• ครูส้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : thip.jt@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-15
  • จำนวนเรื่อง : 20
  • จำนวนผู้ชม : 10971
  • จำนวนผู้โหวต : 50
  • ส่ง msg :
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



วันเสาร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2551
บทความ ศ.ระพี สาคริก (4) วัฒนธรรมจีนกับพื้นฐานการจัดการเกษตรไทย
Posted by ครูส้ม , ผู้อ่าน : 143 , 23:40:33 น.   | หมวดหมู่ : ศ.ระพี สาคริก  
พิมพ์หน้านี้


วัฒนธรรมจีนกับพื้นฐานการจัดการเกษตรไทย

ศ.ระพี สาคริก

.....................................................................

 

หวนกลับไปนึกถึงประวัติความเป็นมาของชุมชนในเขตแหลมทอง

ซึ่งถือกันว่ามีความอุดมสมบูรณ์อยู่ในตัว จนถึงกับมีภาษิตบทหนึ่งซึ่งกล่าวไว้ว่า

 

“ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว”

 

ในอดีตดินแดนของจีนยังมีสภาพที่แร้นแค้นจนกระทั่งถึงกับไม่มีอะไรจะกิน

คงมีแต่กิ่งไม้แห้งๆ ที่จะเก็บสะสมเอาไว้ใช้ให้ความอบอุ่นในฤดูหนาว

 

 

ตามประวัติศาสตร์ได้ชี้เอาไว้ว่าคนจีนได้อพยพลงมาอยู่ในท้องถิ่น

ที่เรียกกันว่าแหลมทอง แต่ก็ใช่ว่าจะละทิ้งในการประกอบอาชีพทางการเกษตรก็หาไม่

 

 

ประชากรเหล่านี้ได้ล่องเรือสำเภาตามกระแสลมลงมาสู่ตอนใต้

ส่วนหนึ่งผ่านอ่าวตังเกี๋ยลงมาเข้าสู่ปากน้ำเจ้าพระยา

อีกส่วนหนึ่งได้แล่นเรือผ่านไปยังปากแม่น้ำที่เรียกกันว่า “แม่น้ำท่าจีน”

 

สิ่งที่ปรากฏเป็นความจริงอยู่ในประวัติศาสตร์ก็คือ

คนจีนเหล่านี้ได้มาตั้งรกรากปลูกพืชเลี้ยงสัตว์กันเป็นส่วนใหญ่

ฉันยังจำความได้ดีว่าในสมัยที่ตนยังเป็นเด็กอายุเพียงไม่ถึงสิบขวบ

สวนผักคนจีนเหล่านี้ปรากฏอยู่โดยรอบชานเมืองกรุงเทพฯ

แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสภาพเป็นดินเหนียว ดังนั้นการทำเกษตรจึงนิยมยกท้องร่อง

เพื่อให้การระบายน้ำของดินมีคุณสมบัติที่ดีขึ้น

 

มีภาษิตบทหนึ่งซึ่งตรงกันกับสัจธรรมในด้านวิชาการ

ของการแก้ไขปัญหาเรื่องคุณสมบัติของดิน ตามหนังสือที่เรียบเรียงขึ้น

โดยอาจารย์สวัสดิ์  วีระเดชะ ซึ่งปรากฏอยู่ในสมัยนั้น ได้ระบุว่า

“การแก้ปัญหาดินเลวเราควรจะต้องใช้การเขตกรรม”

ซึ่งหมายถึงการสับพรวนพื้นผิวดินให้เรียบอยู่เสมอ

สิ่งเหล่านี้เป็นหลักเบื้องต้นซึ่งคนจีนสมัยนั้นนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง

 

 

ยังมีภาษิตอีกบทหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า “การเขตกรรมคือปุ๋ยของคนจน”

ซึ่งหมายถึงว่าคนจนไม่มีเงินจะซื้อปุ๋ยอย่างอื่นแต่ก็มีทางออก

โดยการสับพรวนผิวดินให้ร่วนซุยอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้เอง

ที่ช่วยให้เนื้อดินสามารถปล่อยออกมาให้ต้นไม้ได้ใช้ประโยชน์โดยไม่ต้องซื้อหา

 

ในสมัยนั้นฉันยังได้เห็นการทำเกษตรของชาวจีนที่อยู่ปลายจมูกของเราเอง

จากบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิซึ่งเราเรียกว่าสนามเป้า สองข้างถนนพหลโยธิน

จนกระทั่งถึงสะพานควายก็ยังมีสวนผักของชาวจีนที่ยังมีการเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์

 

 

บริเวณดังกล่าวเราจะพบกับการเลี้ยงหมูและเลี้ยงเป็ดไก่เอาไว้ในร่องของสวนผัก

นอกจากนั้นยังมีการปลูกข้าว ดำนา แต่ไม่ได้ดำข้าวลงไปไว้ในนา

หากดำลงไปในร่องสวนสองข้าง หากดำลงไปในสองข้างของร่องสวน

จนกระทั่งข้าวออกรวง เป็ดที่เลี้ยงอยู่ในท้องร่องก็ยังได้กินข้าวเปลือก

นอกจากนั้นปลาที่เลี้ยงเอาไว้ในท้องร่องก็ยังได้กินข้าวเปลือกอีกด้วย

 

สิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดดูจะเป็นเรื่องธรรมดา

ของชีวิตเกษตรกรชาวจีนซึ่งมีการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์แพร่หลายอยู่ในชานเมืองกรุงเทพฯ

รวมทั้งในบริเวณอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรีร่วมด้วย

 

สิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนี้เอง ถ้าจะนำมาสรุปก็คงกล่าวได้ว่า

การทำเกษตรอินทรีย์มันมีมาช้านาน

โดยเฉพาะการที่คนไทยมีโอกาสศึกษาหาความรู้จากวัฒนธรรมการเกษตรของจีน

ซึ่งอยู่ปลายจมูกเรานี่เอง แต่เหตุการณ์ในครั้งนั้นมันก็เหมือนภาษิตบทหนึ่งกล่าวว่า

“เส้นผมบังภูเขา” ดังนั้นทั้งๆ ที่ภาพซึ่งได้กล่าวมาแล้วมันอยู่ที่ปลายจมูกของเราเอง

แต่แทนที่จะให้ความสำคัญในการเรียนรู้อย่างถึงเหตุถึงผล

ทำไมชีวิตคนไทยจึงใคร่ไปเรียนการเกษตรที่ใช้สารเคมี

หรือที่เรียกว่าเกษตรสมัยใหม่จากฝรั่ง ประเด็นนี้เองที่อาจจะสรุปได้ว่า

เป็นเพราะชีวิตคนไทยตกอยู่ใต้อิทธิพลความทันสมัยทางด้านวัตถุ

จนกระทั่งอยู่ในความประมาท

 

ถัดจากนั้นมารัฐบาลไทยกลับมาใช้นโยบาย

ส่งคนที่ได้รับทุนการศึกษาของรัฐไปเรียนการเกษตรที่ฟิลิปปินส์

ซึ่งมีอิทธิพลอเมริกันอยู่ที่นั่นอย่างชัดเจน

 หลังจากนั้นก็มีการสืบทอดความคิดติดต่อกันมาเรื่อยๆ

 

 

 

เริ่มมีการสั่งสารเคมีจากเมืองนอกมาใช้ในการทำไร่ทำนา

กันอย่างเป็นกอบเป็นกำ นอกจากนั้นบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ก็ออกมาทำงานรับใช้ฝรั่ง โดยออกมาเป็นคนขายปุ๋ยขายยาให้กับเขา

มันช่างเอออออย่างกับปี่กับขลุ่ยเอาเลยทีเดียว

 

ตัวฉันเองเมื่อเข้ามาเรียนเกษตรอยู่ที่แม่โจ้ในปี พ.ศ.๒๔๘๓

ฉันเริ่มได้เห็นการสอนในหลักสูตรที่มีการนำเอาสารเคมีมากล่าวเน้นความสำคัญกันแล้ว

แต่นักเรียนก็ยังมีการใช้อินทรียวัตถุเช่น มูลเป็ด มูลไก่ และมูลสุกร

นำมาใช้ในการปลูกป่า แต่เราก็เริ่มต้นพูดกันถึงเรื่องสารเคมีแบบแยกส่วน

เช่น เราพูดกันว่าธาตุไนโตรเจนเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์บำรุงใบ

ฟอสเฟตเป็นแร่ธาตุที่ให้ประโยชน์ด้านบำรุงส่วนของการสืบพันธุ์

ปอแตชคือแร่ธาตุที่ให้ประโยชน์ด้านการเก็บสะสมของพืชจำพวกแป้งเช่น

หัวเผือกหัวมัน เป็นต้น อย่างไรก็ตามธรรมชาติของทุกอย่างไม่ได้หยุดแค่นั้น

เมื่อมีการเริ่มต้นในการพูดถึงทุกอย่าง ในที่สุดมันก็บานปลาย

 

 

จนเมื่อฉันกลับมาทำงานในกระทรวงเกษตรฯ

ทางกระทรวงก็เริ่มมีการสั่งสารเคมีจากเมืองนอกมาใช้

ในการทำไร่ทำนากันอย่างเป็นกอบเป็นกำ

นอกจากนั้น  บัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ก็ออกมาทำงานรับใช้ฝรั่ง โดยออกมาเป็นคนขายปุ๋ยขายยาให้กับเขา

 มันช่างเอออออย่างกับปี่กับขลุ่ยเอาเลยทีเดียว

 

 

 

อย่างว่านั่นแหละ

เราได้มีการเริ่มต้นขึ้นแล้วเราก็คงหยุดได้ยาก หากยังคงบานปลายออกไปเรื่อยๆ

จนกระทั่งผลการปฏิบัติมันกว้างขวางออกไปกลายเป็นผลประโยชน์ของผู้คน

ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เข้าไปแอบแฝงอยู่ในระบบการจัดการ

หรืออาจเรียกว่ามันเป็นรูปแบบของคอรัปชั่นที่แก้ไขได้ยาก

เพราะถ้าจะยกเลิกสิ่งนี้ ผลจากการปฏิบัติซึ่งให้ประโยชน์แก่ตัวบุคคลบางคน

มันก็ไม่อาจหยุดได้เพราะทุกสิ่งทุกอย่างได้

กลายเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวผูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

 

 

ฉันนึกถึงช่วงที่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร

บ้านของฉันมันอยู่ใต้ลมซึ่งพัดโชยมาจากบริเวณเกษตรศาสตร์บางเขน

จมูกฉันได้กลิ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เรียกว่าฟอสเฟต

หรือที่ชาวบ้านเรียกว่ายาหัวกะโหลก

ซึ่งสารเคมีประเภทนี้แม้แต่กลิ่นก็ยังเป็นพิษเป็นภัยให้แก่คนถึงชีวิต

 

 

เย็นวันนั้นฉันรีบเดินทางเข้าไปในบริเวณเกษตรกลางบางเขน

ในที่สุดก็พบว่ามีส่วนหนึ่งของพื้นที่ซึ่งเจ้าหน้าที่

นำเอาตัวยาปราบศัตรูพืชไปทิ้งจมไว้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

แม้แต่บ้านคนที่เป็นคนงานอยู่ที่นั่น

 ก็ยังจมอยู่ในบริเวณซึ่งมีถังเคมีถูกทิ้งเอาไว้ใต้ถุน

********************************

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
ครูส้ม วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 00.01 น.
http://www.oknation.net/blog/thipjt
http://www.oknation.net/blog/mokara

ขออนุญาตเพียงเก็บบทความดีดี
ของท่านไว้ให้คนรุ่นหลังๆได้อ่าน
เท่านั้นค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
dekkid วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 23.56 น.
http://www.oknation.net/blog/reading

แวะมาเรียนรู้ ก่อนนอนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 23.53 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

สวัสดีค่ะครุส้มคนสวยคะ...
ความคิดเห็นที่ 1
คุณนายจำเป็น.. วันที่ : 17/05/2008 เวลา : 23.50 น.
http://www.oknation.net/blog/ClubOffit

จองยิ้มก่อนค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน