะต้องใช้การเขตกรรม ซึ่งหมายถึงการสับพรวนพื้นผิวดินให้เรียบอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้เป็นหลักเบื้องต้นซึ่งคนจีนสมัยนั้นนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง
ยังมีภาษิตอีกบทหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า การเขตกรรมคือปุ๋ยของคนจน ซึ่งหมายถึงว่าคนจนไม่มีเงินจะซื้อปุ๋ยอย่างอื่นแต่ก็มีทางออก โดยการสับพรวนผิวดินให้ร่วนซุยอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้เอง ที่ช่วยให้เนื้อดินสามารถปล่อยออกมาให้ต้นไม้ได้ใช้ประโยชน์โดยไม่ต้องซื้อหา ในสมัยนั้นฉันยังได้เห็นการทำเกษตรของชาวจีนที่อยู่ปลายจมูกของเราเอง จากบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิซึ่งเราเรียกว่าสนามเป้า สองข้างถนนพหลโยธิน จนกระทั่งถึงสะพานควายก็ยังมีสวนผักของชาวจีนที่ยังมีการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ บริเวณดังกล่าวเราจะพบกับการเลี้ยงหมูและเลี้ยงเป็ดไก่เอาไว้ในร่องของสวนผัก นอกจากนั้นยังมีการปลูกข้าว ดำนา แต่ไม่ได้ดำข้าวลงไปไว้ในนา หากดำลงไปในร่องสวนสองข้าง หากดำลงไปในสองข้างของร่องสวน จนกระทั่งข้าวออกรวง เป็ดที่เลี้ยงอยู่ในท้องร่องก็ยังได้กินข้าวเปลือก นอกจากนั้นปลาที่เลี้ยงเอาไว้ในท้องร่องก็ยังได้กินข้าวเปลือกอีกด้วย สิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดดูจะเป็นเรื่องธรรมดา ของชีวิตเกษตรกรชาวจีนซึ่งมีการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์แพร่หลายอยู่ในชานเมืองกรุงเทพฯ รวมทั้งในบริเวณอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรีร่วมด้วย สิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนี้เอง ถ้าจะนำมาสรุปก็คงกล่าวได้ว่า การทำเกษตรอินทรีย์มันมีมาช้านาน โดยเฉพาะการที่คนไทยมีโอกาสศึกษาหาความรู้จากวัฒนธรรมการเกษตรของจีน ซึ่งอยู่ปลายจมูกเรานี่เอง แต่เหตุการณ์ในครั้งนั้นมันก็เหมือนภาษิตบทหนึ่งกล่าวว่า เส้นผมบังภูเขา ดังนั้นทั้งๆ ที่ภาพซึ่งได้กล่าวมาแล้วมันอยู่ที่ปลายจมูกของเราเอง แต่แทนที่จะให้ความสำคัญในการเรียนรู้อย่างถึงเหตุถึงผล ทำไมชีวิตคนไทยจึงใคร่ไปเรียนการเกษตรที่ใช้สารเคมี หรือที่เรียกว่าเกษตรสมัยใหม่จากฝรั่ง ประเด็นนี้เองที่อาจจะสรุปได้ว่า เป็นเพราะชีวิตคนไทยตกอยู่ใต้อิทธิพลความทันสมัยทางด้านวัตถุ จนกระทั่งอยู่ในความประมาท ถัดจากนั้นมารัฐบาลไทยกลับมาใช้นโยบาย ส่งคนที่ได้รับทุนการศึกษาของรัฐไปเรียนการเกษตรที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งมีอิทธิพลอเมริกันอยู่ที่นั่นอย่างชัดเจน หลังจากนั้นก็มีการสืบทอดความคิดติดต่อกันมาเรื่อยๆ เริ่มมีการสั่งสารเคมีจากเมืองนอกมาใช้ในการทำไร่ทำนา กันอย่างเป็นกอบเป็นกำ นอกจากนั้นบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ออกมาทำงานรับใช้ฝรั่ง โดยออกมาเป็นคนขายปุ๋ยขายยาให้กับเขา มันช่างเอออออย่างกับปี่กับขลุ่ยเอาเลยทีเดียว ตัวฉันเองเมื่อเข้ามาเรียนเกษตรอยู่ที่แม่โจ้ในปี พ.ศ.๒๔๘๓ ฉันเริ่มได้เห็นการสอนในหลักสูตรที่มีการนำเอาสารเคมีมากล่าวเน้นความสำคัญกันแล้ว แต่นักเรียนก็ยังมีการใช้อินทรียวัตถุเช่น มูลเป็ด มูลไก่ และมูลสุกร นำมาใช้ในการปลูกป่า แต่เราก็เริ่มต้นพูดกันถึงเรื่องสารเคมีแบบแยกส่วน เช่น เราพูดกันว่าธาตุไนโตรเจนเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์บำรุงใบ ฟอสเฟตเป็นแร่ธาตุที่ให้ประโยชน์ด้านบำรุงส่วนของการสืบพันธุ์ ปอแตชคือแร่ธาตุที่ให้ประโยชน์ด้านการเก็บสะสมของพืชจำพวกแป้งเช่น หัวเผือกหัวมัน เป็นต้น อย่างไรก็ตามธรรมชาติของทุกอย่างไม่ได้หยุดแค่นั้น เมื่อมีการเริ่มต้นในการพูดถึงทุกอย่าง ในที่สุดมันก็บานปลาย จนเมื่อฉันกลับมาทำงานในกระทรวงเกษตรฯ ทางกระทรวงก็เริ่มมีการสั่งสารเคมีจากเมืองนอกมาใช้ ในการทำไร่ทำนากันอย่างเป็นกอบเป็นกำ นอกจากนั้น บัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ออกมาทำงานรับใช้ฝรั่ง โดยออกมาเป็นคนขายปุ๋ยขายยาให้กับเขา มันช่างเอออออย่างกับปี่กับขลุ่ยเอาเลยทีเดียว
อย่างว่านั่นแหละ เราได้มีการเริ่มต้นขึ้นแล้วเราก็คงหยุดได้ยาก หากยังคงบานปลายออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผลการปฏิบัติมันกว้างขวางออกไปกลายเป็นผลประโยชน์ของผู้คน ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เข้าไปแอบแฝงอยู่ในระบบการจัดการ หรืออาจเรียกว่ามันเป็นรูปแบบของคอรัปชั่นที่แก้ไขได้ยาก เพราะถ้าจะยกเลิกสิ่งนี้ ผลจากการปฏิบัติซึ่งให้ประโยชน์แก่ตัวบุคคลบางคน มันก็ไม่อาจหยุดได้เพราะทุกสิ่งทุกอย่างได้ กลายเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวผูกมัดไว้อย่างแน่นหนา ฉันนึกถึงช่วงที่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร บ้านของฉันมันอยู่ใต้ลมซึ่งพัดโชยมาจากบริเวณเกษตรศาสตร์บางเขน จมูกฉันได้กลิ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เรียกว่าฟอสเฟต หรือที่ชาวบ้านเรียกว่ายาหัวกะโหลก ซึ่งสารเคมีประเภทนี้แม้แต่กลิ่นก็ยังเป็นพิษเป็นภัยให้แก่คนถึงชีวิต เย็นวันนั้นฉันรีบเดินทางเข้าไปในบริเวณเกษตรกลางบางเขน ในที่สุดก็พบว่ามีส่วนหนึ่งของพื้นที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ นำเอาตัวยาปราบศัตรูพืชไปทิ้งจมไว้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แม้แต่บ้านคนที่เป็นคนงานอยู่ที่นั่น ก็ยังจมอยู่ในบริเวณซึ่งมีถังเคมีถูกทิ้งเอาไว้ใต้ถุน ******************************** |